ລາວໂຮມລາວ ເພື່ອປະຊາທິປະໄຕ

Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: ພວກຜູ້ນຳລາວຂາຍຊາດ ຂາຍແຜ່ນດິນ
Anonymous

Date:
RE: ພວກຜູ້ນຳລາວຂາຍຊາດ ຂາຍແຜ່ນດິນ
  
 


http://www.facebook.com/photo.php?fbid=307066575991303&set=p.307066575991303&type=1#!/profile.php?id=100002637944890

blacksaphire@hotmail.fr>




อนุสัญญา วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 1973 คือเอกสารที่กำหนดและขยายเนื้อความที่ละเอียดชัดเจนของสัญญาเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 1973 ที่กำหนดเป็นรูปเป็นร่างในการลงนามสัญญาร่วมกันที่เวียงจันทน์ เกี่ยวกับการก่อตั้งรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติ



รวมลาวครั้งที่ 3


อนุสัญญา วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 1973 คือเอกสารที่กำหนดและขยายเนื้อความที่ละเอียดชัดเจนของสัญญาเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 1973 ที่กำหนดเป็นรูปเป็นร่างในการลงนามสัญญาร่วมกันที่เวียงจันทน์ เกี่ยวกับการก่อตั้งรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติ


ปลาย เดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนตุลาคม 1973 กำลังตำรวจและทหารฝ่ายแนวร่วมลาวรักชาติได้เดินทางเข้ามาตัวเมือง เวียงจันทน์ชุดแรก วันพุธที่ 17 ตุลาคม 1973 เข้ามาที่นครหลวงพระบางชุดแรกเช่นเดียวกัน


ลักษณะของผู้มีชัย


วัน พุธที่ 3 เมษายน 1974 เมื่อทุกอย่างจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยตามสัญญาและอนุสัญญาดีแล้วเจ้าสุภานุวงศ์ ได้เดินทางจากเขตที่มั่นปฏิวัติ เมืองเวียงไช สู่นครหลวงเวียงจันทน์ มีมวลชนนับหมื่นนับแสนออกมาให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง


ด้วยความชื่นชมยินดีต่อการมาของเจ้าสุภานุวงศ์


เจ้าสุภานุวงศ์ได้กล่าวในบางตอนต่อสื่อมวลชนที่มาต้อนรับว่า :


“ข้าพเจ้า ได้มาเวียงจันทน์ครั้งนี้ เพื่อร่วมกับสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมา ตกลงตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่และคณะรัฐมนตรีผสมการเมืองแห่งชาติ อันเป็นการกุมอำนาจสูงสุดของพระราชอาณาจักรลาว นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นเครื่องหมายการขยายตัวใหม่ในชีวิตการเมืองของ ปวงชนลาวทั้งชาติและแน่นอนว่า...มันจะมีคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ประกอบเข้ากับการปกปักษ์รักษาสันติภาพอยู่ในเขตนี้และโลก...”


ตอนบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าสุภานุวงศ์และเจ้าสุวรรณภูมา ได้ตกลงกันเกี่ยวกับการตั้งสองสถาบันการเมืองผสมดังกล่าว


เดินทางไปหลวงพระบาง


วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 1974 เจ้าสุภานุวงศ์ เจ้าสุวรรณภูมา และภูมี วงศ์วิจิตร ได้เดินทางไปยังหลวงพระบางเพื่อประกอบพิธีต่อเจ้าชีวิต ตามกฎมณเทียรบาล


เจ้า สุวรรณภูมา ได้ยื่นสารขอลบล้างรัฐบาลเก่าและเสนอรายชื่อคณะรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมรายชื่อคณะรัฐมนตรีผสม การเมืองแห่งชาติต่อเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนา ซึ่งก็คือเจ้าสุวรรณภูมา เป็นนายกรัฐมนตรี และสมเด็จเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานคณะมนตรีการเมืองผสมแห่งชาติ


วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 1974 ทั้งสองสมเด็จได้ลงนามในแถลงการณ์เกี่ยวกับการตั้งสองสถาบันการเมืองผสมแห่งชาติ


ใน โอกาสการกล่าวรับตำแหน่งหน้าที่ เจ้าสุภานุวงศ์ได้เรียกร้องให้ปวงชนลาวทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น ทุกชนเผ่า ศาสนา จงสามัคคีกัน สนับสนุนรัฐบาลผสม และคณะมนตรีการเมืองผสม เพื่อมีส่วนในการปรับปรุงสันติภาพและเอกราชของชาติ


ปฏิบัติการเพื่อความถูกต้องและการปรองดองในชาติ


วันพุธที่ 10 เมษายน 1974 การประชุมครั้งแรกของคณะรัฐบาลผสมชุดใหม่ได้เริ่มขึ้นที่เวียงจันทน์


วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 1974 เจ้าสุภานุวงศ์ได้เป็นประธานการประชุมคณะมนตรีการเมืองผสมครั้งแรกที่หลวงพระบาง


เดือน พฤษภาคม 1974 เวียงจันทน์ฝ่ายขวา ได้รวบรวมสมาชิกสภาหุ่นเวียงจันทน์ชุดที่ 7 ซึ่งก็คือ ผุย ชนะนิกร เป็นประธานนั้นได้เปิดการประชุมสภาขึ้นที่เวียงจันทน์


ขบวนการต่อสู้ขึ้นยึดอำนาจ

ภาย ใต้คำขวัญการต่อสู้ที่สมเหตุสมผลของพรรคประชาชนต่าง ๆ ได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อยึดอำนาจ นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเพื่อเร่งทวงเอาสิทธิประชาธิปไตยของประชาชนลาว อย่างดุเดือดทั่วประเทศ


ตลอด 42 วัน 42 คืน มหาชนชาวนาที่อยู่ท่าแขกหนองบก (แขวงคำม่วน) ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม - 21 กุมภาพันธ์ 1975 ได้พากันลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย


วัน พฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 1975 เจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนา มีความรำคาญใจ จึงได้ออกคำสั่งยุบสภาผุย ชนะนิกร เพื่อเป็นการบุกเข้าโจมตีศัตรูในทุกด้าน วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 1975 เจ้าสุภานุวงศ์ได้เชิญเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาไปเยี่ยมเมืองเวียงไซ วันจันทน์ที่ 5 พฤษภาคม 1975 นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการทหาร ในแขวงเซโดน ก็ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย


วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 1975 ชาวนครหลวงเวียงจันทน์จำนวน 12,000 คน ชุมนุมคัดค้าน ประณามพวกเวียงจันทน์ฝ่ายขวา ประท้วงให้ปลดตำแหน่งรัฐมนตรี ฝ่ายเวียงจันทน์ 5 คน ประกอบด้วย 1. ศรีสุข จำปา ศักดิ์ 2. โง่น ชนะนิกร 3. คำไผ่ อภัย 4. หุมพัน ไชยสิทธิ และ 5. จันธร จันทลาสี ออกจากรัฐบาลผสมและประท้วงให้ปลดตำแหน่งนายทหารปฏิการ 5 คน ที่ประกอบด้วย 1.กุประสิทธิ์ อภัย 2. อุดร ชนะนิกร 3. คำรู้ บุตรสาละราช 4. วางปาว และ 5. ลุน สีสุนน


วันพุธที่ 14 เมษายน 1795 ชาวหลวงพระบางได้ชุมนุมกล่าวประณามขุนศึกปฏิการที่รับใช้อเมริกาตั้งแต่วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 1975 กำลังปฏิวัติได้ยึดเมืองสุวรรณเขต ท่าแขก หลวงพระบาง ปากเซ และถนนหมายเลข 23 ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 - 23 พฤษภาคม 1975 กำลังปฏิวัติได้ยึดที่ตั้งสำคัญต่าง ๆ ที่อยู่ในแขวงและกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์


วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 1975 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ มวลชนกว่า 200,000 คน ได้ชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ตามรอยประวัติศาสตร์ ทั้งยังเป็นการประกาศลบล้างอำนาจการปกครองเก่า ก่อตั้งอำนาจการปกครองใหม่ขึ้นมาแทน


วัน พฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 1975 ศาลประชาชนสูงสุดได้ทำการตัดสินลงโทษ หลังจากพวกหัวหน้าปฏิการ 31 คน ที่หนีไปต่างประเทศหมดแล้ว 6 คนประหารชีวิต 5 คนจำคุกตลอดชีวิต และ 20 คน จำคุก 20 ปี เป็นอันว่าการปฏิวัติที่ได้ทำการต่อสู้กู้ชาติมาตลอด 30 ปี ถึงวันนี้จึงได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ที่สุด


สถาปนา สปป.ลาว


วัน อังคารที่ 25 พฤศจิกายน 1975 คณะรัฐบาลผสมและคณะมนตรีการเมืองผสม ได้ประชุมร่วมกันที่เมืองเวียงไช และตกลงกันที่จะลบล้างระบอบราชาธิปไตยในลาว


ภาย หลังการประชุม เจ้าสุภานุวงศ์ และภูมี วงศ์วิจิตร ได้ประชุมขึ้นเสนอต่อเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาที่หลวงพระบาง เพื่อปฏิบัติตามใจของที่ประชุม ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่จากสองสถาบันสูงสุดแห่งชาติ


วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 1975 เจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาได้ตกลงสละพระราชบัลลังก์


ตั้งแต่ วันจันทน์ที่ 1 - 2 ธันวาคม 1975 การประชุมใหญ่ตัวแทนทั่วประเทศ ได้จัดขึ้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีตัวแทนเข้าร่วมประชุม 264 ท่าน ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้ การตกลงลบล้างระบบราชาธิปไตย ที่มีมายาวนานถึง 622 ปี ตลอดเส้นทางที่ล้มลุกคลุกคลานของแผ่นดิน บางครั้งก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เมื่อคนในชาติโดยเฉพาะเชื้อเจ้าวงค์กษัตริย์แก่งแย่งชิงดีกันเอง ก่อให้เกิดศึกการเมืองแผ่นดิน แบ่งแผ่นดินลาวออกเป็น 2 เป็น 3 ทั้งถูกชาติอื่นยึดครองเป็นเมืองขึ้นของพม่า 19 ปี (1572 - 1591) เป็นเมืองขึ้นของไทยสยาม 114 ปี (1779 - 1893) เป็นหัวเมืองขึ้นของฝรั่งเศส 60 ปี (1893 - 1954)


วันนี้ ประเทศชาติลาวได้ยืนขึ้นผงาดฟ้าประกาศกึกก้อง สถาปนาระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อตั้งสภาประชาชนสูงสุด แต่งตั้งประธานประเทศและก่อตั้งรัฐบาล สปป.ลาว กำหนดธงชาติ เพลงชาติ และภาษาทางราชการ ลบล้างการใช้ราชาศัพท์เว้นไว้แต่การแต่งบทกวี กาพย์กลอน หรือบทประพันธ์เรื่องสั้น นวนิยาย เอาธงชาติของระบอบใหม่แทนที่ธงช้างสามหัว เอาทำนองเพลงชาติของระบอบเก่า แต่เปลี่ยนเนื้อร้องใหม่มาใช้ แต่งตั้งจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานประเทศ และแต่งตั้งเจ้าชีวิตคนเก่า เจ้าศรีสว่างวัฒนา เป็นที่ปรึกษาประธานประเทศ


ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งสภาประชาชนสูงสุด โดยมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธาน ศรีสมพร ลอวันไชย คำสุก แก้วลา ไฟด่าง ระเบลียย้าว ศรีธน กมมะดำ เป็นรองประธาน


ประธานประเทศได้ให้ท่าน ไกรสอน พรมวิหาร เป็นประธานสภารัฐมนตรี และประธานสภารัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะสภารัฐมนตรี มีหนูฮัก พูมสวรรค์ ภูมี วงศ์วิจิตร คำไตย สีพันดอน และ พูน สีประเสิด เป็นรองประธาน ณ เวทีการประชุมประวัติศาสตร์ประธานสุภานุวงศ์และไกรสอน พรมวิหาร เลขาธิการใหญ่ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้โอบกอดหอมแก้มกันด้วยความปิติชื่นชมยินดีสุดจะพรรณาเมื่อผลจากการปฏิวัติ ที่ต่อสู้ยึดเยื้อมายาวนาน ก็ออกดอกออกผลเห็นความสว่างไสวมีสง่าราศีที่ไม่เคยมีมาในประวัติการณ์ของ ชาติลาว เป็นเพราะการนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่ปรีชาสามารถและฉลาดหลักแหลม เพื่อเป้าหมายที่รอคอยมาแสนนาน จึงได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า


ประธานประเทศ สปป.ลาว


ประธานสุภานุวงศ์วีรบุรุษแห่งแผ่นดินลาวล้านช้างหรือเจ้าชายแดงเชื้อเจ้า วงศ์กษัตริย์ที่สืบเชื้อสายสืบสกุลความรักชาติมาแต่บรรพบุรุษได้สละความสุข ส่วนตัวเพื่อนำปวงประชาชนลาวต่อสู้กู้ชาติ ตลอด 30 ปี ภายใต้การนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่ปรีชาสามารถและฉลาดหลักแหลม วันนี้ได้กลายเป็นประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว คนแรกในประวัติศาสตร์ของชาติลาว.



เดินทางไปต่างประเทศ (นับตั้งแต่ปี 1975..)


ตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 16 - 19 สิงหาคม 1976 ประธานสุภานุวงศ์ได้เดินทางไปร่วมการประชุมบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ครั้งที่ 5 ณ นครโคลอมโบ ประเทศศรีลังกาและวันพุธที่ 12 - 19 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์ได้นำคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ เพื่อสานสัมพันธไมตรี ความสามัคคีระหว่างรัฐบาลและประชาชนของประเทศลาว - อินเดีย จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งทั้งสองประเทศมีสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ ความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาอย่างยาวนาน


วันพุธที่ 19 - 23 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศพม่า


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศกัมพูชา


วันอังคารที่ 20 - 22 มีนาคม 1979 ประธานสุภานุวงศ์นำคณะผู้แทน สปป.ลาว เยือนประเทศกัมพูชาอีกครั้ง


วัน จันทร์ที่ 3 - 9 กันายายน 1979 ประธานสุภานุวงศ์เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดของบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่าย ใด ครั้งที่ 6 ที่ประเทศคิวบา


วันศุกร์ที่ 24 - 30 ตุลาคม 1980 ประธานสุภานุวงศ์เดินทางไปเชื่อมสันถวไมตรีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยมองโกล


วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 1982 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศคิวบา


วัน พฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 1979 ประธานสุภานุวงศ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของของบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่าย ใด ครั้งที่7 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย


เหรียญรางวัลต่าง ๆ ที่ประธานสุภานุวงศ์ได้รับ


ก. ภายในประเทศ:


1. เหรียญทองแห่งชาติ 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 1989) (National Gold MEDAL)


2. เหรียญรางวัลอิสระชั้น I 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (MEDAL OF LIBERTY ISSARA) “First Class”


3. เหรียญรางวัลชนะเลิศชั้น I 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (REVOLUTIONARY VICTORY MEDAL) “First Class”


4. เหรียญต่อต้านฝรั่งเศส (Anti-Colonial Cross) (1945 - 1954) 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989)


5. เหรียญต่อต้านอเมริกา (Anti-Impérialist Cross ) (1955 - 1973) 1 เหรียญ (รับวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989)


6. เหรียญที่ระลึก 5 ปี 1 เหรียญ (รับวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (Cross of five-year commemoration)


ข. จากต่างประเทศ:


1. เหรียญรางวัลโจอิโอกุยริของสหภาพสันติภาพโลก 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 1979)


2. เหรียญรางวัลซูเคบาตอ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยมองโกล 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพุธที่ 5 ธันวาคม 1979)


3. เหรียญรางวัลดาวทองแห่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเวียดนาม 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 1981)


4. เหรียญรางวัลปลายาเรรง แห่งสาธารณรัฐคิวบา 1 เหรียญ (รับเมื่อเดือนสิงหาคม 1982)


5. เหรียญรางวัลโฮจิมินห์แห่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเวียดนาม 1 เหรียญ (รับเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 1989)


6. เหรียญรางวัลกเลเมนต์โงดวาลด์ แห่งเชกโกสโลวาเกีย 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน1989)


7. เหรียญรางวัล 13 ศตวรรษ บัลแกเลียแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยบัลแกเลีย 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 1989)


ครอบครัวของสมเด็จเจ้าสุภานุวงศ์


เจ้าสุภานุวงศ์ได้สมรสกับนางเหงียนถิกินาม (หม่อมเวียงคำ สุภานุวงศ์) ในวันพุธที่ 9 มกราคม 1938 ที่เมืองยาจ่าง ประเทศเวียดนาม มีบุตรด้วยกัน 10 คน ดังนี้


1. เจ้าอริยะ (เจ้าธรรมศีล สุภานุวงศ์) เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 1939 (ปีเถาะ) แรม 9 ค่ำ เดือน 8 (ปีเอกสก) (ปีเมิงเหม้า) หลังจากสำเร็จการศึกษาที่สหภาพโซเวียด เมื่อปี 1964 ก็เดินทางกลับประเทศในปี 1965 อาศัยอยู่ที่บ้านเซียงซื่อ แขวงหัวพัน และได้สมรสกับนางบุนมี (ลูกบุญธรรมท่านสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี) ในวันพุธ ขึ้น 10 ค่ำ ปีมะเมีย วันที่ 27 กรกฎาคม 1966 17 เดือนผ่านไปในวันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 1967 ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน เจ้าอริยะได้เสียชีวิตลง รวมอายุได้ 28 ปี ต่อมาภรรยาได้คลอดลูกสาวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 1968 ปีสำลิดทิสก (ปีวอก) แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ให้ชื่อว่านางหน่อคำ สุภานุวงศ์


2. อนุวงศ์ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 1940 (ปีมะโรง) ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 (ปีโทสก) (ปีเปิกสก)


3. คำไซ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม 1942 (ปีมะเมีย) ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 2 ปีจัตวาสก (ปีกดสะง้า)


4. ดวงสะหวัด สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 1943 (ปีมะเมีย) แรม 6 ค่ำ เดือน 9 ปีเบญจสก (ปีฮ่วงหมด)


5. ยอดแก้วมณี สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 1946 (ปีจอ) ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ปีอัดถะสก (ปีกาบเส็ด) สามีชื่อสมนึก วงศ์สวัสดี มีบุตรสาวคนเดียวชื่อนางยอดคำมณี สุภานุวงศ์ เกิดวันอังคารที่ 8 กันยายน 1987 ปีเถาะ แรม 1 ค่ำ เดือน 10 ปีนพสก (ปีเปิงเหม้า)


6. เทิดเกียรติ (วิไลทอง) สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 1947 (ปีกุน) แรม 10 ค่ำ เดือน 11 ปีนพสก (ปีรับไค้)


7. เหวียดวัน สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 1950 (ปีขาน) แรม 3 ค่ำ เดือน 3 ปีโทสก (ปีเปิกยี่)


8. สุพาไซ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 1953 ปีมะเส็ง แรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีเบญจสก (ปีฮ้วงไส้)


9. ไมตรี สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 1955 (ปีมะเมีย) ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ปีสับตะสก (ปีก่าหมด)


10. สีนาวา สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 1959 (ปีกุน) แรม 3 ค่ำ เดือน 8 ปีเอกสก (ปีฮบเฮ้า)


หมดจิตหมดใจ


วัน จันทร์ที่ 9 มกราคม 1995 (ปีกุน) ปีสับตะสก (ปีฮับไค้) แรม 5 ค่ำ เดือนยี่ (2) พ.ศ. 2539 เวลา 11.00 น.(ยามพัดลั่น) ประธานสุภานุวงศ์ ได้สิ้นลมที่บ้านพัก บ้านโพนสะอาด เมืองไชยเชษฐา กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ รวมอายุได้ 85 ปี 5 เดือน 9 วัน หรือ 31,184 วัน พรรคและรัฐบาลแห่งสปป.ลาว ได้อาลัยอาวรณ์ และเศร้าสลดใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของประธานสุภานุวงศ์ ตลอด 5 วัน ได้ประกาศให้กองทัพและปวงชนทั้งประเทศ ลดธงชาติลงครึ่งเสา.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?v=qfJdyvMofY0



www.siengserixonlao.com


ນັບຕັ້ງແຕ່ພະບາງມາຢູ່ໃນກຳມືມືຂອ­ງສາງຫນໍ່ຄຳມີແຕ່ຄວາມຈີບຫາຍວາຍວອ­ດໄຟໄຫ້ມມີຫນີ້ມີສີນ(ວັນນາລອນ ທີ່ປາຣີສບອກວ່າຢືມເງີນເຂົາ20ພັນ­ຝັຣ່ງໃຊ້ຍັງບໍ່ທັນຫົມດນະ)ຖານະບໍ­ມີຫຍັງດິຂື້ນ ບໍ່ມີປັນຍາຊີເຣັດເສືອກເອົາໄປໃຫ້­ບັກສູນທະຣາ(ຈົ່ງອາງໄຟ)+ບັກເຂັມພ­ອນ(ວິຣະຊົນ)ເພື່ອໂຄສນາຊວນເຊື່ອຫ­ລອກເອົາເງີນເຂົ້າຖົງຕົນເອງຍັງບໍ­ແລ້ວ ຍັງມີຄວາມແຕກແຍກກັນຢ່າງບໍ່ເຄີຍມ­ີໃນສັງຄົມລາວນອກ ປທ ໂຈໂຈ ມາຜິດນັດ ແອບຊັນ25 ດ່າ ເຈົ້າຂອງພະບາງທີ່ປາຣີສແບບເສັຍຫາ­ຍທີ່ສຸດ ຕອບແດ່ນາງຫນໍ່ຄຳ ພະບາງ ຣັກສາຄວາມເປັນທັມຫຍັງໃຫ້ເຈົ້າລະ­ເດັກນ້ອນຫັວທໍ່ມັກກອກເຂົາຈູດເຜົ­າເຈົ້າທຸກມື້ເດິ

ສາວຫນໍ່ຄຳຫ້ນາຊັ່ວ ບໍ່ຖາມຫາທີ່ມາທີ່ໄປຂອງບັກຈົງອາງ­ໄຟວ່າກ່ອນ75 ມັນເຣັດຫັຍງນອກຈາກທະຫານທິມທັມມະ­ດາແລະທີ່ການາດາເຊີນຣາຊວົງລາວມາມມົງເຣອານປີ1996+99 ບັງຄັບໃຫ້ຊາວລາວແຕ່ລະຄົນຈ່າຍຜູ້­ລະ100ດລ ເພື່ອມາຕ້ອນຮັບເຈົ້າຟ້າຊາຍໂສຣີຍ­າວົງສວ່າງຈາກປາຣີສໂດຍບໍ່ເຣັດລາຍ­ລັບລາຍຈ່າຍຫຍັງຫົມດ ພະບາງມາປັບ ຊີ່ຣວຍຫ້ນາດິບັກນີ້ເສືອກ ປ້ອຍດ່າສະຖາບັນສູງສຸດຂອງລາວເຣົາ­ແບບສັດເດັຍຣະສານວາງເວລາຈຳກັດກັບ­ຣາຊວົງລາວໃຫ້ມາຣັບຣູ້ວ່າພະບາງເປັນຂອງແທ້ແລ້ວພະບາງທີ່ລາວກ່ອນປິ7­5 ແມ່ນຫຍັງກັນແທ້?ຕອບອີ່ຫ່າມືງເພາ­ະມືງຕ້ອງຣັບຜິດຊອບກັບການແກ່ພະອົ­ງກູມາພັວພັນກັບພະບາງປອມມືງ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

สนง.ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ วอนไทยแก้ไข ม.112 กิจกรรมเคลื่อนไหวกรณี "อากง" เกิดต่อเนื่อง 9-10 ธ.ค.

วันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 22:12:12 น. matichon


เว็บไซต์ประชาไทยรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราวินา แชมดาซานิ (Ravina Shamdasani) รักษาการโฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the High Commissioner for Human Rights - OHCHR) ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากมองว่ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออก ของประชาชน


การแถลงดังกล่าวมีเนื้อหาว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรทางการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เป็นกังวลต่อการพิจารณาคดีและการลงโทษที่ร้ายแรงด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเด ชานุภาพที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย และผลกระทบที่สร้างความหวาดกลัวที่มีต่อเสรีภาพในการแสดงออกภายในประเทศ


แชมดาซานิ ระบุว่า บทลงโทษที่ร้ายแรงที่เป็นอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและยังเกินกว่าเหตุ อีกทั้งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายสากลที่ประเทศไทยมีพันธะผูกพันในทางระหว่าง ประเทศด้วย


"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายมาตรา ดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ควรมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้แก่ตำรวจและอัยการ เพื่อยุติการจับกุมและดำเนินคดีบุคคลด้วยกฎหมายดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ และนอกจากบทลงโทษอย่างเกินกว่าเหตุแล้ว เรายังกังวลต่อการคุมขังผู้ต้องหาซึ่งมีระยะเวลานานต่อเนื่องในช่วงก่อนการ ไต่สวนคดีด้วย" ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ กล่าว


เว็บไซต์ประชาไทรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่บริเวณบาทวิถีหน้าศาลอาญา รัชดา ได้มีกลุ่มคนแต่งชุดดำจำนวนกว่า 112 คน นำโดยเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมชื่อ "เราคืออากง" โดยมีจุดเริ่มต้นจากกรณีนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) วัย 61 ปี โดนพิพากษาจำคุก 20 ปี จาก "คดีอากง SMS"


ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะมีการจัดกิจกรรม "อภยยาตรา" โดยผู้เข้าร่วมจะเดินรณรงค์กรณีคดีอากง, นักโทษการเมือง และนักโทษ ม.112 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสี่แยกราชประสงค์

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ทูตสหรัฐ" ทวีตแจงกรณีไทยจำคุก "โจ กอร์ดอน" คดีหมิ่นสถาบันวันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:30:00 น. ມະຕີຊົນ

ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย พูดคุยตอบคำถามประชาชนและผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว (@KristyKenny) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยนางเคนนีย์ ชี้แจงถึงท่าทีของสถานทูตสหรัฐต่อการตัดสินจำคุก 2 ปี นายโจ กอร์ดอน บุคคลเชื้อชาติไทย สัญชาติสหรัฐ ในข้อหาแปลหนังสือต้องห้ามเผยแพร่ในบล็อก ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของไทยว่า


สหรัฐมีความกังวลใจเนื่องจากการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐานสากลว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก พร้อมยืนยันว่าทางการสหรัฐมีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอย่างหาที่สุดมิได้ แต่สหรัฐสนับสนุนการมีสิทธิทางความคิดและเสรีภาพในการแสดงออกทั่วโลก ซึ่งทางสถานทูตสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือนายกอร์ดอน โดยจะเดินทางไปเข้าเยี่ยมและนำเรื่องนี้เข้าหารือกับทางการไทย พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ชาวสหรัฐทั้งที่จะเดินทางมาและกำลังพำนักอยู่ในไทยได้อ่านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและกฎหมายเบื้องต้นของไทยทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้วย (http://travel.state.gov/travel/cis_pa_tw/cis/cis_1040.html#criminal_penalties) เนื่องจากแม้จะมีสัญชาติสหรัฐ แต่หากอยู่ในไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของไทย


นางเคนนีย์ ยืนยันว่า สหรัฐยังคงจุดยืนที่ต้องการจะเพิ่มพูนความสัมพันธ์ ความร่วมมือและการค้ากับประเทศในภูมิภาคนี้ ขณะที่สหรัฐจะให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการฟื้นฟูจากอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ด้วย พร้อม



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ້າຍສັປດາມີເວລາວ່າງ ໆ ພາກັນເຂົ້າມາຟັງ


www.siengserixonlao.com

ວີທຍຸແຫ່ງດຽວຂອງໂລກ ທີ່ເປິດໂສມຫ້ນາ ພວກຊື້ນສະຕີ ເອົາພະບາງມາຫາກິນ ໂດຍຜ່ານ ພັນທົກລາວບອນຂອງບັກຫມາຈົ່ງອາງໄຟ ອະດິດ ທະຫານທີມ

ໃນ ສປປລ ພີ່ນ້ອງເຣົາ ມີ ປທປທ ປໍສາມ ມີ ນຍ ປ ສີ່

ແຕ່ໃນຕ່າງແດນ

ທະຫານທີມ ຄື ບັກ ສູນທະຣາ ໄມ່ຕຣີວົງ(ຈົງອາງໄຟ) ຖືກ ບັກ ດຣ 5 ສະຖາບັນ ວິຣະຊົນ(ເຂັມທອງ) ນັກຕົ້ມນັກຖູນ ຕັວຍົງຈາກ ອມຣກ ຊູ ເປັນຜູ້ນຳການເມຶອງເຫັມນໆ ສ້າງພັນທົກລາວນອກຂື້ນເພື່ອຮຽກຮ້ອງການຊ່ວຍເຫລືອຈາກ ນີຄົມຊາວລາວໃນຕ່າງ ປທ
ທີ່ ຜ່ານມາ ເອົາ ດຣ ບຸນທອນ ມາ ໃນລາຍການ ມັນກະດ່າ
ເອົາບັກສເມີມູນທະລາຍ ຫັວຫ້ນາແກ້ງ 21 ອົງການ ມັນກະປ້ອຍ
ເອົາຣາຊວົງລາວ ໄປ ການາດາ ສອງເທື່ອ ຫລັງຈາກຫລອກເອົາເງີນນຳຄົນລາວໃນ ປທ ນິ້ ແລ້ວ ຜູ້ ນື່ງ100 ດລ ກະເສຶອກ ລາກ ເອົາຣາຊວົງລາວ ມາໃຫ້ເປັນເຄື່ອງມືເພື່ອບັງຄັບໃຫ້ ສະບັນຊາດຂອງພວກເຣົາຮັບຮູ້ ພະບາງ ຂອງ ອີ່ຫ່ານຳຄຳ ສຸວັນນະວົງ ຢ່າງບ້າສຸດຂີດ ອີກ

ມັນແມ່ນຫ້ນາທີ່ຂອງມືງເອງ ທີ່ ຈະສ້າງຄວາມເຊື່ອຖື ຈາກສັງຄົມລາວນອກ
ອີ່ຄວາຍ
ບັກສັດເດັຍຣະສານນາຣົກ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ້າສັປດາມີເວລາວ່າງ ພາກັນເຂົ້າມາຟັງ


www.siengserixonlao.com

ວີທຍຸແຫ່ງດຽວຂອງໂລກ ທີ່ເປິດໂສມຫ້ນາ ພວກຊື້ນສະຕີ ເອົາພະບາງມາຫາກິນ ໂດຍຜ່ານ ພັນທົກລາວບອກ ຂອງບັກຫມາຈົ່ງອາງໄຟ ອະດິດ ທະຫານທະມ

ໃນ ສປປລ ພີ່ນ້ອງເຣົາ ມີ ປທປທ ປໍສາມ ມີ ນຍ ປ ສີ່

ແຕ່ໃນຕ່າງແດນ

ທະຫານທີມ ຄື ບັກ ສູນທະຣາ ໄມ່ຕຣີວົງ(ຈົງອາງໄຟ) ຖືກ ບັກ ດຣ 5 ສະຖາບັນ ວິຣະຊົນ(ເຂັມທອງ) ນັກຕົ້ມນັກຖູນ ຕັວຍົງຈາກ ອມຣກ ຊູ ເປັນຜູ້ນຳການເມຶອງເຫັມນໆ ສ້າງພັນທົກລາວນອກຂື້ນເພື່ອຮຽກຮ້ອງການຊ່ວຍເຫລືອຈາກ ນີຄົມຊາວລາວໃນຕ່າງ ປທ
ທີ່ ຜ່ານມາ ເອົາ ດຣ ບຸນທອນ ມັນກະດ່າ
ເອົາບັກສເມີມູນທະລາຍ ຫັວຫ້ນາແກ້ງ 21 ອົງການ ມັນກະປ້ອຍ
ເອົາຣາຊວົງລາວ ໄປ ການາດາ ສອງເທື່ອ ຫລັງຈາຫຫລອກເອົາເງີນນຳຄົນລາວໃນ ປທ ນິ້ ແລ້ວ ຜູ້ ນື່ງ100 ດລ ກະເສຶອກ ລາກ ເອົາຣາຊວົງລາວ ມາໃຫ້ເປັນເຄື່ອງມືເພື່ອບັງຄັບໃຫ້ ສະບັນຊາດຂອງພວກເຣົາຮັບຮູ້ ພະບາງ ຂອງ ອີ່ຫ່ານຳຄຳ ສຸວັນນະວົງ ຢ່າງບ້າສຸດຂີດ


__________________
Anonymous

Date:
  
 



การขออภัยโทษทักษิณจะเป็นการหักหลังเสื้อแดงที่ติดคุก



มีข่าวลือออกมาทางสื่อต่างๆ ว่ารัฐบาลกำลังจะขอให้นายภูมิพลอภัยโทษนักโทษต่างๆ โดยระบุหลักเกณฑ์ของนักโทษที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว คือเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และอาจไม่เคยติดคุกก็ได้ ซึ่งในรูปธรรมเป็นการขอให้อภัยโทษทักษิณ แต่สำหรับเสื้อแดงที่ติดคุกคดี 112 หรือคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเผาศาลากลางฯลฯ จะไม่ขออภัยโทษเลย จะปล่อยให้ติดคุกต่อ ซึ่งเป็นการหักหลังเสื้อแดงในคุกและหักหลังวีรชน



เมื่อเดือนที่แล้ว เวลาพวกเราย้ำว่ารัฐบาลควรเร่งปล่อยนักโทษเสื้อแดงทันทีรวมถึงนักโทษ 112 ก็จะมีเสื้อแดงบอกว่า “ใจเย็นๆต้องรอให้น้ำหายท่วมก่อน... รัฐบาลยุ่งอยู่” เราก็ไม่เคยเชื่อ... เสร็จแล้วก็ปรากฏว่าทั้งๆ ที่น้ำยังท่วมอยู่รัฐบาลก็สามารถเริ่มกระบวนการขออภัยโทษทักษิณได้ ซึ่งพิสูจน์ว่าพวกที่จะให้เรารอไร้สาระและเหตุผลในข้อถกเถียงโดยสิ้นเชิง และการตั้งเงื่อนไขเพื่ออภัยโทษทักษิณโดยไม่ปล่อยเสื้อแดงและนักโทษ 112 เป็นการเลือกปฏิบัติที่ชัดเจน เพราะเขามองว่ารัฐบาลทำอะไรก็ได้เสื้อแดงก็จะยอม ไม่ว่าจะหักหลังกันแค่ไหน



ความโง่เขลาของ เฉลิม อยู่บำรุง คือถ้าเขาจะขอให้อภัยโทษทักษิณคนเดียวและปล่อยให้เสื้อแดงติดคุกต่อ รวมถึงนักโทษ 112 ...เขาจะทำให้รัฐบาลถูกโจมตีโดยสลิ่มและอำมาตย์ง่ายขึ้นว่า “ทำเพื่อคนเดียว” และพร้อมกันนั้นจะทำลายจิตใจคนเสื้อแดงจนทำให้เสื้อเบื่อรัฐบาลนี้ ... แต่จะไปหวังอะไรจากคนอย่างเฉลิมที่ไม่เคยสู้ร่วมกับเสื้อแดงและเพียงแต่เป็นนักการเมืองโจรแบบเก่า



ข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์สง่างามกว่าการขอให้กษัตริย์อภัยโทษทักษิณหลายร้อยเท่า เพราะทำให้ผลพวงรัฐประหารเป็นสูญ ยกเลิกคดีต่างๆ ที่เป็นผลพวงของเผด็จการทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ทักษิณขึ้นศาลใหม่อีกครั้งและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง โจมตียาก และยึดติดกับหลักการณ์ประชาธิปไตย



จริงๆ แล้วเราไม่ควรขอให้นายภูมิพลทำอะไรเลยนอกจากนอนพัก เพราะในเมื่อเขาไม่เคยมาจากการเลือกตั้ง เขาไม่ควรมีอำนาจในการอภัยโทษ และจริงๆ แล้วเราไม่ต้องขออภัยโทษให้ใคร เพราะเสื้อแดงไม่ได้ทำความผิด ยิ่งกว่านั้นเราอยากนำอภิสิทธิ์ อนุพงษ์ ประยุทธ์ และสุเทพ มาขึ้นศาลในฐานะที่ฆ่าประชาชน



ใจ อึ๊งภากรณ์



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ່ານ ທັງຫລາຍ ທີ່ເຄົາຣົບ ແລະ ນັບຖື,


ວັນ​ທີ່ຄົນລາວຢາກ​ຮູ້ ແລະ ວັນທີ່ຄົນລາວ ​ຢາກ​ເຫັນ ຄື ວັນທີ່ ຣຖບ ສປປລ ສິ້ນສຸດ ອຳນາດຜະເດັດການໃນລາວ.

ກ່ອນຈະເປັນປະການເຊັ່ນນີ້ ຕ້ອງແມ່ນ ຄົນລາວເປັນຜູ້ກະທຳເອງ.


ບໍ່ຕ່າງຫັຽງກັບ ການທຳລາຍ ຮູບປັ້ນ ເລນີນ ກໍແມ່ນຄົນຣັດເຊັຽເອງ.
ການທຳລາຍ ກຳແພງ ເບີລີນ ກໍແມ່ນຄົນ ເຢີຣະມັນເອງ.
ການທຳລາຍ ຮູບປັ້ນ ຊັດດາມ ກໍແມ່ນຄົນ ອີຣັກເອງ.
ການທຳລາຍ ອຳນາດຜະເດັດການ ກາດາຟີ ກໍແມ່ນຄົນ ລີເບັຽເອງ.



ການປ່ຽນຣະບອບຜະເດັດການໃນລາວ ກໍຈະແມ່ນ ຄົນລາວເອງຄືກັນ.


ມິຕພາບ
ອາຕ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เสั้นทางการเมืองไทยคือ:เผด็จการ,คอร์รับชั่น,แย่งชิงกันเป็นไหญ่,ฃ่ากัน,โกหกหลอกลวง,หวาดระแวงสงสัยซื่งกันและกัน,เจ้าพ่อมาเฟีย ไช้ระบบการปกครอง
"ประชาธิปไตย"หลอกลวงประชาชนบังหน้า,ปิดหู,อัดตา สำหรับไห้คนขาดการศึกษา"กบในกลา-คนราคหญ้า-คนเสื้อแดง"เท่านั้นเอง นี้คือความจริงของการ
เมืองไทยสยามประเทศ นับตั้งแต่ตั้งกรุงเทพพระมหานคร จนถึงปัจจุบันนี้...ประเทศสยามประเทศเป็นประเทศท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก เพราะเ็ป็นประเทศ
ที่มีโสเภณีมากที่สุดของโลก เอาไว้บริการแขกนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก นี้คือ"สยามเมืองยิ้ม"ในเอเซียน...

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Subject: ຂ່າວ ກ່ຽວ​ກັບ​ວຽດນາມ​ໄດ້​ຍຶດ​ເອົາ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ ( ​ແຕ່ຍັງ​ບໍ່​ມີຂ່າວ ​ເພີ່ມ​ເຕີມ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ແທ້​ຫລື​ບໍ ?


ທ່ານ ພີ່ນ້ອງ​ລາວ​ທີ່​ນັບຖື,


ຂ່າວບໍ່​ດີ ສຳລັບ ລາວ​ໃນ ​ແລະ ລາວ​ນອກ ກ່ຽວ​ກັບ​ວຽດນາມ​ໄດ້​ຍຶດ​ເອົາ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ ( ​ແຕ່ຍັງ​ບໍ່​ມີຂ່າວ ​ເພີ່ມ​ເຕີມ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ແທ້​ຫລື​ບໍ ?



​​ໄດ້​ມີ​ຂ່າວ​ທາງ​ໃນ​ແຈ້ງ​ອອກ​ມາ​ເຜີຍ​ໃຫ້ລາວ​ນອກ​ໄດ້​ຊາບ​ວ່າ ກອງທັບວຽດນາມ​​ໃນລາວໄດ້ປົດ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ.
​ແຕ່​ຂ່າວ​ດັ່ງກ່າວ​ນັ້ນ ຍັງ​ບໍ່​ທັນ​ມີ​ຄົນ​ຢັ້ງຢືນ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ຫລື​ບໍ່?
ຂໍ​ໃຫ້​ອົງການຯ ​ເມືອງ​ລາວ​ນອກ​ຊ່ວຍ​ຕິດ​ຕາມ​ເບິ່ງ​ວ່າ​ເປັນ​ແນວ​ໃດ​ແທ້.


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ​.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ความสัมพันธ์ไทย - ลาว ปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔

ความสัมพันธ์ไทย - ลาวในปัจจุบันดำเนินไปอย่างราบรื่นใกล้ชิดบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและ กันและผลประโยชน์ร่วมกัน และมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเกื้อกูล ได้แก่ ความใกล้ชิดทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม นอกจากนี้ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถือเป็นวันครบรอบ ๖๐ ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ได้รับการสถาปนาเมื่อปี ๒๔๙๓ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อฉลองสัมพันธไมตรีที่ได้ดำเนินมา ด้วยความราบรื่นอีกโอกาสหนึ่ง
๑. ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง
ด้านการเมือง กลไกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและลาวมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission : JC) ไทย - ลาว ครั้งที่ ๑๖ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ หรือการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ ๘ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ - ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เยือน สปป.ลาว เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการอเนกประสงค์น้ำเทิน ๒ ที่แขวงคำม่วน นอกจากนี้ ไทยและลาวยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในกรอบพหุภาคี และสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ด้านการทหาร กอง ทัพไทย - ลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น ภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานร่วม และมีความร่วมมือทางวิชาการทหารและแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเยือนลาวของผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ เมษายน ๒๕๕๔
การแก้ไขปัญหาบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อความสัมพันธ์ไทย - ลาว หรือ “คนบ่ดี” ความ คืบหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การส่งชาวม้งลาวกลับประเทศได้สำเร็จเมื่อปี ๒๕๕๒ ทั้งนี้ ทางการไทยได้ยืนยันกับฝ่ายลาวในทุกโอกาสว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ ยินยอมให้กลุ่มหรือบุคคลใดใช้ดินแดนไทยเป็นฐานหรือทางผ่านเข้าไปก่อความไม่ สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ນັບຖືຢ່າງສູງທຸກໆທ່ານ.
ຄໍາເວົ້າຂອງທ່ານກອງປະກັນກັບຄວາມເວົ້າຂອງນາງສາວຍິ່ງລັກຊິນນະວັຕນາຍົກຣັຖມົນຕຣີຂອງໄທຍ໌ມັນຄືມາແຕກຕ່າງກັນ
ປານຟ້າກັບດິນແທ້...ນາງສາວຍິ່ງລັກລາວເວົ້າວ່າປະຊາຄົມອາຊຽນຍັງມີຄວາມໜັກໃຈກັບບັນຫາຂອງສະມາຊິກຢູ່ໃນກຸ່ມອາຊຽນ
ໂດຍສະເພາະແມ່ນປະເທດສປປລທີ່ຍັງຫຼ້າຫຼັງແລະກໍຍັງດ້ອຍການພັທນາເກືອບທຸກຮອບດ້ານ...ການສຶກສາ,ເສດຖະກິດ,ການເມືອງ
ການປົກຄອງ,ສາທາຣະນະສຸກແລະອື່ນໆ...ຜຂ ເປັນຄົນຄວາມຮູ້ນ້ອຍ ຊິຂໍຖາມທ່ານນັກປຣາດ,ສາສຕຣາຈານ,ອາຈານນັກຮຽນຮູ້
ປັນຍາຊົນທັງຫຼາຍແດ່ວ່າ... ການປະຕິວັດຊາຕປະຕິວັດສັງຄົມຈາກສະຫະຊີພປະຖົມບູຮານ, ມາເປັນຂ້າທາສ,ມາເປັນສັກດີນາ,ມາເປັນ
ນາຍທຶນ ສຸດທ້າຍມາເປັນສັງຄົມນິຍົມ.ສປປລ ເປັນປະເທດອັນດັບສຸດທ້າຍຂອງໂລກໃນການປະຕິວັດກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມ...ບັນດາ
ປະເທດສັງຄົມນິຍົມທັງຫຼາຍໃນໂລກນີ້ທີ່ພາກັນປະຕິວັດກັນມາມີ14ປະເທດໃນເມື່ອກ່ອນ,ລາວເປັນປະເທດສຸດທ້າຍ...(ສຸດທ້າຍຕລອດ
ເຮັດຫຍັງກໍມີແຕ່ສຸດທ້າຍໝູ່)ຈາກ14ປະເທດ ດຽວນີ້ຍັງເຫຼືອຢູ່ຈັກປະເທດ?Cuba,Nth Korea,China,Vietnam,Laos ....ນອກນັ້ນໄປໃສ?
ລາວຊິສ້າງສາພັທນາປະເທດກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມ ວ່າຊັ້ນ...ລອງຍົກຕົວຢ່າງປະເທດໃດປະເທດນື່ງໃນໂລກນີ້ທີ່ປົກຄອງກັນດ້ວຍລະບອບ
ສັງຄົມນິຍົມມາໃຫ້ເບີ່ງແດ່ໄດ້ບໍ່? ວ່າເຂົາປົກຄອງກັນແບບໃດ?ຊີວິດການເປັນຢູ່ຂອງປະຊາຊົນເຂົາພາຍໃຕ້ການປົກຄອງແບບສັງຄົມນິຍົມ
ມີຈຸດເດ່ນໂດຍບໍ່ມີປະເທດໃດໃນໂລກນີ້ທຽບທັນໄດ້.ກະຣຸນາຍົກຕົວຢ່າງ!!!! ຖ້າເຫັນພ້ອມຈະຍຸຕິທໍາການຕໍ່ສູ້ .ແລ້ວຈະຄານຄວາຍໄປແບກ
ໄຖຊ່ວຍພັກລັດສ້າງຊາຕກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມຢ່າງບໍ່ຢຸດຢັ້ງ.ເວລາຍົກຕົວຢ່າງຕ້ອງຍົກຕົວຢ່າງປະເທດທີ່ມີການປົກຄອງແບບມີພັກການເມືອງ
ດຽວເດີ້ !ຖ້າຍົກຕົວຢ່າງປະເທດທີ່ປົກຄອງແບບມີຫຼາຍພັກການເມືອງຢ່າວ່າບໍ່ບອກ ຖືກອັດຄືນໃດ໊ ! ...ເຮີ້ ...
ມາຄືອວດດີອວດເດ່ນແທ້ຫວາ...ເວົ້າອອກມາພໍປານຄົນອື່ນເຂົາໂງ່ເໝືອນໂຕ...ຄົນອື່ນເຂົາບໍ່ແມ່ນຄົນປ່າປັນຍາປຶກໃດ໊.ກອ່ນຊິເວົ້າເຮົາຕ້ອງ
ຄິດຄັກໆ ,ຄົນທີ່ຢູ່ໃນ Forum ນີ້ມີອາດີດນັກຮຽນຮູ້ຫຼາຍຄົນໃດ໊ !ເຮົາຊິໄປຕີຕົວສເມີທ່ານນັ້ນ...ຂໍຮອ້ງຢ່າໃຊ້ນິສັຍແບບແນວລາວຂາຍຊາຕ
...ແມ່ນ...ບໍ່ປະຕິເສດ ເວທີນີ້ແມ່ນເວທີປະຊາທິປະໄຕ..ທຸກຄົນມີສິດສແດງຄວາມຄິດເຫັນ..ຢ່າໃຊ້ນິສັຍແບບພວກຂາຍຊາຕ...ເວົ້ານໍາໃຜ
ເອີ້ນສະຫາຍໝົດ .ຄໍາໄຕ,ໄກສອນ,ໜູຮັກ,ພູມີ,ສີສວາດ ເອີ້ນ ຜຂ ຍາມໃດກໍສະຫາຍ..ໆ...ຜຂ ຮັບບໍ່ໄດ້ ..ຄໍາວ່າສະຫາຍແມ່ນຄວາມເວົ້າ
ຂອງພີ່ນ້ອງລາວສູງ.. ຖ້າພີ່ນອ້ງລາວລຸ່ມສະຫາຍແປວ່າສ່ຽວ !ພວກຜູ້ນໍາພັກລັດເອີ້ນ ຜຂ ສະຫາຍ ຜຂບໍ່ມັກແທ້ໆ ...
ຜຂ ບໍ່ມີສ່ຽວຊົ່ວໆ ໝາໆ ຂາຍຊາຕແບບນັ້ນຊິບອກໃຫ້ !!! ບໍ່ຮັບເປັນສ່ຽວກັບພວກນີ້,ດຽວໆ ຄົນທັງຫຼາຍຈະຫາວ່າເປັນພວກດຽວກັນ.


ຮັກແພງສາມັກຄີທຸກໆທ່ານ .


ສ . ດວງມາລາ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เปิดคำฟ้องฟันเหยื่อ112 **ดอกอ้อริมโขง**


http://thaienews.blogspot.com/


คำวินิจฉัยความผิด นายสุรภักดิ์(ขอสงวนนามสกุล) **ดอกอ้อริมโขง**

" อนึ่ง จำเลยเป็นคนไทย อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาติบ้านเมือง และพสกนิกร จำเลยนอกจากไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรเสมอมาแล้ว ยังบังอาจแสดงความอาฆาตมาดร้าย มุ่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ประชาชนชาวไทยไม่อาจยอมรับได้ พฤติการณ์ของจำเลยไม่มีเหตุอันควรปราณีไม่ว่าในทางใด สมควรได้รับโทษสถานหนัก "

ใช้ตรรกะ แบบไม่รักกู..ห้ามอยู่ในประเทศนี้..


มื่อ 29 พฤศจิกายน 2554, 14:06, nut sakuldee เขียนว่า:


บรรพต 61 นายกสมัคร เสธแดง และอากง โดยสลัดตาเดียว


http://www.mediafire.com/?eqij37acd7jx5o0

http://www.4shared.com/audio/uq0TSzUm/Banpodj61.html


ครอบครัว..ปอบ
http://upic.me/i/ef/lsuck.png


__________________
Anonymous

Date:
  
 

จดหมายเปิดผนึกจาก ใจ อึ๊งภากรณ์

ข้อเสนอเพื่อสร้างจุดยืนร่วมของ “แดงก้าวหน้า”

ท่ามกลางการหักหลังวีรชนเสื้อแดงโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยด้วยการปรองดองยอมจำนนต่อทหารและอำมาตย์ และท่ามกลางการรุกสู้ของฝ่ายสลิ่ม ประชาธิปัตย์ทหาร และอำมาตย์ ด้วยการใช้กฏหมาย 112 การใช้องค์กรกกต. หรือการกดดันข่มขู่ต่างๆนาๆ “เสื้อแดงก้าวหน้า” จะต้องไม่นิ่งเฉย เพราะแกนนำ นปช. นิ่งเฉยมานานเกินไปแล้ว เราต้องรวมตัวกันเคลื่อนไหวในขั้นตอนต่อไป เหมือนกับที่เพื่อนๆ เราสู้ต่อไปกับเผด็จการทหารในอียิปต์ ผมจึงขอเสนอจุดยืนร่วมที่เราน่าจะนำมาพิจารณา เพื่อก่อตั้งเครือข่ายกลุ่ม “เสื้อแดงก้าวหน้า” ในชุมชนต่างๆ และเพื่อประสานการเคลื่อนไหวดังนี้

1. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยนี้ไม่ใช่รัฐบาลของเรา ทั้งๆ ที่เราเคยทุ่มเทคะแนนเสียงให้เพื่อตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว เราขอประกาศว่าเราพร้อมที่จะต่อต้านรัฐบาลนี้อย่างถึงที่สุดในกรณีที่รัฐบาลไม่ทำตามผลประโยชน์ของเสื้อแดงที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย

2. ในการต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทย เราจะไม่เปิดทางให้สลิ่ม ประชาธิปัตย์และทหารได้ประโยชน์แต่อย่างใด เพราะเราจะเคลื่อนไหวต่อต้านฝ่ายเผด็จการเสมอ และถ้าทหารหรือฝ่ายอำมาตย์ออกมาขู่รัฐบาล เราพร้อมจะปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่เราจะไม่เป็นกองเชียร์ให้เพื่อไทย

3. “เสื้อแดงก้าวหน้า”มีเป้าหมายร่วมคือ การสร้างประชาธิปไตยแท้ที่ไม่มีอำนาจนอกระบบมาแทรกแซง เราคัดค้านอิทธิพลของทหารและต้องการลดงบประมาณทหาร เราเรียกร้องให้ยกเลิกกฏหมาย 112 ซึ่งปฏิรูปไม่ได้ เราเรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงและนักโทษ 112 ทันที และเราต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ประยุทธ์ อนุพงษ์ และสุเทพ ถูกนำมาขึ้นศาลในฐานะที่สั่งฆ่าประชาชน

4. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ต้องการให้มีการริเริ่มโครงการขนาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูชีวิตและการทำงานของประชาชนหลังน้ำท่วม โดยการตัดงบประมาณทหารและงบประมาณพิธีกรรม รวมถึงการเก็บภาษีในอัตราสูงจากคนรวยทุกคนอีกด้วย ในขณะเดียวกันควรมีการเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการในประเทศไทย แทนที่จะช่วยแต่ฝ่ายนายทุน

5. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ขอสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และพร้อมจะเคลื่อนไหวสนับสนุน

6. “เสื้อแดงก้าวหน้า” เข้าใจความสำคัญของขบวนการแรงงานในการเป็นพลังต่อรองเพื่อประชาธิปไตย และเรามุ่งมั่นที่จะเคลื่อนไหวร่วมกับนักสหภาพแรงงานก้าวหน้าในประเทศไทย



ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้จารึกในหิน และไม่ได้เป็นการสั่งลงมาจากผู้ที่แอบอ้างว่าเป็น “ผู้รู้” แต่เป็นการจุดประกายเพื่อนำมาพูดคุยถกเถียงกันในกลุ่มต่างๆ ของชาวเสื้อแดง เพื่อสร้างเครือข่ายและประสานการต่อสู้ในรอบต่อไป โดยที่แต่ละกลุ่มควรจะเลือกผู้นำของตนเองและร่วมกันนำตนเองภายใต้จุดยืนร่วมกันที่ตกลงกันไว้



ในการเคลื่อนไหวต่อสู้ เราไม่สามารถพึงพอใจกับการอ่านหรือเขียนบทความในอินเตอร์เน็ด แต่ต้องมีการจัดตั้งจริงในโลกจริง



อนาคตของประชาธิปไตยและความเสมอภาคในประเทศไทยอยู่ในมือของท่าน ไม่มีใครอื่นทำแทนได้



ประชาชนจงเจริญ



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

อุตสาหกรรมเหมืองแร่ในลาวเริ่มพ่นพิษ





คำ พัน พมมะทัด เจ้าแขวงเซกอง ได้แถลงยอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่าแม่น้ำเซกองได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา ต่างๆ อย่างหนักหน่วงในเวลานี้ เนื่องจากว่าโครงการพัฒนาที่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่นั้นได้ พากันปล่อยสิ่งเศษเหลือต่างๆ ลงสู่แม่น้ำแล้วก่อให้เกิดปัญหามลภาวะในแม่น้ำและได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ลาวทั้งในแขวงเซกองและแขวงใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ปรากฏว่าทางการลาวได้อนุญาตสัมปทานการขุดค้นและร่อนหาแร่ทองคำในแนว แม่น้ำเซกองมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ก็ยังได้เป็นผลทำให้เกิด การขุ่นของน้ำและกลายเป็นปัญหามลภาวะในตลอดสายน้ำอีกด้วย ดังที่เจ้าแขวงเซกอง ได้ให้การชี้แจงถึงสภาวะที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างชัดถ่อยชัดคำในตอนหนึ่ง ว่า
ในนั่นมันก็มีบรรดาโครงการแนวนี่ โครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3 อยู่เมืองดากจึง กับโครง การเขื่อนเซกะหมาน 1 อยู่แขวงอัตตะปืออีกก็มีการเคลื่อนไหว ของว่าเฮ็ดใส่น้ำเด้ มันก็ต้องได้เจาะทางระบายน้ำ มันต้องได้เจาะได้จกได้ระเบิดอีหยังต่างๆ แล้วทั้งหมดนี่มันก็ได้เป็นผลที่สะท้อนที่ตกใส่น้ำ พร้อมกันนั้น การเฮ็ดทางเดี๋ยวนี้อยู่เบื้องลาวก็ได้เฮ็ดทางไปชายแดนติดกับเวียดนาม ส่วนอยู่เบื้องเวียดนามก็มีการเฮ็ดทางเช่นเดียวกัน มันก็ต้องมีการจกการระเบิด ต้องได้ดุดดินออก ทั้งหมดนี้ก็เฮ็ดให้ดินปิ้นขึ้นมา นอกจากนี้อีก ทางรัฐบาลก็ได้อนุญาตให้มีการขุดค้นคำ ก็เฮ็ดใส่น้ำหั่นแหละ
โดยสภาพการณ์อย่างเดียวกันนี้มิได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะในเขตแขวงเซกองเท่า นั้น หากแต่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาลลาวนั้นไม่ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างจริงจัง โดยถ้าหากว่าพิจารณาจากรายงานของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของลาว ซึ่งได้ระบุว่าการละเมิดกฎหมายและข้อตกลงหรือสัญญาต่างๆ ในตลอดปี 2009 ที่ผ่านมานั้นยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งจะเห็นได้จากการฟ้องร้องเป็นคดีความต่างๆ ต่อศาลประชาชนลาวในปีที่ผ่านมานั้นมีมากกว่า 8,000 คดี
ยิ่งไปกว่านั้น ผลที่ได้รับจากการสืบสวนสอบสวนในทางลับตามการร้องเรียนของประชาชนลาวในท้อง ถิ่นต่างๆ ก็ยังทำให้รู้ด้วยว่าได้มีการละเมิดกฎหมายและข้อตกลงในสัญญาลงทุนต่างๆ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การละเมิดสัญญาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการขุดค้นแร่ธาตุนั้นยังได้ส่งผลกระทบ ต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติของลาวอย่างกว้างขวางอีกด้วย
ทั้งนี้โดยนอกจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในแขวงเซกองและแขวงข้างเคียงแล้วก็ ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขุดค้นแร่ทองคำในเขตแขวงเซียงขวาง การขุดค้นแร่เหล็ก และการก่อสร้างโรงงานหลอมแร่เหล็ก ทองแดง ดีบุก สังกะสี และแร่โปรแตสในแขวงเวียงจันทน์ ที่กำลังเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนลาวในท้องถิ่นนั้นๆ อย่างกว้างขวาง
โดยในปัจจุบันนี้ ทางการลาวได้อนุมัติให้บริษัทเอกชนลาวและต่างประเทศจำนวน 154 รายดำเนินการสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุในทั่วประเทศลาวจำนวนรวมกันถึง 268 โครงการและเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมดเหล่านี้ก็เป็นการอนุมัติให้ กับบริษัทจากต่างประเทศถึง 118 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือบรรดาบริษัทจากจีนและเวียดนามเป็นหลัก
ยิ่งไปกว่านั้น จากรายงานของกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาวเองยังได้ระบุด้วยว่าในจำนวนโครง การทั้งหมดที่ได้อนุมัติสัมปทานให้กับบริษัทเอกชนไปแล้วนั้นก็มีเพียง 49 โครงการเท่านั้นที่ได้ทำการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุต่างๆออกสู่ตลาดทั้งในและ ต่างประเทศแล้ว
ส่วนอีก 219 โครงการที่เหลือนั้นยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสำรวจและจัดทำบทวิพากษ์ เศรษฐกิจเพื่อเสนอขออนุมัติสัมปทานในขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลลาวอย่างเป็นทาง การต่อไป ซึ่งในที่นี้รวมถึงโครงการสำรวจน้ำมันและแก็สธรรมชาติในแขวงสะหวันนะเขตและ สาระวัน กับโครงการขุดค้นแร่บ็อกไซด์และการก่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่อลูมิเนี่ยมที่ แขวงสาระวัน จำปาสักและอัตตะปือในภาคใต้ของลาวด้วย

ซึ่งก็ทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของลาวในปัจจุบันนี้มีส่วนประกอบที่มา จากการส่งออกแร่ธาตุต่างๆไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แร่ทองคำและทองแดงนั้นถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่มีมูลค่าการส่งออก เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาแล้ว และสำหรับในตลอดปี 2010 นี้ทางการลาวยังเชื่อมั่นด้วยว่ารายได้จากการส่งออกแร่ทองคำและทองแดงนั้นจะ ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก กว่า 38% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าได้รับผลดีจาก 2 เงื่อนไขที่สำคัญด้วยกัน กล่าวคือการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำและทองแดงในตลาดโลก และการที่บรรดาบริษัทผู้ลงทุนในการขุดค้นแร่ธาตุในลาวนั้นต่างก็ได้พากันวาง เป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตจากการขุดค้นแร่ธาตุต่างๆ ให้ได้มากขึ้นกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมานั่นเอง
พร้อมกันนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขและลดปัญหาความยากจนของประชาชนลาวให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ด้วยนั้น รัฐบาลลาวยังได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ให้เข้ามาในภาคอุตสาหกรรมขุดค้นแร่ธาตุนี้ให้มากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งอีก ด้วย
โดยการลงทุนของต่างชาติในการขุดค้นแร่ธาตุที่ถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่สุดในลาวและก็ได้ส่งออกแร่ธาตุไปต่างประเทศแล้วนั้น ก็คือการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงที่เมืองเซโปน และวีละบุลีในแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งนับจากปี 2003 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่ากลุ่มผู้ลงทุนในโครงการดังกล่าวนี้ (เดิมก็คือกลุ่ม Oxiana Resources จากออสเตรเลีย แต่ในปัจจุบันนี้กลุ่ม MMG จากจีนได้เข้าควบคุมกิจการทั้งหมดแล้ว) ได้ชำระพันธะภาษีอากรต่างๆ ให้กับทางการลาวไปแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมเกินกว่า 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่ได้เริ่มส่งออกแร่ทองคำและทองแดงไปต่างประเทศนับ จากปี 2009 เป็นต้นมาแล้วนั้น ก็คือการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงบนเขตภูเบี้ยในแขวงเวียงจันทน์และแขวงเซียง ขวางในภาคเหนือตอนล่างของลาว ซึ่งก็ทำให้รัฐบาลลาวมีรายรับจากค่าสัมปทานและภาษีต่างๆเพิ่มขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีบรรดาบริษัทต่างชาติอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังดำเนินการสำรวจและก็ขุด ค้นหาแหล่งแร่ธาตุต่างๆอยู่ในลาวอย่างกว้างขวางในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการขุดค้นแร่บ็อกไซด์และโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตโลหะอลูมิเนียมในเขต แขวงจำปาสัก สาระวันและเซกอง ซึ่งกำหนดที่จะเริ่มการขุดค้นและผลิตแร่ธาตุดังกล่าวภายในปี 2012 และปี 2015 ตามลำดับนั้น ก็ยังจะทำให้รัฐบาลลาวมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากว่าทั้งสองโครงการดังกล่าวจะต้องใช้เงินลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวมกัน มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง
นอกจากนี้ ก็มีโครงการขุดค้นแร่เหล็กอยู่ในแขวงเซียงขวาง โครงการขุดค้นและก่อสร้างโรงงานหลอมเหล็กกล้าในเขตเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่ดีบุกในแขวงคำม่วน โครงการขุดค้นแร่สังกะสีในเขตเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่โปแตสเซียมในแขวงเวียงจันทน์ และโครงการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงในแขวงหลวงพระบางและแขวงอุดมไซ โดยที่ทางการลาวได้มีกำหนดการที่จะให้ขุดค้นและผลิตแร่ธาตุเหล่านี้ขึ้นมา ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ได้ภายในปี 2015 เป็นอย่างช้า จึงทำให้ทางการลาวคาดหวังไว้ว่าภาคอุตสาหกรรมขุดค้นแร่ธาตุนี่แหละที่จะเป็น แหล่งรายได้หลักที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของลาวที่ไม่ต้องผูก ติดและคอยรองรับผลกระทบด้านลบจากปัญหาวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองไทย อีกต่อไปด้วย
แต่ที่แน่ๆ บรรดาผู้นำของลาวในเวลานี้ ต่างก็ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบพิเศษกับ เวียดนามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และในขณะเดียวกันก็ได้ยึดถือว่าจีนนั้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของลาวใน การพัฒนาในทุกๆ ด้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยประจักษ์พยานที่สามารถชี้วัดถึงความสำคัญดังกล่าวนี้ได้อย่างชัดเจน ที่สุด ก็คือจีนได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในฐานะผู้ลงทุนในลาวมากที่สุดแล้วในปัจจุบันนี้ ส่วนเวียดนามนั้นก็กำลังตามหลังไทยมาติดๆ และก็ได้คาดหวังเอาไว้ว่าจะสามารถแซงหน้าไทยในลาวได้ภายในเวลาอันใกล้นี้ อย่างแน่นอน
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเวียดนามนั้นไม่เพียงจะได้เปรียบไทยในฐานะที่มี ความสัมพันธ์พิเศษกับลาวเท่า นั้น หากยังได้เปรียบเพราะการต่อสู้แย่งชิงและขัดแย้งซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องเอา กันให้ตายไปข้างหนึ่งระหว่างเหล่านักธุรกิจการเมืองที่ฉ้อฉลในไทยอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม โครงการลงทุนของจีนและเวียดนามในลาวนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นโครงการที่มีแนวโน้ม และเสี่ยงอย่างมากที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติในลาวอย่างกว้าง ขวางในระยะต่อไป โดยกรณีตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนลาวกว่า 2 แสนคนในแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ ก็คือการพังถล่มของคันเขื่อนกักเก็บน้ำของโครงการเขื่อนเซกะหมาน 3 ที่เป็นการลงทุนก่อสร้างโดยบริษัทจากเวียดนาม โดยมีสาเหตุมาจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวางและรวดเร็วจนทำให้ไม่มี ป่าไม้คอยอุ้มน้ำในปริมาณมากๆที่มากับพายุโซนร้อนเกดสะหนาเอาไว้ได้
ส่วนการขุดค้นแร่ธาตุโดยบรรดาบริษัทจากจีนนั้นก็มีความเสี่ยงไม่น้อยไป กว่ากันเลย เนื่องเพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าการทำเหมืองแร่ที่ไม่ได้มาตรฐาน และได้ยังผลทำให้มีผู้คนล้มตายไปมากที่สุดในทุกๆปีนั้น ก็คือเหมืองแร่ที่ดำเนินการโดยบรรดาบริษัทจากจีนนั่นเอง
เพราะฉะนั้น ในเมื่อว่าบรรดาบริษัทจากจีนเป็นภาคส่วนที่ได้ลงทุนขุดค้นและทำเหมืองแร่ใน ลาวมากที่สุดในเวลานี้ ก็ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่คนลาวนั้นจะต้องรองรับความเสี่ยงเช่นว่านี้อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ และถ้าหากว่ามลพิษจากเหมืองแร่เหล่านั้นของจีนในลาวได้มีการรั่วไหลลงสู่แม่ น้ำโขงด้วยแล้ว ก็ย่อมจะหมายถึงภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงด้านเสบียงอาหารที่จะ เกิดขึ้นกับประชากรกว่า 60 ล้านคนในลุ่มน้ำสายนี้อีกด้วย!!!



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Nepotism à la Lao Deang

Xaysomphone PHOMVIHANE lao NA's VICE - President
Santiphab PHOMVIHANE deputy Minister of Finances
Thongsavanh PHOMVIHANE LaoDeang Ambassador in Moscow
Mrs Vienthong Siphandone deputy Minister of Finances
Mrs khemphèng POLSENA MINISTER IN PM CABINET
Mrs Khemmany POLSENA deputy Minister of Industry and Trade
Mr Sommad POLSENA Minister of Transport
Dr Phonethep POLSENA Sédone 's deputy and President of social and cultural Commission in AN
Nam VIYAKET Ministe of Industry and Trade
Khampho KHAIKHAMPITHOUN Laodeang Ambassador in Cuba and Nigaragua
Mrs Viengsavanh SIPRASEUTH Laodeang Ambassador in Singapore


ແລະຢ່າລືມ

ບັກສອນໄຊ ສິພັນດອນ ເຈົ້າແຂວງຈຳປາສັກ ລູກຊາຍບັກແກວຫ້ນາແຫ້ລສົບເວີ ຄຳຕາຍ ອະດິດ ຣມຕ ປ້ອງກັນ ປທ 17 ປິ ຂ້າລາວຝ່າຍຂວາກ່ວາສອງແສນຄົນ

ຫມຍເຫດ ກ່ອນປິ 1975 ພວກເຣົາບໍ່ເຄີຍເຫັນລະບົບເຄືອຍາດບ້າໆບໍໆແບບພວກໂຈນລາວແດງເດັດຂາດ
ຣາຊວົງລາວ ນຍ ສຸວັນນາ ຜູຍຊະນະນີກອນ ຕະກຸນອະພັຍ ແລະ ອື່ນ ໆ ບໍ່ກ້າແມ່ນຈະລາກຕະກູນ ພວກເຂົາ ເຂົ້າສູ່ວົງການຣັຖບານ ແບບ ຍຸກຂ້າປໍສາມປໍສີ່ຄອງເມືອງໄດ້ ແບບຈົ່ງແຈ້ງບໍ່ສະທ້ານຢ້ານກັວຫຍັງຫົມດ ເດິ
ລູກຫລານເອີຍ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ครอบครัวบักบอด ถูกคณะราษฏร์กระทืบหนีไปอยู่ต่างประเทศ แผ่นดินแม้กระผีกเป็นของตัวเองก็ไม่มี พอเขาเชิญมาเป็นประมุข แต่ละคนหอบกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้ทำมาหากินอะไร เผลอแผล็บเดียว แม่งรวยอันดับหนึ่งของโลก 4 ปีซ้อนเสียงั้น ไอ้สัดเย็ ดกะหมา โกงประชาชนจนโงหัวไม่ขึ้นทั้งประเทศ แล้วยังอำมหิตสั่งฆ่ าประชาชนเสียงั้น เลวได้ใจนรกจริงๆ พับผ่า!
9 Dec 11, 09:36 AM
RED_WING: ทหารกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน บักบอดและนังชะนี แม่งยึดไปเป็นของมันเฉย เรียกทหารรักษาพระองค์บ้างล่ะ เรียกทหารเสือพระราชินีเสียงั้น แม่งแย่งเอาไปแบบหน้าด้านๆ ไม่อายฟ้าเกรงดินบ้างเลย ชั่วสุดๆ
9 Dec 11, 09:34 AM
RED_WING: วาทกรรมบักบอด (ราโชวาท ความจริงคนอื่นเขียนให้ทั้งหมด) มีว่า ให้ทุกคนทำหน้าที่ตนให้สมบูรณ์ อย่าก้าวก่ายหน้าที่กัน ประเทศชาติก็จะรุ่งเรืองไพบูลย์ แต่ความจริงกับการกระทำของมัน แม่งเสือกไปทุกเรื่อง
9 Dec 11, 09:34 AM
มาร์คครับ: มึนจังกู: ไม่เอา112: คนที่อยู่เมืองไทยต้องใช้ proxy เข้ามาตั้งแต่รบ.ไอ้มาร์ค// รบ.เพื่อไทยก็ยังหาทางเข้าไม่เจอ เพื่อนๆ รายงานมา ///เข้าดูได้แต่ post ไม่ได้
9 Dec 11, 09:33 AM
RED_WING: เศรษฐกิจพอเพียงของบักบอด คือการติดป้ายโฆษณามันและตระกูลทุกหมู่บ้านตำบลเมือง กระทั่งในโบสถ์วิหารก็ไม่เว้น แสบสุดๆ คือพิมพ์บนธนบัตรที่เราต้องใช้ จะเผ าทิ้งก็ไม่ได้ เวรกรรม!
9 Dec 11, 09:33 AM
ยาจก: วันนี้ใน if ไม่มีบทความเลย
9 Dec 11, 09:32 AM
แดงขาว: มันหอบเงินที่ใด้มาจากอีกะหรี่กิตไปอยู่ฮองกง

ກ່າຍຈາກ ນປຊ ອມຣກ ທີ່ ນີວຍອກ
http://www.norporchorusa.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.shanghaidaily.com/article/article_xinhua.asp?id=36692

China, Laos vows to further enhance military relations
Source: XINHUA | 2011-12-6 | ONLINE EDITION

VIENTIANE, Dec. 5 (Xinhua) -- Laos and China pledged on Monday to deepen military exchanges and cooperation, strengthen unity and friendship between the two countries'militaries and work together to maintain regional peace and stability.

The vows came out of the meeting between the Lao Deputy Prime Minister, Minister of National Defense Douangchay Phichith,
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
and the visiting Deputy Chief of General Staff of the Chinese People's Liberation Army (PLA) Cai Yingting.

Douangchay said the Lao side appreciates the Chinese side's long-term support and help which have contributed to the Lao social economic development and national defense building. The Lao Party, government and military attach great importance to developing relations with China, and are willing to make joint efforts with the Chinese side to further promote the two states and militaries' ties to a new level.

Sanyahak said that no matter how changes in the international and regional situation, the solid traditional friendship between the two countries' people and militaries won't change. Laos is willing to cooperate with China closely, deepen communication and cooperation between the two militaries, and constantly strengthen unity and friendship of the two sides.

Cai said that China and Laos are friendly neighbors, the peoples of the two countries have forged a profound friendship since ancient times. In recent years, the bilateral ties continue to see a healthier and stabler development, especially after the two countries have established a comprehensive strategic and cooperative partnership.

The Chinese side will continue to maintain close high-level contacts with Laos, enhance substantial cooperation, and strengthen friendly coordination, in order to contribute to the bilateral ties, and regional peace, stability and prosperity, Cai added.

The Cai-led Chinese PLA delegation arrived in Lao's capital of Vientiane on Monday at the invitation of the Lao Ministry of National Defense, kicking off their friendly visit to Laos.



Nepotism à la Lao Deang
Nepotism à la Lao Deang
Nepotism à la Lao Deang

Xaysomphone PHOMVIHANE lao NA's VICE - President

Santiphab PHOMVIHANE deputy Minister of Finances

Thongsavanh PHOMVIHANE LaoDeang Ambassador in Moscow

Mrs Vienthong Siphandone deputy Minister of Finances

Mrs khemphèng POLSENA MINISTER IN PM CABINET

Mrs Khemmany POLSENA deputy Minister of Industry and Trade

Mr Sommad POLSENA Minister of Transport

Dr Phonethep POLSENA Sédone 's deputy and President of social and cultural Commission in AN

Nam VIYAKET Ministe of Industry and Trade

Khampho KHAIKHAMPITHOUN Laodeang Ambassador in Cuba and Nigaragua

Mrs Viengsavanh SIPRASEUTH Laodeang Ambassador in Singapore

__________________
Anonymous

Date:
  
 

การปลูกฝังมาว่าถ้าดูหมิ่นราชวง­­ค์ จะบาป บาปโคตรแม่มันอะไร บักบอด อี่อ้วนปากแดง อี่เสือ11โตแดกไม่หมด สั่งทหารราบ11 มันฆ่าคนลาวกูก่วา1มื่นคน ในราชการครองเมือง60ปีมัน มันเป็นอะไรที่ปัญญาอ่อนสิ้นดี ศาสนาพุทคือศาสนาที่ว่ากันด้วยเหตุผล ผิดย่อมว่ากันไปตามผิด แต่นี่มีที่ไหน ห้ามประท้วง ห้ามถาม ให้ยกย่องชมเชยพวกไอ้เหี้ยสั่งฆ­­่าอี่ห่าสั่งยีงอย่างเดียว นี่คือ ตายแลนด์ อยากมีชีวิตรอดต้องตอแหล.กระสัด­­ตายแลนด์ ปท เดียวในโลก ที่ ออก 112 มาบีบึอหอยให้ึลาวกุก่วา40ล้าน(­­ไถนาเลี้ยงมันมาแล้ว ก่วา300ร้อยปี)รักโคตรมัน

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເວົ້າຖືກກ່ຽວກັບປະທ້ວງ
ສະນັ້ນ ເນື່ອງໃນວັນຄົບຮອບ 63 ປີ ຂອງ”ປະກາດສາກົນກ່ຽວກັບສິດທິມະນຸດ”ຈື່ງເຊີນ
ທ່ານຜູ້ຮັກຊາດໄປປະທ້ວງໃນວັນທີ10 ທັນວາ (12) 2011 ເວລາ 18ໂມງ ທີ່ເດີ່ນນ້ຳພຸ
”ແຊງມີແຊລ” ປາຣີສ ຄຸ້ມ 5 .
Le 10.12.2011 à 18h à la Fontaine Place Saint Michel,
Métro : St Michel-Notre Dame, Paris 5°
Cordialement

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ICT เตือน ! อย่ากด Like, Share, Comment เว็บหมิ่นสถาบันฯ ระวังเจอคุก 5 ปี, ปรับ 1 แสนบาท
http://www.9tana.com/node/ict-caution-facebook/

ປທທ ປທ ດຽວໃນໂລກ ທີ່ ກະສັດບ້າໆ ອອກ 112 ມາບັງຄັບໃຫ້ຄົນຣັກ
ເມື່ອເອົາສີ່ງມາເປັນສີ່ງຄຳປະກັນຄວາມ ປອດພັຍໃຫ້ຣາຊວົງເຂົາແລ້ວ
ກະເລີມ ທຳທຸກຢ່າງເພື່ອຄວາມຢູ່ລອດ
ໃນຣາຊການ60ປິ ຂອງມັນ ຊຊຊ ລາວ ກ່ວາ 1ມື່ນຄົນຖືກຂ້າ
ແລ້ວ ມັນບອກວ່າ ໃຜ ດ່າໂຄດມັນ ຈະໄດ້ຣັບບາບ
ຊາວພຸດແບບນີ້ກູກະຢາກເປັນເດ
ບາດມັນຂ້າເພື່ອນຮ່ວມຊາດມັນ ກ່ວາ10ພັນ ມັນບໍ່ເກິນບາບ ບໍ??
ຕອບໃຫ້ກູແດ່ ພວກ ຫມາສຍາມທັງຫລາຍ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Subject: ເປັນວັນມະຫາອຸບາດ, ຊຶ່ງເປັນວັນ ທີ່ຊາຕລາວ ເສັຍເອກຣາຊ ທີ່ຄົບຮອບ 36 ປີ


ເຊີນອ່ານສ່ວນນຶ່ງຂອງ ສ ແສນໄຕ້ຂຽນລົງໃນແວບໃບລານ

ວັນທີ 2 ທັນວາ 2011 ທີ່ຈະມາເຖິງນີ້ ເປັນວັນມະຫາອຸບາດ ທີ່ຄົບຮອບ 36 ປີ, ຊຶ່ງເປັນວັນ ທີ່ຊາຕລາວ ເສັຍເອກຣາຊ ເສັຍອະທິປະໄຕ ເສັຽເຂດນໍ້າແດນດິນໃຫ້ແກ່ຕ່າງຊາຕ ຄື ວຽດນາມ,


- 36 ປີ ກັບຄໍາວ່າ ສິ້ນຊາຕໄຮ້ແຜ່ນດິນ.
- 36 ປີ ທີ່ຊາວລາວ 5 – 6 ແສນ ຄົນເປັນກ້ໍາພ້າແຜ່ນດິນ,
- 36 ທີ່ ຣັຖບານຜເດັດການ ສປປ ລາວ ໄດ້ ຂ້າລ້າງໂຄຕ ພຣະບາຕສົມເດັດມະຫາຊີວິດ, ພຣະອັຄມະເຫສີ ແລະ
ພຣະຍາຕຕິວົງ ພອ້ມທັງ ຂ້າຣາຊການ ທະຫານ ຕໍາຣວຈ
ນັກຮຽນ ນັກສຶກສາ ຂອງອະດິດ ພຣະຣາຊອານາຈັກລາວ.
- 36 ປີ ທີ່ພີ່ນອ້ງຊາວລາວທີ່ຢູ່ພາຍໃນປະເທດ ໄດ້ຮັບຄວາມທຸກຍາກທໍຣະມານອັນແສນສາຫັດ,
- 36 ປີ ທີ່ຣັຖບານຜເດັດການ ສປປລາວ ຄອບງໍາປະເທດ.
- 36 ປີ ທີ່ພີ່ນອ້ງຊາວລາວ ຫຼາຍແສນຄົນ ໄປຊອກຫາແລກປ່ຽນແຮງງານໜັກໃນຕ່າງປະເທດ.
- 36 ປີ ທີ່ຊາວຕ່າງປະເທດ ເຂົ້າມາບຸກລຸກເຂດນ້ໍາແດນດິນລາວເຮົາແລະຂົນເອົາຊັພສິນສົມບັດ
ຂອງຊາຕ ໂດຍການອະນຸຍາຕ ຈາກຜູ້ນໍາຜເດັດການ ສປປລາວ.

ສລູບແລ້ວກໍເປັນການສລອງວັນຫາຍະນະຂອງຊາຕລາວ
ເມື່ອ 36 ປີຜ່ານມາ ເປັນປະຫວັດສາດທີ່ແສນເຈັບແສບ.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ปัญหาของ 112 มากกว่าการใช้ในทางที่ผิด

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

คดีอากงทำให้เราเห็นว่าผู้บริสุทธิ์กลายเป็นเหยื่อของกฏหมาย 112 และกระบวนการในศาลที่พร้อมจะจำคุกคนชราด้วยข้ออ้างว่าส่งแค่ sms โดยไม่ค่อยมีหลักฐานอะไรเลยอีกด้วย และการที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยพร้อมจะใช้กฏหมายนี้ในการจับผิดลงโทษคนที่แค่กด like ใน facebook ก็พิสูจน์ว่าในเรื่องกฏหมาย 112 รัฐบาลใหม่ไม่ต่างจากรัฐบาลพรรคทหารของอภิสิทธิ์

คดีของคุณสมยศ และอ.สุรชัย ซึ่งตามหลักสากลต้องถือว่าสองคนนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะยังไม่มีการตัดสินคดี แต่กลับถูกปฏิเสธการประกันตัว และถูกกลั่นแกล้งให้เดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา เปิดโปงการใช้ 112 เพื่อบิดเบือนความยุติธรรมโดยระบบตุลากรไทย ยิ่งกว่านั้นคดีต่างๆ เหล่านี้เปิดโปงสภาพคุกในประเทศไทยต่อชาวโลกว่าย่ำแย่แค่ไหน ไม่ว่าจะเรื่องจำนวนคนในห้องขัง สภาพห้องน้ำ การถูกล่ามโซ่ และการไม่ดูแลนักโทษเวลาน้ำท่วมหรืออากาศเย็น ทั้งหมดนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นที่อับอายขายหน้าทั่วโลก

คดีของคุณดาร์ ตอบิโด ทำให้เราเห็นว่ากระบวนการในศาลขาดความโปร่งใสโดยสิ้นเชิง ซึ่งแปลว่าตุลาการทำอะไรก็ได้ตามอคติของตนเอง โดยที่ไม่ต้องได้รับการตรวจสอบโดยสื่อหรือประชาชนแต่อย่างใด เพราะเป็นคดีลับ และโทษที่ตุลากรให้มา ไม่สมเหตุสมผลแต่อย่างใด เพราะได้โทษมากกว่าฆาตกร ทั้งๆ ที่คุณดาร์และนักโทษ 112 ทุกคน ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับใคร และฆาตรกรที่สั่งให้มีการยิงประชาชนเมื่อปีที่แล้วก็ยังลอยนวล

มีนักโทษกฏหมายอธรรม 112 อีกมากมายที่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่เราจะไม่ลืมเขา

การที่หลายคนและหลายองค์กรที่รักประชาธิปไตยออกมาเสนอให้ “แก้” กฏหมาย 112 เป็นเรื่องดี และผมเข้าใจว่าในบรรยากาศเผด็จการของไทย บางคนหรือบางกลุ่มอาจไม่กล้าเสนอให้ยกเลิกกฏหมาย 112 นี้ไปเลย แต่ก็ยังมีหลายคนที่กล้าเสี่ยงด้วย ตรงนี้เราเข้าใจกันได้ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าการแก้ปัญหาคือการแค่แก้กฏหมายหรือปฏิรูปกฏหมายนี้แต่อย่างใด

กฏหมาย 112 เป็นกฏหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยสิ้นเชิง และสังคมใดที่เราไม่สามารถพูดอะไรบางอย่างได้ ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย มันง่ายมาก ใครแกล้งไม่เข้าใจต้องมีเงื่อนไขแอบแฝงที่จะทำลายประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

การแก้กฏหมาย 112 ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องแต่ฝ่ายเดียว ควบคู่กับการลดโทษ ไม่สามารถแก้ปัญหาว่า 112 เป็นกฏหมายที่ปิดปากประชาชน ใช้กระบวนการลับในศาล และทำให้การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ผิดได้ ตรงนี้ต่างจากกฏหมายหมิ่นประมาทธรรมดา ที่ปกป้องทุกคนจากการใส่ร้ายเท็จได้ ถ้าผู้ที่ถูกใส่ร้ายมีเงินพอที่จะฟ้องผู้กล่าวเท็จ

เราต้องฟันธงให้ชัดเจนว่า ในประเทศที่มีประชาธิปไตย ไม่ว่าจะที่ไหนในโลก พลเมืองต้องมีสิทธิ์ที่จะเสนอการปกครองแบบสาธารณรัฐ มันเป็นการถกเถียงธรรมดาในเรื่องระบบการปกครอง มันไม่ใช่อาชญากรรมแต่อย่างใด

และในไทยเราต้องมีสิทธิ์ถามอีกด้วยว่า....

1. เมื่อทหารทำรัฐประหาร หรือฆ่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตย โดยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องกษัตริย์ผู้เป็นประมุข ทำไมประมุขไม่ออกมาวิจารณ์ทหารและปกป้องรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย การถามคำถามแบบนี้ทำให้ผมโดนกฏหมาย 112 แต่มันไม่ใช่คำถามที่เสนอว่ากษัตริย์ผู้เป็นประมุขเป็นผู้สั่งฆ่าประชาชนหรือสั่งให้มีรัฐประหารแต่อย่างใด มันเป็นคำถามเรื่องบทบาทหน้าที่ของประมุข มันเป็นคำถามที่มีความชอบธรรม และเป็นคำถามที่เรายังไม่ได้รับคำตอบในประเทศไทย

2. เวลาประมุขเสนอลัทธิเศรษฐกิจพอเพียง มันเป็นข้อเสนอให้แช่แข็งความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนในสังคมใช่ไหม? และเป็นข้อเสนอจากบุคคลคนหนึ่งที่รวยที่สุดในประเทศใช่ไหม? คำถามแบบนี้ถูกตั้งขึ้นกับนักการเมืองเศรษฐีฝ่ายขวาในตะวันตกทุกวัน เมื่อเขาเสนอแนวเสรีนิยมกลไกตลาด มันเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงทางเศรษฐศาสตร์ และเป็นคำถามที่มีความชอบธรรมเช่นกัน แต่ถ้าถามในไทยก็จะโดน 112

3. ทำไมเราต้องใช้ราชาศัพท์กับประมุขและทุกคนในครอบครัว และทำไมต้องปิดการจราจรให้กับเขาด้วยเมื่อเขาเดินทาง โดยเฉพาะในกรณีที่รถพยาบาลฉุกเฉินไม่เคยได้รับ “อภิสิทธิ์พิเศษ” แบบนี้ เราควรถามถ้าอยากสร้างวัฒนธรรมพลเมืองประชาธิปไตย แต่ถ้าถามแค่นี้ก็จะติดคุกในไทย หรือถ้าไม่ใช้ราชาศัพท์ ไม่ยืนเคารพ ก็จะเสี่ยงติดคุกเช่นกัน



ทั้งหมดที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างเหล่านี้ คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องยกเลิก ไม่ใช่แค่แก้ กฏหมาย 112 เพื่อให้ประเทศไทยมีสิทธิเสรีภาพเท่ากับประชาธิปไตยในประเทศสากล



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/


__________________
Anonymous

Date:
  
 

วิจารณ์แถลงการณ์ของ นปช. 30 พ.ย. 54

นปช. ตั้งใจสลายพลังมวลชนเสื้อแดง



๑) อ.ธิดาเน้นเลือกการเมืองแบบ “ลอบบี้” คือต่อสายไปสู่คนมีอำนาจ เพื่อช่วยนักโทษเสื้อแดง ซึ่งเป็นการหันหลังปฏิเสธพลังมวลชนเสื้อแดง ให้เสื้อแดงจำนวนมากหยุดนิ่งรอให้ “ผู้ใหญ่” คุยกัน และในที่สุดจะนำไปสู่การสลายพลังมวลชนท่ามกลางการรุกสู้ของฝ่ายอำมาตย์

อ.ธิดา อาจเสนอว่านักโทษการเมืองจะถูกย้ายไปสู่ “คุกการเมือง” ซึ่งจะทำให้สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นแน่ แต่ประเด็นใหญ่กว่านั้นคือต้องมีการรณรงค์ให้ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนอย่างเปิดเผย ผ่านการเคลื่อนไหวของมวลชน ถ้าไม่รณรงค์แบบนั้นหนทางที่จะได้รับการปล่อยตัวมีน้อย โดยเฉพาะกรณี 112 อย่าลืมว่าในระบบประชาธิปไตยจะมีนักโทษการเมืองไม่ได้ ถ้ายอมรับว่ามีได้ ก็เท่ากับยอมรับว่าจะไม่มีประชาธิปไตยในประเทศไทย

๒) อ.ธิดาพูดแต่เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเสื้อแดงทุกคนเห็นด้วย แต่การพูดลอยๆ แบบนี้ เป็นหารหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องกฏหมาย 112 หรือการพูดอะไรเป็นรูปธรรม พร้อมขั้นตอน เรื่องข้อเสนอของกลุ่มนิธิราษฏ์ และการพูดแค่นี้ไม่สร้างบทบาทอะไรสำหรับมวลชนเสื้อแดง สรุปแล้ว นปช. ไม่ยอมพูดอะไรเลยเรื่อง 112 หรือแม้แต่คดีอากง ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สนนท. และกลุ่มประชาธรรมกล้าออกมาพูด คือ นปช.ล้าหลังกว่ากลุ่มเหล่านั้น

๓) จตุพรอาจไม่หวงตำแหน่งสส. นั้นก็ดีเพราะถือว่ามีอุดมการณ์ แต่เรื่องการถอดถอนการเป็นสส.ของจตุพรไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของเขา มันเป็นการถอดถอนสส.ที่ประชาชนเลือกมาโดยเฉพาะที่เป็นแกนนำเสื้อแดง ดังนั้นตามหลักการณ์เรายอมไม่ได้ และการบอกให้เสื้อแดงใจเย็นๆ เสมอ ถือว่าเป็นการสลายอำนาจต่อรองที่เราจะมีกับอำมาตย์ การเคลื่อนไหวไม่ใช่การหลงกลตกหลุมของอำมาตย์แต่อย่างใด แต่อำมาตย์กำลังวัดใจเสื้อแดงต่างหาก ถ้านิ่งเฉยตามคำแนะนำของ นปช. ก็ถือว่ายอมจำนน

๔) การไม่ยอมชูประเด็นการเมืองกว้างๆ เรื่องประชาธิปไตย การไม่วิจารณ์ 112 การไม่พูดถึงนโยบายสำคัญในการฟื้นชีวิตพลเมืองหลังน้ำท่วม การไม่รณรงค์ให้นำอาชญากรในกองทัพและประชาธิปัตย์มาขึ้นศาล ของ นปช. ถือว่าเป็นการลดระดับการเมืองและจิตสำนึกในการต่อสู้ เพื่อให้เสื้อแดงสยบยอมต่ออำมาตย์



ดูแถลงการณ์ นปช. ได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=CWimnSw0Oxs&feature=youtu.be



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຖ້າພະບາງເປັນຂອງສັດສິດເນຣະມິດຄວ­າມສມັກຄິກົມກ້ຽວສ້າງຄວາມເປັນທັມ­ໃຫ້ເຈົ້າຂອງຄືອີ່ບ້າຫນໍ່ຄຳ ເປັນຫຍັງ ຈື່ງຕົກເປັນບັນຫາຂອງສັງຄົມ ໃຫ້ເດັກນ້ອຍທໍ່ຫັວຫມາກກອກຄຶໂຈໂຈ­ມາຜິດນັດEpson-21ດ່າຄືຫມູຄືຫມາແ­ທ້ໆ
ມີຄວາມສຸກຫລາຍນໍກັບພະບາງມືງ
ແລະ
ຖ້າພະບາງເອົາຄວາມຮັ່ງມີ ໃຫ້ເຈົ້າຂອງແທ້ ເປັນຫຍັງຍັງຢູ່ກະຕູບຄືເກົ່າລະ ??
ແລະ ເປັນຢືມເງີນ ຍງງ ວັນນາສອນ(ຕາວັນຂື່ໃນ ພັນໂທກ) 20ພັນ ຝຣັ່ງ ປາງນັ້ນ
ຍັງໃຊ້ບໍ່ທັນຫົມດລະ ??


http://www.youtube.com/watch?v=O66zCGlRCvM
Lao's Millionaire.mpg
www.youtube.com
Laotian are very poor but lao leader are millionaire

__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

อาณาจักรลาวล้านช้างเข้าสู่ยุคเสื่อมโทรม เพราะ ?



หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอนุเสด็จหนีไปแล้ว 5 วัน กองทัพไทยจึงยกทัพมาถึงเมืองพันพ้าว ..หมื่นนเรศโยธิน หมื่นเสมียนวัลลภ แม่ทัพไทยพาทหารข้ามมาเวียงจันทน์ เข้าเก็บกวาดเอาทรัพย์สมบัติในพระราชวัง บ้านเรือนก็ถูกเผาทำลาย นครเวียงจันทน์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองสวยงามมาแต่โบราณหลายร้อยปี คงเหลือแต่เถ้าถ่านตั้งแต่นั้นมา ไพร่ฟ้าราษฎรจำนวนมากถูกพระยาราชสุภาวดีกวาดต้อนไป เหลือไว้เป็นพลเมืองเวียงจันทน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ครั้นถึงเดือน 3 (กุมภาพันธ์ 1827) พระราชสุภาวดีก็ลงไปถึงกรุงเทพฯ พระเจ้าแผ่นดินไทยตรัสว่า “ตัวเจ้าอนุวงศ์ยังจับไม่ได้ จะกลับมาตั้งบ้านเมืองอีกประการใดยังไม่ชัดแจ้ง เมืองเวียงจันทน์ไม่เอาไว้เป็นบ้านเมืองอีกต่อไป ให้กลับคืนไปทำลายล้างเสียให้หมด อย่าให้กลับเป็นบ้านเมืองได้” และครอบครัวลาวที่กวาดต้อนมานั้นส่งไปเมืองลพบุรี, สระบุรี, สุวรรณภูมิ และเมืองนครชัยศรี ส่วนครัวพวกนครพนมเอาไปไว้พนัสนิคม ฝ่ายพระยาราชสุภาวดี เมื่อได้รับคำสั่งของพระเจ้าแผ่นดินว่า ให้ขึ้นมาทำลายเมืองเวียงจันทน์อีก ครั้นถึงเดือน 8 (กรกฎาคม 1828) ก็ยกทัพมาทางหนองบัวลำภู แล้วแต่งให้พระยาราชรองเมือง, พระยาพิชัยสงคราม, คุมทหาร 500 นาย ยกมาตั้งอยู่เมืองพันพ้าวก่อน แล้วพระยารองเมืองจึงให้พระยาพิชัยสงคราม คุมบ่าว 300 นาย ข้ามมาเวียงจันทน์และได้ตั้งทัพอยู่วัดกลาง
ฝ่ายเจ้าอนุที่หนีไปเวียตนามก็กลับมายัง เวียงจันทน์อีก ในวันที่ 1 กันยายน 1828 พร้อมด้วยทหารลาวประมาณ 1,000 นาย ทหารเวียตนาม 80 นาย และล่าม 2 คน เมื่อทราบข่าวว่า แม่ทัพไทยได้สร้างเจดีย์ปราบเวียงไว้ที่เมืองพันพ้าว และได้จารึกภาพการกระทำของพระองค์ไว้ด้วย จึงมีความแค้นเป็นอันมาก เพื่อลบล้างความแค้นนั้นให้หายไปและเพื่อทำการต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย จึงบุกเข้าโจมตีทหารไทยที่อยู่ท้ายวัดกลาง ในเดือน 8 แรม 7 ค่ำ นั่นเอง (วันที่ 2 สิงหาคม 1828) พวกทหารไทยจำนวนหนึ่งได้หลบหนีไปได้ และได้แจ้งแก่พระยาราชสุภาวดี พระยาราชสุภาวดีได้ทราบดังนั้น จึงปรึกษากับแม่ทัพนายกอง ว่าควรถอยทัพไปตั้งอยู่เมืองยโสธร เมื่อปรึกษากันแล้ว พระยาเชียงสาก็พาเจ้าพระยาราชสุภาวดีหนีออกจากเมืองพันพ้าวในคืนนั้น
ฝ่ายเจ้าอนุเมื่อได้รับทราบว่า กองทัพของพระยาราชสุภาวดียกหนีจากเมืองพันพ้าว จึงสั่งให้ทหารข้ามไปรื้อถอนพระเจดีย์ปราบเวียง ที่แม่ทัพใหญ่ของไทยได้สร้างไว้ที่เมืองพันพ้าว ส่วนเจ้าราชวงศ์ได้ยกกองทหารมาตีกองทัพไทยที่ไปพักอยู่ที่บ้านบกหวาน เมืองหนองคาย ในวันที่ 18 ตุลาคม 1828 ได้สู้รบกันจนขั้นประชิดตัว เจ้าราชวงศ์ขี่ม้าใช้หอกแทงพระยาราชสุภาวดีที่ท้องล้มลง หลวงพิชิตน้องชายเจ้าพระยาราชสุภาวดีวิ่งเข้ามาช่วย เจ้าราชวงศ์จึงหันเข้ามาสู้กับหลวงพิชิตและฟันหลวงพิชิตตาย พอจะกระโดดเข้าฟันเจ้าพระยาราชสุภาวดีอีกครั้ง เจ้าราชวงศ์ก็ถูกนายทหารไทยคนหนึ่งยิ่งปืนมาถูกศีรษะเจ้าราชวงศ์ล้มลง พวกบ่าวไพร่จึงเข้าไปห้ามเอาเจ้าราชวงศ์พาหนีมาเวียงจันทน์ และได้ปรึกษากับพระบิดาว่า พวกเราควรละทิ้งเมืองหนีไปอยู่เวียตนามอีก เมื่อปรึกษากันแล้ว เจ้าอนุวงศ์ก็พาครอบครัวหนีจากเวียงจันทน์อีก ในวันที่ 19 กันยายน 1828 ส่วนเจ้าราชวงศ์ลงเรือล่องไปขึ้นทางมหาไชยกองแก้ว เจ้าอนุวงศ์ออกจากเวียงจันทน์ไปทางเชียงขวาง ด้านเจ้าผู้ครองเชียงขวางก็ไปดักไว้ โดยสั่งให้ทหาร 50 นาย ล้อมไว้ ฝ่ายแม่ทัพไทยก็ให้พระอินทรเดช พระสุพันเชียงสากับพระเมืองกลางยกพล 300 นาย ขึ้นไปจับเจ้าอนุวงศ์ ฝ่ายเจ้ามันทาตุราช เจ้าหลวงพระบางก็แต่งตั้งให้ท้าวมหาพิมพ์ และหนานขัตติยะ คุมทหารออกตามจับเจ้าอนุเช่นกัน ท้าวมหาพิมพ์กับหนานขัตติยะไปพบนายด่านเมืองพวน พวกนายด่านเมืองพวนจึงพาไปจับเจ้าอนุวงศ์ได้ พร้อมด้วยลูกเมียและหลาน ท้าวมหาพิมพ์คุมตัวลงมาให้กองทหารของพระอินทรเดช คุมตัวส่งต่อไปให้พระยาราชสุภาวดีที่เวียงจันทน์ ในวันที่ 21 ธันวาคม 1828 แล้วส่งไปถึงกรุงเทพ วันที่ 15 มกราคม 1829 พระเจ้าแผ่นดินไทยสั่งให้ขังไว้ในกรงเหล็กใหญ่ และกรงเหล็กเล็ก สำหรับราชบุตรธิดา และพระยาอีก 13 กรง มีเครื่องลงโทษต่างๆ แต่ละเช้าจะถูกนำมาประจานให้ประชาชนด่าทุกวัน พอถึงเวลาค่ำ ก็นำไปขังไว้เช่นเดิม หลังถูกทรมานได้ 8 วัน พระเจ้าอนุวงศ์ก็ทรงอาพาธลงแดง แล้วสิ้นพระชนม์ หลังจากนั้น พระเจ้าแผ่นดินไทยก็ให้เอาศพไปเสียบประจานไว้ในกรุงเทพฯ นั่นเอง
สมเด็จเจ้าอนุเกิดปีกุน ค.ศ. 1767 สิ้นพระชนม์เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1829 รวมพระชนมายุได้ 62 พรรษา นี้คือกาลอวสานชะตากรรมแห่งนครหลวงจัทนบุรีศรีสัตตนาคนหุต พร้อมๆ กับการสิ้นพระชนชีพของเจ้าอนุ ตลอดจนถึงเชื้อสายวงศ์กษัตริย์นครเวียงจันทน์ ก็สิ้นสุดลงจนหมดสิ้นในคราวนี้ด้วย ประชาชนพลเมืองชาวลาวเวียงจันทน์หลายแสนคน ก็ถูกกวาดต้อนลงไปเมืองไทย และเป็นพลเมืองของไทยต่อมาจนถึงทุกวันนี้
สารลึบพะสูน ได้แสดงให้พวกเราเห็นถึงสภาพความโกลาหลวุ่นวายของบ้านเมืองเพียงเพราะว่าชน ชั้นศักดินาภายในพากันแก่งแย่งแข่งขันชิงกันขึ้นครองบัลลังก์ อันเป็นสาเหตุให้พวกชนชั้นศักดินาต่างด้าวเข้ามารุกราน และยึดครองประเทศ หลังจากรัชกาลของเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชสิ้นสุดลง การแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจของพวกชนชั้นศักดินาภายใน บางครั้งรุนแรงจนถึงขั้นประหัตประหารซึ่งกันและกัน อันทำให้เจ้าขุนมูลนายบางคน จำต้องแตกหนีไปพึ่งพาอาศัยอยู่เมืองต่างๆ ที่ห่างไกลจากนครหลวง หรือไปขอพึ่งบารมีของชนชั้นศักดินาต่างด้าว เมื่อได้โอกาสพวกคนเหล่านั้นก็หวนกลับมาตียึดเอาผู้คนแล้วก็ยกตนเองขึ้นเป็น เจ้า สภาพดั่งกล่าวได้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วคน ชนชั้นปกครองแม้มีสายเลือดเดียวกัน ก็ได้ฆ่าฟันกันล้มตายลงหลายต่อหลายองค์ จนในที่สุดประเทศชาติได้แบ่งแยกออกเป็นหลายอาณาจักร เช่น อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง (1707) และจำปาศักดิ์ ในปี 1713 นอกจากการแยกตัวออกเป็นเอกเทศแล้ว ก็ยังมีขุนนางผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งไม่พอใจในราชสำนัก จึงยกพรรคพวกของตนไปตั้งบ้านเมืองขึ้นใหม่ ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ตั้งตนเป็นเอกเทศ และสุดท้ายก็ถูกสภาพบังคับให้ไปขึ้นกับประเทศอื่น เช่น กลุ่มอุปราชวรราช ไปขอขึ้นกับสยามเป็นต้น ซึ่งได้กลายเป็นต้นเหตุและเป็นชนวนชักนำให้ชนชั้นศักดินาต่างด้าวเข้ามายึด ครองทำลาย สารลึบพะสูนได้สะท้อนภาพต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นให้พวกเราเห็นดั่งนี้
ก. แสดงให้เห็นถึงการรุกรานของสยาม
ในตอนต้นของสารได้ชี้ให้เห็นถึงการแผ่ขยายอำนาจของสยาม เข้าสู่อาณาจักรลาวล้านช้าง ซึ่งทำให้นครเวียงจันทน์อันเป็นหัวใจของอาณาจักรลาวล้านช้างต้องเสื่อมอำนาจลง ดั่งสารกล่าวว่า
คุดทะ อ้าปีกขึ้น ขำเมกเรืองลด
จันโท เมามัวมุด มืดแสงสูนอ้ำ
สารได้ยกเอาครุฑอันเป็นสัญลักษณ์ของสยาม ขึ้นมาเป็นตัวละครที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีพลัง และการแผ่อำนาจเข้ายึดครอง อันทำให้พระจันทร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลาวต้องอับแสงลง ทำให้ไพร่ฟ้าราษฎรและเสนาอำมาตย์ต้องล้มตายลง ดังสารว่า
ไฟก็ ลุกวืบไหม้ เสนาทะเมามุด
เปลวเป่ง เฮืองอาลุน ขอบแสงสูนฟ้า
ในประวัติศาสตร์ สมัยลาวตกเป็นหัวเมืองขึ้นของสยาม ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์แห่งความขมขื่น มีพลเมืองลาวจำนวนไม่น้อย ได้ถูกกวาดต้อนไปสยาม ดั่งสารกล่าวว่า
อามม เมาแบบพื้น เฟือนฟาดฟองสมุทร
นาโคคะ คาดโฮงฮามย้อง
หมายความว่า เมื่อสยามเข้ามายึดครองแล้วเขาได้ก่อกรรมทำเข็ญ และกวาดต้อนเอาคนลาวไปสยาม เพื่อจุดประสงค์ลบล้างความเป็นชาติ นำเอาประชาชนไปเป็นพลเมืองของตน เพื่อให้ตนมีกำลังยิ่งกว่าพวกอื่น นี้เป็นจุดพิเศษของสงครามศักดินาสมัยนโยบาย ซึ่งได้ทำให้ไพร่ฟ้าราษฎรลาวจำนวนหนึ่ง ต้องได้พลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนด้วยความอาลัยอาวร
ข. แสดงถึงภาพที่เจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรลาวล้านช้าง
ก่อนที่สยามจะเข้ามารุกรานอาณาจักรลาวล้านช้าง ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนพลเมืองลาวมีความสงบอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศชาติบ้านเมืองได้รับการพัฒนาในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม สังคม และพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาได้พัฒนามาจนกลายเป็นศาสนาประจำชาติ อาณาจักรลาวล้านช้างในสมัยนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม นั่นก็คือพระพุทธศาสนา บรรดาประเทศหรืออาณาจักรรอบข้าง เคยได้เข้ามาเล่าเรียนเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่บรรจุในคัมภีร์พระไตรปิฎกในอาณาจักรลาวล้านช้าง สมัยรัชกาลของเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช (ค.ศ.1637-1694) ฉะนั้น ในเมื่อประเทศชาติถูกรุกรานทำลาย ไพร่ฟ้าราษฎรก็คือเจ้าขุนมูลนายที่รักชาติทั้งหลาย ต่างก็พากันคร่ำครวญ และนึกถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองในครั้งอดีต ดั่งสารกล่าวว่า
คิดเมื่อ บาลังซ้อน ไสยาอินทิราด
สนุกยิ่งล้ำ ลมเบื้องบ่มไกว หรือว่า
ยูท่าง รักร่วมฝั้น สมสิ่งใจประสงค์
ปันทม ถวายจามมะลี ราชะสิงหาห้อง
ค. แสดงถึงเชื้อชาติที่อาจหาญ ไม่ยอมจำนน และกล่าวประนามผู้ขายชาติ
ชาติลาวเป็นชาติหนึ่ง ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้น และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานสามารถผ่านมรสุมมาอย่างทะนงองอาจ หลายยุคหลายสมัย โดยผ่านหน้าประวัติศาสตร์สามารถยืนหยัดให้พวกเราได้รู้ว่า คนลาวสามารถนำพาประเทศชาติ และสร้างประเทศชาติมาถึงปัจจุบัน ก็เพราะมีความสามัคคี มีจิตใจนักสู้ไม่ยอมจำนนของบรรพบุรุษลาว สารได้ชี้ให้พวกเราเห็นเกี่ยวกับมรดกดังกล่าวนี้ว่า
ชาติที่ ภาษาเชื้อ อานนนามมาก
เนาเน่ง พันทะเมกเกี้ยว สะเหมือนค้านโค่มคอม
ปุนแปง ยวงยังหน้า พาสาบ้วงบาด
มนตะลาดต้อง ตึงใต้เพื่อลิดที
เชื้อชาติลาวมีชื่อว่า “มาก” ซึ่งมีพลังอันแข็งแกร่งมีอิทธิฤทธิ์ อันเป็นที่สะท้านหวาดกลัวกว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้ปกป้องรักษาบ้านเมืองอย่างองอาจ สามารถคงตัวเป็นรัฐหนึ่งที่มีเอกราช และอธิปไตยอย่างครบถ้วน ถึงแม้ว่าในสมัยศักดินาปกครองในภูมิภาคนี้ จะมีการแย่งชิงดินแดนกันอย่างดุเดือด แต่ชาติลาวก็ยังรักษาความเป็นชาติ และรวมหัวเมืองต่างๆ ที่เป็นศักดินากระจัดกระจาย ให้เป็นรัฐเดียวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยเจ้าฟ้างุ่มรวมประเทศชาติ อันนี้มันเป็นเชื้อชาติที่อาจหาญ และในสารก็ยังได้เปรียบเทียบชาติเชื้อที่อาจหาญนั้นเหมือนกับม้าบิน อันทรงพลังไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ดังสารเขียนว่า
ธรรมดาม้า อาสะนัยมะนีกาบ
หรือห่อน โยมยศค้าน ฤทธีเต้นถีบผยอง
นี้หมายถึง ความแก่งกล้าสามารถที่เป็นมรดกของชาติ ไม่ว่าเวลาใดก็มิยอมจำนนและหวาดกลัวต่อศัตรูหมู่มารใดๆ ทั้งสิ้น ในประวัติศาสตร์แห่งการปกปักรักษา และการต่อสู้เพื่อความยืนยงคงตัวของชาติ มีหลายระยะที่ชาติมีปัญหาความขัดแย้งภายใน ความขัดแย้งนี้ส่วนมากก็เป็นความขัดแย้งภายในวงศาคณาญาติ ชนชั้นปกครอง เสนาผู้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการแตกแยกล่มสลายของชาติ ในส่วนนี้สารก็ได้สะท้อนให้พวกเราเห็นอย่างจะแจ้งว่า
สังบ่ หลงเห็นเชื้อ สกุลวงมารชาติ ตนเด
มาคั่ว ก้มกราบไหว้ คนใบ้ซั่วซาม
สารได้กล่าวประณามบุคคลผู้ที่เห็นแก่ตัว ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่น โดยไม่ได้คำนึงถึงสิทธิผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

อันเป็นสาเหตุนำเอาความหายนะมาสู่บ้านเมือง จนเกิดมีคำพังเพยว่า “ชักน้ำเข้าเรือ ชักเสือเข้าบ้าน” ในส่วนนี้ สารก็ได้กล่าวไว้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า
คันบ่ มีเฟือยไม้ ไฟบ่ลามไหม้ป่า
มือบ่ ใส่ต่อจ้ำ เฮือซิขึ้นเผ่นผาย พี่ลือ
นี้ก็ชี้ให้เห็นว่า ถ้าไม่มีคนในชาติเป็นผู้ชักใยให้คนชาติอื่นเข้ามาแล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ เปรียบเหมือนกับไฟไหม้ป่า ถ้าไม่มีใบไม้แห้ง กิ่งก้านโดนโคนล้มลงแล้ว ไฟก็ไม่สามารถจะไหม้ลุกลามไปทั่วป่าดงพงไพรได้
ในสมัยที่ประเทศชาติสูญเสียความเป็นเอกราช ตกเป็นหัวเมืองขึ้นให้แก่ชาติอื่นนั้น ผู้ที่มีจิตใจรักชาติ รักบ้านเกิดเมืองนอน สามารถจำแนกคนในชาติได้ว่า ใครเป็นผู้ขายชาติยอมก้มหัวรับใช้ชาติอื่น และใครเป็นคนรักชาติบ้าง ในส่วนนี้ สารก็ได้ชี้ให้เห็นปัญหาอย่างชัดเจนว่า
ไม้ก็ ยังต่างไม้ แก้วแก่นจันโท
สังว่า เอามาเทียบ หมู่ขอนลอยน้ำ
สารได้เปรียบเทียบว่า อยู่ในป่าดงมีไม้หลายชนิด บางชนิดก็มีคุณค่าราคาแพง บางชนิดก็ราคาถูก จะเอามาเปรียบกันไม่ได้ คนในชาติก็เช่นกัน ผู้ดีมีน้ำใจรักชาติสร้างชาติก็มี

ผู้ที่ชั่วหลงมัวเมาในลาภยศ และความสุขส่วนตัว ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่นก็มี ผู้แต่งยังได้ยกปัญหานี้ขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า
อ้อยหวาน พอยว่าส้ม ให้ลองชิมพอรู้ข่าว
เขาฮอ เจ้าว่าหวานอ้อย ตามเจ้าขิเบิ่งเอา
หรือว่า หินแร่ เจ้าหากุมว่าแท้ ความเจ้าขิเบิ่งเอา
สารได้เปรียบเทียบว่า อ้อยธรรมดามันมีรสหวาน แต่กลับว่าส้ม เถาบอระเพ็ดขม แต่กลับชมว่าหวาน นี้ก็เป็นการยากที่จะให้ทุกคนมีความเข้าอกเข้าใจว่า คนที่ขายชาติยอมก้มหัวให้ชาติอื่น แต่กลับเข้าใจว่าเป็นคนดี มีศีลธรรม คนที่มีจิตใจรักชาติแต่เห็นว่าเป็นคนไม่ดีขายชาติ ในความเป็นจริงประวัติศาสตร์สมัยที่ตกเป็นหัวเมืองขึ้นของประเทศไทยก็เป็นเช่นนั้นแท้ บรรดาเจ้านายชนชั้นปกครองของลาวจำนวนหนึ่ง ก็ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่น เป็นปรปักษ์ต่อคนภายในชาติตนที่หวังอยากกอบกู้เอาเอกราชกลับขึ้นมาให้แก่ชาติตน
ง. แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยของผู้แต่งต่อประเทศชาติ
ในยามที่ชาติตกอยู่ใต้แอกคือถูกครอบครองโดยชาติอื่น ก็มีเจ้าปกครอง และประชาชนผู้ที่รักชาติจำนวนไม่น้อยซึ่งได้คิดแสวงหาช่องทางเพื่อกอบกู้เอกราชอยู่ตลอดเวลา

คนเหล่านี้ได้มีความพยายามปรับปรุงบูรณะ และสร้างสรรค์ประเทศชาติ พร้อมกันนั้นก็สร้างกองกำลังป้องกันชาติให้เข้มแข็ง ดั่งสารลึบพะสูนที่คิดได้แสดงให้เห็นถึงปัญหานี้ว่า
ใจประสงค์ข้อย อยากไถนาเฮื้อเก่า
น่าซ่าว มีบ่แพ้ พะอวนอ้ายบ่ประสงค์
นักประพันธ์ท่านนี้ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใย ต่อประเทศชาติที่สูญเสียความเป็นชาติไป แต่เดิมก็คือผืนแผ่นดินลาว ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน เคยมีสิทธิเต็มที่ในการเป็นเจ้าของ แต่มาบัดนี้ ได้ถูกย้ำยีปี้บ่น และถูกยึดเอาสิทธิแห่งความเป็นเจ้าของไป ประชาชนคนในชาติถูกกวาดต้อนไปเป็นทาส เป็นข้ารับใช้ของชาติอื่น ฉะนั้น ผู้แต่งจึงอยากจะกอบกู้เอาชาติคืนมาให้ได้
แต่จะทำอย่างไรจึงจะสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ ผู้แต่งก็ได้ปลุกระดมว่า
เชิญแม่ มาช่วยขัดสีแก้ว ทำมะโฮงให้แจ้งรุ่ง แด่ท้อน
ห่อนว่า บุญส่งให้ แสงเท้าทั่วเมือง บ่ฮู้
นี้หมายความว่า ผู้แต่งเรียกร้องให้คนในชาติมาร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อกอบกู้เอกราช ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ประเทศชาติถ้าตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นแล้วจะไม่มีโอกาสได้รับการบูรณะและพัฒนาให้เจริญรุ่งเรื่อง นอกจากนั้นก็จะทำให้บ้านเมืองนี้เสื่อมลงไป เช่นว่า
อันว่า ผักตบเข้ม มะหานินน้ำคั่ง พิลานั้น
ปะละ เสียหมั่นเส้า แสงกั้วฝุ่นดิน
ผู้แต่งเปรียบเทียบแก้วมหานิลสีผักตบ ซึ่งมีราคาแพงนั้น หากปล่อยให้เกือกกลั้วฝุ่นแสงของมันก็จะเศร้าหมอง นอกจากนั้น ผู้แต่งยังแสดงให้เห็นการตัดสินใจว่า
มันหาก เคยตายย้อน ดอมขันเดือนแปด
พี่บ่ แหนงหน่ายเอื้อ ชีวังไว้ท่อใย
เพิ่นหาก ลือว่าฮ้าย ใจอ้ายหากประสงค์
ผู้แต่งได้ยกเอาคำสอน (เพิ่นหากเคยตายย้อน ดอมขันเดือนแปด) “ขัน” หมายถึง ที่ที่น้ำไหลวนอย่างแรงหรือวังวน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินเรือ โดยเฉพาะวังวนในฤดูฝนกลางเดือนแปด กลางเดือนเก้า เป็นอันตรายที่สุด แต่ผู้แต่งก็ไม่หวั่นไหวหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เมื่อมีความตั้งใจที่จะต่อสู้กอบกู้เอกราชแล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่อาจจะต้องสละทั้งเลือดเนื้อและชีวิต แม้จะเป็นอันตรายร้ายแรงจนถึงขั้นต้องเสียชีวิต ผู้แต่งก็ยอมสละได้ ในความเป็นจริงประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้และกอบกู้เอกราชจากสยาม ในระยะต่อมา ก็คือผลแห่งความคิด ความหวังของคนลาว ผู้นำ แม่ทัพนายกองที่แสวงหาช่องทางในการปลดปล่อยตนเองออกจากแอกคือการถูกครอบครองโดยสยาม ที่แสดงออกอยู่ใน “สารลึบพะสูน” นั่นเอง.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Sabaidii Thane Ath,

Non, Non ! Si je ne m'exprime pas souvent, ce n'est pas du tout parce que j'ai peur de Mister YONG (Bood ບອດ). Ce Mister n'a rien, absolument rien à me ou à nous effrayer.
Il est un diplomate. Je suis un ancien commando expérimenté qui a connu des coups durs. Avez-vous connu un commando qui a peur d'un diplomate !
Bref, je m'amuse ! Quand on n'a pas d'idées ou pas de bonnes idées, il vaut mieux se taire, écouter, observer... au lieu de dire n'importe quoi. Autrement dit, parler pour ne rien dire
ou raconter toujours la même chose, ce n'est pas intéressant. Ce serait même pénible pour les internautes qui reçoivent plus de 50 messages inutiles par jour. Il y en a qui s'exprime bien,
très bien même. Je les apprécie mais je ne dis pas leurs noms. J'avoue que j'ai supprimé sans les ouvrir, des messages que je juge sans intérêts. Moi même, quand je n'ai pas des idées neuves,
je ne veux tout simplement pas déranger les autres. Je n'ai jamais peur des agents de la RDPL ! En plus, j'ai dépassé l'âge d'avoir peur. Malgré mon âge avancé, s'il fallait refaire
ce que j'ai fait il y a 40 ans, je n'hésiterai pas une seconde ! Mister YONGBLOOD (ຍົງບອດ ແກວແຂ້ວດຳຫ້ນາແຫລ້)dirait : Oh ! Khonh Thaô Khi Khouy ຄົນເຖົ້າຂີ້ຄູຍ! Euh,ເອີຍKhouy Mô Pay xanh léo ຄູຍໂມ້ໄປຊັ້ນແລ້ວ
Une chose importante : Il y a des patriotes du forum qui n'apprécient pas l'usage d'une langue étrangère. En ce moment, je ne suis pas équipé pour m'exprimer en LAO !
Soyez sûr, cher Thane Ath, mon propos ici n'a rien contre vous. Nous sommes amis, n'est-ce pas ! C'est simplement pour dire mes raisons de ne pas m'exprimer régulièrement.
Nab thu,
SOUY

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໃນວັນທີ 6/12/2011 ປະຊາຊົນລາວແຂວງສາຣະວັນ ບໍ່ດີໃຈຕໍ່ບໍຣິສັດວຽດນາມ ເຂົ້າມາຕັດໄມ້ ທຳລາຍປ່າ ຢ່າງຊະຊາຍ ແບບບໍ່ເກງໃຈປະຊາຊົນລາວ ດ້ວຍຄວາມບໍ່ພໍໃຈຕໍ່ເຫດການດັ່ງກ່າວ ປະຊາຊົນລາວເມືອງຕະໂອຍ ໄດ້ຈູດລົດຂົນໄມ້ຖ່ອນ 6 ຄັນ.
ວັນທີ 28-10-2011 ປະຊາຊົນລາວທີ່ເມືອງເລົ່າງາມ ໄດ້ແກວ່ງລະເບີດໃສ່ທີ່ພັກແຄ້ມຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 5 ເຈັບ 10 ຄົນ.
ວັນທີ 30-10-2011 ປະຊາຊົນລາວ ທີ່ບ້ານໄຊ ເມືອງສາຣະວັນ ໄດ້ຍີງພໍ່ຄ້າໄມ້ຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 2 ຄົນ.

__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

From: blacksaphire@hotmail.fr
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Subject: RE: ລາວນອກ ແລະ ວຽດນອກ ຕ່າງກັນແນວໃດ ?
Date: Wed, 7 Dec 2011 17:18:15 +0100



นิสัยของคนลาวจำนวนมากอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขงคือทิศตะวันออก และ ทิศตะวันตก(ไทอิสาน)ีความคิดยอมจำนนไม่กล้าต่อสู้ไห้กับศัตรูของชาติและของตนเอง
ยอมเป็นไพร่,ยอมเ็ป็นข้าทาส,ยอมไห้คนต่างชาติเป็นเ้จ้าทาสของพวกตนเองนั้น เพราะความกลัว,ขี้ขลาดตาขาว,อ่อนแอ,กลัวบาปกรรม ยกตัวอย่างคนลาวจะ
ตกไปอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกนี้ ยอมไห้คนต่างชาติเป็นนายผู้บังคับ ยอมก้มหัวรับไช้จนตายไม่กล้าถกเถียงทั้งๆที่ตนเองจะเป็นฝ่ายที่ถูกต้องก็ตาม เช่นในปัจจุบันนี้
ลาวฝั่งตะวนออกเวียงจันทน์สี่ล้านคนอยู่กับเวียตนามยอมตัวเป็นคนรับไช้,ไพร่,ขี้ข้า,ทาส ไห้กับเวียตนาม ไม่กล้าต่อสู้ เีวียตนามอยากได้อะไรใน
แผ่นดินก็ยกเอาไปได้เลยไม่จำเป็นต้องขอเจ้าของแผ่นดิน เ่ช่นไม้,บ่อแร่เงิน,ทองแดง,ทองคำฯลฯ...ส่วนลาวตะวันตกฝั่งแม่น้ำโขงสี่สิบล้านคนก็ยอมเป็นไพร่
ขี้ข้า,ข้าทาสไห้คนไทยสยามบางกอกจำนวนน้อยๆมานับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1893 เป็นต้นมา ไม่กล้าลุกขื้นมาต่อสู้เรียกร้องเอาเอกราชของตนเองเลย
ผู้ชายยอมทำงานแบบข้าทาสในเรือนเบี้ย,ยอมเป็นทหารตายแทนเพื่อปกป้องเจ้านายทาสของตนเอง ส่วนผู้หญิงลาวอิสานก็ทำงานเป็นกรรมกรในโรงงาน,
หญิงเสิฟตามโรงแรม,ร้านอาหาร,อาบอบนวด,โสเภณี หรือ กะหรี่ เพื่อต้อนรับแขกภายในประเทศ และ ส่งนอกเพื่อนำเงินเข้าประเทศอีก ใน สปป ลาว ปัจจุ
บันนี้หญิงสาวลาวฝั่งซ้ายเวียงจันทน์ที่มีเวียตนามปกครองมานับตั้งแต่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1975 ก็เอาแบบอย่างหญิงลาวอิสานทำงานเ็ป็นโสเภณี,อาบอบนวด,
คนรับไช้ในบ้านไห้คนต่างด้าว และออกมาเป็นโสเภณีในสยามประเทศไทยเกือบหกแสนคนแล้วทังหญิงและชาย เหตุผลทังหมดเพราะว่า:=คนลาวถูกเล่ห์
กลของต่างชาติหลอกลวง,ฉวยไช้จุดอ่อนแอของคนลาวคือ 1.ด้านความเชื่อถือไสยศาสตร เช่น พญางู,พญานาค,ผีสางนางไม้,ผีฟ้า,ผีแถน,ผีบ้าน,ผีป่า คน
ต่างชาติเอาไปสอนไห้คนลาวทั่วไปเกีดความกลัวไม่ไห้มีความคิดต่อสู้กบศัตรูของตนเอง. 2.ด้านศาสนา คนต่างชาติผู้มาปกครองสอนไห้มความกลัวต่อบาป
ไห้ทำบาป สอนไห้อยู่ในศิลห้าข้อ,ไห้ทาน,ไห้สร้างวัดเอาไว้มากๆเพื่อได้บุญกุศลเมื่อตายไปแล้วจะได้ไปสวรร์บนฟ้าเกีดชาติหน้าเป็นเศรษฐี,เป็นเจ้านาย...
พวกท่านทังหลายจะเห็นว่าคนลาวไม่ว่าจะตกไปเป็นข้าทาสประเทศไหนก็ตามสิ่งที่ช่วยกันสร้างคือ วัด,รูปพญาูงู-พญานาค ก่อนเรื่องอื่นๆหมด ส่วนเรื่องการ
ศึกษาด้านวิทธยาศาสตรเช่น การปกครอง,แพทย์,พยาบาล อื่นๆไห้กับลูกๆเป็นเรื่องไม่สำคัญ นี้คือนิสัยอันแท้จริงของคนลาวในอดิตรจนถึงเท่าทุกวันนี้...
ถ้ามื่อใดคนลาวมีการจัดตั้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดร่วมกันขื้นมาก็ถกเถียง-แตกแยก ไม่ยอมฟังเหตุผลไดๆกันเลย กรุณาเข้าไปรับฟังได้ที่ WWW.PALTALK.COM
ท่านลาวทังหลายคงเข้าใจดีของคนลาวแต่ละกลุ่มดี...Black Saphire.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

news from facebook khonh lao huk xat

ໃນວັນທີ 6/12/2011 ປະຊາຊົນລາວແຂວງສາຣະວັນ ບໍ່ດີໃຈຕໍ່ບໍຣິສັດວຽດນາມ ເຂົ້າມາຕັດໄມ້ ທຳລາຍປ່າ ຢ່າງຊະຊາຍ ແບບບໍ່ເກງໃຈປະຊາຊົນລາວ ດ້ວຍຄວາມບໍ່ພໍໃຈຕໍ່ເຫດການດັ່ງກ່າວ ປະຊາຊົນລາວເມືອງຕະໂອຍ ໄດ້ຈູດລົດຂົນໄມ້ຖ່ອນ 6 ຄັນ. ວັນທີ 28-10-2011 ປະຊາຊົນລາວທີ່ເມືອງເລົ່າງາມ ໄດ້ແກວ່ງລະເບີດໃສ່ທີ່ພັກແຄ້ມຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 5 ເຈັບ 10 ຄົນ. ວັນທີ 30-10-2011 ປະຊາຊົນລາວ ທີ່ບ້ານໄຊ ເມືອງສາຣະວັນ ໄດ້ຍີງພໍ່ຄ້າໄມ້ຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 2 ຄົນ.


-----------------
ຖ້າຕະບະປຊຊົນລາວແຕກ ຢ້ານແກວໃສ່ເກັຽຫມາອອກຈາກລາວແທ້ແລ້ວ ຂອງຂວັນສົ່ງທ້າຍປີເກົ່າໃຫ້ພວກກໍ່ກວນໄດ້ຮູ້

--- En date de : Jeu 8.12.11, Souy Sengsay a écrit :


De: Souy Sengsay
Objet: RE: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ
À: laosnetworkroom@googlegroups.com
Date: Jeudi 8 décembre 2011, 17h39


Sabaidii Thane Ath,

Non, Non ! Si je ne m'exprime pas souvent, ce n'est pas du tout parce que j'ai peur de Mister YONG (Bood). Ce Mister n'a rien, absolument rien à me ou à nous effrayer.
Il est un diplomate. Je suis un ancien commando expérimenté qui a connu des coups durs. Avez-vous connu un commando qui a peur d'un diplomate !
Bref, je m'amuse ! Quand on n'a pas d'idées ou pas de bonnes idées, il vaut mieux se taire, écouter, observer... au lieu de dire n'importe quoi. Autrement dit, parler pour ne rien dire
ou raconter toujours la même chose, ce n'est pas intéressant. Ce serait même pénible pour les internautes qui reçoivent plus de 50 messages inutiles par jour. Il y en a qui s'exprime bien,
très bien même. Je les apprécie mais je ne dis pas leurs noms. J'avoue que j'ai supprimé sans les ouvrir, des messages que je juge sans intérêts. Moi même, quand je n'ai pas des idées neuves,
je ne veux tout simplement pas déranger les autres. Je n'ai jamais peur des agents de la RDPL ! En plus, j'ai dépassé l'âge d'avoir peur. Malgré mon âge avancé, s'il fallait refaire
ce que j'ai fait il y a 40 ans, je n'hésiterai pas une seconde ! Mister YONGBLOOD dirait : Oh ! Khonh Thaô Khi Khouy ! Euh, Khouy Mô Pay xanh léo !
Une chose importante : Il y a des patriotes du forum qui n'apprécient pas l'usage d'une langue étrangère. En ce moment, je ne suis pas équipé pour m'exprimer en LAO !
Soyez sûr, cher Thane Ath, mon propos ici n'a rien contre vous. Nous sommes amis, n'est-ce pas ! C'est simplement pour dire mes raisons de ne pas m'exprimer régulièrement.
Nab thu,
SOUY



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Tue, 6 Dec 2011 04:51:23 -0800
From: ath_dhatpa@yahoo.com
Subject: Re: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ທ່ານ ທັງຫລາຍ ທີ່ເຄົາຣົບ ແລະນັບຖື,


ຍ້ອນທ່ານຢົງກວດກາ ຫລື ເກັບກຳຂໍ້ມູນນຳລາວນອກ ເພື່ອໄປຣາຍງານ ສປປລ ກ່ຽວກັບຄົນລາວ ຕ່າງປະເທດ.
ຈຶ່ງເປັນເຫດໃຫ້ ບັນດານັກການເມືອງລາວນອກ ມີຄວາມເກງໃຈ ແລະ ຢ້ານ.
ດັ່ງນັ້ນ ການອອກຄວາມເຫັນ ຈຶ່ງຈະບໍ່ມີ ຫລາຍຄົນ ຈະອອກຄວາມເຫັນ.
ເຖິງຢ່າງໃດກໍດີ ກໍຍັງມີ ຕາງຫນ້າ ຂອງພັກການເມືອງ ຫລາຍຯ ພັກ ທີ່ຍັງມີການ ເຄື່ອນໄຫວຢູ່ ມາປະກອບ
ສ່ວນອອກຄວາມເຫັນບໍ່ ໄດ້ຂາດ.
ບາງພັກການເມືອງຄົງຈະຢຸດເຊົາກິຈການ ເພາະ ມີຄົນເຫັນຫົວຫນ້າ ຍ່າງ ຢົ້ງຯ ຢູ່ວຽງຈັນ.
ບໍ່ມີຫັຽງແນ່ນອນ ມີເທົ່າໃດເຮັດທໍ່ນັ້ນ.


ມິຕພາບ.
ອາຕ



--------------------------------------------------------------------------------
From: A. Bounkhong.
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Sent: Tuesday, 6 December 2011 12:41 PM
Subject: Re: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ


Mr Toum Rasika,


Lao PDR Gov. watches his report only but not trust some body else.
The idea should be updated.


Best Regards,
A. Bounkhong









2011/12/5 Toum Rasika

ທ່ານພີ່ນ້ອງລາວທີ່ນັບຖື.


ທຸກຂ່າວ ແລະ ຫນັງສື ທີ່ຂຽນເປັນ ພາສາອັງກິດ, ຝຣັ່ງ ແລະ ລາວ ທ່ານຫມໍ ຮຸ່ນຍົນ ບິດລານ ອ່ານໄດ້
ແຕ່ລະມື້ຕ້ອງກຸມອ່ານຂ່າວ ທີ່ຄົນລາວນອກຂຽນລົງໃນຟໍຣຳ. ເວທີສະພາກາເຟບໍ່ອານເສັຽເວລາ ເພາະວ່າ
ແນວໃດເຂົາກໍຫມົ້ນຢູ່ກ້ອງໂຕະກ້ອງຕັ່ງຂອງ ຫມໍຢູ່ແລ້ວ.


ທ່ານ ຫມໍ ບໍ່ສະບາຍປານໃດ ເພາະ ຫລານຊາຍພໍ່ກະດວດ ຂີດຈວາດຯ ຈາດ ໃສ່ທຸງພັກ ບາດຮ້ອງເພງ
ຊ້ຳໄປຮ້ອງເພງຊາດກ່ອນປີ 1975 ນັ້ນ ລະ ຂີ້ທີ່ຫລຽນຫລາຍ ຢາຍບໍ່ໄຂວ່ ມັນຈຶ່ງມີບັນຫາ.


ລອງພິມເອກສານແບ່ງເຂດແດນລາວວຽດນາມ ມາໃຫ້ເບິ່ງແມ໌ ຈະອັດປາກງຽບ ມິດຈີ່ລີ່.


ບາດລາວນອກໂວຍວາຍມັນບໍ່ງາມເຫັນບໍ່ລ໌າ.
Message flagged
Saturday, 3 December 2011 6:29 PM
Message Body
ແຕ່ກອ່ນໄດ້ຍິນໝໍຢົ້ງ ຈັນທະລັງສີ ເວົ້າວ່າຈະສ້າງຮູບປັ້ນລຸງໂຮ່ ໄວ້ເປັນສັນຍາລັກແຕ່ລະແຂວງ
ແຕ່ຖືກຫາງສຽງຄັດຄ້ານໂຈມຕີໂວຍວາຍ ...ໝໍເວົ້າວ່າຢູ່ປະເທດໄທຍ໌ຮູູບລຸງໂຮ້ຈິມິນຕິດຢູ່ຕາມ
ຝາຮົ້ວອອ້ມບ້ານບໍ່ມີໃຜເວົ້າຫຍັງ?. ສູນສແວງ


ລາວນອກເຂົາຢາກໃຫ້ລາວເອກຣາຊທີ່ແທ້ຈິງ.


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ລັດຖະບານ ໂຈນລາວແດງ ໄຈຂາດຕາຍແລ້ວເດິຕ້ອງບັງຄັບໃຫ້ ລາວກ່ວາ5ແສນກິນເກືອ ຄືພວກເຂົາປາງສົງຄາມໃນຖ້ຳຊຳເຫນຶອ
.......................................


(ຂປລ) ກອງປະຊຸມສະໄໝສາມັນເທື່ອທີ 2 ຂອງສະພາແຫ່ງຊາດຊຸດທີ VII ໄດ້ດຳເນີນມາເປັນວັນທີ 2 ໃນວັນທີ 8 ທັນວາ 2011 ນີ້ ໂດຍການເປັນປະທານ ຂອງທ່ານ ນາງປານີ ຢາທໍ່ຕູ້ ປະທານສະພາແຫ່ງຊາດ, ກອງປະຊຸມໄດ້ຮັບຟັງບົດລາຍງານ ກ່ຽວກັບການແກ້ໄຂຜົນກະທົບຈາກໄພນ້ຳຖ້ວມ ແລະ ແຜນຟື້ນ ຟູໃນຕໍ່ໜ້າ ຈາກທ່ານ ພົນໂທ ດວງໃຈ ພິຈິດ, ຮອງນາຍົກລັດຖະມົນຕີ, ລັດຖະມົນຕີວ່າການກະຊວງປ້ອງກັນປະເທດ, ປະທານຄະນະກຳມະການປ້ອງກັນ ແລະ ຄຸ້ມຄອງໄພພິບັດແຫ່ງຊາດ.

ທ່ານ ພົນໂທ ດວງໃຈ ພິຈິດ ໄດ້ຍົກໃຫ້ເຫັນໄພນ້ຳຖ້ວມທີ່ເກີດຈາກພາຍຸໄຮມາ ແລະ ນົກເຕັນ ທີ່ໄດ້ສ້າງຜົນເສຍຫາຍອັນໜັກໜ່ວງແກ່ຍາວເວລາ ແລະ ກວມ ພື້ນທີ່ກວ້າງ ສົ່ງຜົນກະທົບ ເຖິງ 12 ແຂວງ, 96 ຕົວເມືອງ 1.790 ບ້ານ ແລະ 500.000 ກວ່າຄົນ, ນອກຈາກພາຍຸ 2 ຮ່າ ນັ້ນແລ້ວ ຍັງມີຝົນຕົກໜັກທະລົ່ມໃນ 3 ແຂວງພາກເໜືອ ຊຶ່ງລວມພື້ນທີ່ທີ່ຖືກຜົນກະທົບແມ່ນ 15 ແຂວງ, ມີເນື້ອທີ່ທຳການຜະລິດຖືກນ້ຳຖ້ວມ ແລະ ເສຍຫາຍ 64.400 ກວ່າເຮັກຕາ, ເສັ້ນທາງ ຄົມມະນາຄົມເປ່ເພ 323 ເສັ້ນ, ຂົວ 42 ແຫ່ງ, ຊົນລະປະທານເສຍຫາຍ 515 ໂຄງການ, ໂຮງຮຽນ, ໂຮງໝໍ ແລະ ສຸກສາລາ 281 ແຫ່ງ, ນອກຈາກນັ້ນ ຍັງມີລະ ບົບໄຟຟ້າ, ນ້ຳປະປາ, ສະຖານທີ່ທ່ອງທ່ຽວ, ພື້ນຖານການຜະລິດ, ບັນດາພື້ນຖານອຸດສະຫະກຳປຸງແຕ່ງ ແລະ ເຮືອນຢູ່ອາໄສ ຂອງປະຊາຊົນ ເປັນຈຳ ນວນຫລວງຫລາຍ ລວມມູນຄ່າເສຍຫາຍຫລາຍກວ່າ 1.400 ຕື້ກວ່າກີບ(1400ລ້ານ ດລ), ແລະ ມີຜູ້ເສຍຊີວິດ ຈຳນວນ 30 ຄົນ, ຕໍ່ກັບບັນຫາດັ່ງກ່າວ ລັດຖະບານ ແລະ ອົງການ ປົກຄອງທ້ອງຖິ່ນ ໄດ້ເອົາໃຈໃສ່ປຸກລະດົມ ທຸກພາກສ່ວນ ທັງພາຍໃນ ແລະ ຕ່າງປະເທດ, ປະຊາຊົນຊັ້ນຄົນຕ່າງໆ ເຂົ້າຮ່ວມໃນການຊ່ວຍ ເຫລືອສົງເຄາະດ້ານ ຕ່າງໆ ຕໍ່ຜູ້ປະສົບເຄາະຮ້າຍ ດັ່ງກ່າວ, ເຊິ່ງມາຮອດປະຈຸບັນ ໄດ້ຮັບການບໍລິຈາກທັງໝົດ 4,1 ຕື້ກວ່າກີບ, ລັດຖະບານໄດ້ ອານຸມັດ ເງິນແຮສຸກເສີນໄປ ຊ່ວຍ ຈຳນວນ 350 ລ້ານກີບ, ເຊິ່ງໄດ້ແຈກຈາຍໃຫ້ປະຊາຊົນຜູ້ຖືກຜົນກະທົບແລ້ວລວມທັງເງິນ ແລະ ວັດຖຸ, ອົງການຈັດຕັ້ງສາກົນ ປະ ເທດເພື່ອນມິດ ສສ ຫວຽດນາມ, ສປ ຈີນ, ໄທ, ລັດເຊຍ ແລະ ພາກສ່ວນຕ່າງໆ ໄດ້ລົງສຳຫລວດຜົນເສຍຫາຍ ແລະ ມາຮອດປະຈຸບັນ ໄດ້ຮັບການຊ່ວຍເຫລືອ ປະມານ 12 ລ້ານໂດລາສະຫະລັດ, ຊື່ງຜ່ານການຈັດຕັ້ງປະຕິບັດຕົວຈິງ ມາຮອດປະຈຸບັນ ດ້ວຍຄວາມບຸກບືນສູ້ຊົນຂອງທົ່ວພັກ-ກອງທັບ ແລະ ປວງຊົນ ກໍຄືຂະແໜງການ ແລະ ທ້ອງຖິ່ນ ໄດ້ເຮັດ ໃຫ້ຊີວິດການເປັນຢູ ່ຂອງປະຊາຊົນຜູ້ປະສົບໄພນ້ຳຖ້ວມ ໄດ້ກັບຄືນສູ່ສະພາບ ປົກກະຕິໂດຍພື້ນຖານແລ້ວ, ພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ແລະ ພື້ນຖານການຜະລິດ ເປັນຕົ້ນແມ່ນຖະໜົນຫົນທາງ, ຂົວ, ໂຮງຮຽນ, ໂຮງໝໍ, ສຸກສາລາ, ນ້ຳປະປາ, ຊົນລະປະທານ ແລະ ບ່ອນ ທຳການຜະລິດຈຳນວນໜຶ່ງ ໄດ້ຮັບການປັບປຸງປົວແປງ ຄຶນສູ່ສະພາບປົກກະຕິ ແລະ ສືບຕໍ່ຕັ້ງໜ້າກະກຽມໃຫ້ການຜະລິດລະດູແລ້ງໃຫ້ໄດ້ຕາມ ມາດຖານ ທີ່ວາງໄວ້, ສຳລັບທິດທາງ ແລະ ມາດຕະການໃນຕໍ່ໜ້າລັດ ຖະບານຈະເຮັດທຸກສິ່ງທຸກຢ່າງ ເພື່ອຟື້ນຟູພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ແລະ ພື້ນຖານການຜະລິດ, ທີ່ຢູ່ອາໄສ, ແລະ ຊີວິດການເປັນຢູ່ຂອງ ປະຊາຊົນໃນເຂດ ທີ່ຖືກນ້ຳ ຖ້ວມໃຫ້ກັບຄືນສະພາບປົກກະຕິໂດຍໄວ, ເລັ່ງໃສ່ສົງເຄາະຊ່ວຍເຫລືອຄອບຄົວບ້ານ ທີ່ຖືກເຄາະຮ້າຍ, ຮັບປະກັບໃຫ້ທົ່ວປະເທດ ສືບຕໍ່ມີສະຖຽນລະພາບ ທາງດ້ານການເມືອງມີຄວາມສະຫງົບ, ຄວາມເປັນລະບຽບ ຮຽບຮ້ອຍໃນສັງຄົມຢ່າງ ໜັກແໜ້ນ, ຄວາມເປັນປຶກແຜ່ນ, ຄວາມມີນ້ຳໃຈ, ແບ່ງທຸກແບ່ງສຸກ ຂອງປະຊາຊົນທົ່ວປະເທດໄປໃຫ້ເຂດທີ່ທຸກຍາກ, ເອົາໃຈໃສ່ສ້ອມແປງຊົນລະປະທານ ທີ່ເປ່ເພ ໃຫ້ສາມາດຮັບໃຊ້ການຜະລິດ, ສະໜອງ ແນວພັນພືດ, ແນວພັນສັດ ໃຫ້ພຽງພໍ ຕາມຄາດໝາຍການຜະລິດ ໃນລະດູແລ້ງ ເນື້ອທີ່ 170.000 ເຮັກຕາ, ນາແຊງ 135.000 ເຮັກຕາ, ແລະ ປູກພືດຕາມລະດູ 35.000 ເຮັກຕາ, ໂດຍລັດຖະບານ ຈັດສັນທຶນທັງໝົດ 130 ຕື້ກວ່າກີບ, ສ້ອມແປງເສັ້ນ ທາງທີ່ເປ່ເພໃຫ້ສາມາດສັນຈອນໄປມາ, ໃຫ້ຫລຸດຄ່າກະແສໄຟຟ້າ ສະເພາະການຜະລິດນາແຊງ, ສົກປີ 2011-2012 ລົງ 50%, ໃຫ້ເຂດທີ່ໄດ້ຮັບ ຜົນກະທົບ, ຈຳນວນ 346 ໂຄງການ ໂດຍລັດຖະບານ ເປັນຜູ້ຖົມຂຸມ ໃຫ້ບໍລິສັດໄຟຟ້າ, ໃຫ້ທະນາຄານຜ່ອນຜັນ ຫລື ເລື່ອນດອກເບ້ຍເງິນກູ້ ໃຫ້ຜູ້ປະ ກອບການໃນເຂດທີ່ຖືກຜົນກະທົບ ແລະ ສະໜອງທຶນ ທີ່ຈຳເປັນປະກອບ ເຂົ້າໃນແຜນຟື້ນຟູຢ່າງຕັ້ງໜ້າ, ຍົກເວັ້ນພາສີ-ອາກອນ ນຳເຂົ້າແນວພັນເຂົ້າ, ປຸ່ຍເຄມີ ແລະ ຢາປາບສັດຕູພືດ. ຈັດຫາແຫລ່ງທຶນໃໝ່ ເພື່ອຟື້ນຟູໄພ ນ້ຳຖ້ວມ ບໍ່ໃຫ້ຫລຸດ 400 ຕື້ກີບ, ໂດຍບໍ່ຕັດງົບປະມານ, ປຸກລະດົມປະຊາຊົນ ໄດ້ຮັບຜົນກະທົບເປັນເຈົ້າຕົນເອງ, ລະດົມທົ່ວສັງຄົມ ແລະ ຊາວບ້ານໃກ້ຄຽງຊ່ວຍເຫລືອ ເຊິ່ງກັນ ແລະ ກັນ, ໃນໂອກາດດຽວກັນ ທ່ານ ນາງ ດຣ ສຸວັນເພັງ ບຸບຜານຸວົງ, ປະທານກຳມາທິການ ເສດຖະກິດ-ແຜນການ ແລະ ການເງິນ, ແລະ ສະມາຊິກສະພາແຫ່ງຊາດຈາກເຂດ ເລືອກຕັ້ງຕ່າງໆ ເປັນຕົ້ນຈາກເຂດ ເລືອກຕັ້ງທີ 11 ແຂວງບໍລິຄຳໄຊ, ເຂດເລືກຕັ້ງທີ 4 ແຂວງອຸດົມໄຊ ແລະ ເຂດເລືອກຕັ້ງອື່ນໆ ກໍໄດ້ປະກອບຄຳຄິດຄຳເຫັນ ຕໍ່ບົດລາຍງານກ່ຽວກັບການ ແກ້ໄຂໄພນ້ຳຖວ້ມ ແລະ ແຜນຟື້ນຟູໃນຕໍ່ໜ້າ ຂອງລັດຖະບານ ໂດຍສ່ວນໃຫຍ່ ບັນດາສະມາຊິກສະພາແຫ່ງຊາດ ແມ່ນເຫັນດີກັບບົດລາຍຂອງລັດຖະບານ ພ້ອມດຽວກັນນີ້ ບັນດາສະມາ ຊິກສະພາແຫ່ງຊາດ ຈາກເຂດເລືອກຕັ້ງຕ່າງໆ ໄດ້ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ເອົາໃຈໃສ່ຟື້ນຟູພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ຢ່າງມີຈຸສຸມ ເປັນຕົ້ນ ແມ່ນໂຄງລ່າງ ທີ່ຮັບໃຊ້ໃຫ້ແກ່ການຜະລິດລະດູແລ້ງ, ຜະລິດນາແຊງ, ແລະ ເຮັດການຜະລິດລະດູແລ້ງ ຂອງປະຊາຊົນເຂົ້າສູ່ປົກກະຕິ, ຮັບປະກັນ ທາງດ້ານສະບຽງອາຫານ, ເອົາໃຈໃສ່ສະໜອງແນວພັນພືດ, ພັນສັດ, ປຸ່ຍ ອຸປະກອນການຜະລິດ ທີ່ຈຳເປັນແກ່ປະຊາຊົນຢ່າງທັນການ, ສະເໜີໃຫ້ລັດ ຖະບານ ຍົກເວັ້ນພາສີນຳເຂົ້າ, ວັດສະດຸ ກໍ່ສ້າງບາງປະເພດ, ແນວພັນພືດ, ພັນສັດ, ຢາປາບສັດຕູພືດ ເພື່ອນຳໃຊ້ເຂົ້າໃນການຟື້ນຟູເຂົ້າໃນ ລະບົບ ການຜະລິດ ແລະ ຊົນລະປະທານ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ຊອກຫາແຫ່ຼງທຶນເງິນກູ້ໃຫ້ຊາວກະສິກອນ ໃນເຂດທີ່ຖືກຜົນກະທົບ, ຄົ້ນຄວ້ານະໂຍບາຍຊ່ວຍ ໜູນປະຊາຊົນ ເພື່ອໃຫ້ເຂົາເຈົ້າກັບຄືນສູ່ການຜະລິດປົກກະຕິ, ເອົາໃຈໃສ່ການຊ່ວຍເຫລືອ ດ້ານວິຊາການຜະລິດກະສິກຳ. ປູກຝັງລ້ຽງສັດ ແລະ ການ ຜະລິດເປັນສິນຄ້າ, ໄປຄຽງຄູ່ກັບການມີນະໂຍບາຍສົ່ງ ເສີມດ້ານການເງິນ, ສິນເຊື່ອທະນາຄານ, ການຕະຫລາດ ແລະ ລາຄາ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ກໍຄືຂະແໜງການຕ່າງໆ ເອົາໃຈໃສ່ສຶກສາອົບຮົມໃນການປົກປັກຮັກສາສິ່ງແວດລ້ອມ ແລະ ການນຳໃຊ້ຊັບພະຍາກອນທຳມະຊາດຢ່າງສົມເຫດສົມຜົນ, ສ້າງຍຸດທະສາດການຮ່ວມມືກັບ ການປ່ຽນແປງດິນຟ້າອາກາດ ແລະ ຍຸດທະສາດປົກປັກຮັກສາສິ່ງແວດລ້ອມ, ສ້າງໃຫ້ໄດ້ຍຸດທະສາດການຮັບມື ກັບໄພທຳມະຊາດ ແລະ ສ້າງລະບົບເຕືອນໄພທຳມະຊາດຕາມຈຸດຫລໍ້ແຫລມ ແລະ ຈຸດຕ່າງໆທີ່ເຫັນວ່າມີຄວາມຈຳເປັນ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານສ້າງກອງທຶນ ເພື່ອກຽມພ້ອມຮັບມື ກັບໄພພິບັດທາງທຳມະຊາດ, ໃຫ້ລັດຖະບານຮີບຮ້ອນ ຊີ້ນຳຂະແໜງການທີ່ກ່ຽວຂ້ອງ ໃນການຈັດຕັ້ງ ປະຕິບັດ ການຄົ້ນຄ້ວາ ສ້າງໃຫ້ສຳເລັດນະໂຍບາຍນຳໃຊ້ທີ່ດິນ, ຈັດສັນທີ່ດິນ, ການຄຸ້ມຄອງ ແລະ ນຳໃຊ້ຊັບ ພະຍາກອນທຳມະຊາດ ເປັນຕົ້ນແມ່ນ ການຄຸ້ມຄອງທີ່ດິນປ່າໄມ້, ທີ່ດິນກະສິກຳ, ທີ່ດິນກໍ່ສ້າງເຄຫະສະຖານ, ທີ່ດິນເຂດແຮ່ທາດ, ບໍລິເວນນ້ຳ, ໂຄງການໄຟຟ້າ, ທ່ອງທ່ຽວ ແລະ ອື່ນໆ ເພື່ອເຮັດແນວໃດ ເຮັດໃຫ້ການຄຸ້ມຄອງ ແລະ ນຳໃຊ້ຊັບພະຍາກອນທຳມະຊາດ ລວມທັງການຈັດສັນທີ່ດິນ ແລະ ພັດທະນາຕົວເມືອງຢ່າງມີວິທະຍາສາດ ແລະ ມີປະສິດທິຜົນສູງສຸດ./.



__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?v=ebNwl9K5gbs

For immediate release
December 8, 2011

Mekong Governments Delay the Xayaburi Dam Pending Further Study
Civil Society Demands Clear Commitment from Laos to Stop All Construction Activities

Siem Reap, Cambodia – In a crucial decision for the people and ecosystems of the Mekong River Basin, the governments of Cambodia, Laos, Thailand, and Vietnam agreed today to delay the Xayaburi Dam, the first of eleven dams proposed for the Mekong River, pending further study on the impacts of the proposed Mekong mainstream dams. Japan and other international donors will be asked to assist in conducting the studies. No timetable for the delay was announced.

The government representatives did not give a joint press conference, but rather spoke to journalists separately. Te Navuth, Secretary General of the Cambodian National Mekong Committee told reporters, "When the four member countries agreed to conduct a further study, this meant the construction would not start until we have a clear result."

“Today the Mekong governments responded to the will of the people of the region. We welcome the recognition that not nearly enough is known about the impacts of mainstream dams to be able to make a decision about the Xayaburi Dam,” said Ms. Ame Trandem, Southeast Asia Program Director for International Rivers. “In line with today’s important decision, we expect that construction on the Xayaburi Dam will immediately stop and equipment will be cleared from the site. We expect the governments will provide a clear timeline and consultation process for the studies, and that the prior consultation process will remain open.”

“The Mekong governments made the right decision today, but it is only the beginning,” said Ms. Nguy Thi Khanh of Vietnam Rivers Network. “The governments need to take further steps to make their joint commitment a reality. They should agree on a roadmap for conducting further scientific studies to understand the Mekong River, building on the recommendations of the Strategic Environmental Assessment. They should commit not to pursue any mainstream dams until these studies are complete and meaningful public consultation occurs. We hope the Lao government will act in good faith and immediately halt all construction activities at the dam site and withdraw all construction equipment.”

The agreement to delay the Xayaburi Dam and conduct further studies was confirmed at a meeting of the Mekong River Commission (MRC) Council today in Siem Reap, Cambodia. The agreement was reportedly first made by the four Prime Ministers of the MRC Member Countries at the 3rd Mekong-Japan Summit held on the sideline of the 19th ASEAN Summit in Bali, Indonesia in November 2011.

“Ultimately the only responsible solution is to cancel the Xayaburi Dam and other dams planned for the Mekong River. We are confident that scientific studies on the Xayaburi Dam’s impacts, conducted in a transparent, participatory, and independent manner, will reach the same conclusion,” said Mr. Teerapong Pomun, Director of Living River Siam, a Thai NGO working to protect rivers and people.

The decision builds on the outcomes of a meeting of the four governments last April, when Cambodia, Thailand, and Vietnam called for further studies of the project’s transboundary impacts and public consultations before deciding on the dam. At that time, Vietnam also called for a ten-year moratorium on all mainstream dams in line with the recommendations of a 2010 Strategic Environmental Assessment prepared for the Mekong River Commission.

“While the governments have agreed to a delay, they will eventually need to make a final decision on whether to proceed with the dam,” said Mr. Chhith Sam Ath, Executive Director of the NGO Forum on Cambodia. “We believe that scientific evidence and the voices of the people must be taken into account in any further decisions. Alternative energy options exist that are cheaper and cleaner than these dams. The Mekong governments have succeeded at this first test of regional cooperation, but we cannot stop and rest yet.”

A study released this week demonstrated that power from Xayaburi and other mainstream dams was not needed to meet Thailand’s energy demand, and that cheaper and cleaner options exist that would lower electricity bills and reduce greenhouse gas emissions.

The Xayaburi Dam and the other dams proposed for the Mekong River have come under intense local and international scrutiny in the past year. Numerous scientific studies have warned about the potentially harmful impacts of these projects to the region’s fisheries, farmers, and local communities. Nevertheless, between April and December, Laos proceeded with preliminary construction and Thailand pursued agreements to purchase 95% of the dam’s electricity.

Media Contacts:

Ms. Ame Trandem, Southeast Asia Program Director, International Rivers: +66 868822426, ame@internationalrivers.org

Ms. Pianporn Deetes, Thailand Campaign Coordinator, International Rivers: +66 814220111, pai@internationalrivers.org

Mr. Teerapong Pomun, Director, Living River Siam: +66 814477969, teary99@hotmail.com

Ms. Nguy Thi Khanh, Coordinator, Vietnam Rivers Network: +84 912713229, khanh@warecod.org.vn

Mr. Chhith Sam Ath, Executive Director, The NGO Forum on Cambodia, +855 12928585, samath@ngoforum.org.kh

More information:

• Read the Media Kit on the Xayaburi Dam
• Learn more about the Save the Mekong Coalition




International Rivers is an environmental and human rights organization with staff in four continents. For over two decades, International Rivers has been at the heart of the global struggle to protect rivers and the rights of communities that depend on them.


2150 Allston Way, Suite 300, Berkeley, CA 94704, USA
Tel: +1 510 848 1155 | Fax: +1 510 848 1008 | info@internationalrivers.org | www.internationalrivers.org

Click here to unsubscribe



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Sent: Thursday, December 08, 2011 2:03 AM
Subject: Sabaydi de Montreal.


Hello ai Gnay
Merci de votre excllente emission patriotique de Radio Lao Siengserixon.Bravo de votre courage d'attaquer les dictateurs lao-viets sans scrupuke qui ont detruit notre patrie lao depuis 36 ans.SVP continuer.Vive et longue vie a votre emission bien precieuse,bravo encore!.
Dara Baccam est une femme(pas un homme)elle est directrice de VOA section Lao a Wash DC.Son mari est origine Thai-dam -Lao ,ex-professeur Thuyen Baccam.
Xokdi et HP sabaydi.

http://www.youtube.com/watch?v=O66zCGlRCvM
Lao's Millionaire.mpg
www.youtube.com
Laotian are very poor but lao leader are millionaire

__________________
Anonymous

Date:
  
 

www.siengserixonlao.com

ມີການເວົ້າເຖີງບັກຈົງອາງໄຟ ກັບບັກວີຣະຊົນ ເປັນບ້າ ຢືນຝັນຫວານຊີຮັ່ງຊິມີ ໂດຍອີ່ຫນໍ່ຄຳເອົາພະບາງມາຫລອກ

__________________
ຮັກຄວາມຈີງ!!

Date:
  
 

Anonymous wrote:

Dear to all phinong Lao patriots

Live in hamony with one another. Do not be pound but be willing to assosiate with people of low position. Do not be conceited. Do not be overcome by evil, but overcome evil with good

ອ່ານຄຳທຳນາຍ ດວງຈຳປາເມືອງລາວ

ອັດສຈັນໃຈໂອ້ ຕັກແຕນໂມ ປອ້ງໝູ່ມັ່ງ
ຂຽດກະແລປອ້ງໝູ່ຊ້າງ ໄປຢືນຈັ່ງຢູ່ທົ່ງຫລວງ

ນີ້ເປັນຄຳເວົ້າພະຍາທັມອົງເອກ
ອໍຣະຫັນຕັດກ່າວໄວ້ ໃນໃບລານນັ້ນກ່າວມາ

ວ່າຝູງລີງແດງຈະມາບ້ານ ໝາພານຈະຖືກນ່າງ
ນາຽຈະຖືກບ້ວງແຮ້ວ ແກວເຂົ້າອັ່ງນະຄອນ

ຕົກມາຄອນສຸດທ້າຽ ພະຍາທັມຈະມາໂປດ
ຊື່ວ່າເມກະຣາດທ້າວ ນຳດາວເຊື້ອເຂົ້າຮ່ວມກັນ

ຟ້າສຫວັນຈີ່ງອວຽພອນໄຫ້ ມະຫາໃຊໂຊກໄຫ່ຽ
ສີວິໃລລາບລົ້ນ ຖາວອນນັ້ນຕຣອດໄປ

ໃຫ້ພີຈາຣະນາຮູ້ແຈ້ງ ດູຕາໃຈໄຫ້ໂປດໂປ່ງ ຖ້າບໍ່ຍອມຕົກລົງເອົາເສຣີທັມ ມາປົກຄອງຊາຕເຊື້ອ

ເມື່ອໜ້າຫາກຈະເຫັນ ບ້ານເມືອງກໍ່ຈະເສົ້າ
ປະຊາຊົນເຫງົາຫງ່ວມ

ເຂົ້າຂາດນາປາຂາດນ້ຳ ດົ່ງໄມ້ເປົ່າແປນ
ດີນແດນມີແຕ່ໂຈນມານຮ້າຽ

ຝູງແກວ ໃທຈະມາເຂົ້າສູນພັນເຊື້ອເຜົ່າ(lao) ເຈົ້າເຮັດຫຍັງບໍ່ໄດ້ເພາະຄວາມໄຮ່ຍາກຈົນ

ຢ່າໄດ້ດົນລໍຊ້າ ກັບໃຈມາເອົາໃຈໃໝ່ ລັບເອົາເສຣິທັມມາປົກຄອງຊາຕເຊື້ອ

ສີນທັມເຂົ້າສູ່ໃຈ ຣິດພຣະທັມຈະໄດ້ ເປີດຕາໃຈແຈ້ງສຫວ່າງ ຮູ້ແຫ່ງທາງລອດພົ້ນ

ຈົນປັນຍາເຈົ້າແມ່ນບໍ່ມີ ມາທາງດີມີສີນທັມແລ້ວ ຫາກມີແນວມາຊ່ອຽອ້າຽດາວເອີຽ

ເຈົ້າບໍ່ໄດ້ກົ່ວຢ່ອນຢ້ານມານຮ້າຽທໍ່ເມັດງາ ຈົ່ງມາຮ່ວມກັນເຂົ້າລາວເຮົານ້ອງພີ້

ຕີກັບຜີເພດຮ້າຽ ມັນກົວຢ້ານຜ່າຽໜີ ເອົາເສຣິທັມມາຄອງສ້າງເມືອງລາວເຮືອງຮຸ້ງ

ຝູງພໍ່ລູງແມ່ປ້າປະຊາເຊື້ອຢູ່ສະບາຽ ເຈົ້າເອີຍ. ສະບາຽດີພີ້ນ້ອງລາວ


 ອາຮ່າ ຄຳທຳນວຽ ທ່ານນີ້ ດີແທ້ອີຫຼີ ລູງຂໍອານຸຍາດເພີ່ມຕໍ່ຍອດດໍ່ແດ້ ເປັນການທຳນາຽແທ້ ຈາກສາກົນ ເພີ່ນວ່າ 2500 ໂລກາໃດ້ຫວັນໃຫວ ຄົນສີຕາຽຮ້ອຽເທົ້າ ພະອີນເຈົ້າໃສກຳ ຍັງຈະຄຳ້ຢູ້ໃດ ແຕ່ຜູ້ເພີ່ນປະຕິບັດສີນ  ພະອີນສີລົງຈອງກັມຈອງເວນ ພວກທີ່ກີນເມືອງບາ້ນ ທັງລາວນອກລາວໃນບໍ່ມີບ່ອນຊົ້ນ ບາມສົງຄາມ ອາມະເກດດົນມາຮອດ ໃຜຈະລອດຢູ່ໃດ້ ໃຫ້ລໍຖ້າເບີ່ງເອົາ ນັບແຕ່ 1914 ຢ່າງເຂົ້າ ສົງຄາມໃຫ່ຽາມາເຖີງ ມະນຸດຕາຽເປັນແຖວເພະສົງຄາມທຳລາຽມ້າງ, ຍັງບໍ່ແລ້ວເົທົ້ານັ້ນ ຄວາມອືດຢາກ ຫີວໂຫຍ ພະຍາດໂລຄາລັດລວບກີນຈົນເກືອບກ້ຽງ, ຍັງມີແຜນດີນກວ້າງ ຂະເຢົ່າໂລກໂລກມະນຸດເກືອບຕາຽດັບ ທັງແຜນດີນໃຫວ ອູທົກະໃພຫຼາຽຄັ້ງ ຕາມມາມໍລະສູມກວ້າງ ພະຍຸໃຫ່ຽຫຼາຽຫົວ ກວດເອົາຄົນອະທຳ ມອດວາຽຕາຽສ້ຽງ ໃຜຈະເກັ່ງແຂງກ້າ ລອງເບີງສີ່ງເປັນມາ ເພາະພະຍາ ເມືອງແມນ ທຳສົງຄາມກັບພະຍາມານເຈົ້າ ຕໍ່ຈາກນີ້ຍີ່ງທະວີຍີງຈອມມານ ເພາະຫັວງຊີງບັນລັງ ຂອງສົມເດັດເຈົ້າອົງສ້າງມະນຸດຊາຽຍີງ ຫວັງຊີງຈະທຳລາຽມ້າງ ແຜ່ນດີນແລະຄົນທັງຊາດ ຈັບຜູ້ນັ້ນໃຫ້ເປັນປ່ວງບ້າ ຫວັງຂ້າໃຫ້ຕາຽ, ສະນັ້ນ ເຮັດແນວໃດເຮົາຈະລອດຢູ່ໃດ້ ໃນຊ່ວງອາວະສານຂອງສັງຄົມມະນຸດ ທີ່ກຳລັງປ່ວງບ້າ ທັງສາສນາກໍ່ຢາກໃດ້ເປັນໃຫ່ຽຄອງຄົນ, ທັງການເມືອງ ກໍ່ສອດແນມປ້ອງຂ້າ ທັງລະບົບໃອທີຊຳ້ ຕາມຈັບທຸກຄົນໃຫ້ຈ່າຽເພີ່ມ ຫາເງີນມາທຸກມື້ຄອຽໃຊ້ເພີອສັງຄົມ ເບີ່ງອາຍຸຄົນເຮົາແກ່ເຂົາ ແລ້ວກໍ່ຕາຽຈາກ ລູກຫຼານ ທັງເມັຽຮັກ ທີ່ເຄີຽຢູ່ຊົມດົມແກ້ມ ນັ້ນລະ ການທຳນາຽບອກໃວ້ ໃຫ້ຮີບປ່ຽນຈິດໃຈ ຢ່າໄປຫວັງເປັນນາຽ ຫຫຼີກຽດຊັງພີ່ນ້ອງ ລາວດຽວຕາມສາຽເລືອດ ເມື່ອໃດຟ້າແຖນເປັນໃຈໃຫ້ ໃນລະບົບໃໝ່ສາກົນ ຕາມສັນຍາຂອງ ການປົກຄອງສູງ ຂອງ ຍູເອນ ສັນຍາໃວ້ ໃນ ຍະສາຍາ 2:4 ນັ້ນ ກຳລັງຫັນກ້າວຢ່າງແຂງແຮງ ເພື່ອໃຫ້ໃຈຄົນແຂງກະດ້າງ ເຂົ້າມາ້ງ ພອ້ມຫົວໃຈມານແທ້ເນີ....  



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Monsieur Tou Sitha,
Votre description sur les attitudes de nos compatriotes résidant en Australie reflète la réalité de toutes les communautés laotiennes vivant à l'étranger.
L'ouverture et la "tolérance"entre nous constituent un facteur "déterminant"pour la recherche d'une "véritable"réconciliation nationale "à la laotienne"
En effet nos parents ont peut-être fréquenté les mêmes Groupes Scolaires,les mêmes collèges,et les mêmes Lycées,voire les mêmes Universités.Cette connaissance mutuelle facilite parfois le "rapprochement des idées et renforce notre amitié,si chère aux Laotiens.
En France,lors des obsèques de nos Anés,j'ai rencontré beaucoup d'Ambassadeurs,anciens étudiants fréquentant l'Université de Paris ou des Ecoles d'ingénieurs de France se comportent comme ils étaient Etudiants de l'époque,de la Maison de l'Indochine,puis maison du Laos et du Vietnam,enfin Maison de l'Asie du Sud-Est.
Je m'intéresse actuellement aux émissions de la Télévision Chinoise qui ont des programmes très bien documentés:pièces de théatre,politique étrangère,politique culturelle actuelle.
Je regarde d'une manière quotidienne les télévisions thailandaises qui nous renseignent sur les activités des Pays de l'ASEAN..
Notre pays a besoin de tout le monde.L'essentiel c'est d'offrir à notre jeunesse une bonne formation capable de constituer une classe des'Chefs d'entreprises"innovantes".
Demain les Autorités Laotienne et Thailandaise vont inaugurer un pont entre le Laos et la Thailande.
Ce sont mes opinions "personnelles"lesquelles sont le fruit d'une réflexion d'un vieux "prof"qui n'a rien à voir avec les analyses sinon les études"up to date"de la plupart de nos "penseurs"beaucoup plus dynamiques et beaucoup plus récents sur la société laotienne actuelle.
Je voudrais remercier toutes les personnalités Laotiennes qui m'ont appris sur la réalité sur nos concitoyens.
Je vous souheite une Bonne Jounée"



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Wed, 9 Nov 2011 18:22:21 -0800
From: tou.sitha@yahoo.com
Subject: Re: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ຮຽນ ທ່ານທີ່ສົນໃຈ ລູກຂອງທ້າວ ແກ້ວ ແກວ ( ຊື່ສໄມຮຽນຢູ່ ໄຊງອ່ນ ຫມໍ ໄດ້ເຂົ້າເປັນ ສະມາຊິກພັກອິນໂດຈີນ ຕອນຢູ່
Premiere.)


ມີຜູ້ເຂົ້າຮ່ວມງານລ້ຽງ ແຈ້ງວ່າ ແມ່ນ ທ່ານ ໄຊສົມພອນ ພົມວິຫານ ຣອງປະທານສະພາ ແນວລາວ ນາງນົກຕໍ່ ຊື່ ວັນ
ຄາດວ່າ ທ່ານ ສິໄສ ຄົງຊີ່ບໍຮູ້ລາວດອກ. ເວລາສຳພາດມາ ປະເທດ ອອສເຕຣເລັຽ ລາວຕົວະ ຣັຖບານ ອອສເຕຣເລັຽ ວ່າລາວຫນີໄພການເມືອງ ບາດມາຢູ່ ແລ້ວ. ລາວຊ້ຳສມັກເປັນໄສ້ເສິກໃຫ້ແນວລາວ ເດັກນ້ອຍນັກຮຽນລາວ ມາຮຽນ ລາວກໍລ້ຽງດູເຂົາ ໂດຍແມ່ນເງິນ ຂອງລາວເອງ.


ເວລາປະຊາຊົນຮັກຊາດ ປະທ້ວງສຖານທູດລາວ ໄດ້ສອງສາມອາທິດ ນາງ ເຈົ້າຫລານສຸພານຸວົງ ກໍຈັດລ້ຽງປອບຂວັນ
ສຖານທູດ ຖ້າຮ້ອງຄົນໃດເຂົາກໍມັດກາຣະວັດໄປກິນ ແລະ ຮ່ວມມ່ວນຊື່ນໂລດ.


ຖ້າມີການເຮັດວຽກບ້ານການເມືອງ ແມ່ນເຊີນເຂົາກໍມາຮ່ວມ ບາດເພິ່ນຂຶ້ນຕົບໂຕະດັ່ງ ເປັຽະ ຯ ພຸ້ນ ເວົ້ານຳລາວຄົນສລາດ
ອ່ານໄຕເຂົາເຈົ້າຍາກ.


ບາງເທືອ ສະມາຄົມລາວເອຊີທີ ແລະ ສຖານທູດເຮັດບຸນຖືກມື້ ດຽວກັນ ເຂົາເຈົ້າມີການຟ້າວຟັ່ງຫລາຍ ໄປກິນລ້ຽງ
ຢູ່ສຖານທູດ ເພາະກິນຟຣີ ກິ່ນອິ່ມແລ້ວລາພາກັນຫນີ ແບບມະລ່ຳ ມະລອ່ມ ແລ້ວພາກັນຟ້າວມາຊື້ປິ້ເຂົ້າບຸນ ສະມາຄົມ ມີຄົນ
ຖາມເປັນຫຽງພາກັນມາ ເຂົາເຈົ້າຕອບຫນ້າຕາເສີຍຯ ບາດຕາຍແມ່ນ ສະມາຄົມລາວ ເປັນຜູ້ມ້ຽນ ທູດມັນກໍໄປບ້ານມັນ
ອັນນີ້ເຂົາຮ້ອງໄປກິນຟຣີກໍໄປ ຢາກໃຫ້ມັນເຊິນ ທຸກອາທິດພຸ້ນລະ.


ແຄນເບີຣາເປັນເມືອງທີ່ແປກທີ່ສຸດ ສຳນັກງານການຕໍ່ຕ້ານ ສປປລ ກໍຕັ້ງຢູ່ນີ້,
ທູດລາວຈັດງານລ້ຽງ ເຊີນຄົນໄປກິນ ກໍແມ່ນຄົນຢູ່ນີ້ໄປຮ່ວມ ນຳໄທບ້ານໄກມາແຕ່ເຂດອື່ນ.
ໄປປະທ້ວງສະຖານທູດລາວ ຮ່ວມກັບປະຊາຊົນຕ່າງຣັດ ກໍ່ແມ່ນຄົນຢູ່ນີ້
( ບໍ່ແມ່ນອັດປະຕູປະທ້ວງ ແມ່ນ ມີການຖື ປ້າຍຄຳຂວັນ ໃຊ້ ໄມໂຄຣໂຟນ ດ່າທັງພາສາລາວ, ພາສາອັງກິດ
ແລະ ພາສາວຽດ. ທາງທູດກໍຖ່າຍວີດີໂອເອົ້າ ທາງຝ່າຍປະທ້ວງ ກໍຖ່າຍ ວິດີໂອຄືນ )


ບໍ່ມີຄຳວ່າໃບປີວ ແມ່ນເຮັດແທ້ທຳຈິງ ຂຽນຫນັງສື ໄປຫາຣັຖບານ ໄປພົບຣັຖບານ ແມ່ນຄົນຕໍ່ສູ້ຈິງ.
ທາງຣັຖບານຈະສົ່ງ ຄົນໄປຊ່ວຍລາວ ກໍເຊິນຄົນຈຳພວກນີ້ໄປພົບເພື່ອຂໍຄຳແນະນຳ ພວກນີ້ກໍແຕ່ງຄົນໄປພົບ
ແລະ ໃຫ້ຄວາມເຫັນ. ການອອກຄວາມເຫັນໃນຟໍຣັມ ກຸ່ມນີ້ຈະອອກເວົ້າທຸກຯວັນ ບໍ່ແມ່ນ 2 ວັນ, 5 ວັນ ແລະ ອະທິດນຶ່ງ
ມາເວົ້າຄັ້ງນື່ງ


ຮັກແພງ ແລະ ມິຕພາບອັນດູດດຶ່ມ
ຕູ່















--------------------------------------------------------------------------------
From: Sisavanh Phamy
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Sent: Thursday, 10 November 2011 9:07 AM
Subject: RE: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.


ແມ່ນແລ້ວ ທ່ານ ສີໄສ, ຂ່າວແບບນີ້ຄ້າຍກັບ ໃບປິວ ໃນອາທິດທີ່ຜ່ານມາ

From: laosnetworkroom@googlegroups.com [mailto:laosnetworkroom@googlegroups.com] On Behalf Of sysay chanthavixay
Sent: Wednesday, November 09, 2011 9:53 AM
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Subject: Re: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.

ກະຣະນາ ເປີດເຜີຍ ຊື່ ລູກໄກສອນ ແລະ ນາງນົກຕໍໃຫ້ ຖ້າບໍ່ດັ່ງນັ້ນ ຈົຫມາຍນີ້ ຈະເປັນລົມລົມແລ້ງ
ການຕໍສູ້ກັບຄອມມຸຍນິດ ຕ້ອງເປີດຫນ້າກາກຄວາມຈິງ ບໍ່ຕ້ອງອຳ ຖ້າອຳ ແມ່ນ ມັນກໍບໍ່ຕ່າງກັບຄອມມຸຍນິດ ໃນທີ່ສຸດສຸດ ຖ້າເຂົາປິ້ນມາ ກໍເສັຍບົດບາດຂອງ ຂບວນການລາວເສຣີພາບ
ສຈັນທະວິໄຊ


--------------------------------------------------------------------------------

From: Toum Rasika
To: Networkroom
Sent: Wed, November 9, 2011 3:40:16 AM
Subject: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.
ທ່ານ ພີ່ນ້ອງລາວນອກ ທີ່ຮັກແພງ.

ກ້ອນຫນ້າ ການມາຢຽມ ປະເທດ Australia ຂອງ ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ ໃນ ວັນທີ່ 3 ພຶສຈິກາ; ໄດ້ມີ ນາງ ນົກຕໍ່ ຕິດຕໍ່ມາຫາ ທາງທິມ ຂອງພວກຂ້າພະເຈົ້າ ຈະເປັນຜູ້ ປະສານງານລາວໃນລາວນອກ ໃຫ້ໄດ້ລົມກັນ.

ຕາງຫນ້າທິມໄດ້ແຈ້ງການໄປວ່າ ຖ້າຈະລົມກັນຕ້ອງຜ່ານ ທາງກະຊວງຕ່າງປະເທດ ຂອງ Australia. ຖ້າຈະມາຂົນຂວາຍໃຫ້
ຄົນລາວກັບຄືນປະເທດແລ້ວ ໃຫ້ຮ້ອງພວກສມຸນແນວລາວໄປຮ່ວມຟັງໂລດ.

ແລ້ວກໍມິດງຽບໄປ ປາກົດວ່າໄດ້ມີການເຈາະຈົງ ໂທໄປບອກ ຄົນທີ່ໄດ້ຫລຽນຈຳນວນນຶ່ງໄປຟັງຢ່າງງຽບຯ .
ທາງພວກ ຂພຈ ຕຽມສາກຫນ້າກາກຢູ່ ເພາະຈະເຮັດຫນັງສືແຈ້ງຂ່າວ ໃຫ້ຣັຖບານ ແລະ ຝ່າຍຄ້ານ ແລະ ສາກົລ
ພ້ອມກັນບາດດຽວ ເລີຍພາດໂອກາດ ທາງການ ຂອງ Australia ກໍປິດງຽບໄວ້ເຫມຶອນກັນ ເພາະເຂົາຮູ້ສູນກາງ
Laotians Freedom of Movement ຕັ້ງຢູ່ ແຄນເບີຣາ.

ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຕາມໂຫຣາຈານ ກໍ່ຫາກເປັນຢ່າງນັ້ນ 11,ຫລີກບໍ່ໄດ້ ເຖີງຄາວ ວັນເວລາມາເຖີງ ເຂົາຈະໄປສ້າງຄວາມດີ ຫຼື ບະບານໃສຍະສາດ ກົນເວດມົນຄາຖາ ກໍ່ບໍ່ໄດ້ຜົລ ຖືກຫາຽໂລ 555555555, ບາດຊີແລ້ວສັກຊຸ່ມໜອງຫານ ລາວອີສານຕ່າວຄືນຈັງແລ້ວ, ຕີໄທສຍາມແລ້ວ ຕີແກວນຳສົ່ງ ຄວາມປະສົງມາດມຸ້ງລຸງປ້າຈັງຢູ່ເຢັນ ວ່າໄດ ຕາມຄຳທຳນວຽ ປະເທດໃດ ປົກຄອງປະເທດນັ້ນ ຊົນຊາຕໃດກໍ່ປົກຄອງຊາຕນັ້ນ ມີສິດທີສເມີພາບກັນ ບໍ່ກົດຂີ່ຂົ່ມເຫັງກັນ ເອົາລັດເອົາປຽບກັນ

Quoting "specom2009@comcast.net" :


ເລຂ 11 ເປັນເລຂທີ່ພວກນັກເລງ, ໂຈນໄຊ້ສໍ້ໂກງກິນພວກໂງ່ໃນການຫລີ້ນໝາກ ຕໍ່າ-ສູງ
ຄັ້ນອອກ 11 ແມ່ນເຂົາກິນ ຕໍ່າ ກິນສູງ ຄືກັນກັບລັດກິນປະຊາຊົນ ອອກຫຍັງມາກໍກີນໝົດນັ້ນເອງ.

ສນັ້ນ ນໍ້າເບີ11 ຈຶ່ງເປັນນໍ້າເບີ້ ອຸບາດ ໃຜຄິດ ນໍາເອົາເບີນີ້ໄປໄຊ້ປະກອບກິດອັນສໍາຄັນ ຜູ້ນັ້ນຈະຖືກອາຖັນ.


Best Regards,

Specom



__________________
Anonymous

Date:
  
 


ຫມໍລຳປ້າຍແດງ
http://tiny.cc/xr1p1

http://k003.kiwi6.com/hotlink/e51k4iuyjb/view3000.htm

www.siengserixonlao.com

facebook : anourak anourak
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002868526558&ref=ts

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Source: http://www.thejakartaglobe.com/opinion/as-the-floodwaters-rise-in-thailand-an-ideological-debate-comes-to-the-surface/474273




Both in their scale and in their impact on people’s lives, the ongoing floods have brought to Thailand a tragedy whose dimensions can be hard to grasp. Thousands of factories have closed. Hundreds of thousands of jobs are in jeopardy. Millions of people dependent on the workers who held those jobs now face financial uncertainty.

At least 350 people have lost their lives and there are fears that afflictions such as diarrhoea, typhoid, leptospirosis and skin infections will add to this suffering in the weeks and months ahead.

The Thai government expects to spend billions of dollars on post-flood cleanup, recovery and reconstruction. Yet how to go about those tasks, how long they will take and whether foreign investors will have the confidence to return to the major industrial estates in Chao Phraya Delta provinces like Ayutthaya are open questions.

All of this is bad enough. But media coverage of the Thai floods has ignored an additional important dimension of the unfolding situation: The floods have triggered a political and ideological contest concerning the role of the Thai monarchy. This contest is playing out on a number of levels.

On one level, it is about who offers symbolic leadership to Thailand during times of crisis. During the second week of August, Prime Minister Yingluck Shinawatra visited the northern provinces of Sukhothai, Uttaradit, Phrae and Nan in one of her first high-visibility acts after taking office.

In the first of those provinces, she was photographed walking through flood waters in rubber boots. While in most countries such an act by a head of government would appear routine and reassuring, in the Thai context it had other meanings. For many decades, the national leader that Thais were most accustomed to seeing photographed on visits to rural people under adverse conditions was their king. Today, King Bhumibol Adulyadej has reached an age at which such visits are no longer possible. At the same time, younger members of the royal family — the king’s children and grandchildren — have opted to make their marks in the realms of scientific research, military aviation, scholarship, literature, music, fashion and the law. None has come to be associated as directly with the welfare of rural Thailand as the king.

In one sense, the visibility of Yingluck’s August trip had an encouraging dimension. It underlined the fact that the leader of Thailand’s elected government was prepared to shoulder responsibility in times of crisis. In another sense, however, it presented a potentially jarring image to Thais accustomed to the long-dominant royal order in their country.

On a second level, the events are more nakedly political. Thais unreconciled to the victory of Yingluck’s Red-Shirt-supported Pheu Thai Party in July’s polls have in recent weeks tried to turn her government’s current struggle to partisan political advantage. They have criticized the prime minister as favoring photo opportunities over effective measures to address the crisis. They have claimed that she remained more focused on enacting policies to enrich people and firms close to her government than on dealing with the mounting disaster facing the country. They have decried her government’s state of apparent confusion in the face of the vast sea of floodwaters that has now overrun its crisis center at the Don Mueang airport.

Such criticism, justified or not, is natural in a free-wheeling political culture like Thailand’s. But it has in this instance been accompanied, in cyberspace in particular , by another form of criticism: faulting Yingluck for, in essence, not having the wisdom and expertise of King Bhumibol in matters relating to water — or at least for not drawing sufficiently on that wisdom and expertise and therefore showing disrespect for the king.

Thais on the Yellow, anti-Thaksinite side of their country’s deep political divide have taken to the Internet to assure one another that the king has set up an alternate crisis center to meet the challenge posed by the flooding. To prove their case, they have even circulated on Facebook a photograph of the king meeting with a group of officials, with a large map spread out in front of them. It turns out, however, that the photograph comes from a TV news report from June on the king’s meeting with the leadership of the hospital in which he has stayed since 2009 to discuss road construction and drainage in the area around the hospital.

Attacks of this nature exemplify the longstanding determination of anti-Thaksinite, anti-Red-Shirt political elements in Thailand to accuse their opponents of disrespect for the monarchy. What gives these attacks particular force among those elements, however, is King Bhumibol’s long history of interest in water issues. Perhaps to pre-empt such attacks, Yingluck used her late-September audience with the king not only to report on her government’s efforts to manage the flooding but also to solicit his advice on appropriate measures to take.

In many respects, the third level on which Thailand’s flood crisis has occasioned an ideological contest over the monarchy is the most dangerous. It relates directly to the king’s decades-old interest in and association with management of Thai water resources.

The king has repeatedly offered ideas about those resources in his birthday speech to the nation each December. Major dams in northern Thailand are named for King Bhumibol and Queen Sirikit, while those in the northeast of the country carry the names of their three daughters. The Royal Irrigation Department celebrated King Bhumibol’s 60th birthday in 1987 with the publication of a book on water resources development compiled by the department’s then director general, who later served as an adviser to the king on water projects. In 2006, events marking the king’s 60th year on the throne included a lecture on “His Majesty the King and Hydropower.” In the same year, The Bangkok Post published a photograph captioned, “While playing in a Swiss forest as a boy, His Majesty shows his keenness for water management by building a dam with clay.” The reverse side of a 1,000 baht note pictures the king in front of another dam, one whose construction he advocated with unusual directness in his birthday speech of 1993.

Smith Dharmasoraoja, a former director general of the Department of Meteorology, has spoken in recent days of the flooding crisis as a reflection of the country’s flawed approach to water management. There is a growing understanding in Thailand that such long-term factors as the degradation of watersheds and water catchment areas, urban sprawl and industrialization and an inflexible water bureaucracy with little idea of how best to manage its dams explain the current disaster far more than do heavy rains in recent months.

Concern that these factors will come to be associated with King Bhumibol’s own legacy of interest in and influence over the management of water resources is growing among observers of Thai affairs. Many worry that the ideological strife to which that association might lead could prove almost as destructive to the country as the floods themselves.

Michael J. Montesano is a visiting research fellow at the Institute of Southeast Asian Studies in Singapore.


__________________
Anonymous

Date:
  
 



อักษรอีสานในภาษาเขียนและพูดอยู่ในโลกนี้ไม่มี คำว่า"อิสาน แปลว่า ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ"สยาม"หรือชื่อไหม่ว่า"ประเทศไทย"เปลี่ยนเมื่อ
ปี ค.ศ.1939 ตามลัทธิ"ไทยไหญ่ หรือ สยามไหญ่"ของ จอมพล.แปลก พิบูลสงคราม เพื่อครอบครอง"ชนชาติลาว"ไว้ไห้หมด เพราะคนเชื้อชาติลาวเรียกตนเอง
ว่า"ไทลาว หรือ ไทเฮา"เป็นคำสรรพนามเรียกชื่อคน,บ้าน,สถานที่อยู่ เพราะในประวัติศาสตรสยามได้เคยยึดครอง"ลาวล้านช้าง"ได้เป็นจำนวนมากในปี 1778
เป็นต้นมาจึ่งอยากได้มาผนวกเข้ากับ"สยามประเทศ"ไห้หมดเลยเปลี่ยนชื่อไหม่ว่า"ประเทศของ"คนไท(ย)" หรือ เรียกว่า"ลัทธิล่าแผ่นดิน" คนอิสาน นั้นหมาย
ถึงคนลาวล้านช้างตะวันตกที่ถูกแบ่งปันกับฝรั่งเศสในยุค"สงครามล่าอาณานิคมชาวตะวันตก"ในปี ค.ศ.03 Oct 1893 มี19แขวงที่เีสียไห้"สยามประเทศ"
จนเท่าทุกวันนี้.อักษรอีสาน หรือ "อักษรไทยน้อย"นั้น ความเป็นจริงแล้วก็คือ"ภาษาลาว"แท้ๆนั้นเอง แต่คนสยามผู้ชนะสงครามเป็นผู้เขียน,เปลี่ยนแปลง
ประวัติาสตรไหม่หมดเพื่อต้องการ"ลบล้าง"คำว่า"ภาษาลาว,คนชาติลาว"ไห้ศูนย์หายไปจากโลกนี้ เช่นในยุค"พระจุลจอมเกล้า=ร.5"ห้ามไม่ไห้คนลาวในตะ
วันออกเฉียงเหนือสอนภาษาลาว,ไม่ไห้มีโรงเรียนลาว,ห้ามพูดภาษาลาวในสถานที่ราชการทั่วไป เป็นต้น...


เบิ่งนครพนม : อักษร ลาว V.1


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເຣື້ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດແລະພຣະພຸທຮູບຕ່າງໆອັນສັກສິດທີ່ສຍາມກວາດເອົາໄປຈາກລາວນັ້ນກໍ່ເປັນພາກສ່ວນ
ສ່ວນຫນຶ່ງສຳຄັນກ່ຽວກັບການເມືອງຣະຫວ່າງສອງປເທດ.ແຕ່ສິ່ງສຳຄັນທີ່ສຸດ ສຳລັບພວກເຮົາທີ່ຕໍ່ສູ້ເພື່ອ
ຄວາມເປັນລາວນັ້ນ ແມ່ນຢາກໄດ້ເອກສານອັນເກົ່າແກ່ກ່ຽວກັບ ພົງສາວະດານ ວັນນະຄະດີແລະອື່ນໆ....
ທີ່ສຍາມໄດ້ກວາດລ້າງຕ່າງໃສ່ຫລັງຊ້າງຫລາຍຮ້ອຍຕົວ, ດວ້ຍເຫດນີ້ ລາວເຮົາຈຶ່ງຢູ່ແບບກຳຕາ ເພາະບໍ່ຮູ້
ເຄົ້າມູນ ວ່າສໄມກ່ອນລາວມີຄວາມຈະເຣີນ ຮັ່ງມີ ສີວິໄລຂນາດໃດ ? ມີ່ແຕ່ສໄມ ທ່ານມະຫາສີລາ ວີຣະວົງ
ໄດ້ໄປຄົ້ນຄົ້ວແລະກ່າຍເອົາບາງພາກສ່ວນເຣື້ງຂອງລາວຈາກຫໍສມຸດໄທຕາມທີ່ເຂົາອະນຸຍາດໃຫ້ ຈຶ່ງເອົາ
ມາແຕ່ງເປັນພົງສາວະດານລາວ,ແຕ່ຄວາມແທ້ຈິງກ່ຽວກັບປະວັດສາດລາວ ຍັງບໍ່ຮູ້ແນ່ນອນ. ສະນັ້ນ ພວກ
ເຮົາຂໍຮຽກຮ້ອງຢ່າງເດັດດ່ຽວ ໃຫ້ໄທສົ່ງເອກສານເກົ່າແກ່ທັງຫມົດຄືນໃຫ້ລາວໂດຍດ່ວນ, ເວລານັ້ນເວນ
ກັມກໍ່ຈະຫມົດໄປ ແລະ ລາວ-ໄທກໍ່ຈະຮ່ວມກັນແບບສັນຕິວີທີ ອັນຍາວນານ ຕາມຫລັກ”ປັນຈະສີລາ”.
ຕາງ ”ສະພາຮ່ວມຊາດລາວ”



--------------------------------------------------------------------------------
De : black saphire
À : laosnetworkroom@googlegroups.com
Envoyé le : Jeudi 27 Octobre 2011 12h57
Objet : RE: ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ


ตำนานพระแก้วมรกตมาจากกรุงเวียงจันทน์

พ.ศ.๕๐๐ พระอรหันต์ชื่อ พระนาคะเสนเถระ สร้างพระแก้วมรกตที่เมืองนครปาตาลีบุตร เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ๕๐๐ ปี
พ.ศ.๕๐๐-๘๐๐ ประทับอยู่เมืองนครปาตาลีบุตร ๓๐๐ ปี
พ.ศ.๘๐๐-๑๐๐๐ ประทับอยู่ลังกาทวีป (ศรีลังกา) ๒๐๐ ปี
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่กำพูชา
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่กำแพงเพชร
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่พระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.๑๕๐๖-๑๕๐๘ ประทับอยู่เมืองละโว้ ลพบุรี
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่เมืองกำแพงเพชร (ครั้งที่สอง)
พ.ศ.๑๙๗๗-๒๐๐๙ ประทับอยู่ลำปาง
พ.ศ.๒๐๐๙-๒๐๙๓ ประทับอยู่เชียงใหม่
พ.ศ.๒๐๙๓-๒๑๐๓ ประทับอยู่นครหลวงพระบาง
พ.ศ.๒๑๐๓-๒๓๒๒ ประทับอยู่นครเวียงจันทน์
พ.ศ.๒๓๒๒-ปัจจุบัน ประทับอยู่กรุงเทพมหานคร (ประมาณ ๒๒๙ ปี)

พระ แก้วมรกตเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกคนในโลก เมื่อถึงเวลาพระองค์จะเสด็จไปเอง โดยกำหนดประทับอยู่แต่ละแห่งไม่เกิน ๒๕๐-๓๐๐ ปี และก่อนจะเสด็จไป จะเกิดเหตุอาเพศภัยขึ้น ๓ ประการคือ๑.น้ำท่วมแรง..
๒.มีเหตุร้ายวุ่นวายในประเทศ
๓.มีชาติอื่นมารุกรานเอาไป..




--------------------------------------------------------------------------------
Date: Thu, 27 Oct 2011 03:12:07 -0700
From: tou.sitha@yahoo.com
Subject: Re: ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ທ່ານ ຕູຊົວ ທີ່ນັບຖື


ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດນັ້ນ ຫາກຢູ່ປະເທດໃດ ປະເທດນັ້ນກໍຈະມີບັນຫາ, ຫ້ຽຸງເຫີຽງ ຢູ່ແບບບໍ່ມີຄວາມສຸກ ເປັນແນວນີ້ ຕລອດໄປ ແຕ່ບໍ່ເຫັນ ຕຳຣາວິທີແກ້ໄຂ.​ ເຄີຍໄດ້ອ່ານຕຳນານ ພຣະ ອໍຣະຫັນສ້າງພຣະ ແກ້ວ, ພຣະບາງ, ພຣະຫີນ, ພຣະໄມ້ ແລະ ພຣະຢົກ ຍ້ອນຄວາມຊົງຈຳມີບໍ່ຫລາຍຈຶ່ງເກັບກຳຣະອຽດບໍ່ໄດ້.


ຄູບາ ແນວລາວ ຈະມີແນວທາງແນ່ນອນ ໃນການຂົນຂວາຍ, ຍົວະເຍົ້າ ເອົາຄົນລາວນອກຮັບໃຊ້ແຜນການຂອງລະບອບ ປ່າເຖື່ອນ ບໍ່ມີມະນຸສຍະທັມ ແລະ ຄູບາເຫລົ່ານີ້ ຈະບໍ່ເຄັ່ງຄັດໃນສາສນາ ເຮັດແບບຫລອກຫນ້າຄົນລາວນອກ ຕໍ່ຫນ້າ ຄືຖືສິລເຄັ່ງຄັດ ເວລາລັບຫລັງ ຈະບໍ່ມີສິລ ຍັງເຮັດຜິດສິລ ແລະ ຈາຮີດສາສນາອີກ ຫລື ທຳລາຍສາສນາ ຄູບາເຫລົ່ານີ້ຫາກສິ້ນອາຍຸໄຂກໍຈະໄປຕົກຢູ່ຫມໍ້ທອງແດງ ທີ່ 8 ຄື ອະເວຈີ ນາຮົກນັ້ນເອງ.


ເອວັງ


ຮັກແພງ,
ຕູ່















--------------------------------------------------------------------------------
From: "Touxoua@aol.com"
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Cc: Touxoua@aol.com
Sent: Thursday, 27 October 2011 7:47 PM
Subject: Re:


Nay saphab patchouban thi Lao hao gnang pène Pathet phadetkane maha-oubath phakdiao, lè gnang thu Satsana pène ya beuah paxasone, khaphachao khit vah Phrakèo Morakot youh nay Pathet seri mi tham di kouah youh nay Pathet thi bo mi kotmay.

Thouk mu ni, phouark laodèng moune say Satsana Phout pène kheuang mu khosana chop oy ao Lao-Nork kap meua thay-na liang phouark kèodèng. Tè vah phinong Lao-Nork phouark chep bo lab lè bo hou phènekane gnao nane khong sattrou, gnang phakan mi sattha ao thè ai vah nam banda khouba phaleuang houadèng.

Meua day Ban Muong Lao hao kap ma pène Pathet séri lèo, mu nane hao ching toh lun kap Lathaban Thai, kho Phrakèo Morakot khun, tha hark vah Lao hao mi lak-thane pène lay lak aksone phiengpho vah Sagnam day ma khomhéng lè pounchi ao moun-moradok khong Sat Lao hao pay thè. Ban-ha papheth ni, Lao hao mi sith saneu tog ongkane UNESCO hay khao soy phicharana ha khouam pène tham hay hao.

TXLF


Dans un e-mail daté du 10/25/2011 4:19:36 a.m. Paris, Madrid (heure d'ét, tou.sitha@yahoo.com a écrit :
From: mothana
Date: 2011/10/24
Subject: Phra KEOMORAKOD
To: Bantheungsilp@yahoogroupes.fr




ພຣະແກ້ວ...
ໃນອາດີຕກາລ ຄົນຕ່າງຊາຕຫລອກລາວຫຍັງແດ່?,
ວັນນີ້,ຄວຣແກ່ລາວຣຸ່ນໃໝ່ຈະໃຫ້ ເຂົາຫລອກອີກຕໍ່
ໄປຫລືບໍ?.
ໂມທນາ




ພຣະແກ້ວ...
ໃນອາດີຕກາລ ຄົນຕ່າງຊາຕຫລອກລາວຫຍັງແດ່?,
ວັນນີ້,ຄວຣແກ່ລາວຣຸ່ນໃໝ່ຈະໃຫ້ເຂົາຫລອກອີກຕໍ່
ໄປຫລືບໍ?.
ໂມທນາ


ຄຳຕອບ:
ເປັນດ້ວຍເຫດໃດ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງ ຈຶ່ງໄປຢູ່ໄທ ?
ພາຍຫລັງເຈົ້າອານຸ ເສັຽໄຊໃຫ້ແກ່ສຍາມແລ້ວ ສັກດີນາສຍາມ ກໍໃຊ້ຄວາມ ພຍາຍາມຫລາຍວິທີ ແຕ່ກໍບໍ່ສາມາດຍົກພະແກ້ວມໍຣະກົດຂຶ້ນ
ສນັ້ນ ເຂົາຈ່ອງໃຫ້ຫມໍໂຫນລາວ ຈຳນວນ 5 ຄົນ ເພື່ອໄປອອ້ນວອນຊ່ວຍພວກເຂົາ ໂດຍມີເຫດຜົນອ້າງອິງວ່າ:
ເປັນດ້ວຍເຫດໃດ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງ ຈຶ່ງໄປຢູ່ໄທ ?
ພາຍຫລັງເຈົ້າອານຸ ເສັຽໄຊໃຫ້ແກ່ສຍາມແລ້ວ ສັກດີນາສຍາມ ກໍໃຊ້ຄວາມ ພຍາຍາມຫລາຍວິທີ ແຕ່ກໍບໍ່ສາມາດຍົກພະແກ້ວມໍຣະກົດຂຶ້ນ
ສນັ້ນ ເຂົາຈ່ອງໃຫ້ຫມໍໂຫນລາວ ຈຳນວນ 5 ຄົນ ເພື່ອໄປອອ້ນວອນຊ່ວຍພວກເຂົາ ໂດຍມີເຫດຜົນອ້າງອິງວ່າ:
ປັດຈຸບັນນີ້ ເມືອງລາວຍັງບໍ່ມີຄວາມສງົບເທື່ອ ສນັ້ນ ຈຶ່ງຂໍອັງເຊີນ ເອົາພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ ນີ້ຍ້າຍໄປປະດິດສະຖານໄວ້ຢູ່ ກຸງເທບ ປະເທດໄທສາກ່ອນ.


ຖ້າຫາກວ່າເມື່ອໃດ ເມືອງລາວມີຄວາມສງົບແລ້ວ ຈຶ່ງຂໍອັງເຊີນ ກັບຄືນມາປະດິດສຖານໄວ້ຢູ່ລາວຄືເກົ່າ
ເພື່ອເປັນການຢັ້ງຢືນອັນສັກສິດຂອງສັກດີນາສຍາມ ໃນເວລານັ້ນ ພວກເຂົາຈຶ່ງໄດ້ສາບານໄວ້ວ່າ:


ຖ້າຫາກວ່າໄທ ບໍ່ປະຕິບັດຕາມ ຄຳສາບານ ດັ່ງກ່າວນີ້ແລ້ວ ຂໍໃຫ້ມີໄພອັນຕລາຍ 5 ຢ່າງເກີດຂຶ້ນ ແດ່ປະເທດໄທດັງນີ້:.
1/ ນາຄາຂໍໃຫ້ສະດຸ້ງຕື່ນ ເຮັດໃຫ້ນ້ຳເປັນຄື່ນຖ້ວມບ້ານເມືອງຖ້ວມບ້ານເມືອງ,
2/ ປະເທດໄທບໍ່ໃຫ້ມີຄວາມສງົບ ຈເຣີນຮຸ່ງເຮືອງ ການເມືອງໃຫ້ມີຄວາມສັບສົນອົນລະເວງ.
​3/ ອານາຈັກດຽວ ຂໍໃຫ້ແບ່ງເປັນຫລາຍຯ​ ຊາດ ຄວາມເປັນເອກຣາຊ ຂໍໃຫ້ມຸ່ນສະລາຍ.
​4/ ຣາຊບັນລັງຂໍໃຫ້ຖືກໂຄ່ນລົ້ມ.
5/ ດິນສ່ວນນຶ່ງ ຂໍໃຫ້ຈົມລົງໃນນ້ຳທະເລ.



ເມື່ອສັກດີນາ ສຍາມ ຢັ້ງຢ້ືນ ຄຳສາບານດັ່ງກ່າວແລ້ວຫມໍໂນລາວ ທັງ 5 ຄົນ ຈຶ່ງໄດ້ພ້ອມກັນກ່າວ ອັງເຊີນ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ
ຕາມຈຸກປະສົງຂອງໄທ, ຈາກນັ້ນ ພວກສັກດີນາສຍາມ ຈ່ຶງສາມາດເອົາພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງລາວ ໄປປະດິດສຖານ ຢູ່ກຸງເທບປະເທດໄທ
ຈົນເຖິງປັດຈຸບັນນີ້.
ຄຳສາບົດ ສາບານນີ້ ແມ່ນ ຜູ້ນຳໄທສຍາມໃນສໄມນັ້ນ ເປັນຜູ້ ເຮັດເອງ.


ລາວເຮົາ ມົ້ມຄຳສາບແລ້ວ ໄທສຍາມ ຮັບກັມເວລສືບຕໍ່ ຊົ່ວກາຣະນານພຸ້ນ.
ລາວນອກ ລາວໃນ ຮວມກັນເຂົ້າ ແຂ່ງຂັນກັນ ເລືອກຕັ້ງແບບເສຣີ ມີຫລາຍພັກການເມືອງໃຫມ່.
ກຸ່ມໃດມີ ຜູ້ແທນຫລາຍ ກໍຈະໄດ້ເປັນຜູ້ນຳ ປົກຄອງ ເມືງບ້ານ ກຸ້ມໄຜ່ພົນ
ລາວ ຫມົດທຸກຝ່າຍ ໂຮມກັນສ້າງ ເມືອງລາວ ຫມົດທຸກບອ່ນ ໃຫ້ກ້າວຫນ້າເມືອງ ລາວນີ້ຈຶ່ງຈະເຣີນ.


ຮັກແພງ
ຕູ່.



--------------------------------------------------------------------------------
From: Tou Sitha
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Sunday, 23 October 2011 10:51 PM
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ


ທ່ານ ບຣູແມກ ທີ່ຮັກແພງ


ດິນດອນຕອນຫ້ຍາ ຂອງກູ່ມຈັກກຣີຈະໄດ້ຮັບຜົນສະທ້ອນຈາກເວດມົນ ຂອງຕົນເອງ, ມົນຂລັງຕ່າງຯກໍຈະເຊື່ອມຄາຍ
ຄຳສາບຂອງບູຮານຈະປາກົດເປັນຈິງ ວ່າກຸງເທບຈະເກີດສູ່ຍຸກ ຫາຍນະ ແລະ ອັບປາງ ຍ້ອນຂອງຕ່ຳປາກົດ ຕົວຢູ່ສູງ ກວ່າຂອງ ສັກສິດ ຄູ່ບ້ິານຄູ່ເມືອງ. ຮອດບັ້ນກຸງເທບຈະຈົມລົງສູ່ທໍຣະນີແລ້ວ.


ຮັກແພງ
ຕູ່



--------------------------------------------------------------------------------
From: blue max
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Cc: "laodemocracy@googlegroups.com"
Sent: Sunday, 23 October 2011 8:37 AM
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ


ເຂື່ອນນ້ຳສອງອັນຊື່ວ່າ ເຂື່ອນພູມິພົລ ແລະ ເຂື່ອນສິຣິກິຕ ເຂື່ອນສອງອັນນີ້ປັ່ນໄຟໄປລ້ອງສູນການຄ້າ ພາຣາກອນ ແລະ ຫລາຍອັນ ທີ່ເປັນຂອງໃນຫລວງພູມິພົລ ທັງເປັນເຈົ້າຂອງໂຣງຊີມັງ ອອກສ້າງເຂື່ອນໄທເຂື່ອນລາວ


ຖ້າວ່າອັດເຂື່ອນ ສູນຄ້າກໍຂາດໄຟ ຕ້ອງປ່ອຍນ້ຳອອກເຂື່ອນຈັ່ງສົ່ງໄຟໄດ້ ອີກຢ່າງນື່ງຄັນປ່ອຍນ້ຳລົງຮ່ອງໄຫລອອກທະເລຕ້ອງຜ່ານບາງກອກ ເລີຍຕ້ອງອັດຄອງ ກັ້ນໄປບ່ອນໃຫມ່ ໄຫລຖ້ວມປະຊາຊົນ ທາງວັງສວນຈິດລະດານັ້ນມີສິທພິເສດສູງສຸດຕ້ອງປ້ອງກັນໄວ້ບໍ່ໃຫ້ນ້ຳກາຍ
ແຕ່ແລ້ວ ຖ້າອັດກຸງເທບ ນ້ຳມັນຈະບໍ່ໄປໄສ ສິອັ່ງຢູ່ຫັ້ນລ່ະ ເພາະມັນເປັນຍາມຫນາວແລ້ວ ນ້ຳບໍ່ເຫີຍຂຶ້ນຟ້າຫຣືຊຶມລົງດິນ ນັບມື້ນັບເນົ່າເຫມັນ ຈາກສິ່ງເສດເຫລືອມະນຸສແລະສັຕວ໌ ສ່ຽງອັນຕຣາຍຈາກໂຣຄອະຫິວາຖອກທ້ອງ


ຣາງວົງສ໌ຈັກກີສຍາມນີ້ຖືສາສນາພຼາໝ໌ໃຊ້ເວທມົນຕຼຼ໌ຄາຖາ ດັ່ງຕົວຢ່າງພາກັນເຮັດພິທີໄສຍສາຕຼ໌ໄລ່ນ້ຳ ແຕ່ຈະສັງເກຕດີແລ້ວນ້ຳຄຶສັຕຣູຂອງດິນຫຣື ພູມ ຕ່າງໆ ຖ້າຢູ່ສູງກ່ວາ ຫລານຊາຍຣາຊວົງສ໌ນີ້ເຄີຍຖື່ກພາຍຸສຶນາມິເອົາໄປຈົມລົງນ້ຳ ແລະດຽວນີ້ກຳລັງ ພຍາຍາມຈະໄປໃຫ້ເຖີງຣາຊວັງໃຫ້ໄດ້ເປັນການລ້າງອາຖັນຈັກກີ ທີ່ເອົານົກຄຣູທເປັນສັນຍລັກສນ໌ປະຈຳຕະກູລ ເມືອໃດນ້ຳພຍານາຄໄປຮອດມັນຈະເປັນການລ້າງມົລທິນເວທມົນຕຼ໌ໃຫຫລຸ້ຍລົງ ເວລານັ້ນຣາຊວົງນີ້ ກໍຈະຫມົດໄປທັນທີ ນາຄກັບຄຣຸທ ເປັນສັຕຣູກັນ ພວກເຂົາຮູ້ດີແລະກໍ່ຢ້ານພຍານາຄແທ້ໆ


ຣັຊກາລທີ່ນຶ່ງ ນາຍພົນທອງດ້ວງເອົາພຣະແກ້ວ ແລະຫລັກເມືອງຈຳປາສັກໄປປຸກເສກສ້າງກຸງເທພເສກເວທມົນຕຼ໌ຄາຖາປົກປ້ອງໄວ້ບໍ່ໃຫ້ຫລົ້ມຈົມ ແຕ່ພວກເຂົາລືມກົດຂອງທັມມະຊາຕ ທີ່ພຣະສັມມາສັມພຸທເຈົ້າເວົ້າວ່າ 'ອນິຈຈັງ ວຕສັງຂາຣາ' ສິ່ງທີ່ທ່ຽງຄືຄວາມບໍ່ທ່ຽງ ບໍ່ມີຫຍັງຄົງຟ້າຕລອດໄປ
ບາງທີພວກເຮົາອາດຈະເຫັນພາຍໃນຊາຕນີ້ວ່າ ຣາຊວົງນີ້ຈະຢູ່ໄດ້ຕໍ່ໄປຫຼືບໍ່


ຢ່າໃຊ້ເວທມົນຕຼ໌ຫລິ້ນຂອງໄປໃນທາງບໍ່ຖືກ ດັ່ງເລກ 9 21 11 11 11 ຄື ສປປລ ພາກັນເອົາມາໃຊ້ ເພາະມື້ໃດມັນຫລຸ້ຍ ຄວາມທຸກຂ໌ຈະແລ່ນໃສ່ທັນທີ




--------------------------------------------------------------------------------
From: Santy Khammoung
To: laosnetwork group
Sent: Saturday, October 22, 2011 10:09 AM
Subject: RE: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ



ຄິດວ່າ ນໍ້າຖ້ວມປະເທດໄທ ແມ່ນເກີດຂື້ນຍ້ອນຝີມືຂອງມະນຸສ ຫລາຍກວ່າຈາກທັມະຊາດ
ເພາະມະນຸສໄປຂັດຂວາງ, ດັດແປງທັມຊາດຈົນເກີນທັມະຊາດ, ເຄີຍມີນໍ້າຖ້ວມທີ່ຝົນບໍ່ຕົກ.



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Sun, 23 Oct 2011 00:38:09 +1100
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ
From: souk.thasy@gmail.com
To: laosnetworkroom@googlegroups.com

ທ່ານ ຕູ່ ທີ່​ຮັກ​​ແພງ


ທ່ານ ​ເປັນ​ຄົນ ສລາດ ​ໄຫວ​ພິບ​ດີ ເປັນ​ເລີດ ສາມາດ ມ​ອງການ​ໄກ​ໄດ້​ດີ
ຖ້າ​ທຽບ​​ສ່ກັບ​ຄົນ​ໂບຣານ ກໍ​ເຫມືອນ​ດັ່ງ​ພິ​ເພ​ກ ສາມາດ​ໄລ່​ລືກ​ໄລ່​ຍາມ​ໄດ້​ແມ່ນ​ຢຳ.
ຖ້າ​ທຽບ​ກັບ​ຍຸກ​ສ​ໄມ​ໃຫມ່ ​ແມ່ນ​ມີ​ຄວາມ​ຊຳນິ​ຊຳນານ​ໃນ​ດ້ານ ວິນິດ​ໄສ ວິ​ໄຈ​
ເຫດການ​ໄດ້ ຢ່າງຖືກຕ້ອງ ​ແລະ ​ແນ່ນອນ ​ແຕ່​ກໍ​ຕ້ອງ​ໄດ້​ລໍ​ຟັງ​ເບິ່ງ​ເຫດການ​ໃນ​ຕໍ່ຫນ້າ.


​ໂຊກ​ດີ
ສຸກ


2011/10/22 Tou Sitha

ທ່ານ ທັງຫລາຍ,
ໄພພິບັດຈາກທັມຊາດ: ເຊິ່ງເປັນການຍາກທີ່ຈະແກ້ໄຂດ້ວຍມະນຸດທັງຫມົດ ເຊັ່ນ ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ
ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ ຫລື ຕາຍໄປສັນນັ້ນ.
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເສຣີປະຊາທິປະໄຕ ມັນກໍຈະກັບຄືນມາ ໃນລາວເຫມືອນເດີມ ຫາກຊາວລາວນອກປຸ້ມລຸມສາມັກຄີກັນ ຊ່ວຍກັນ ແບກການຕໍ່ສູ້ ເພື່ອປະຊາທິປະໄຕໂດຍບໍ່ລົດລະຄວາມພະຍາຍາມ.
ຣັກແພງ
ຕູ່


ອຸທົກກະໄພ

ນາຍົກລັດຖະມົນຕີໄທ ທ່ານນາງຍິ່ງລັກ ຊິນນະວັດໄດ້ເຕືອນປະຊາຊົນໃນເຂດບາງກອກ ໃຫ້ກຽມຮັບມືກັບໄພນໍ້າຖ້ວມໂດຍເວົ້າວ່າລັດຖະບານບໍ່ສາມາດສະກັດກັ້ນນໍ້າໄດ້ຕະຫຼອດ
ໄປແລະຄອງຕ່າງໆ ທີ່ໄຫຼຜ່ານບາງກອກລົງສູ່ອ່າວໄທນັ້ນ ອາດລົ້ນຂຶ້ນຖ້ວມ ຖະໜົນຫົນ
ທາງກໍເປັນໄດ້.
ປະຊາຊົນເປັນຈຳນວນຫຼວງຫຼາຍ ໃນເຂດບາງກອກ ໄດ້ພາກັນຫຼັ່ງໄປຊື້ອາຫານການກິນ
ແລະນໍ້າດື່ມມາເກັບສະສົມໄວ້ຂະນະທີ່ປະຊາຊົນໃນເຂດຊານເມືອງກໍ້າເໜືອທີ່ຖືກນໍ້າຖ້ວມ
ແລ້ວນັ້ນກໍໄດ້ພາກັນຫຼົບໜີອອກຈາກເຮືອນຊານບ້ານຊ່ອງ ຂອງພວກເຂົາເຈົ້າ.
ໃນວັນສຸກມື້ນີ້ ລັດຖະບານໄທເວົ້າວ່າ ມີຜູ້ເສຍຊີວິດຍ້ອນໄພນໍ້າຖ້ວມໄປແລ້ວ 342 ຄົນ
ຊຶ່ງນັບວ່າເປັນອຸທົກກະໄພທີ່ຮ້າຍແຮງສຸດໃນຮອບຫຼາຍໆທົດສະວັດ.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

วันที่ ... มิถุนายน พ.ศ. 2482 เรียน นายกรัฐมนตรี

ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะคิดเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็น "ประเทศไทย" นั้น

ข้าพเจ้าไม่มีความเห็นพ้องด้วยเลย ควรจะให้คงไว้เป็นประเทศสยามเหมาะกว่า

เหตุผลมีดังต่อไปนี้


1. คำว่าประเทศสยามจะมาอย่างไร เกิดขึ้นครั้งไหนนั้น ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ แต่ทุก ๆ คนยอมรับว่า คำว่าประเทศสยามเรียกกันมานมนาน และนักศึกษาทุก ๆ คนย่อมทราบว่าเผ่าพันธุ์ของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศสยามตั้งแต่สมัยโบราณและ มาจนบัดนี้มีหลายเผ่าพันธุ์ และอาณาเขตประเทศสยามก็เคยลดและขยายออกไปตามกาลสมัย เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศสยามครั้งโบราณที่สำคัญก็คือไทย ลาว เขมร แขก และทุกชาติก็เป็นเอกราช แต่เมื่อรบราฆ่าฟันขับเคี่ยวกันมาไทยจึงเป็นผู้รวบรวมเอาลาว เอาเขมร เอาแขก มาขึ้นอยู่กับไทยบางส่วน และแถมมีมอญ มีญวน เชลยมาอยู่ในประเทศสยามก็มาก ดังนั้นลาวก็ดี เขมรก็ดี แขกก็ดี มอญญวนก็ดี ต่างก็รู้สึกของตนเองว่าตนเป็นชาติอะไร ไม่ผิดกับคนไทยที่รู้สึกตามว่าตนเป็นคนไทย ลาวก็ย่อมรู้สึกว่าเขาเป็นลาว แขกก็รู้สึกตนว่าเขาเป็นแขกมาแต่กำเนิด

ความรู้สึกในชาติกำเนิดนี้ย่อมฝังแน่นอยู่ในตัวเราทุก ๆ เผ่าพันธุ์ จะให้เขาเข้าใจนึกคิดว่าเขาเป็นคนไทยนั้นเป็นสิ่งที่ฝืนความรู้สึก เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ข้าพเจ้าคิดว่ามีวิธีเดียวที่จะเปลี่ยนลาว เขมร แขก มอญ ให้เป็นไทยได้ทั้งชีวิตจิตใจก็คือ จับผู้ใหญ่ฆ่าเสีย เหลือแต่ลูกเล็กเด็กแดงที่ไม่รู้เดียงสาไว้ แล้วจึงหลอกเขาว่าเขาเป็นไทย

2. ตามเหตุที่กล่ามาแล้ว จะมีแต่คนที่เกิดมาเป็นคนไทยตั้งแต่คลอดเท่านั้นจึงจะรู้สึกว่าตนเป็นคนไทย ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย หากเราจะไม่เปลี่ยนโดยใช้อำนาจแล้ว ก็ควรจะฟังความเห็นลาว แขก เขมร มอญ ซึ่งเป็นเพื่อนอยู่ร่วมประเทศดูบ้าง จะได้หยั่งทราบถึงความรู้สึกในใจของเขา ถ้าฟังแต่ความเห็นคนไทยแล้ว ก็ต้องได้รับเสียงตั้งร้อยเปอร์เซนต์ว่าเปลี่ยนเป็นประเทศไทยดี ทีนี้เรามาคิดกันดูว่าการที่เปลี่ยนเป็นประเทศไทยนั้นผลได้และผลเสียอย่าง ไหนจะมากกว่ากัน เราไม่ควรคิดถึงประวัติศาสตร์ท่านวรรณฯ หรือหลวงวิจิตรฯ กันให้มากไป จะทำให้คิดลำเอียงไปในทางเปลี่ยนดี

ที่คณะรัฐบาลได้เปลี่ยนเรียกชื่อชนชาวสยามเป็นไทยเหมือนกันหมด คือไทยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค ตอฉหน ภาคใต้ และไทยอิสลามนั้น ก็เพื่อจะให้เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย คิดว่าตนเป็นไทย ไม่ใช่เชลยอย่างแต่ก่อน แต่นั่นได้ผลเต็มตามความประสงค์ของรัฐบาลแล้วหรือ

ข้าพเจ้าคิดว่าเปล่าเลย

คนที่กำเนิดมาเป็นคนไทยเท่านั้นที่จะ ไม่รู้สึกอะไร แต่พวกลาว แขก เขมร มอญ ในใจเขาก็คิดว่าเขาเป็นลาว เป็นแขก เป็นมอญอยู่นั่นเอง จะให้จิตใจเขาคิดว่าเขาเป็นไทยตามที่รัฐบาลเกณฑ์ให้ไปนั้น ย่อมไม่ได้ เพราะความจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น จะฝืนให้คนรู้สึกในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่จริงเป็นจริงได้อย่างไร

ลองคิดกลับมาดูว่าจะเหมาให้ไทยเป็นแขกก็ย่อมจะรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้

นั่นข้าพเจ้าคิดว่ารัฐบาลคณะราษฎรของเราผิดหวังไปอย่างหนึ่ง คือลาวก็ดี แขกก็ดี ก็คิดว่าเป็นเมืองขึ้นหรือชาติเชลยของไทยอยู่ ถ้าเรียกเขาว่าเป็นชาวสยามตามรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะหายจากความน้อยเนื้อต่ำใจไปได้ โดยที่ต่างก็จะได้คิดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิเสรีภาพเท่ากันแล้ว เราก็ควรจะเป็นชาติเดียวกัน ไม่ใช่ชาติไทย ลาว แขก เป็นชาวสยามด้วยกัน การที่จะคิดว่าเป็นนายเป็นทาสก็จะได้สูญสิ้นไป ลาวหรือแขกที่ยังคงเป็นขี้ข้าเขาอยู่ก็อาจอยากมาเป็นชาวสยามผู้มีเกียรติกับ เราด้วย ที่รัฐบาลคิดเปลี่ยนเป็นไทยหมดเพื่อมิให้ใครคิดน้อยเนื้อต่ำใจกันจะได้ สามัคคีกลมเกลียวกันนั้น

ข้าพเจ้าเห็นว่ารัฐบาลคิดจะรวมน้ำใจคนโดยวิธีนั้นไม่ได้ตามที่กล่าวแล้ว

3. เมื่อการคิดรวมน้ำใจคนให้เป็นไทยหมดไม่ได้ผลดังข้าพเจ้ากล่าวแล้ว แล้วจะคิดมาเปลี่ยนนามประเทศอีก ยิ่งจะไปกันใหญ่ ขอให้เราหันไปมองดูตัวอย่างเยอรมันอีกครั้งหนึ่ง ในสมัยที่บิสมาร์กจะรวมเยอรมันนั้น ชาติปรุสเซียนหรือประเทศปรุสเซียมีอำนาจมาก จึงได้ใช้อำนาจรวมเอาประเทศราชมีบาวาเรีย แซกซอนนี่ วีรเตมเบิก ฯลฯ เข้ามาเป็นประเทศเดียว ถ้าจะคิดก็คือประเทศราชเล็ก ๆ เหล่านั้นควรเป็นเมืองขึ้นของปรุสเซีย แต่บิสมาร์กหรือชาวปรุสเซียนมิได้ถือตัวว่าเป็นผู้มีอำนาจหรือชนะ ใครเป็นผู้ชนะ เขาจึงรวมกันได้ทั้งกายทั้งจิตใจ

ลองคิดกลับมาดูคนไทยเรา ไทยก็เป็นผู้มีอำนาจ ได้รวบรวมเอาลาว เอาแขก และเอามอญมาเป็นเชลย คล้ายปรัสเซียสมัยโน้น แต่ไทยเราครั้งโบราณมิได้คิดจะรวมน้ำใจคน จึงมิได้เปลี่ยนนามชาติ มาสมัยนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะรวมน้ำใจคนในชาติ แต่รัฐบาลได้ทำพลาดไป คือเปลี่ยนเป็นชาติไทย คนจึงยังคิดว่ามีผู้ชนะมีเชลยกันอยู่ น้ำใจจึงยังกลมเกลียวกันไม่ได้ ถ้าได้คิดเปลี่ยนเรียกเป็นชนชาวสยามจะเหมาะสมกว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นประเทศไทย ก็คือคนไทยผู้ชนะเท่านั้นที่ดีใจ แขก มอญ ลาว เขมร ญวน ซึ่งอยู่ในประเทศสยามเวลานี้ ท่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ ว่าเป็นชาติเชลยของไทยไปชั่วกัลปาวสาน หาเกียรติมิได้ ไม่ผิดกับแขกพวกเดียวกับในมลายู หรือลาวพวกเดียวกับแคว้นลาว ที่ล้านนา และ ราชอาณาจักรลาว

ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วนี้ ก็หวังเพื่อประโยชน์แก่ชาติประเทศในอันที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับคนซึ่งมีเผ่า พันธุ์ต่าง ๆ กันในประเทศสยามของเราด้วยน้ำใสใจจริง ข้าพเจ้าเป็นชาว ล า ว จาก ภาค ตอฉหน ผู้หนึ่งรู้สึกไม่พอใจมาตั้งแต่รัฐบาลได้เรียกคน ล า ว จากภาค ตอฉหน ว่าไทยภาคอิสานมาแล้วครั้งหนึ่ง คือการที่เรียกเช่นนั้นเป็นการหลอกกันชัด ๆแต่ชาวลาวในภาค ตอฉหน ยังใกล้ไทยมาก สำหรับแขกซึ่งรัฐบาลไทยเรียกว่าไทยอิสลามนั้น ไกลกับไทยลิบลับ พวกนั้นเขาก็รู้ว่าถูกหลอกอย่างช้าพเจ้าเป็นแน่

ขอให้นึกถึงความจริงอีกข้อหนึ่งว่า คนในโลกนี้ไม่มีใครอยากได้รับการเหยียดหยาม ชอบมีเกียรติด้วยกันทุกคน ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาเรื่องการรวมน้ำใจคนในชาติโดยวิธีตามความเห็นที่ว่าไป เช่นนี้เป็นการดีมาก ขออย่าได้ปรึกษากันเฉพาะคนไทยหรือเฉพาะผู้คล้อยตาม จะไม่ได้รู้ความจริง


ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ร.อ.กุหลาบ กาญจนสกุล

__________________
Anonymous

Date:
  
 

สุรชัยสากแดง เขียน::thanks: :thanks:ขอบคุณทั้งดร.เพียงดินและ ดร.ริชาร์ด  ซัยโสมร และ

ทีมงานทุกๆท่านที่ช่วยให้งานสำคัญของพี่น้องผู้รักชาติรักปชต

ได้ถูกจัดขึ้นและดำเนินไปสำเร็จอยางดีและเป็นเกียรติอันนำมาซึ่ง

กำลังใจและความภาคภูมิใจของพี่น้องเสื้อแดงอย่างสูงสุด

ดีใจมากทีTAHR จะเป็นอีกแรงในการสร้างความถูกต้องและ

ความเสมอภาคในการเกิดมาเป็นปชชไทยให้คนไทยทุกคน

ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนสัญชาติไหนเมื่อท่านยืนอยู่บนแผ่นดินไทย

ท่านจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิในความเป็นมนุษย์ของท่าน

เช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้วเค้าได้รับกัน ขอบคุณจากใจจริงๆครับ

ยื่นยันไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของโลกแต่เลือดรักชาติบ้านเกิด

ของคนไทยมันไม่เคยจืดจาง และกราบขอบพระคุณพี่น้องชาว

ลาวผู้เป็นยิ่งกว่าเพื่อนบ้านของคนเสื้อแดงในยามนี้ด้วยครับ

:thanks::love::thanks::love::thanks::love::thanks::love::thanks::love:


สรุปได้ตรงใจครับ คุณสุรชัยสากแดง

_________________
piangdin rakthai (prachathai)


__________________
Anonymous

Date:
  
 

 

พระองค์เป็นพ่อของประชาชนชาวไทยทรงเหนื่อยมามาก 1. ทรงเอาเปรียบประชาชนมาทั้งชีวิต 2. ทรงสังหารประชาชนมาทั้งชีวิต 3. ทรงโกงประชาชนมาทั้งชีวิต แล้วพ่อจะไม่เหนื่อยหรือครับ

ภูมิพลที่สร้างภาพเป็นเทวดา..แต่มันมาจากพ่อที่มียศเป็นเจ้าชายแต่ไปเอาแม่ของมันที่เป็นไพร่ในเรือนย่าของมัน..ถุย สร้างภาพจริงวุ้ยไอ้พันธ์จัลฑาลคนนี้..

 

ความผิดที่มองเห็นชัดที่สุดของไอ้เหี้ยภูมิพลคือ จ่ายเงินเบี้ยยังชีพคนแก่แค่ห้าร้อยบาท ผิดกฏหมายสากลโดยสิ้นเชิง โทษของมันเอาไปตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรก็ยังไม่พอ อย่าว่าแต่ ปล่อยจํ้าท่วมประชาชนเลย ..เคยมีหรือที่นํ้าท่วมขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันเพลี่ยงพล๊้าทางการเมือง นํ้าก็ไม่ท่วมขนาดนี้



__________________
Anonymous

Date:
  
 

www.siengseriyonlao.com
Facebook: anourak anourak
http://pastehtml.com/view/bbj8365jr.html
http://k003.kiwi6.com/hotlink/q5r9unw7h2/view112171.htm

Blue max ໃຫ້ແນວຄິດມີ່ຫ້ນາສົນໄຈກ່ຽວກັບນ້ຳຖ້ວມ ໃນ ປທທ ເວລານີ້
................
ເຂື່ອນນ້ຳສອງອັນຊື່ວ່າ ເຂື່ອນພູມິພົລ ແລະ ເຂື່ອນສິຣິກິຕ ເຂື່ອນສອງອັນນີ້ປັ່ນໄຟໄປລ້ອງສູນການຄ້າ ພາຣາກອນ ແລະ ຫລາຍອັນ ທີ່ເປັນຂອງໃນຫລວງພູມິພົລ ທັງເປັນເຈົ້າຂອງໂຣງຊີມັງ ອອກສ້າງເຂື່ອນໄທເຂື່ອນລາວ
ຖ້າວ່າອັດເຂື່ອນ ສູນຄ້າກໍຂາດໄຟ ຕ້ອງປ່ອຍນ້ຳອອກເຂື່ອນຈັ່ງສົ່ງໄຟໄດ້ ອີກຢ່າງນື່ງຄັນປ່ອຍນ້ຳລົງຮ່ອງໄຫລອອກທະເລຕ້ອງຜ່ານບາງກອກ ເລີຍຕ້ອງອັດຄອງ ກັ້ນໄປ...ບ່ອນໃຫມ່ ໄຫລຖ້ວມປະຊາຊົນ ທາງວັງສວນຈິດລະດານັ້ນມີສິທພິເສດສູງສຸດຕ້ອງປ້ອງກັນໄວ້ບໍ່ໃຫ້ນ້ຳກາຍ
ແຕ່ແລ້ວ ຖ້າອັດກຸງເທບ ນ້ຳມັນຈະບໍ່ໄປໄສ ສິອັ່ງຢູ່ຫັ້ນລ່ະ ເພາະມັນເປັນຍາມຫນາວແລ້ວ ນ້ຳບໍ່ເຫີຍຂຶ້ນຟ້າຫຣືຊຶມລົງດິນ ນັບມື້ນັບເນົ່າເຫມັນ ຈາກສິ່ງເສດເຫລືອມະນຸສແລະສັຕວ໌ ສ່ຽງອັນຕຣາຍຈາກໂຣຄອະຫິວາຖອກທ້ອງ
ຣາຊວົງສ໌ຈັກກີສຍາມນີ້ຖືສາສນາພລາມໃຊ້ເວທມົນຕລາຄາຖາ ດັ່ງຕົວຢ່າງພາກັນເຮັດພິທີໄສຍສາຕໄລ່ນ້ຳ ແຕ່ຈະສັງເກຕດີແລ້ວນ້ຳຄຶສັຕຣູຂອງດິນຫຣື ພູມ ຕ່າງໆ ຖ້າຢູ່ສູງກ່ວາ ຫລານຊາຍຣາຊວົງສ໌(ລູກສາວກົກ ອຸບົນຣັດ)ນີ້ເຄີຍຖື່ກພາຍຸສຶນາມິເອົາໄປຈົມລົງນ້ຳ ແລະດຽວນີ້ກຳລັງ ພຍາຍາມຈະໄປໃຫ້ເຖີງຣາຊວັງໃຫ້ໄດ້ເປັນການລ້າງອາຖັນຈັກກີ ທີ່ເອົານົກຄຣູເປັນສັນຍາລັກສນ໌ປະຈຳຕະກູລ ເມືອໃດນ້ຳພຍານາຄໄປຮອດມັນຈະເປັນການລ້າງມົລທິນເວທມົນຕຼ໌ໃຫ້ລຸ້ຍລົງ ເວລານັ້ນຣາຊວົງນີ້ ກໍຈະຫມົດໄປທັນທີ ນາຄກັບຄຣຸທ ເປັນສັຕຣູກັນ ພວກເຂົາຮູ້ດີແລະກໍ່ຢ້ານພຍານາຄແທ້ໆ
ຣັຊກາລທີ່ນຶ່ງ ນາຍພົນທອງດ້ວງເອົາພຣະແກ້ວ ແລະຫລັກເມືອງຈຳປາສັກໄປປຸກເສກສ້າງກຸງເທພເສກເວທມົນຕຼ໌ຄາຖາປົກປ້ອງໄວ້ບໍ່ໃຫ້ຫລົ້ມຈົມ ແຕ່ພວກເຂົາລືມກົດຂອງທັມມະຊາຕ ທີ່ພຣະສັມມາສັມພຸທເຈົ້າເວົ້າວ່າ 'ອນິຈຈັງ ວຕສັງຂາຣາ'
ສິ່ງທີ່ທ່ຽງຄືຄວາມບໍ່ທ່ຽງ ບໍ່ມີຫຍັງຄົງຟ້າຕລອດໄປ
ບາງທີພວກເຮົາອາດຈະເຫັນພາຍໃນຊາຕນີ້ວ່າ ຣາຊວົງນີ້ຈະຢູ່ໄດ້ຕໍ່ໄປຫຼືບໍ່

ຢ່າໃຊ້ເວທມົນຕຼ໌ຫລິ້ນຂອງໄປໃນທາງບໍ່ຖືກ ດັ່ງເລກ 9 21 11 11 11 ຄື ສປປລ ພາກັນເອົາມາໃຊ້ ເພາະມື້ໃດມັນຫລຸ້ຍ ຄວາມທຸກຂ໌ຈະແລ່ນໃສ່ທັນທີ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ
ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ
ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ


ຈົ່ງອາງໄຟ ເຮັດວຽກກັບລາວແດງມາກ່ອນ

ດຣ ບັວຣອຍ ເຄີຍຕໍ່ຕ້ານ ຢູສີສ ທີ່ ປາກເຊ ມາ ອມຣກ ປ່ຽນຊື່ເທົ້ານັ້ນເອງ

ໂຈໂຈ ເປັນຄົນທີ່ມີຄວາມຮັບຜິດຊອບໃນPaltalkSoPoPoLo ມາກ່ອນ ຮຽນການເມືອງຫລັງຫ້ອງແລະເປັນຜູ້ຕ່າງຫ້ນາຂາຍເບັຍໂຈນລາວແດງ ທີ່ ອມຣກ

ມາຕາມນັດ ມີເຊື້ສາຍຄົນແນວລາວ


ເມື່ອ ຫູ່ນມສິໄຄ ແຍກອອກໄປເປິດຫ້ອງໄຫ່ມ ເຂົາກະດ່າ ຈົງອາງໄຟສຸດຂີ ຄວາມຈີງຢ່າງໃດ ຫູ່ນມສີໄຄບໍ່ຈົ່ງ

ເຖີງຈົ່ງອາງໄຟ ປະນາມຫູ່ນມສີໄຄ ທີ່ ເປິດເຜິຍຄວາມຈີງໃນຫ້ອງ ລາວຮວມລາວເຂົາຢ່າງຮູ້ນແຮງທີ່ສຸດໃນວັນທີ່


19ເດືອນ10ນີ້ເອງ


ການເກັບເງີນແມ່ນແຜນຂອງບັກ ດຣ ຂີ້ໂກງ ບັວຣອຍ

ໄປຢູ່ໄສມັນບໍ່ຍອມຖິ້ມສັນດານຊັ່ວໆມັນ

ປານນັ້ນເສຶອກ ລາກຕົນເອງເປັນ ນຍ ຣັຖບານຜັດຖີ່ນ ທີ່ໄຮ້ຄວາມຫມາຍໃນສາຍຍຕາສາກົນ ເພພາະ ໃຜ ໆ ກະຮູ້ວ່າບັກນີ້ ເປັນສາຍໄສ້ໃຫ້ໂຈນລາວແດງ


ເທຶ່ອຫ້ນາຊີເວົ້າເລື້ອງຄູບາຜ້າແດງ ກັບ ດຣ 5ສະຖາບັນ ທີ່ທ່ຽວຫາຫລອກເອົາເງີນຄົນລາວ

ຕົ້ມແມ່ນອາຊີບຂອງບັກ ດຣ ຫ້ນາຫມານີ້






__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໄຊຊນະຂອງ ໂຈນລາວແດງ ເຂົ້າມາທຳລາຍPaltalk LaoNork ພາຍໄຕ້ການຄອບຄູມຂອງຈົ່ງອາງໄຟໂດຍ ໂດຍນ້ຳມືຂອງສາວ Bamboo-29 ຫລື ທີບພາວັນ
ນາຍຄັງຂອງບັກພະຫັວຂີ້ກາກ ສຫວັດ ວີນັຍມອນຈາກວັດ ສີຕະນາກ ແຊງເລີ ລາ ຝໍແຣ ປາຣີສ ທີ່ ມື້ນີ້ ທີ່ 131011 ແຍກຕັວອອກໄປຕັ້ງເວທີໄຫ່ມ ກັບ ຫນູ່ມສີໄຄ ທີ່ມີຊື່ວ່າ Lao huam Lao
ເຫດຜົນຂອງການແຕກແຍກ ວັນທີ່ 30092011 ຈົ່ງອາງໄຟ ຢາກສ້າງຊື່ສຽງ ບອກໃຫ້ ສາວທີບພາວັນ(ບຳບູ29) ໄປສັມພາດ ບັກຫມາສເມີມູ່ນທະລາຍ ທ...ີ່ ປາຣີສ ເອົາຄລີບອອກມາທ້າທາຍກັບຈົ່ງອາງໄຟ ຫາເລື້ອງ ວ່າ ຝ່າຍຂວາ ໄປສັມມະນາດ້ວຍຄວາມສມັກໄຈ ພຣະເຈົ້າແຜ່ນດິນຍອມຈຳນົນອາສາມັກເຊັນສລະຣາຊບັນເອງ ແລະ ໂຕມັນເອງຫລອກໂລກທັງໂລກວ່າ ການພາກັນລຸກຮື້ເດີນຂບວນ21ແກ້ງການເມືອງຮັບໃຊ້ໂຈນປາງນັ້ນ ບໍ່ມີໃຜຢູ່ເບຶ້ອງຫລັງ
ຊື້ງເຫດຜົນສາມຢ່າງນີ້ເຮັດໃຫ້ ແກ້ງຈົ່ງອ່າງໄຟ( ໂຈໂຈ ແອປຊັນ ມາຕາມນັດແລະອື່ນໆ...) ບໍພໍໄຈ
ດ່າປະນາມບັກຜິຫ່າ ສເມີມູ່ນທະລາຍຢ່າງບໍ່ຈົ່ງຫ້ນາແລະຮູນແຮງ ຈົນເຮັດໃຫ້ ສາວ ທິບພາວັນ(ບຳບູ) ບໍ່ພໍໄຈ ລາກ ຫູ່ນມສິໄຄ ໄປຕັ້ງ ເວທີໄຫ່ມ ຊື່ວ່າ ລ າ ວ ຮ່ ວ ມ ລ າ ວ
ຫມາຍເຫດ ມື້ຕໍ່ມາ ສາວບຳບ ເອົາ ທ້າວ ພຸກ ຫລື ສຸວັນນະຣາຊ ມາເວທີດັ່ງກ່າວ ເພື່ອສແດງເຈດຈຳນົງໃນການ ບອກໂລກວ່າ ເຂົາເອງໄດ້ປິ້ນຫລັງໃຫ້ໂຈນລາວແດງແລ້ວ ໂດຍໄດ້ອ່ານຄຳສາຣະພາບຂອງວັນທີ່ 22 06 1994
ແຕ່ເຖິງຢ່າງໃດເຂົາກະຍັງຖືກແກ້ງຂອງ ຈົງອາງໄຟຢຽບຈົນໄດ້
ອັນເປັນຄັ້ງທີ່ສອງເຖິງສາວບຳບູ(ທິບພາວັນ) ຕັດສີນໄຈແຍກກັນໄປກັບຫູ່ນມສີໄຄ

ນີ້ບໍ່ແມ່ນຄັ້ງທຳອິດນະ

ຕໍ່ໄປຈະບອກເຖິງ

ຈຸດຈົບ ພັກໂທກລາວນອກ ຂອງຈົ່ງອາງໄຟ ເລີ້ມຂື້ນເມື່ອໃດ??

ການເປີດໂສມຫ້ນາຕັວຈີງຂອງ ດຣ 5ສະຖາບັນ ບັວຣອຍທີ່ຢືນໃນຄວາມມີສັນດານຫລອກຄົນລາວຕົນເອງ
ຈົ່ງອາງໄຟຄວນຫລືກທາງບໍ??
ແຕ່ບໍ່ເປັນຫຍັງມືນິ້ ຂໍເຕືອນຢ່າງນີ້
ນ້ອງຊາຍຂອງ ນາຍຍົກ ສາມ ຣັຖບານຜັດຖີ່ນ ກະຊີບໄສ່ຫູຊາວລາວທີ່ໄກ້ຊິດກັບອ້າຍເຂົາດັ່ງນີ້
.........ຖ້າອ້າຍເຂົາບໍ່ມີເງີນ ຫິວໂຫດ ບໍ່ມີແນວຈະກິນ
ຈົ່ງຊ່ວຍເຂົາ ໃຫ້ຄວາມເປັນທັມຕາມ ລາວຕໍ່ລາວເຫັນມົກເຫັນໄຈກັນ

ແຕ່ ...ແຕ່....

ຖ້າເຂົາຂໍຢືມເງີນ ຫ້າມເດັດຂາດ ບໍ່ໃຫ້ເວົ້າເຖິງສີ່ງນີ້
ເພາະເຂົາຕົວຕົ້ມໄດ້ແມ່ນກະທັງພໍ່ເກິດເກົ້າເຂົາເອງລົງໄດ້ແທ້ໆ..........
ມາຕາມນັດ ໂຈໂຈ ແມ່ນໃຜ ????

OMCແມ່ນອິຫຍັງ???

ເຣົາຈະເປິດໂປ່ງໃຫ້ຟັງ





__________________
Anonymous

Date:
  
 

Facebook:Anourak Anourak Phiphikasa
ທ່ານດຣ
ຖແລງການມື້ວັນທີ່14.10.2011 ຂອງ ກູ່ມສິດທີມະນຸດຂອງທ່ານ ດຣ ຜ່ານມາເວລາ21 ໂມງ
ມີຂໍ້ ຄວນນຳໄປຄິດບໍ່ໃຫ້ເກິດຂື້ນໃນໂອກາດຫ້ນາດັ່ງນີ້
1. ພາສາລາວເປັນພາສາທີ່ປາກຫລາຍທີ່ສຸດໃນ ປທທ(ຜູ້ຂ້າຂະໂມຍຈາກປື້ມW.A.Smalley:Linguistic Diversity and National Unity. London Chicago 1994)ເດິເວລານີ້ ແຕ່ທ່ານ ດຣ
... ບໍ່ໄດ້ເວົ້າເຖີງການຖືກນາບຂູ່ທາງດ້ານສີດທີມະນຸດຂອງພີ່ນ້ອງລາວເຣົາໃນຂົງເຂດນີ້ເລີຍ ແຕ່ ທ່ານ ດຣກັບຊູພາສາເຈົ້າພໍ່ອານານີຄົມທ້ອງຖີ່ນເຂົ້າມາປະປົນໃນການປາກເວົ້າຢ່າງຫ້ນາລະອາຍ
ໄຈທີ່ສຸດ
2. ໃນຖານະເຈົ້າພາບ ບໍ່ສົມຄວນເລີຍຈະປ່ອຍໃຫ້ ພວກคลั่งชาตีไทย ມາລອຍນວນໃນເວທີທ່ານ
ແລະທ່ານເອງເປັນເຈົ້າພາບບໍ່ມີເວລາເລີຍຈະອະທີບາຍຕ້ານລັດທີໄທຍໄຫ່ຍຂອງເຂົາຄົນນີ້ໄດ້(ກ່ອນປິດລາຍການນະ)
ປິ 1893 ຝຣັ່ງເຂົ້າມາຍຶດຄອງດິນແດນຝັ່ງຊາຍໄປຄອບຄອງມັນດິແລ້ວຈະບໍ່ໄດ້ເປັນອື່ນໄປ ເຫມືອນພີ່ນ້ອງລາວເຣົາກ່ວາ40ລ້ານ ທີ່ຝັ່ງຂວາຖືກລົບລ້າງຄວາມເປັນລາວຢ່າງຫ້ນາດ້ານ
ທີ່ສຸດບໍ່ສົມກັບທີ່ທ່ານຍີ້ມແຍ້ມແຈ່ມໄສອອກປາກວ່າ ລ າ ວ ໄທຍ ສາຍເລຶອດດຽວກັນ (ງາມຫລາຍທີ່ສຸດທີ່ຢືນໃນທ່າທີນີ້.......ຫລາຍຄົນອາດຈະມອງໄປແງ່ອື່ນ)
ແລະ ຢ່າລືມ ປໍພີບູນສົງຄາມ ໂດຍມີເຈັກ ວິຈິດວາທາການເປັນຕັວຊູທີ່ສຳຄັນໃນການແຕ່ງເພັງ
ຂ້າມໂຂງສູ່ແດນໄທຍ ຊື້ງ ຄົນບ້າສຕິໃນງານຂອງທ່ານກ່ອນອັດລາຍການໄດ້ເວົ້າເຖີງຫລາຍຫົນ ໂດຍ ທີ່ ທ່ານດຣ ບໍ່ມີປະຕິກິຣິໂຕຕອບຫຍັງຫົມດ ກະຊີເຫັນເຫັນວ່າ ການຂຍາຍລັດທີໄທຍໄຫ່ຍປາງນັ້ນໄດ້ມາສວມໃຊ້ເວທີຂອງທ່ານໄດ້ຜົນທີ່ສຸດ ເພາະ ມີການຖ່າຍທອດສົດທັ່ວໂລກ
ທ່ານ ດຣ ນັກຊາດນີຍົມເຕັມຮູບແບບຄວນຍັບຍັ້ງລັດທີ່ນີ້ໄດ້ແລ້ວ ຫລືຢ່າງນ້ອຍກະປະຕິເສດປະວັດສາດທີ່ ພະເອກຄົນດຽວແທ້ໆຂຽນໄດ້ນະ
ຂອບໄຈ
ມີການໃຫ້ຄວາມກະຈ່າງແຈ້ງທີ່ສຸດ ໃນວີທຍຸ

www.siengserixonlao.com

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ປະກາດແກ້ຂ່າວMISE AU POINT

ທິມງານວີທຍຸສຽງເສຣີຊົນລາວທີ່ເອິ­ຣົບຂໍປະກາດແກ້ຂ່າວ

ເນື່ອງຈາກວ່າ ທາງວີທຍຸໄດ້ອອກຂ່າວກ່ຽວອາຈານຫັວ­ຂີ້ກາກໂຈນລາວແດງບັກສະຫັວດ ວີລັຍທອນ Wat St.Leu La Forêt Paris ມື້ວັນເສົາ ທີ່8.10.11 ມີ ເມັຍນ້ອຍ ທີ່ ປາຣີສ ຊື່Charlotte ທີ່ ປທທ ມີອິກຄົນແມ່ນຊາວລາວຈາກ ອັຕປື ບ້ານບັກ ຈູມມາລີ ປທປທ ສປປລ ແລະ ທີ່ ບອກໂດພາກກາງປທຝຣັ່ງ ມີເ ມັ ຍ ອິກ ຄົນ ຊື່ ນ າ ງ ຫວັ ນ ແລະຂໍແກ້ວ່າດັ່ງນີ້ທ່ານ ຄຳຫັ້ມນ ພຣະສວັດ ບ...ໍ່ມີຫຍັງທາງຊູ້ສາວ ຫລຶ ເປັນຜັວ ກັບ ນາງຫວັນ ຫຍັງເລິຍ

ຂໍໃຫ້ເຂົ້າໄຈຕາມນີ້ດ້ວຍ


__________________
Anonymous

Date:
  
 


ท่าน "ลาวสะวัน พ่อกะดวด"เกี่ยวชื่อ Smane นั้นเขียนผิดไปที่ถูกแล้วคือ Sananh Southichak หรือ สนั่น สุดทิจัก ขอไห้เข้าใจตามนี้ด้วย.เกี่ยวกับขบวรการ
21 Gang นี้ที่เข้าร่วมทำงานไห้ NLHXภายไ้ต้การวางแผนลับของVietnam เพื่อทำลายล้มล้างระบอบ"พระราชอาณาจักรลาว"มีหลายสหาย คือ:เจ้า สีหาราช
ผาสุก,สะเมอ มุทะไล,ถั้น พมสะวัน,สว่าง จันเทพา,แก้ว พูนพมเดช,สุวันนะราช จินดาวง(ท้าว พุก สุนดาลา สวนมอน),ตันอาวง วอระบุด,ทองไบ ไซยะราช,
ท้าวคำฮ้อย,พันเอก.พุททะเสน พานคำ,Dr.เต็ม เดโซ และในปัจจุบันนี้ก็ัยังมีอีกมากทำงานไห้ พัก-ลัด สปปล ในต่างประเทศ-ประเทศไกล้เคียง ในรูปผู้ลี้ภัยการเมือง,ลี้ภัยเศรษฐกิจ และ ในรูปพระสงฃ์ต่างๆอีก ปะปนร่วมกับการจัดตั้งกับลาวเื่พื่อหาข่าวการคลื่อนไหว"นักต่อสู้เื่พื่อประชาธิปไตย"ส่งไปไห้ สปป ลาว
นับตั้งแต่1975มา เพื่อขุดราคถอนโคลนไห้หมดไป ตามทิสดียึดครอง"แผ่นดินลาว"ของเวียตนาม โปรดท่านลาวนอกระวังในเรื่องนี้ไห้ดี-เข้าใจ อย่าหลงทิสดี
เกมการเมืองหลอกลวง ของเวียตนามที่หลอกไช้ พัก-ลัด สปปล เ็ป็นหุ่นเชีดออกหน้า เพาะพวกผู้นำ สปปล เหล่านี้ยังเป็นคนด้อยปัญญาอ่านเกมการเมืองของ
เวียตนามเบื้องลึกๆไม่ออก เช่นความโง่ๆของ สุวรรณภูมา,สุภาณุวงค์ ที่ถูกหลอกไช้มานั้นเอง แผนลวงลาวนอกของลาวแดงที่มีเวียตนามวางแผนอยู่ข้างหลัง
คือทิสดี เปีดกว้างต่างๆ และ การสร้าง"อนุสาวรี์เจ้าอนุ"อนุสาวรีย์แห่ง"รอยบาป-รอยแคล้น"ไห้คนลาวสองฝั่งแม่โขงที่ถูกไทยสยามปกครองนับตั้งแต่1893
กับลาวฝั่งซ้ายเวียตนามปกครอง1975มาลุกขื้น"ลาวฃ่าลาว"กันเอง คนที่ได้ชัยชนะในบั้นสุดท้ายของเกมส์นี้ก็คือ เวียตนาม และ ไทยสยามนั้นเอง กลยุทธ์
การเมือง ไครดี,ไครฉลาด,ไครเก่ง ไครได้-ไครโง่-มืดบอดทางปัญญา ก็เสีย เช่นดียวกับรัฐบาลขวาสวรรณภูมาเป็นตัวอย่างไห้พวกท่านเห็มมาแล้ว...
อยากไห้ข้อคิดแก่ท่านนำไปวิเคราะ์์ห์พิจารนาเีกี่ยวกับปัญหาลาวของท่าน ท่านจะคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเหล่านี้คือ:1.นักการมืองเวียตนามคิด
อย่างไรกับคนลาวและประเทศลาว! และ ผู้นำ สปปล คิดอย่างไรกับที่ผูกสัมพนธ์อย่างแน่นแฟ้นกับเวียตนาม! 2.ไทยสยาม กับ เวียตนาม คิดเห็นเกี่ยวกับลาว
เ็ป็นอย่างไรในทางการเมือง! 3.ไทยสยามคิดอย่างไรทางการเมืองในปัจจุบันกับ สปปล! 4.จีน-เวียตนาม เกี่ยวกับลาว!5.จีนเกี่ยวกับลาว! เอาละแค่ห้าข้อก่อน.
ทุกๆการต่อสู้มีหลายวิธีการรวมกันจึ่งจะถึงปลายทางแห่งความสำเร็จ เช่น ประเมีณสถานการณ์,ยุทธวิธี,ยุทธศาสต์,กำลังคน,ความอ่อนแอ-แข็งแรง-เข้มแข็ง
การดำเนีนกลยุทธ์,การบุกโจมตี-การต่อสู้,การมีสายลับ และ การไช้สายลับ.




http://www.siengserixonlao.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ท่าน "ลาวสะวัน พ่อกะดวด"เกี่ยวชื่อ Smane นั้นเขียนผิดไปที่ถูกแล้วคือ Sananh Southichak หรือ สนั่น สุดทิจัก ขอไห้เข้าใจตามนี้ด้วย.เกี่ยวกับขบวรการ
21 Gang นี้ที่เข้าร่วมทำงานไห้ NLHXภายไ้ต้การวางแผนลับของVietnam เพื่อทำลายล้มล้างระบอบ"พระราชอาณาจักรลาว"มีหลายสหาย คือ:เจ้า สีหาราช
ผาสุก,สะเมอ มุทะไล,ถั้น พมสะวัน,สว่าง จันเทพา,แก้ว พูนพมเดช,สุวันนะราช จินดาวง(ท้าว พุก สุนดาลา สวนมอน),ตันอาวง วอระบุด,...ทองไบ ไซยะราช,
ท้าวคำฮ้อย,พันเอก.พุททะเสน พานคำ,Dr.เต็ม เดโซ และในปัจจุบันนี้ก็ัยังมีอีกมากทำงานไห้ พัก-ลัด สปปล ในต่างประเทศ-ประเทศไกล้เคียง ในรูปผู้ลี้ภัยการเมือง,ลี้ภัยเศรษฐกิจ และ ในรูปพระสงฃ์ต่างๆอีก ปะปนร่วมกับการจัดตั้งกับลาวเื่พื่อหาข่าวการคลื่อนไหว"นักต่อสู้เื่พื่อประชาธิปไตย"ส่งไปไห้ สปป ลาว
นับตั้งแต่1975มา เพื่อขุดราคถอนโคลนไห้หมดไป ตามทิสดียึดครอง"แผ่นดินลาว"ของเวียตนาม โปรดท่านลาวนอกระวังในเรื่องนี้ไห้ดี-เข้าใจ อย่าหลงทิสดี
เกมการเมืองหลอกลวง ของเวียตนามที่หลอกไช้ พัก-ลัด สปปล เ็ป็นหุ่นเชีดออกหน้า เพาะพวกผู้นำ สปปล เหล่านี้ยังเป็นคนด้อยปัญญาอ่านเกมการเมืองของ
เวียตนามเบื้องลึกๆไม่ออก เช่นความโง่ๆของ สุวรรณภูมา,สุภาณุวงค์ ที่ถูกหลอกไช้มานั้นเอง แผนลวงลาวนอกของลาวแดงที่มีเวียตนามวางแผนอยู่ข้างหลัง
คือทิสดี เปีดกว้างต่างๆ และ การสร้าง"อนุสาวรี์เจ้าอนุ"อนุสาวรีย์แห่ง"รอยบาป-รอยแคล้น"ไห้คนลาวสองฝั่งแม่โขงที่ถูกไทยสยามปกครองนับตั้งแต่1893
กับลาวฝั่งซ้ายเวียตนามปกครอง1975มาลุกขื้น"ลาวฃ่าลาว"กันเอง คนที่ได้ชัยชนะในบั้นสุดท้ายของเกมส์นี้ก็คือ เวียตนาม และ ไทยสยามนั้นเอง กลยุทธ์
การเมือง ไครดี,ไครฉลาด,ไครเก่ง ไครได้-ไครโง่-มืดบอดทางปัญญา ก็เสีย เช่นดียวกับรัฐบาลขวาสวรรณภูมาเป็นตัวอย่างไห้พวกท่านเห็มมาแล้ว...
อยากไห้ข้อคิดแก่ท่านนำไปวิเคราะ์์ห์พิจารนาเีกี่ยวกับปัญหาลาวของท่าน ท่านจะคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเหล่านี้คือ:1.นักการมืองเวียตนามคิด
อย่างไรกับคนลาวและประเทศลาว! และ ผู้นำ สปปล คิดอย่างไรกับที่ผูกสัมพนธ์อย่างแน่นแฟ้นกับเวียตนาม! 2.ไทยสยาม กับ เวียตนาม คิดเห็นเกี่ยวกับลาว
เ็ป็นอย่างไรในทางการเมือง! 3.ไทยสยามคิดอย่างไรทางการเมืองในปัจจุบันกับ สปปล! 4.จีน-เวียตนาม เกี่ยวกับลาว!5.จีนเกี่ยวกับลาว! เอาละแค่ห้าข้อก่อน.
ทุกๆการต่อสู้มีหลายวิธีการรวมกันจึ่งจะถึงปลายทางแห่งความสำเร็จ เช่น ประเมีณสถานการณ์,ยุทธวิธี,ยุทธศาสต์,กำลังคน,ความอ่อนแอ-แข็งแรง-เข้มแข็ง
การดำเนีนกลยุทธ์,การบุกโจมตี-การต่อสู้,การมีสายลับ และ การไช้สายลับ.Mehr anzeigen

Facebook: Champalao Laolao
Blacksaphire ເວົ້າເຖີງ gang21 ອົງການພາຍໄຕ້ການນຳພາຂອງບັກຜິຫ່າສເມີທູ່ນທະລາຍ ທີ່ປາຣີສດຽວນີ້ ຕົກເປັນເຄຶ່ອງມືໃຫ້ໂຈນ ລາວແດງ ມະຫາກຸສຸວັນນະເມທີ ແລະ ສນັ່ນສຸດທີຈັກ ໃນນາມສະມາຊິກພັກ ປະຕິວັດ ປຊຊ ລາວ(ຄມນ ແນວລາວ)
ຂໍໂທດຫລາຍທເນື່ອງຈາກຈະຕ້ອງເວົ້າເຖິງ ໂຈນຜ້າແດງຮັບໃຊ້ ຜດກ ຄມນ ຈື່ງເລື່ອນການອອກອາກາດ ໄສ່ມື້ອຶ໋ນວັນອາທີດ ທີ່ 9.10

http://www.siengserixonlao.com./


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ລະເບີດເວລາຂອງລາວໄກ້ຈະຕາຍແລ້ວ ຫລືຕາຍແລ້ວ ເຂື່ອນໄຟຟ້ານ້ຳຕົກໃນປທ ລາວ ຄວາມຫວັງອັນສູງສົ່ງຫລືລະເບີດເວລາ
Champalao Laolao 8..10.11 17:57

ระเบีดเวลาของลาวไก้จะตายแล้ว หริอตายแล้ว(ตามข่าวนี้)

เขื่อนไฟฟ้าน้ำตกใน ปท ลาว เป็นความหวัง อันสูงส่ง หรือ เป็นระเบีดเวลาของลาว

โดยลาวอีตปือ

......................................................................

ก่ายจากภาษาลาวเป็นอักษรสยามโดย คนไกรบ้าน

สถานี โทระทัดระดับโลกEljazerraได้รายงานวันที่ 20.10.07เกียวกับการสร้างเขื่อน ไฟฟ้าน้ำตกในลาว เป็นเวลาหลายๆทีดตีดต่อกัน. พวกเราฮีบโฮมจัดเป็น ชีดี เพื่อให้พี่น้อง ชาวลาวทั่วโลก ได้เห็น เพื่อนำไปพีจาระนาและึ้ค้นคั้วถีงข้อเสยของการสร้างเขื่อนต่างๆ ที่ สำเรัดเชัดชี้นไปแล้ว และชื้งกำลัง ดำเนีนก่อสร้างแบบบ้าคั่ง ในเวลานี้ มันเปั็บันหาอันไห่ยหลวง สำหลับ ปชช ทัง 7ล้านคน(6ล้านคน ใน ปท และ 1ล้านนอก ปท) อันมีวีถีชี

วีตตีดพันกับทรรมชาตีมาตะหลอด ดั่งนั้น ทุกๆการเปรี่ยนแปง อันสืบเนื่องมาจาก แนวทางการพัทนา การของ ปท ต้องกะทบอย่างแฮง และหลืกแลงบ่อได้ ต่อวีถีชีวีตของ ปชช ลาว

บันหา สะพาบแวดล้อม บันหาที่ดีน ส้างอยู่ทำกีน บันหาฉเพาะอากาจเปรี่ยนแปง อันเกีดมาจาก การดับสุน ทำ

รา ยอย่างขะหนานไห่ยของสัพยกรป่าไม้(ก่อนการปดป่อยของพรรคปะตีวัดลาวในปี 2518 ) ปท ลาว มีป่าไม้ ปกคุมอาณาเขตอันก้วางไห่ย ถีง87 เปีเชันของเนื้อที่ ทังหมดของ ปท แต่มาบัดนี้ มันได้กายมาเป็นบันหาตายของชาตีแล้ว

ปท ลาว ได้เปี่ยนแปง ระบอบการปกครอง แบบมี พระเจ้าชีวีต มาเป็นระบอบการปกครอง แบบ คมน ผุกขาดเพียงพรรคเดียวแต่ปี 2518 . ลาวเป็น ปท ทุกยาก ล้าหลังที่สุดตะหลอด 35 ปี ของการปกครอง ลาวแดง ปชช ลาวอยังสืบต่ออยุ่พายไต้ความอืดยาก งปมานของรัฐ บ่อมีความสมบุนจักเทื่อ รายได้ จากการขายไฟฟ้า ขายป่าไม้ บ่อแฮ่ ผนผลีดเคื่องป่าของดง บ่อสามาด ตอบสะหนอง ความต้องการของงปมานชาตี ได้ บ่อฮอด 30 เปีเชน . ส่วนที่ขาด พรรครัฐลาวต้องเอาห้นาไปขอทานนำองการจัดตั้งสากน ทนาคารโลก ลาวนอก ปท (ฝากให้แล้ว40พันล้าน ดล) และ ปท ต่างๆ

มันบ่อสมกับความอวดอ้างของพรรค คมน

ที่ได้สำแดงว่าพรรค รัฐ มีความสหลาดส่องไส นำพา ปท ชาตี ปชช ไปสุ่ความฮั่งมี อยุ่ดีกีนดี มั้งคั้งสมบุน

ท่ามกาง กะแสฟอง ปะตีวัด พวกลาวแดง ได้ออกแบบการที่ เอี้นว่า หันมาเป็นสะหากรกะเสด ใน ปี 2521 เว้ามันสั้นๆคือ

คมน ลาวได้ คีดลอกแบบการส้างเสถกีดกะสีกัม แบบลวมหุ่ม เอาพาหานะผลีด ทังหมด เข้าสุ่การคุมของรัฐ และส่วนลวม

เช่นสหาพาบโชเวียด แม่นการสหากรกะเสด โชบโค อยุ่ ปท จีน แม่น คมน ปชช อยุ่ เวียดนาม เอี้นว่า นาฮวม

การผลีด แบบสังคมนียม ทังหมด บ่อถีงจุดที่หมาย และได้ฮับปราชัยด้านกะสีกัมกะเสด ความโง่ง่าวของ ลาวแดง

พัด ช้ำไปก่ายเอาบดเฮืยน ที่ บ่อมีความสำเลัด มาปะตีบัดอยู่ลาว .สุดท้าย ปท ลาว ทีี่ บ่อเคีย ปะสบพัย อืดยาก อันฮ้ายแฮงมาก่อน ก่อต้อง ปะสบกับชาตากรรม อันข่มขื่น ปชช ลาว ต้อง พากันหนี ตาย พ่าย ความอืดยาก ถี้มบ้านปะเฮือน

เอาตัวลอด ที่ี จาก บ้านเกีด เมืองนอน ไป อาสัยอยู่ต่าง ปท . นะโยบาย ว่าด้วยการพัทนา เป็นสะหากร กะเสด

ที่เลีมดำเนีนงานใน ปี 2521 ก่อต้องถุกเตะลงกะถังขี้เหยื่อ เปัน ปะวัดสาด ใน ปี 2528 . ปท ลาว อะดีด มีชื่ิอว่า

อาณาจักล้านช้าง เป็น ปท ที่ มี อาณาเขด อันก้วางไห่ยไพสาน มีห้วยน้ำลำเช อูดมสมบูน ที่ สุด สายแม่น้ำของ

ที่ ไหลผ่านทางกาง ปท แต่พงสาลี ฮอดหลีผี สี่พันดร มีความยาวฮอด 1865 กีโลแมด นอกจาก นั้น ลาว อยังมีป่าดงพงไพไห่ยนาๆชะนีด ปกควบคูม พื้นที่ ของ ปท ฮอด 87 ของ ปท ทังหมด

กองปะชุมไห่ยคั้งที่ 6 ของพรรค คมน ลาวพายไต้กานนำพาของสะหายคำไต สีพันดร ที่เปันทัง ปธ พรรค

และ ปธ ปะเทด ได้ไขขื้น ในมื่วันที่18 เดือน 3 ปี 2539 ที่ เวียงจันทน็ กอง ปะขุมของพรรคเทื่อนี้ ถือว่า

เป็นการวางพื้นถานแนวทางนะโยบายการพัทนา ปท ใน ระยะ สั้น และ ระยะยาว ลาวแดง ได้กำหนด เอาปี

2020 หริอ ปี 2563 (อีก10ปีเท้านั้นเอง คอยได้นะ)เป็นปี สันยาลัก ของการ ที่ จะเฮัดให้ ปท ลาว หลุดพ้น จาก สะพาบด้อยพัทนา

เพื่อให้บันลุเป้าหมาย ดั่งก่าว คมน ลาว ได้กำหนด เอาการส้างเขื่อนไฟฟ้า น้ำตก อย่างจะขนานไห่ย ทั่ว ปท

เป็นพื้นถาน เพื่อจะขยาย จะขายไฟฟ้าให้ ปท เพื่อนบ้าน โดยฉเพาะ ปทท เขมร และ เวียดนาม

ลาวแดงได้อะนุยาดให้นายทืน เอกกะชน จากจีน มาเลเชัย ไทย เกาหลี ออสตราลี และ เวียดนาม เปันต้น เข้ามาลงทิน ขะแหนงดั่งก่าว

นอกจากการส้างเขื่อน ผลีดกะแสไฟฟ้า แล้ว ลาวแดง อยังอะนุยาด ให้นายทิน ต่าง ปท เข้า มา สำรวดบ่อแห่

ทาตต่างๆ ที่ อุดมสมบุน โดยฉเพาะ ออสตราลี มีการขุดค้นบ่อทองแดง ที่ เชโปน แขวงสวันนะเขด พูเบย เขด

เชียงขวาง และ พูคำ แขวงเวียงจันทน็

ปท ลาว มีเงื่อนไข ข้อสะดวกหลายแนวสำหลับที่ จะให้ ปชช ลาว มี เวียกเฮัด งานทำ ได้ และ มี กานดำรงชีวีตแบบดีๆ องการพัทนา แม่น้ำของ ได้บันทิกการสำรวด ว่า ปท ลาว มีความสามาด บ่นช้อนในการส้างเขื่อน ผลีด กะแสไฟฟ้าได้ถีง 18 000 เมกาวัด ถืว่า หลวงหายที่สุด

ลาวแดง จื่งอวดโอ้ โอหังว่า จะเฮัดให้ ปท ลาว เป็นหม้อไฟ อาชีอาคะเนได้

ปัดจุบันนี้ ปท ลาว การสำเรัดการส้างเขื่อน ขนาดน้อยขนาดกาง และขนาดไห่ย จำนวน6 เขื่อนแล้ว เช่นเขื่อนน้ำงื่ม 1 เขื่อนเชเชัด

เขื่อนเชขะหมาน 3 และ เขื่อนไห่ยก่วาหุ่ม แม่นเขื่อน้ำเทีม2 ที่ บอลีเวน นากายชายแดย เวียดนาม แขวงคำม่วน

เขื่อนแห่งนีเปันเขื่อนไห่ยที่สุดของ ปท ลาว เป้นเขื่อน มีงปมาน ก่อส้างถีง 1200ล้าน ดล สามาด ผลีด กะแสไฟฟ้าได้ฮอด 1070 มากาวัด

ลาวจะได้ฮับผนปะโหยด เมื่อเขื่อน ผลีดกะแสไฟฟ้า ปี ทำอีด 13 ล้าน ดล และ เมื่อชี้นสุดละยะสำปะทาน ใน ปี 2573

จะได้ผนปะโหยด ปีละปะมาน 150ล้าน ดล นี้และ แม่นเลื้อง ผนปะโหยด ที่ ลาวจะได้ฮับ แต่บันหามีอยุ่ว่า เขื่อน

น้ำเทีม2 นี้ จะเฮัดให้ ลัชนี ของน้ำถ้วม ถีง50 กีโลแมด มนทน หรือ เทียบกับ

Lake Leman ของ Suisse .

บันหาข้อเสยของเขื่อน น้ำเทีม หรือเขื่อนต่างๆ บ่อว่า ไห่ยและน้อย จะต้องได้ฮับ ผนอันไห่ยหลวงของการทำลายป่าไม้

โดยอัดโนมัด ลาวจะต้องสุนเสยสัพยากร ป่าไม้ เนื้อที่ ดีน พ้อม ด้วยสัดสาวาสี่ง ที่ หายาก

ไปพ้อมๆกันแบบเป่าปะโหยด การตัดไม้ ออกจากห้นาเขื่อน บ่อทันกำหนด ก่อเฮัดให้สุนเสยลายได้ ฝรี

เมื่อการส้างเขื่อน สำเลัดแล้ว น้ำก่อต้องถ้วมป่าไม้ ที่ จะเฮัดให้บุดเหน่า เปื่อย และ ส้าง

บันหามนพาวะอย่างหลีกเลียงย่อได้ นอกจากจะสุนเสยสัพยากร ป่าไม้ และ ผนกะทบต่อสะพาบสี่งแวดล้อม

ก่ออยังเพีมทะวีคุนขื้นอีก การปะมงหาปาตามล้ำน้ำ ก่อมี ผนกะทบ

สายน้ำ ที่ เคียไหล ก่อ เหลือด แห้ง การหาปาเลี้ยงชีบ ก่อหลดน้อยถอยลง การปุกฝังตามระดุ การแคมเลียบ น้ำ

ก่อต้องปะสบกับกับบันหาฝุ่นทรรมชาตี ที่ น้ำ ผัดมาตามระดุฝน ก่อขาดหายไป ปชช ที่ อาสัยตามแคมห้วยน้ำลำเช

ต้อง ปะสบบันหาหนัก วีถีชีวีต ถุกเปียนแปงไป อย่างบอกบ่อถุก เปันผนสะท้อนอันยาวนาน ต่อชีวีตการเปันอยุ่ของ ปชชโดยบ่อสามาดคำนวนได้ ปท ลาว จำเปัน ดำเนีน แนวทาง พัทนา ปท แบบ หัวชนพูเขา อย่างนี้สืบไปบ่อ??

องการTransparency International ( องการความโป่งสัยสากที่เยีระมัน)

ได้ตีราคา ปท ลาว แม่นหนื่ง ใน จำนวน 10 ปท ที่ มี การส้อราชบังหลวง(ที่ 168 ใน จำนวน 179 ปท ทังหมด) หลายที่สุดในโลก

มันบ่อแม่น เลืองแปกปะหลาด สำหลับ ปท ลาว ก่อดำเนีน การปกคองแบบ ผดก คมน พรรคเดียว

การผุกขาตอำนาด ปชช บ่อมีสีดออกเสียงแนวใด มีแต่ ปะตีบัด ตามคำสั่งของพรรครับเท้านั้น

การตำหนีวีจานพรรครัฐแม่นต้องเป็นโทสเปันกรรม ถีงขั้นถุกจับเข้าคุก เข้าตะลาง ถุกข้าตาย หรือถุกเนระเทด

หนังสือพีม ข่าวสานแม่นในการคอบคองขององการรัฐทังหมด ฮ้ายแฮงไปก่วานั้น องการ จัดตั้งอีสระ

(NGO) แม่นบ่อมีสีดเคื้อนไหวเฮัดเวียก สะหลุบแล้ว รัฐบาลลาว คมน สามาดเอัดได้ทุกสี่งทุกอย่างตามความต้องการของเขา โดยบ่อสนไจกับการดำเนีนนะโยบายต่างๆตามกดเกน จะส้างความกะทบกะเทือนและนำผนเสยมาสุ่ ปท อย่างใด

คำถามจื่งอยุ่บ่อนว่า แนวทางพัทนา ปท ของ รัฐบาลลาวแดง แม่นเฮัดให้ ลาวหลุดพ้นพาวะทุกจน

โดยการพัทนา แท้บ่อ ??

หรือว่าแนวทางดั่งก่าวหากเฮัดให้ ผุ้นำ ลุกสะหมุนของเขาได้ผนปะโหยด

การส้อราชบังหลวง ตามโคงการจ่ายไต้โตะ จากพวกนายทืน แล้วก่อหลับหุหัลบตา เชนอะนุมัดลงทืน.

ลาวแดงปกคอง ปท มาได้ 35 ปีแล้ว ป่าไม้ เมื่อก่อน พ่อแม่ เอี้นว่า ป่าช้างดงเสือ นั้นมาฮอด ปัดจุบันนี้

หลงเหลือ บ่อฮอด37 เปีเ็ช็น ของเนื้อที่ ทังหมด ของ ปท

(ตาม คำให้การสำพาดของ ท้าวคำอ้วนบุผา รมต สำนักงาน นย ที่ วีทยุ เอเชยเสรี ในวันที่ 17.111.07 เวลา 7โมงเช้า เลื้องไม้ ใน สปปล อีก 25 ปี จะหมดไป)เคียงคุ่กับการให้อะนุยาดส้างเขื่อนไฟฟ้า

แบบเค่งฮ้อนป่าไม้ แฮงถูกกุดเหยีนไปอย่างห้นาวีตก นี้แม่น สะพาบตัวจีง ของ ปท ลาว ปัดจุบัน ที่ ปะตีเสดบ่อได้

พรรค ปะตีวัดลาวแดง ต้องทบทวน และ สืกสา ถีงผนสะท้อน ต่อสะพาบแวดล้อมต่อ ปท ถีงกดถีงฮาก

เฮัดแนวใด บ่อให้ เจตนาลมที่ดี การ พัทนา กายมาเปัน โทด กรรม โดยฮู้เท้าบ่อถีงการของรัฐบาล ขาด การสืกสา

หาทางออก การผูกขาดอำนาด และ บ่อ ฟัง ความคีดเหัน ของนักปราด ปันยาชน และ ปชช

เป็นบันหาไห่ยในการนำพา ส้างสา ปท ชาตี

ปท ลาว จะตกอยุ่ใน อาถันคำว่า อุดมสมบูนเตัมไปด้วยสัพยากรทุกอย่าง แต่ ปชช ลาว ส้ำพะต้องตกทุกได้ยาก

ชาวหุนม หญีงชายต้องไปเป็นทาตขายแฮงงาน อยู่ต่าง ปท ฮูบพาบ ที่ Eljazerra ได้นำมาเผียแผ่

ที่ กำลัง ผ่านสายตามวนชน คงเป็น อุทาหอนให้ ชาวลาว โดยฉเพาะ ผุ้นำพรรคโทน ที่ วจ ฮู้ว่าพัยอันคะลายจากเอาน้ำมาถ้วมแผ่นดีนลาว แบบลาวแดงเฮัดมานี้ แม่นการทำลาย ปท ชาตี แบบขาดสะตีแท้ๆ

สะตีความฮู้สืกของคนทรรมดา สามัน แม่นว่า เฮ็ดแบบใด จะฮัก ความสมบูนละห่วาง คนและ ทรรมชาตี

กานพัทนา แบบอยั้งยืน แม่นจะบ่อทำลายความสมดูนกับ

สี่งแวดล้อม

ปท ลาว กำลัง ดำเนีนแนวทาง ส้างเสถกีด ของชาตี แบบการปกปักฮักสา สัพยากอนป่าไม้ การพัทนา พะลัง งานแบบ ทดแทน และ การฮักสา ความอุดมสมบูนของสะพาบแวดล้อม การฮักสา พื้นที่ เพื่อ การผลีด กะสีกำ กะเสด แบบอยั้งยืน

แม่นหนทางที่ถูกต้อง บดเฮียน การพัทนา ปท ในโขงเขด โดยฉเพาะ ไทย จีน ได้ ให้ความชัดเจนมาแล้ว

การส้างเขื่อน ไฟฟ้าน้ำตก เพื่อขายกะแสไฟฟ้า ให้ ปท เพื่อนบ้าน แบบบ้า คั่ง เพียงอย่างเดียว ใน ปัดจุบัน

มันบ่อต่างหยังกับการเอาน้ำมาถ้วม ปท

ปท ลาว ใน อานาคด จะหาแผ่นดีน ปูกฝัง เลี้ยงชีบก่อจะบ่อมี

ความ ฝันของลาวแดง ที่ จะเฮัดให้ ลาวเป็นหม้อไฟ ของ อาชี อาคะเน อาจ จะบ่อสมหวัง หม้อไฟ นั้น อาด จะกายเป็นหม้ิอนารกของลาวทังชาตีด้วยช้ำไป

และ10 ปี ก่อน สปปล จะกาย เป็นBattery ให้เพื่อนบ้านตามคำให้ การ ท้าวบุนยัง อดีด นย กุ่ม โจรลาวแดง สปปล

เดียว นี้ จื่ง เกีดมีน้ำของแห้งแล้ง พบกับบันหาไปเสยแล้ว (ให้อ่านข่าว ผจก ออนไลน็นี้ด้วย)ย้อน การส้างเขื่อน อย่างหลวงหลายของจีนนั้นเอง

สะ นั้น ท้าวบุนยังจื่งกายเป็นนักวีสัยทัด(Visionary)ที่ลวงโลก อย่างเห็นได้แจ้งที่สุด ก่อน ปท ที่ กู่ม เขา นำพามา เคี่งสัตวัดจะกายเป็น ปท ที่ ฮั่งมี เท้ากับ Kuweit ใน ปี 2563.

แล้วอีก10ปี ข้างห้นาน้ำของจะเป็นอย่างใด ลาวนอก ปท บอก ว่า บ่อต้องย่างข้ามขัว ไป วจ ก่อใด้

ยาม แล้ง ย่างข้ามของเข้าไปเลีย.................ไปจีกห้นา บักโจรลาวแดงบุนยัง และแก็งgangเขาที่ หลอกลวง ชาวลาว มาแล้ว แต่ ปี 2518 อย่างห้นาตาไสๆ......

__________________
Anonymous

Date:
  
 

More about 21 gang organizations in
http://www.siengserixonlao.com./

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Mr. Sameu Mouthalay was the head of the twenty one gang organization
from Dongdok School . He representted the Lao Communist and was sent
to search the Lao in Europe and the United States . Mr. Sameu
Mouthalay was actually sent to France as refugee status to coordinate
with Mr. Chansamone Voravong. They both planned to enter the royal
... family and some Lao family as the kingdom Family in France and the
Sananikone family in France . Thao Ngeun Samrith was the messenger for
Sameu and Chansamone Voravong in the Lao Communist Embassy in France .
Those who worked for the Lao Communist Government in the United States
included Thao Khamsay Saisane, Col. Souvanh Phansy, Monk Somnuk, Col.
Fong Samouth, and Souchine Phisaya-vong.

Reveal and writing this dusty plan by Thao Sounnarath Chindavong.

The writer of this article was Thao Souvannarath Chindavong. He was
also a member of the 21 Gang Organizations and the right hand of both
Samane Southichak and Mahakou ouvannamethi started to work as a right
hand man with Mahakou Souvannamethi and Samane Southichak”During
1971-1975, at the twenty one Gang oraginzation in Vientiane.” On
September 29, 1975 , Souvannarath Chinda-vong was arrested and
handcuffed then walked from Ban Phanh Manh to the Port of km 4 (about
ten miles). Then he was sent to Nong Duang and locked in a cage for
twenty five days and was guarded by the Communist Party Police. He was
accused of being against the revolution and that he cooperated with
the Lao Huam Sam Phane association. On October 23, 1975 , he was sent
to Samkhe Prison ( Near Phou-ne Kheng). On February 16, 1976 , he and
several prisoners from Samkhe were sent to Phongsaly, northern of
Laos , near the border of China . Also sent with him was Thao Keo
Phoum Phomdeth (he was also a part of the twenty one Gang
Organization) When they arrived at Phongsaly northern Laos, Thao Keo
found out that he had been betrayed and fled to China, but three days
later, Souvannarath saw three of them being sent to re- education
camps.Thao Keo and Captain SomsyNarongsak were military officer from
Chinaimo Military Camp. The two were executed shortly after came
back.

In 1979 the fighting broke out between the Chinese and the Lao
communists at the border of China and Laos . The Communists released
some prisoners. Mr. Boutsaboung Souvannavong requested Mr.Souvannarath
Chindavong to return to work in Vientiane the capital of Laos .
Souvannarath returned for the last time to work before he escaped to
Thailand on June 30, 1979 . On September 3.1979, Souvan-narath
refugeed to West Germany . He now lives in San Diego , California ,
USA . This letter is a confession that he had worked with the twenty one Gang Organization, which
was used by Mahakou, and at the end, he sent to learn the development
of using the chain of nine knots ( the chain had nine knots) at the re-
education camp in Ban Po, Province Phong Sa Ly. He recorded all this
so that people would know how bad to influence with the Lao
ຄວາມຈິງ ແມ່ນ ສເມີມູ່ນທະລາຍ ທີ່ ມື້ວັນທີ່7.10.00 ເວລາ 5ຫາ7ໂມງເຊົ້າເວລາໃນເອິຣົບ ເມັຍນ້ອຍຄູບາໂຈນລາວແດງ ພຣະອາຈານສະຫວັດ ວັດSt Leu La Forêt (ຄວາມຈີງບັກນີ້ກະມີເມັຍອິກຄົນຊື່Charrlotte )ສາວ Bamboo-29 ເອົາ ເທບສັມພາດເຂົາ ທີ່ ປາຣີສ ມາອອກອາກາດໃນເວທີ Paltalk LaoNork ປ່ອຍໃຫ້ ຈົ່ງອາງໄຟ ໂຈໂຈ ແລະ ແມ່ຕູ້ ເສີິພາບ ສູມຫັວກັນ ດ່າ ປະນາມປ້ອຍ ທັບຖົມເຂົາ ຢ່າງສາສົມອົກສົມໄຈ ຄອຍເຂົາດ່າຫຍັງເວົ້າຫຍັງ ຜູ້ຂ້າຊີລອກມາແບໃຫ້ຟັງຢ່າງແຈ້ງຂາວວທີ່ສູດ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เห็นประชาชนเรือนล้านเดือดร้อนเพราะน้ำ ท่วมพระราชทานจากเจ้า คมน พรรค ลาวแดงแล้วก็ห่อเหี่ยวหัวใจที่จนป่านนี้ไม่มีสื่อหน้าไหนออกมาพูดว่า น้ำท่วมครั้งนี้เป็นฝีมือของกรมชลประทานที่ขึ้นอยู่กับไอ้เหี้ย คมนลาวแดง พายไต้ การนำพาของบักข้าจูมมาลี ใคร ๆ ก็เข้าใจว่าไม่มีเขื่อน14เขื่อน ไม่มีน้ำถ้วยอย่างนี้จรีงๆ
ประเทศอเมริกาต้นตำหรับสร้างเขื่อนประกาศเลิกสร้างเขื่อนและทำลายเขื่อนหลาย สิบแห่งเพราะแก้ปัญหาไม่ได้จร...ิง เรื่องนี้คนรู้กันทั้งโลกแต่คนที่ถูกยกให้เป็นอัจฉริยะด้าน เขื่อน(พวกข้าครองเมีอง)ยังดันทุรัง สร้างเขื่อนอีกเป็นร้อยเขื่อน(ค่านายห้นา20เปีเช็นสูงนะ บักห่ามืง)
ผลาญงบสร้างเขื่อนโดยที่ความเป็นอยู่ชาวบ้านไม่ได้ดีขึ้นทำนาก็ได้น้อยลงแถม น้ำท่วมหนักขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่มีเขื่อนแล้วยังคิดจะสร้างเขื่อนเพื่อหาราย ได้เข้ากระเป๋าส่วนบุคคนของพรรคโจร500แนวลาว

บ้านเรานี้ปัดความรับผิดชอบด้านSocial Securityทุกรูบแบบ(ปทเดียวในโลก คนทำงาน พรรคโจรตีดหนี้ ไม่ยอมจ่ายค่าเงีนเดือนให้นายครูนายหมอเป็นปีๆ)ยกให้ลูกหลาน และ ลาวนอก ทำอ้างด้านกตัญญูว่าท่านเลี้ยงเรามาพอท่านแก่เฒ่าชราเราต้อง เลี้ยงท่านตอบ ความกตัญญูเป็นสิ่งดีแม้ด้านศาสนาพุทธจะเน้นมาก แต่ถ้าลูกๆจนมากไม่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ได้จะไม่มีใครยื่นมือมาอุ้มชู ระบบของต่างประเทศเมื่อคนทำงานต้องเสียภาษีทุกคน เมื่อปลดเกษียรจะได้เงินบำนาญและเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ รวมได้80เปอร์เซนต์ของรายได้ครั้งสุดท้าย ฉะนั้นลูกไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ๆมีเงินเดือนกินมากกว่ารายได้ของลูก เสียอีก บ้านเราควรจะเอาแบบนี้บ้าง เห็นคนแก่บ้านเราแล้วสงสาร ยกเว้นคนพรรคชั่วๆ

ประเทศ สากล เค้ามี หน่วยงาน Social Security เอาไว้ช่วยเหลือประชาชนรักษาความมั่นคงของสังคม ..แต่ประเทศ คมน สปปล แม่งมีหน่วยงานชื่อ กลมนักสิบฆ่าลาวนอก ปท หรือกองกําลังรักษาความมั่นคงของไอ้สัด จูมมาลี เพื่อให้มันกดขี่ประชาชน แย่งสมบัติส่วนกลางของประเทศไปแบ่งกันเสวยสุข
ทำ ใมพวกเราต้องไล่ไอ้เดรัจฉานจูมมาลีกับครอบครัว พรรค ทุกตัวออกไป ....ประเทศสากลเค้ามีกฏหมายความมั่นคงของสังคม คนว่างงาน คนพิการ คนแก่ ครอบครัวที่ไปไม่ใหว มีกฏหมายจ่ายเงินเดือนทั้งนั้น..ไปดูได้ทุกประเทศ ...ประเทศ ลาวไอ้เดรัจฉาน จูมมาลั และพรรคพวกโจรมันมีแต่กฏหมายความมั่นคงของมันเท่านั้นโดย อ้างตัวเป็นชาติ ขโมยสมบัติของประชาชนไปเป็นสมบัติส่วนตัวหมด...แล้วโฆษณาประโลมโลกหลอก ประชาชนที่รู้ไม่ทันมัน
เต็มที่เลยน่ะมึง...ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอกถ้ามึงไม่ทำ...ไอ้เหี้ย นี่...เรื่องขวางหมู่บ้านเสื้อแดงก็ทีแล้ว.....ตัดหางปล่อยแม่งเลยไอ้บ้า เนี่ย
Mehr anzeigen
Politics - Manager Online - ขวัญชัุย พ้อเจ็บปวดข้อหาล้มเจ้า เตรียมล้างภาพลบจัดงานแดงรักเจ้า
www.manager.co.th
ขวัญชัย ผุดไอเดียใหม่ชวนแกนนำลาวแดงจากภาค ตวอฉหน 20 จังหวัด จัดกิจกรรมล้างภาพถูกตราหน้าล้มเจ้า เผยขอตราสัญลักษณ์ 84 พรรษาพิมพ์ประทับลงบนเสื้อแดง รับกิจกรรม“แดงรักเจ้า” เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา ยันจุดยืนยังเหมือนเดิม เรียกร้องปชต.-ประคับประคองรบ.ให้อยู่นานที่สุด

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໂຈນລາວແດງຄອງເມືອງມາເຄີ່ງ ສັຕວັດ ເສຖກິດຝືດເຄືອງ ມີການຫົລບອອກນອກ ປທ ຂອງຊາວລາວເກືອບລ້ານໃນຍາມມສະງົບແທ້ ໆ ການພັທນາຍັງຕົກຢູ່ໃນສັງຄົມລ້າຫລັງດ້້ອຍທຸກຢ່າງຈົນກາຍເປັນສັງຄມອັມມະພາດ(ຄຶປທ ປທ ຄົນທຳອິດ)ອານາຖາຂໍທານ
ຍ້ອນ ຜູ້ນຳ ປະທານ ກະຄື ນຍ ການສຶກສາບໍ່ຜ່ານປະຖົມ
ບໍ່ເຂົ້າໄຈການປ່ຽນແປງຢ່າງວ່ອງໄວຂອງເສຖກິດໂລກໄດ້ ຍັງບໍ່ແລ້ວ
ຍັງບໍ່ເຂົ້າໄຈວ່າ ເສຖກິດໄຮ້ພົມແດນຄືຫຍັງ
ຫລຶເວົເາຕາມພາສາເສຖສາດ ໂລກາພິວັດ ນັ້ນເອງ
... ເມື່ອ ນັກລົງທຶນຫ່າງເຫິນຈາກ ຍຸກໂຈນປໍ6ຄອງເມືອງ ຢ່າງນີ້
ແນ່ນອນ ເສຖກິດອັບເສົາ ທັງໆ ຫ້ນາຊີເມນສຸດຂິດກັ້ນໄຈກັດແຂ້ວອວດໂລກຢ່າງສງ່າຜ່າເຜິຍເອົາຕັວເລກມາຫລອກ ເດັກນ້ອຍຊັ້ນປະຖົມວ່າ
ເສຖກິດ ໂຕທີ່ສອງຂອງໂລກ ຄື 8% (ໂຕມາແລ້ວກ່ວາ30ປິ ໂຕຫລາຍມັນແຕກຕາຍຫູງຕາຍຫ່າເດິ)
ຖ້າຕັວເລກດັ່ງກ່າວເປັນທີ່ຍອມຮັບຈາກສະຖາບັນເສຖສາດໂລກ
ເປັນຫຍັງລາຍໄດ້ບໍ່ເຂົ້າຣັຖເຖິງເຮັດໃຫ້ງົປມານປິ2011ຂາດດຸນຢ່າງຫລວງຫລາຍທີ່ສຸດ (ເຄິ່ງພັນລ້ານ ດລ)
ໃຜຢາກຮູ້ຄຳຕອບຕັວຈີງໃຫ້ອ່ານເບີ່ງ ເງີນກິບຕະກຸນຊາດເປັນຫຍັງເປັນທີ່ບໍ່ຍອມຮັບຈາກຝູງຊົນໃນ ປທ
ຈົນສື່ພັກ ຄມນລາວແດງໄດ້ ອອນວອນຢ່າງຫ້ນາສົມເພດທີ່ສຸດ
ໂດຍບອກວ່າ
ການປຸກລະດົມນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ແມ່ນໜ້າທີ່ຂອງທຸກຄົນ...
ຈາກນີ້ໄປບໍ່ຮອດເດືອນ ກໍຈະເຖິງລະ­ດູ­ແລ້ງ ຍາມນັ້ນບຸນສິນກິນທານ ຈະຖີ່ຂຶ້ນເກືອບວ່າສູ່ເດືອນ... ຖ້າໄລ່ພາກ­ສ່ວນທຸ­ລະກິດ ທີ່ມັກຈັດງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າແລ້ວ ກໍຈະເຫັນວ່າຫຼາຍຂຶ້ນ ສໍາ­ລັບນະ­ຄອນ­ຫຼວງວຽງຈັນ ກໍຈະເລີ່ມດ້ວຍບຸນ­ຊ່ວງ­ເຮືອທ່າວັດຈັນ ງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າທີ່ລາວຜະ­ລິດ ວາງ­ສະ­ແດງເຄື່ອງຂອງສິນ­ຄ້າຫັດ­ຖະ­ກໍາ ຂາຍສິນ­ຄ້າປະ­ຈໍາວັນເສົາ-ອາ­ທິດຂອງສູນການຄ້າໃຫຍ່ໆ... ໃນປາງບຸນ ຫຼື ກາ­ນວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້ານີ້ ທັງຜູ້ຊື້ ແລະ ຜູ້ຂາຍ ຕ້ອງເຄົາ­ລົບລະ­ບຽບກົດ­ໝາຍ ນັ້ນຄື: ການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ.
ຢາກເຮັດໃຫ້ຂະບວນນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ດໍາ­ເນີນໄປຢ່າງກ້ວາງຂວາງ ແລະ ປະ­ສົບຜົນ­ສໍາເລັດນັ້ນ ເຈົ້າຂອງປາງບຸນ ເຈົ້າຂອງງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າ ຕ້ອງໄດ້ມີມາດຕະ­ການແຕ່ຫົວ­ທີ ແນະ­ນໍາຜູ້ຊື້-ຜູ້ຂາຍທັງ­ຫຼາຍ ໃຫ້ປະ­ຕິ­ບັດຢ່າງເຂັ້ມງວດ ລະ­ບຽບການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ຜູ້ໃດຝ່າ­ຝືນຕ້ອງປັບ­ໄໝ ແລະ ປົດສິດຂາຍສິນ­ຄ້າ ນັບທັງບໍ­ລິ­ສັດຈາກຕ່າງ­ປະ­ເທດກໍເຊັ່ນກັນ ໄປພ້ອມຂະບວນການອັນນີ້ ການເປີດເພງປຸກ­ລະ­ດົມການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ກໍຄວນໄດ້ຈັດຕັ້ງຢ່າງເປັນຂະບວນແບບບັງ­ຄັບ ເພື່ອເຮັດໃຫ້ຜູ້ຄົນທີ່ເຂົ້າຮ່ວມປາງບຸນນັ້ນ ຫຼື ງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້ານັ້ນຕື່ນຕົວ ແລະ ມີສະ­ຕິຫຼາຍຂຶ້ນ ໃນການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ໃນຖາ­ນະທີ່ຕົນອາ­ໄສຢູ່ຜືນແຜ່ນ­ດິນລາວ.
ວຽກປຸກ­ລະ­ດົມການນໍາໃຊ້ເງິນກີບນີ້ ແມ່ນໜ້າ­ທີ່ຂອງໝົດທຸກຄົນໃນສັງ­ຄົມເນີ... ນອກ­ຈາກການ­ຈັດ­ຕັ້ງທີ່ກ່າວມາຂ້າງເທິງແລ້ວ ອໍາ­ນາດການປົກ­ຄອງບ້ານ ກອງຫຼອນ ກໍຄື ອົງການ­ຈັດ­ຕັ້ງມະ­ຫາ­ຊົນ ຢູ່ບ້ານໃດທີ່ມີປາງບຸນ ທີ່ມີງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າ ກໍຕ້ອງເປັນເຈົ້າການຕັກ­ເຕືອນ ແລະ ສອດ­ສ່ອງດູແລພຶດ­ຕິກໍາການຊື້-ຂາຍຫງາຍມືຂອງລູກ­ບ້ານ ກໍຄືຜູ້ຄົນທີ່ເຂົ້າຮ່ວມ... ເຫັນປະ­ກົດການບໍ່ດີບໍ່ງາມ ຂັດລະ­ບຽບກົດ­ໝາຍແມ່ນຕັກ­ເຕືອນໂລດ ເຮັດແບບທິດສະດີ ປາບພະ­ຍາດກູ້ເອົາຄົນທັນ­ທີ.
ເວົ້າເລື່ອງສຽງເພງປຸກ­ລະ­ດົມການໃຊ້ເງິນກີບນີ້ ມີການຜະ­ລິດເປັນແຜ່ນ­ສຽງອອກມາຫຼາຍແລ້ວໃດ໋ ? ໃຜບໍ່ທັນໄດ້ເປັນເຈົ້າຂອງ ຫຼື ວ່າບໍ່ຄ່ອຍມີເວ­ລາກໍຄວນຊອກຫາມາຟັງເບິ່ງແມ໋ ? ຟັງແລ້ວຈະເກີດຄວາມຮູ້­ສຶກຮັກບ້ານເກີດເມືອງນອນ ແລະ ພູມ­ໃຈໃນຄວາມເປັນຊາດລາວ ເພາະ­ວ່າມີບາງຊາດ ບາງປະ­ເທດ ບໍ່ມີເງິນເປັນສະ­ກຸນຂອງຕົນເອງໃດ໋.
ຮັກຊາດ ຮັກເອ­ກະ­ລາດ ເປັນເຈົ້າເສດ­ຖະ­ກິດ
ຕ້ອງຮ່ວມຈິດຮ່ວມໃຈນໍາໃຊ້ເງິນກີບລາວ.
ຈາກໜັງສືພິມວຽງຈັນໃໝ່ ວັນທີ 26 ກັນຍາ 2011

ຢາກຮູ້ທີ່ມາທີ່ໄປ ແບບນັກເສຖສາດໃຫ້ເຂົ້າໄປຟັງວີທຍຸແຫ່ງດຽວໃນໃນໂລກ ທີ່ກ້າທ້າທາຍຂ້າອັຕປື (ປທປທ ຈູມມາລີ)ປໍສາມ ຂອມຊຳເຫນຶອ (ນຍ ທອງສີງ ປໍສີ່ ໄດ້ຢ່າງສະບາຍ ຄື

www.siengserixonlao.com
siengserixonlao
www.siengserixonlao.com

http://www.rfa.org/lao/khaolao/human_trafficking/lao-women-in-thai-brothel-09192011163938.html


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?    



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ບັກຈົ່ງອາງໄຟ (ສູນທະຣາໄມຕຣີວົງ) ເຈົ້າພໍ່ແຫ່ງເວທີ PaltalkLaonork ວັນທີ່ 30.09.11 ສະຕີແຕກກ້າວກ່າຍເຖິງຣາຊວົງລາວ ອັນເປັນພວກເຮົາຍອມຣັບບໍ່ໄດ້



ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นอัฉริยชนมาจากใหน ผมไม่สนใจว่าคุณจะมีเนื้อที่ตรงนี้ เพื่อกระทำการอันหมิ่น เหยียบย่ำ
พระองค์ ท่าน เพื่อเชิดชูเหตุในผลใด หรือ จุดประสงค์ใดแห่งตัวตนของคุณ อย่ามาหวังว่าจะกระทำการใดโดยไม่แคร์ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนลาวอีกนับหลาย ล้านคน โดยมีข้อแม้ผูกขาดอยู่กับความคิดของคนบางพวกเยี่ยงคุณ โดยการอ้างอภิสิทธิ์ในขอบเขต คุณจะใช้อิสระที่เกินขอบเขตมากกว่าคำว่า ความเป็นแผ่นดินบนความศรัทธา และกฎแห่งการอยู่ร่วมกันไม่ได้ อิสระที่คุณมีมันมากมายจนเกินขอบเขตคำว่าสิทธิ์ ิแต่สิทธิ์นั้นๆของคุณต้องไม่ทำร้าย ทำลาย สิทธิ์ของคนอื่นๆ ที่พึงรับรู้หวงแหนบนผืนแผ่นดินเดียวกัน ความสงสัยความข้องใจ ไม่ได้อยู่ในบริบทที่จะทำลายความศรัทธาและกฎหมาย และมันก็ไม่ได้ชี้แจงถึงตัวตนของคุณว่าคุณได้กระทำสิ่งใดอันก่อประโยชน์สุข ต่อแผ่นดินเกิดของคุณเท่าไร คุณไม่มีสิทธิ์ในที่ตรงนี้แม้แต่ตารางนิ้ว หากสิทธิ์ของคุณเหยียบย่ำความรู้สึกของคนอื่น คุณอย่ามาอวดภูมิในความกราดเกรี้ยวที่เปี่ยมด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างคนไร้ สามัญสำนึก แต่ถามตัวเองบ้างว่า คุณมีความดีหรือความเอื้อเฟื้อต่อแผ่นดินเกิดของคุณแค่ใหน อย่าคิดว่าตัวเองคือผู้ให้โดยไม่เคยให้ เพราะสุดท้ายคุณมีค่าแค่คนไร้ความสำนึก ในความรู้สึกคนอื่น
ผมแค่คิดว่าโลกไม่ได้หมุนรอบ อยู่แค่สิ่งที่คุณศรัทธาเท่านั้น....จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่ ก็แค่นั้น....
ผม อาจโชคร้ายไปหน่อยที่ พ่อแม่ผม ไม่สามารถพาผมไปคลอดในที่อื่นที่ไม่ใช่เขตแดนที่คุณว่าได้ แต่แผ่นดินที่งอกขึ้นมาเป็นเกาะในโลกนี้ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของเราได้ ก็ไม่สมควรที่ใคร คนใดคนหนึ่งจะมาสมอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของ อ้างรับพาระในการต่อสู้กับโจร500ลาวแดงเพียงคนเดี่ยวได้ และตู่ว่าตัวเองมีสิทธิเหนือกว่าคนอื่นไม่ใช่หรือครับ....
ผม(เช่นเดียว กับราชวงค์ลาวและLao diasporaคนอื่นๆหลายมื่นหลายล้านคน)ไม่เคยคิดร้ายกับแผ่นดินเกิด ที่คุณคงหมายถึง อดีตราชอาณาจักรลาว อย่าเบี่ยงครับคุณอาจไม่รักพระเจ้าฯของผม แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้าย หรือทำลายอะไรพระองค์ท่าน หรือพวกคุณคิดว่าแค่พระองค์ไม่มาร่วมPaltalk Laonorkคุณไม่รักก็คือการทำลายอย่างนั้นหรือ (คนของฝ่ายพวกคุณมักจะคิดแบบนี้) และอีกอย่างสถบันฯ(หมายถึง สิ่งซึ่งคนในสังคมลาวนอก ปท มีส่วนร่วมกัน)กับราชวงค์(ตัวบุคคล) ไม่รู้ว่าพวกคุณแยกกันออกหรือเปล่าว่ามันคนละส่วนกัน คุณตีค่าบางสิ่งสูงเกินไปมากกว่า ที่จริงหากมันไม่มีอยู่ โลกเรามันก็อยู่ได้ แบบปกติและอาจดีกว่าการมีอยู่ของมัน อีกก็เป็นได้ อย่าได้ตกใจไปเลย โลกทรรศคุณอาจยังไม่กว้างพอ (ไม่ได้ดูถูกความรู้ของคุณนะ แต่การแสดงความเห็นของคุณมันบอกว่า เป็นไปเช่นนั้น) ผมไม่เคยคิดที่จะดูถูกดูแคลนใคร แต่คนที่ไม่ยอมรับความต่างคือฝ่ายพวกคุณเอง.....
อย่ามาใช้ภาษาโจรกับ พระองค์ท่าน ราชวงค์ผมไม่ใช่โจรเหมือน คมน ลาวแดงคุณ ถ้าหากคุณคิดว่าผมสอนก็แสดงว่าคุณเบาปัญญา ผมไม่ได้สอนใครแต่ผมมีสิทธิ์คิดพูดและมองเห็นความผิดแผก มนุษย์หรือควายหรือหมา มีสมองทั้งหมด แต่มีปัจจัยและสามัญสำนึกแยกให้รู้ว่า ใหนสัตว์เดียรัจฉานใหนมนุษย์ ลองแยกแยะดู ว่าคุณจัดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดียรัจฉาน
เพราะเหตุใด ใช่คนไม่คน ลองเรียกหมา ลีง ควาย สัตว์รัจฉานว่า คุณ ก็สุดคนแล้วสอนคนอื่นจัง
ลูกตัวเองนะครับทำไมไม่แบ่งเวลามาสอนบ้าง คูณรักใครผมก็ไม่ได้ว่า แต่ผมมีสมองแยกแยะไ้ด้ว่าอันไหนของแท้
รัก มากแค่ไหน ดีแค่ไหน พิสูจน์สิครับ ทุกคนจะได้เห็น ทำให้ทุกคนยอมรับด้วยเหตุผล ถ้าทำไม่ได้อ่วยห้นาไปที่อื่นเถอะ แล้วไปโฆษณาชวนเชื่อกับกลุ่มคนที่คุณคิดว่าทำแล้วได้ผล อย่ามาเสียเวลากับพวกเราและราชวงค์ลาวเลย เพราะแค่นี้พวกเราก็จะอ้วกแตกอยู่แล้ว




กูไม่ได้มาปั่นเหี้ยไรมึง กูทำตามความรู้สึกของกู เวทนาตัวเองเถอะไอ้นรกJAF

ไอ้ JAF เอ๊ย น่าเวทนา จริง มึงมึง


__________________
Anonymous

Date:
  
 

11 ປທ ທີ່ ອົພຍົບລາວ 1 ລ້ານມາອາສັຍຢູ່ ເປັນ ປທ ທີ່ຍອມຮັບກັບການເຊີດຊູ ສັງຄົມສະວັດດິການທຸກຮູບແບບ ຄົນວ່າງງານ ຄົນບໍ່ເຄີຍເຣັດວຽກມາກ່ອນ ຄົນກິນເບັ້ຍບຳນານ ຄົນມີເບັ້ຍລ້ຽງຍ້ອນລູກຫລາຍ ໃນຄອບຄັວມີຄົນພິການ ຣັດຕ້ອງເອົາພາສີຂອງຊາວບ້ານມາປິ້ນປັວເບີ່ງແຍງຢ່າງເປັນທັມທີ່ສຸດ ຈົນບອກໄດ້ວ່າເປັນຣັດສະວັດດີການເຕັມອັດຕຣາ ອັນພວກເຣົາຂໍບອກວ່າ ໃນ ສປປລ ແມ່ນຄວາມຝັນໄປເສັຍແລ້ວ ເພາະໃນບ້ານນີ້ເມືອງນີ້ຜູ້ນຳລາວແດງອ່ອນເພັຍບໍ່ມີຄວາມແຂງແຮງສ້າງສ...ີ່ງນີ້ຂື້ນມາໄດ້ ພັກຣັດບໍ່ໄດ້ເອົາຫັວຊາດູແລຫຍັງຫມົດ ແມ່ນແຕ່ຄົນເຮັດວຽກເປັນພະນັກງານພັກ ແທ້ໆ ຜູ້ປົກຄອງຍັງບໍ່ມີຄວາມສາມາດຈະເອົາເງີນເດືອນໃຫ້ກິນເປັນປະຈຳແລະສມ່ຳສເມີໄດ້
ຕັວຢ່າງສັງຄົມ ໂຈນ ຜດກ ການຕິດຫນີ້ຈ່າຍເບັ້ຍລ້ຽງປະເດືອນ ໄດ້ຖືວ່າເປັນຂອງທັມມະດາໄປເສັຍແລ້ວ
ໃນ ປທ ທີ່ກ່າວມາຂ້າງເທີງ ຜູ້ຍີງ ອອກລູກ ຣັຖຈ່າຍເງີນໃຫ້ທຸກໆສອງອາທິດ ບາງ ປທ ກໍ່່6ເດືອນຫາສອງປິ ຖ້າລູກອອກມາເປັນຄົນພິການ ບໍ່ຈຳເປັນຈະຕ້ອງຕື່ນເລີກລຸກເຊົ້າໄປຊອກວຽກເຣັດ ຣັດປ່ອຍໃຫ້ເບີ່ງແຍງລູກຕລອດຊີວິດ ຕາມສະພາວະຂອງຄອບຄັວ ຄຶ ຄົນຝູງຊົນທັ່ວໄປ
ແລ້ວ ພວກເຫິ້ຍໂຈນ ຄມນ ຈູມມາລີທອງສີງໄຊສົມພອນທັງຫລາຍ ກັບມີພະຄຸນກັບຍີງລາວ ທີ່ກາຍເປັນກະຫລີ່ສົ່ງນອກ ໄປສ້າງຄວາມອັບອາຍຂາຍຫ້ນາໃນສັງຄົມຕ່າງແດນ ໃນເມື່ອພວກເຂົາບໍ່ຕ້ອງການຫອບພາຣະໃນການລ້ຽງດູເຂົາ
ພວກເຫິ້ຍຫັວໂປໄຫ່ຍເຊັ່ນຄຳຕາຍ860ລ້ານດອນ ບັກນາຍພົນດວງໄຈ ແຈ້ງຄຳອ້ວນແລະ ບັກນາຍພົນປາກໂປສີສຫວາດແກ້ວບຸນທັນ
ລາວທັງທັງໂລກຂບອກພວກສຸແດ່ວ່າ ສີ່ງນີ້ ບໍ່ເກິດມີໄດ້ແທ້ໆໃນສັງຄົມລາວຝ່າຍຂວາ ປາງສົງຄາມເຕັມອັດຕຣາ
ຕ້ອງກຳຈັດພວກເຫີ້ຍໂຈນໃຫ້ລົງຈາກອຳນາດມືດເຖື່ອນໃຫ້ໄດ້
ເພື່ອໃຫ້ເກິດເປັນສັງຄົມສະວັດດີການໃນ ປທນີ້ ເມື່ອນັ້ນຄອບຄັວມີລູກພິການ ຄົນວ່າງງານແລະ ອື່ນໆ ຈະໄດ້ ຍ່າງເຂົ້າກັບການຊ່ວຍເຫລຶອເບີ່ງແຍງຈາກພາກຣັດຢ່າງສົມບູນແບບທີ່ສຸດ
ປທ ທີ່ ຊາວອົພຍົບລາວໄປອາສັຍຢູ່ ບໍ່ມີກະສັດ ຜດກ ຄມນ ເຫິ້ຍໆ ເຫມືອນ ສປປລ ແຕ່ຜູ້ນຳເຂົາບໍ່ໄດ້ທວງຄວາມຮູ້ບູນຄຸນຈາກ ປຊຊ
ສື່ຂອງພັກ ເຊັ່ນ ວີທຍຸ ທີວີ ຂປລ ສຽງປຊຊ ວຈໄຫ່ມ ໄທມ ບໍ່ໄດ້ຕົກເປັນເຄື່ອງມືໃຫ້ພັກ ທີ່ຊັ່ວຊ້າ ປົກຄອງ ປທ ມາຢ່າງຕໍ່ເນື່ອງລຽນຕິດລຽນຕໍ່ກັນມາເກືອບ40ປິ ນຳພາ ປທ ລົງເຫວເລີກ ກອດຄໍກັບການເປັນຄົນຂໍທານ ເຈົ້າພໍ່ອານາຖາຕັວເດັ່ນແບບສງ່າຜ່າເຜິ້ຍຫ້ນາດ້ານຈາກສັງກະສີຈົນກາຍເປັນຊີເມນໄປແລ້ວ ກັບບໍ່ຍອມຮັບພາຜິດຊອບຖີ້ມພາຣະໃຫ້ຝ່າຍຂວາ ຫອບມາໃຫ້ ເປັນພາຣະກິດຊາດ ແກ່ລາວນອກ ເປັນແພຮັບບາບບາກຫາມຢ່າງບໍ່ມີວັນຊື້ນສຸດ
ສົມຄວນພາກັນຢຽບມັນລົງໄດ້ແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

ຄົນລາວນອກ ບໍ່ມີໃຜໂງ່ ຂນາດນັ້ນດອກ ...ມີໃຜເອົາເງິນ ໂດລາໄປຄ້າເອົາເງິນກື້ບ....
ບໍ່ເຫັນມີປະເທດໃດ ໃນໂລກນີ້ ຈະມີນະໂຍບາຽ ຄືດັ່ງ ສປປລ....ເພາະມັນແມ່ນແກວ ຄິດແລະ
ເຮັດໃຫ້ເຂົາ ຫມົດ ນັບຕັ້ງແຕ່ ສັ່ງໃຫ້ ດັບສູນ ກະສັດຂອງຕົນເອງ ແລະດັບສູນ ຜູ້ມີຄວາມຮູ້
ສູງ ລວມທັງຜູ້ມີ ຫົວຄິດປັນຍາດີ ພວກແກວ ເຂົາ ຍົວະໃຫ້ຂ້າຖິ້ມ ຈົນຫມົດແລ້ວ...

ມາເຖິງ ປະຈຸບັນນີ້ ເຂົາມີແຜນ ຍຸຍົງໃຫ້ເຜົ່າລາວສູງ ຊຶ້ງມີອາຄະຕິ ຢາກ ເປັນໃຫຍ່ໃນປະເທດລາວ
ມາແຕ່ໃດແລ້ວ...ສົ່ງເສີມໃຫ້ ພວກນີ້ມີອໍານາດຫລາຍໆ ຫາກມີຄົນລາວຜູ້ໃດທີ່ຫົວແຫລມດີແດ່
ເເກວກໍ່ສັ່ງໃຫ້ ທໍາລາຍ...ສັງເກດ ດູວ່າ ດຽວນີ້ ສ່ວນມາກມີແຕ່ເຜົ່າລາວສູງ ກະດືບຂຶ້ນເປັນໃຫຽ່
ເປັນໂຕມາກມາຍ....ນະໂຍບາຍແບບນີ້ ແມ່ນລາວມົ້ງຢູ່ນອກປະເທດ ໃຫ້ທັສນະມາຫລາຍຄົນແລ້ວ.



From: Tou Sitha
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Tuesday, September 20, 2011 4:52 AM
Subject: Re: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


ບົດວິເຄາະ.


ຖ້າຄົນລາວ ນອກຜູ້ເຫັນດີໃນການປົກຄອງກັບຄືນບ້ານ 100 000 ຄົນ ຯ ລະ 500​ 000​ ໂດລາ.
ປະມານ 500 ບີນລຽນ ໂດລາ ຖືວ່າ ຫລາຍສົມຄວນ ກໍຄົງຈະຝັນຄ້າງເຊັ່ນກັນ ເພາະຈະໄດ້ສູນໂດລາ


ເປັນນະໂຍບາຍຕົວະພວກສະຫມູນ ອວດຮູ້ເທົ່ານັ້ນ. ຖ້າຫາກຍ່າງຂ້າມຂອງແລ້ວຈະກັບຄືນມາ ເອົາຄຳໄປຈ້າງ
ແນວລາວກໍບໍ່ເຊື່ອ ຍົກເວັ້ນ ແຕ່ມີເງິນຄ່ຳປະກັນ ຖ້າຢຶກຢັກ ຍຶດເງີນ.


ແຕ່ກ່ອນ ມີເຮືອນ ໃຫ້ເຂົາຍຶດ ບາດ ຫາເງິນໄດ້ແລ້ວ ໄປໃຫ້ເຂົາຍຶດອີກ ກໍຖືວ່າເປັນຄົນ ສິ້ນຄິດ.
ທ່ານຜູ້ອ່ານວ່າຈັ່ງໃດ?


ຮັກແພງ
ຕູ່

From: bounkhong Laosnetwork
To: Laos Network Room
Sent: Tuesday, 20 September 2011 9:25 PM
Subject: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


09-16-2011
ລາວອະນຸຍາດໃຫ້ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ທີ່ດິນ ໃນລາວໄດ້
ລັດຖະບານລາວອະນຸຍາດໃຫ້ຄົນຕ່າງປະເທດ ແລະ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ ແລະ ເປັນເຈົ້າຂອງທີ່ດິນເພື່ອຢູ່ອາໄສໃນລາວໄດ້ແລ້ວ ໂດຍມີເງື່ອນໄຂວ່າຈະຕ້ອງລົງທຶນ ໃນລາວຕັ້ງແຕ່ $5 ແສນໂດລາຂຶ້ນໄປ.


 ຈັ່ງແມ່ນໂງ່ເນາະພວກຫ່າໝາກິນສະໝອງ ຝຣັ່ງສີ້ເມຍສູເຮີຍເຂົາບໍ່ໄດ້ອອກນະໂຍບາຍເຊີນ ສະເພາະສູກັບມາສໍ່າສູມາບໍ່ມາກໍ່ບໍ່ເພີ້ມຫັຍງດອກເຂົາຂຽນເພື່ອນັກລົງທຶນທຸກໆປະເທດຈື່ໄວ້



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

ເຮຶອນສູງຢູໄຕເປມີກ່ວາ100ຊັ້ນ
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເຮຶອນສອງຝາແຝດ ທີ່ ກັວລາລັມເປິ

ພວກລາວນອກ ອອກຈາກ ປາຣີສ ລອນດຶນ ອແບກແລງ ນີວຢອກ

ເຫັນແລ້ວຂໍບອກວ່າ ຝູຍ ເພາະ 36 ປິ ເກືອບເຄີ່ງສັຕວັດ ເຣັດໄດ້ພຽງແຕ່ສ່ຳນີ້ບໍ??

ກຸງເທບ ມີການປ່ຽນແປງທຸກ12 ເດືອນ
ສິງກະໂປ ທຸກໆ6ເດືອນ
ໂຮງກົງ ທຸກທ3ເດືອນ
ເປກີງ ທຸກໆ2 ເດອືນ
ແລະຊຽງໄຮ ທຸກໆທິດ

ສ່ວນ ວຽງຈັນ ທຸກໆ40ປີ ຍັງບໍ່ເຫັນມີຫຍັງເດິໃຫ້ເຫັນມີການປ່ຽນໂສມຫ້ນາຈາກປິ 1975 ລາວນອກ ກັບໄປແລ້ວເຫັນແຕ່ສີ່ງຝ່າຍເສຣີເຂົາສ້າງໄວ້ເດິ ເຊັ່ນ ຖນົນລ້ານຊ້າງອະນຸສາວະຣິ ທາດຫລວງ ວັດພະແກ້ວແລະ ອື່ນໆ.....

ຢ່າໃຫ່ຢູແນສໂກ ທີ່ ປາຣີສ ມາສ້າງເປັນເມືອງເອກມໍຣະດົກໂລກ ຄື ເຂົາ ລາກ ຫລວງພະບາງເປັນເມືອງນີ້ມາແລ້ວ ໃນປິ 1995


 ມັນກໍ່ທຽບກັນບໍ່ໄດ້ແລ້ວແນວເງື່ອນໄຂຂອງພູມມີປະເທດມັນແຕກຕ່າງກັນອີກຢ່າງນຶ່ງປະເທດລາວ ສ້າງຂຶ້ນມາຈາກສູນ ສ້າງມາຈາກຊາກເສດເຫຼືອຂອງສົງຄາມ ຊັບສີນເງີນທອງທີ່ເປັນ ຊັບສົມບັດຂອງຊາດຖືກປຸ້ນສະດົມເອົາໄປຈົນກ້ຽງນັບເວລາມາເປັນຫຼາຍຮ້ອຍປີ ລວມທັງສົງຄາມກາງເມືອງຄັ້ງສຸດທ້າຍພວກທີ່ເປັນລັດຖະບານຝ່າຍວຽງຈັນກໍ່ຂົນເອົາເງີນຢູ່ຄັງແຫ່ງຊາດໄປຫມົດ ປະໄວ້ແຕ່ເງີນກີບບໍ່ມີຄ່າຫັຍງທັງຫົມດກັບກະສອບລູກປືນເປົ່າກະຈາຍຢູ່ເຕັມປະເທດ ການທີ່ສາມາດສ້າງສາພັດທະນາມາໄດ້ສໍ່ານີ້ກໍ່ດີແລ້ວ ແລະຄົນລາວກໍ່ພາກພູມໃຈໃນສິ່ງທີ່ຕົນມີ ກົງກັນຂ້າມກັບພວກທີ່ອ້າງຕົນວ່າເປັນລາວນອກ ລາວເສລີ ລາວສີວິໄລ ຮັ່ງມີ ພັດບໍ່ມີປັນຍາສ້າງສາຫັຍງມີປັນຍາກໍ່ພຽງແຕ່ເປັນກຳມະກອນພັດກັບໄປຊື່ນຊົມຄວາມສີວິໄລຂອງຊາດອື່ນ ຄັນຕຶກທີ່ເຈົ້າເວົ້າມາແມ່ນຄົນລາວນອກເປັນເຈົ້າຂອງກໍ່ຊີ່ງຶດເຈົ້າຢູ່ ປັນຍາຊື່ປີ້ຍົນໄປຍຽບຕຶກເຫຼົ່ານັ້ນມີບໍ່ຂໍຖາມແດ່



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເຮຶອນສູງຢູໄຕເປມີກ່ວາ100ຊັ້ນ
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເຮຶອນສອງຝາແຝດ ທີ່ ກັວລາລັມເປິ

ພວກລາວນອກ ອອກຈາກ ປາຣີສ ລອນດຶນ ອແບກແລງ ນີວຢອກ

ເຫັນແລ້ວຂໍບອກວ່າ ຝູຍ ເພາະ 36 ປິ ເກືອບເຄີ່ງສັຕວັດ ເຣັດໄດ້ພຽງແຕ່ສ່ຳນີ້ບໍ??

ກຸງເທບ ມີການປ່ຽນແປງທຸກ12 ເດືອນ
ສິງກະໂປ ທຸກໆ6ເດືອນ
ໂຮງກົງ ທຸກທ3ເດືອນ
ເປກີງ ທຸກໆ2 ເດອືນ
ແລະຊຽງໄຮ ທຸກໆທິດ

ສ່ວນ ວຽງຈັນ ທຸກໆ40ປີ ຍັງບໍ່ເຫັນມີຫຍັງເດິໃຫ້ເຫັນມີການປ່ຽນໂສມຫ້ນາຈາກປິ 1975 ລາວນອກ ກັບໄປແລ້ວເຫັນແຕ່ສີ່ງຝ່າຍເສຣີເຂົາສ້າງໄວ້ເດິ ເຊັ່ນ ຖນົນລ້ານຊ້າງອະນຸສາວະຣິ ທາດຫລວງ ວັດພະແກ້ວແລະ ອື່ນໆ.....

ຢ່າໃຫ່ຢູແນສໂກ ທີ່ ປາຣີສ ມາສ້າງເປັນເມືອງເອກມໍຣະດົກໂລກ ຄື ເຂົາ ລາກ ຫລວງພະບາງເປັນເມືອງນີ້ມາແລ້ວ ໃນປິ 1995



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

40ປິ ບໍ່ໄດ້ກັບບ້ານເກິດ
ແຕ່ເຫັນແລ້ວ ຍາຊິມາບິບຄໍໃຫ້ ຜູ້ຂ້າ
ໄປເບີ່ງ ສະພາບ ເມືອງ ວຈ ສະພາບດຽວກັນກັບສມັຍຝັຣ່ງປົກຄອງລາວບໍ??

ຊ່ວຍເຄາະຫມາກກອກ ຂ້າ ປໍ ສາມດ້ວຍ

ວ່າຍັງບໍ່ສວຍເກິນໄປ .........

ຖ້າຍັງດຶ້ດ່ານ ຫລອກຕົນເອງວ່າເກັ່ງ
ລະວັງນະ ອົງການບູຣະນະມໍຣະດົກໂລກ ຈາກ ປາຣີສ
ຊີຍົກ ນະຄອນຫລວງ ວຈ ເປັນເມືອງຫລວງມໍຣະດົກໂລກ ເມືອງທຳອິດ ໃນຈັກກະວານນີ້ ເມື່ອໃດ

ເມື່ອນັ້ນ ລາວທັງໂລກຊີເສັຍໄຈລະ ແລະ ພວກທ່ານມີຊີ່ສ່ວນຮ່ວມຮັບຜິດຊອບດ້ວຍ

http://www.youtube.com/watch?v=dXzVKVOeM2E&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=_qImpx7HIm4&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=-F88z-fhls4&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=Hk-XaWANjrA&feature=related

copy from face book champalao


 

ຕົວຢ່າງຈໍາລອງ ໂຮງແຮມຣາສວົງ ສູງ 28 ຊັ້ນ
Reply Quote 
 


rasavonghotelmodel.jpg

ຫຍິ່ງໃຫ່ຍບໍ່ biggrin

ພາບຈໍາລອງ ຊ໋ອບປິ້ງມອລ ທີ່ໃຫ່ຍທີ່ສຸດ ໃນປະເທດລາວ
Reply Quote 
 


1.jpg

2.jpg

 

3.jpg

 ອັນນີ້ເຂົາເອີ້ນວ່າຫຼ້າຫຼັງຫືຼທັນສະໄໝຕູ້ສັງມາເວົ້າເປັນຕາໜ່າຍແທ້ແນວຕາໂຕບໍ່ເຫັນໄດ້ແຕ່ຝັນບໍ່ມີປັນຍາຊື້ປີ້ຍົນມາຢາມບ້ານຄຶດແຕ່ວ່າເຂົາບໍ່ສ້າງບໍ່ສາຫັຍງຈັ່ງແມ່ນເປັນຕາໜ້າສົມເພດເນາະ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

เบื้องหลังพวกเสื้อเหลืองที่คัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์




กลุ่มพลังหลักที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ประกอบไปด้วย กลุ่มที่ไม่พอใจกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกองทัพ เครือข่ายองค์มนตรี หมู่ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่โกรธทักษิณ และปัญญาชนกับนักการเมืองเสรีนิยม กลุ่มพลังที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหารมีจุดร่วมในการดูถูกและเกลียดชังคนจน สำหรับเขา การมีประชาธิปไตย “มากไป” ให้อำนาจ“มากเกินไป”กับคนจน ที่ลงคะแนนเสียงและส่งเสริมให้รัฐบาลใช้เงินอย่าง “ไม่ระมัดระวัง” ในการให้สวัสดิการ สำหรับคนเหล่านี้ที่สนับสนุนรัฐประหาร ประเทศไทยแบ่งแยกระหว่าง “ชนชั้นกลางที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตย” และ “คนจนในชนบทและเมืองที่โง่และขาดความรู้” แต่ความจริงตรงกันข้าม คนจนเข้าใจและสนับสนุนประชาธิปไตย ในขณะที่คนที่ใครๆ เรียกว่าเป็นคนชั้นกลางใช้ทุกวิถีทางที่จะปกป้องอภิสิทธิ์ของตนเอง พวกที่เรียกหารัฐประหารหลงคิดว่าตัวเองคือ “ชาติ” โดยดูถูกและหันหลังให้พลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ

สิ่งที่แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ไม่พอใจคือ การขึ้นมาเป็นรัฐบาลของไทยรักไทย ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมือง โดยที่ไทยรักไทยทำสัญญาทางสังคมกับประชาชนว่าจะมีนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นรูปธรรม เช่นนโยบาย “สามสิบบาทรักษาทุกโรค” นโยบาย “กองทุนหมู่บ้าน” และนโยบายที่พักหนี้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลไทยรักไทยนำมาทำจริงๆ หลังจากที่ชนะการเลือกตั้ง เป้าหมายของไทยรักไทยคือการพัฒนาเศรษฐกิจกับสังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ โดยเฉพาะหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ และรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มองว่าคนจนควรจะเป็น “ผู้ร่วมพัฒนา” โดยไม่มองว่าคนจนเป็น “ภาระ” หรือเป็น “คนโง่” สรุปแล้ว ไทยรักไทย สามารถทำแนวร่วมประชาธิปไตยกับประชาชนส่วนใหญ่ และครองใจประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนจน อย่างไรก็ตาม พรรคไทยรักไทย ไม่ใช่พรรคสังคมนิยม เพราะเป็นพรรคของนายทุนใหญ่ และเป็นพรรคที่มองว่าทุนนิยมไทยจะได้ประโยชน์จากการดึงประชาชนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นทางเศรษฐกิจ

นี่คือสาเหตุที่ไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง และยังชนะจนถึงทุกวันนี้ภายใต้ชื่อพรรคเพื่อไทย การครองใจประชาชนด้วยนโยบายตามกระบวนการประชาธิปไตยนี้ คือสิ่งที่พวกนักวิชาการชนชั้นกลาง พวกเอ็นจีโอ พวกทหาร พวกข้าราชการชั้นสูง พวกนายทุนหัวเก่า และพรรคประชาธิปัตย์รับไม่ได้ ความไม่พอใจของแนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยม ไม่สามารถนำไปสู่การคัดค้าน ไทยรักไทย ด้วยวิธีประชาธิปไตยได้ เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นสำเร็จ พวกนี้จะต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาที่เสนอประโยชน์กับคนจนมากกว่าที่ ไทยรักไทย เคยเสนออีก คือต้องเสนอให้เพิ่มสวัสดิการและเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ ด้วยการเพิ่มงบประมาณรัฐและการเก็บภาษีจากคนรวย แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ เคยชินมานานกับการมีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผ่านเครือข่าย “ผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญ” เช่นทหาร องค์มนตรี เจ้าพ่อ และนายทุนใหญ่ หรือผ่านระบบการเลือกตั้งที่ใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว โดยไม่มีการเสนอนโยบายอะไรเป็นรูปธรรม และไม่มีการให้ความสนใจกับคนจนแต่อย่างใด

วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนชั้นปกครองไทย คือ “วัฒนธรรมคอกหมู” ที่มีการร่วมกันหรือพลัดกันกินผลประโยชน์ที่มาจากการขยันทำงานของประชาชนชั้นล่างล้านๆ คน เวลาอำมาตย์ คนชั้นกลาง หรือพันธมิตรฯ พูดถึง “การคอร์รับชั่น” “การผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์” “การมีผลประโยชน์ทับซ้อน” หรือ “การใช้อำนาจเกินหน้าที่” ของทักษิณ เขาไม่ได้พูดถึงการเอารัดเอาเปรียบประชาชนธรรมดาที่มีมานาน หรือการที่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมเท่าที่ควร หรือการโกงกินของนักการเมืองทุกพรรค หรือของทหาร เขาหมายถึงปัญหาเฉพาะหน้าของพวกอภิสิทธิ์ชนที่เริ่มถูกเขี่ยออกจากผลประโยชน์ในคอกหมูมากกว่า นี่คือสาเหตุที่เขาทำรัฐประหาร แล้วแก้รัฐธรรมนูญจากที่เคยเป็น เพื่อลดอำนาจของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมาก เขาอยากหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุค “ประชาธิปไตยคอกหมู”

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนสนับสนุนทักษิณหรือไทยรักไทย เพราะรัฐบาลทักษิณนอกจากจะไม่ยอมกระจายรายได้สู่คนส่วนใหญ่เท่าที่ควร ผ่านระบบรัฐสวัสดิการและการเก็บภาษีจากคนรวยแล้ว ยังเป็นรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน ในภาคใต้และสงครามยาเสพติด แต่การทำลายประชาธิปไตยของพวกที่สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยาและผลพวงทั้งหมดที่ตามมา ทำให้เราไม่สามารถกำจัดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการคอร์รับชั่นในสังคมไทยไปอีกนาน ทำให้ประชาชนเสื้อแดงถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็นเมื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ และเป็นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคมืดแห่งเผด็จการและอิทธิพลของโจรในกองทัพ

[บทความนี้คัดลอกและดัดแปลงจากหนังสือ “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตยไทย” โดย ใจ อึ๊งภากรณ์ ปี ๒๕๕๓ WD Books ถ้าใครสนใจอ่านจะส่งไฟล์ให้ทางอีเมล์ ติดต่อผู้เขียนได้ที่ ji.ungpakorn@gmail.com]




ตอบนักวิชาการสลิ่ม!!!

คำถามเรื่องการต่อสู้นอกระบบกฎหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐคืนจาก "สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์| ประชาไท www.prachatai.com

ใจ อึ๊งภากรณ์ขอตอบ....



ถาม: ถ้านาย ก.ทำรัฐประหารและได้อำนาจรัฐมา. เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่?

ตอบ: ต้องดูว่ากฏหมายมาจากไหนและมีความเป็นธรรมและส่งเสริมประชาธิปไตยหรือไม่ ในระบบประชาธิปไตยการต่อสู้นอกรัฐสภา เช่นการนัดหยุดงานหรือการประท้วงมีความชอบธรรมเต็มที่ และนอกจากนี้กลุ่มนิติราษฏร์กำลังสู้ในกรอบกฏหมาย

ถาม: ถ้านาย ข. ได้อำนาจรัฐมาโดยถูกต้อง แต่ต่อมานาย ข.เป็นเผด็จการ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่มีหนทางตามกฏหมายจะเอานาย ข. ออกจากตำแหน่งได้ เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่"?

ตอบ: เราจะใช้ทุกวิธีทางในกรอบอุดมการณ์ประชาธิปไตย เช่นรณรงค์ไม่เลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป การเดินขบวน และการนัดหยุดงาน โดยเป้าหมายคือประชาธิปไตย แต่การทำรัฐประหารเป็นเรื่องอื่น เพราะไม่ได้สร้างประชาธิปไตย ตรงข้ามกัน

ในกรณีทักษิณ คนที่ไม่เห็นด้วยสามารถรณรงค์ตามกรอบประชาธิปไตยได้ แต่ปรากฏว่าพวกนักวิชาการเสื้อเหลืองมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกไทยรักไทย "โง่" "เข้าไม่ถึงข้อมูล" และ "ถูกจูงเหมือนควาย" ซึ่งเป็นการป้ายร้ายประชาชนไทย และมันนำไปสู่ความคิดว่าควรลดเสียงประชาชนตามสูตรพันพธมิตรฯ หรือการแต่งตั้ง สว. ครึ่งหนึ่งโดยทหาร



สมคิด เลิศไพฑูรย์ กำลังขยันแก้ตัวสำหรับการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และคัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ນຍໄທຍເຂົາເປິດໂປ່ງຄວາມລ້ຳລວບເຂົາແລ້ວ ສ່ວນພວກສັດເດັຍຣະສານໂຈນ ຄມນ ລາວແດງ ມືງຄຶຊິເຊື່ອງຈຳນວນເງີນທີ່ພວກມືງປົ້ນໄປຫົມດນໍ
Champalao Laolao

รวยได้อีก! นายกฯ"ปู"อู้ฟู่541ล. HERMESคละสี7ใบ เครื่องประดับหรูกว่า70รายการ... เธอปล่อยกู้ใคร80ล้าน?

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 20:00:00 น.

Matichon





วัน ที่28ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 36 คน 39 ตำแหน่ง กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา



จากการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทรัพย์สิน รวม 536,758,045.86 บาท ประกอบด้วย 9 รายการ ดังนี้



เงินสด 13,961,180 บาท



เงินฝาก 38,156,160.98 บาท แบ่งเป็น



-ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี 3 บัญชี รวม 34,750,905.26 บาท

-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาราชดำริ 2 บัญชี รวม 632,412.39 บาท

-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สำนักพหลโยธิน 1 บัญชี รวม 16,179.02 บาท

-ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาวิภาวดีรังสิต 9 จำนวน 3 บัญชี รวม 1,675,216.03 บาท

-บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) 2 บัญชี รวม 1,081,448.28 บาท





เงินลงทุน 81,376,146.72 บาท แบ่งเป็น



-บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) จำนวน 5,566,000 หุ้นๆ ละ 5 บาท มูลค่า 79,037,200 บาท

-กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทคอน (TFUND) บมจ.หลักทรัพย์ธนชาต จำนวน 119,168 หุ้นๆ ละ 10 บาท มูลค่า 1,453,849.60 บาท

-กอง ทุนเปิดเค หุ้นทุนบริพัตรเพื่อเลี้ยงชีพ (KFRMF) ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชีกองทุน 089-5-17987-6/01 จำนวน 6,798.3880 หุ้น มูลค่า 345,230.30 บาท

-กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชีกองทุน 089-5-17987-6/02 จำนวน 37,148.4183 หุ้น มูลค่า 539,866.82 บาท



ปล่อยกู้พี่ชายกว่า 80 ล้านบาท

นออกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีทรัพย์สินให้กู้ยืมอีก 110,301,369.86 บาท แบ่งเป็น

-นายพายัพ ชินวัตร (22มี.ค.49) จำนวน 80,301,369.86 บาท

-บริษัท แอ๊ด อินเด๊กซ์ เมื่อวันที่6ต.ค.49 จำนวน 20,000,000 บาท, เมื่อวันที่9มี.ค. จำนวน 5,000,000 บาท, เมื่อวันที่13มี.ค.50 จำนวน 5,000,000 บาท





ที่ดิน 65,186,350 บาท แบ่งเป็น



-โฉนด ที่ดิน หมายเลข 9494 (ถือกรรมสิทธิ์ในตระกูล 3 คน) ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 8ธ.ค.2524 จำนวน 8-0-37 ไร่ มูลค่า

3,237,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 9463 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 26มิ.ย.2530 จำนวน 98 ตรว. มูลค่า 294,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 72812 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 จำนวน 35.4 ตรว. มูลค่า 1,770,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 81454 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 จำนวน 17.7 ตรว. มูลค่า 885,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 57310 แสมดำ (บางบอน) บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 จำนวน 18 ตรว. มูลค่า 720,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 57430 แสมดำ (บางบอน) บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 จำนวน 57.6 ตรว. มูลค่า 2,304,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 45721 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 24ก.ค.2544 จำนวน 20.5 ตรว. มูลค่า 600,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 10005 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้มาเมื่อวันที่ 18ธ.ค.2545 จำนวน 2-2-39 ไร่ มูลค่า 11,948,500 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 7480 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้มาเมื่อวันที่ 20ก.ค.2546 จำนวน 1-2-0 ไร่ มูลค่า 18,090,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 70389 บึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 26พ.ย.2546 จำนวน 2-1-95 ไร่ มูลค่า 13,438,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 16505 บึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 26พ.ย.2546 จำนวน 1-3-82 ไร่ มูลค่า 10,562,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 51825 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาเมื่อวันที่ 15ต.ค.2552 จำนวน 11-0-84 ไร่ มูลค่า 672,600 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 67055 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาเมื่อวันที่ 15ต.ค.2552 จำนวน 11-0-35 ไร่ มูลค่า 665,250 บาท



บ้านและคอนโดหรูใจกลางเมืองกทม.-เชียงใหม่

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 162,368,182.40 บาท แบ่งเป็น

-ตึก แถว 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 80/16-17 ถ.ลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โฉนดเลขที่ 81454, 72812 ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 มูลค่า 17,000,000 บาท

-บ้านพักอาศัย 2 ชั้น เลขที่ 45/532 หมู่ที่ 6 บ้านสุดจินต์นิเวศน์ แสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โฉนดเลขที่ 57310, 57430 ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 มูลค่า 1,387,000 บาท

-ตึกแถว 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 1 ซ.ข้างโรงเรียนกาวิละ ถ.ต้นขาม 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โฉนดเลขที่ 45721 ได้มาเมื่อวันที่ 24ก.ค.2544 มูลค่า 7000,000 บาท

-บ้านพักอาศัย 2 ชั้น เลขที่ 38/9 ซ.นวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โฉนดเลขที่ 70389, 16505 ได้มาเมื่อวันที่ 29ธ.ค..2547 มูลค่า 110,000,000 บาท

-ห้องชุด เลขที่ 22/59 ชั้น 7 อาคารเลขที่ 22 ชื่อชุดอาคาร เซ็นทริค ซีน อารีย์ 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 59.005 ตรม. โฉนดเลขที่ 1726 ได้มาเมื่อวันที่ 27ส.ค.2551 มูลค่า 3,403,520 บาท

-ห้องชุดเลข ที่ 202/5-9, 11-12, 21-22, 24-25, 28-30, 33, 35-37, 39, 4748, 50, 53, 58,60, 63, 69-70 เลขที่ 202 ชื่ออาคารชุด ยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โฉนดเลขที่ 7516 ได้มาเมื่อวันที่ 25พ.ย.2551 มูลค่ารวม 36,920,000 บาท

-ห้องชุดเลขที่ 2544/190-191 ชั้น 19 เลขที่ 1 ชื่ออาคารชุด เซ็นทริค ซีน สุขุมวอท 64 แขวงบางนา เขตบางนา(พระโขนง) โฉนดเลขที่ 1394, 131210-131213 ได้มาเมื่อวันที่ 2ก.พ.2553 มูลค่ารวม 8,257,662.4 บาท





ยานพาหนะหรู จำนวน 8 คัน รวมมูลค่า 18,690,000 บาท แบ่งเป็น



-รถยนต์ เบนซ์ S 280 หมายเลขทะเบียน วฐ 111 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 28มิ.ย.2545 มูลค่าประมาณ 2,100,000 บาท

-รถยนต์ Land Rover หมายเลขทะเบียน ฌศ 7145 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 18ก.พ.2547 มูลค่าประมาณ 650,000 บาท

-รถยนต์ เบนซ์ SLK 200 หมายเลขทะเบียน กพ 999 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 12ม.ค.2549 มูลค่าประมาณ 1,900,000 บาท

-รถยนต์ เบนซ์ E 240 หมายเลขทะเบียน วก 555 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 28มี.ค.2549 มูลค่าประมาณ 1,300,000 บาท

-รถยนต์โตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียน วฉ 777 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 27มิ.ย.2551 มูลค่าประมาณ 440,000 บาท

-รถยนต์ PORSCHE CAYMAN หมายเลขทะเบียน วขข 55 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 2ก.ค.2552 มูลค่าประมาณ 5,200,000 บาท

-รถยนต์ Volkswagen Caravelle หมายเลขทะเบียน ฮน 333 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 27พ.ค.2554 มูลค่าประมาณ 3,000,000 บาท

-รถยนต์ BMW 730 Lise หมายเลขทะเบียน ศษ 222 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.ค.2554 มูลค่าประมาณ 4,100,000 บาท





สิทธิและสัมปทาน 1,028,655.90 บาท แบ่งเป็น



-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T006401195 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2532-23ส.ค.2556 มูลค่า 9,796.88 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ประกัน ภัย เลขที่ T061529083 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 6ธ.ค.2534-6ธ.ค.2555 มูลค่า118,173.65 บาท

-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T067979527 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2537-ครบอายุ 60 ปี มูลค่า 256,234.58 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ ประกันภัย เลขที่ T067979530 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2537-7ม.ค.2557 มูลค่า 491,335.27 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ประกัน ภัย เลขที่ T086260291 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 1เม.ย..2542-อายุครบ 60 ปี มูลค่า 153,115.52 บาท

-บัตรสมาชิกกอร์ฟอัลไพน์แอนสปอร์ตคลับ โดยสโมสรออกให้โดยไม่มีมูลค่าและไม่สามารถโอนขายได้



กระเป๋าและนาฬิกายี่ห้อหรูกว่า 70 รายการ

อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมี ทรัพย์สินอื่นๆ ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไปอีก 73 รายการ 45,690,000 บาท แบ่งเป็น



-แหวน, สร้อยคอ+ข้อมูล, ต่างหู, กำไล, จี้, เข็มกลัด รวม 57 รายการ มูลค่ารวม 41,780,000 บาท

-นาฬิกาหลากยี่ห้อหรู จำนวน 9 เรือน มูลค่ารวม 1,810,000 บาท

กระเป๋ายี่ห้อ HERMES หลากสี จำนวน 7 ใบ มูลค่ารวม 2,100,000 บาท



ทรัพย์สินของด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) รวม 4,373,955.45 บาท แบ่งเป็น



-เงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาประดิษฐ์มนูธรรม จำนวน 60,547.37 บาท

-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T097635365 ระหว่างวันที่ 16พ.ค.2545-16พ.ค.2556 มูลค่า 937,323.38 บาท และเลขที่ T778125246 ระหว่างวันที่ 16ก.ค.2550-16ก.ค.2555 มูลค่า 3,376,084.70 บาท ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด

รวมทรัพย์สินของผู้ยื่นคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และบุตรไม่บรรลุนิติภาวะ รวม 541,132,001.31 บาท



ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษ์และบุตรไม่มีหนี้สิน



เท่ากับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีพรัพย์ รวมทั้งสิ้น 541,132,001.31 บาท





.......................



รายได้ (จากตำแหน่ง)



-เงินประจำตำแหน่ง บวกเงินเพิ่มของตำแหน่งส.ส. และของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ธ.ค.54 จำนวน 620,793 บาท

-เงินเดือนและโบนัส ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.54 จำนวน 18,421,464.67 บาท

-เงินรายได้จาก บมจ.เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์เอเรชั่น ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.54 (คู่สมรส) จำนวน 900,000 บาท



รายได้ (จากทรัพย์สิน)



-จากค่าเช่า+ดอกเบี้ย+เงินปันผล รวม 27,230,257.67 บาท

-จากค่าดอกเบี้ย (บุตร) รวม 500 บาท

รายจ่าย ประกอบด้วย



-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน รวม 3,975,000 บาท

-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน+ค่าเช่า (คู่สมรส) รวม 820,000 บาท

-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน (บุตร) รวม 594,000 บาท

รวมรายจ่าย 5,389,000 บาท





.....................



นายอนุสรณ์ อมรฉัตร (สามีนอกสมรส) มีรายได้จากค่าเช่า+ดอกเบี้ย+เงินปันผล รวม 1,441,666.67 บาท

ทรัพย์สิน รวม 76,779,386.56 ประกอบด้วย



-เงินสด 5,000,000 บาท

-เงินฝาก 5,458,969.29 บาท

-เงินลงทุน 45,098,000 บาท

-โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งส่วนมากเป็นคอนโดมิเนียม 16,127,000 บาท

-สิทธิและสัมปทาน1,241,417.27 บาท

-ทรัพย์สินอื่นๆ ประกอบด้วย สร้อยคอ, แหวน, พระ, นาฬิกาข้อมือ รวม 3,854,000 บาท

หนี้สิน (เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงิน) รวม 369,658,334.40 บาท

สรุปแล้ว นายอนุสรณ์ มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 292,878,947.84 บาท

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ມຶ້ວານນີ້ ວິທຍຸສຽງເສຣີຊົນລາວ
ລາວງານເຖີງ ກາຊີໂນ ບ້ານຕົ້ນເຜີ້ງ ເປັນຫລ່ງຜລິດຢາບ້າ
ມີເພື່ອນຮ່ວມງານເຣົາຈາກພື້ນທີ່ ສົ່ໝຂໍ່ມູນມາເຖິງສຳນັກງານເຮົາ ລອກວ່າ

*

ຢາເສບຕິດ20ກະສອບບໍ່ແມ່ນ 4 ກະສອບ
*

ກໍອາຈານນີ້ລະເປັນຄົນສົ່ງຂ່າວ
*

ນັກຂ່າວຟ້າວຣາຍງາຍ ຍີ່ສິບ ເລຍເປັນ 4


*

ເຣື້ອງນີ ມັນ ກ່ຽວຂ້ອງກັບນັກຄ້າຢາເສບຕິດ ປະມານ 300ຄົນ ໃນ ທາງລັບ ມີ ເລົາຕະ ຣາຊາພໍ່ຄ້າຢາເສບຕິດໄທ ທີ່ ອໍາເພີ ຟາງ ທັງໄທ ລາວ ຈີນ ຮ່ວມຫົວກັນ ທັງຜູ້ມີອໍານາດໃນລາວ ເພາະເລາຕະ ເປັັນ ເຜົ່າ ອີ ກໍ ແລະ ເປັນເຄືອຍາດ ກັບ ອີກໍເຖົ້າເຜົ່າ ອີກໍ ເມືອງລາວ ທີ່ ມີອໍານາດ ໃນ ນະຄະນໍາພາສູງສຸດ ຂອງພັກ ..ຄິດເອົາເອງທ່າ ຈໍາປາລາວ..ເຮືອງນີ້ ເປັນ ລະຄອນ ທີ່ ຫນ້າຕິດຕາມ


*

ແລະພວກ jumpa revolution ເຂົາໄດ້ ສົ່ງຮາຍງານໃຫ້ທາງ ດຣ ບູນທອນ ເມືອ 2 ເດືອນ ທີ່ ຜ່ານມາ ແຕ່ ຄົງ ບໍ່ເຊື່ອເຕັມ100 ຈື່ງບໍ່ມີການອອກຂ່າວ ເພາະເຂົາໃຫ້ຂ່າວໂດຍບໍ່ມີຫລັກຖານ ແຕ່ ເຂົາຢືນຢັນ ວ່າ Casino King Roman ທີ່ບ້ານຕົ້ນເຜິ້ງ20 ກິໂລຈາກ ເມືອງຫວ້ຍຊາຍແຂວງບໍ່ແກ້ວ ຄືໂຮງງານຢາເສບຕິດ

__________________
Anonymous

Date:
  
 


ແນ່ນອນ
ເຫດການເກີດຂື້ນໃນຝູງລາວນອກ ປີ 2011
ກະບໍ່ຕ່າງຫຍັງກັບກ່ອນປິ 1975

ຮອງ ນຍ ບັກສັດເດັຍຣະສານ ເຫລື່ອມອີນສີຊຽງໄຫ່ມ ຮັບໃຊ້ໂຈນຂ້າລາວຝ່າຍຂວາຕົນເອງ
ໃຜໆກະບໍ່ຮູ້ວ່າໃຜເປັນໃຜ ເວລານັ້ນ ເຊັນ ດຽວກັບບັກຫນູຜາດຈູລມະນີ
ເຫດການແຈ້ງຂາວ ເມື່ອຝ່າຍ ວຈ ຖືກຕັດຄໍຫົມດ
ແຕ່ ສອງຕະກູນຊາດຊັ່ວນີ້ ປອດຈາກການນຳສັມພະທຸກ ທີ່ ສົບຫ່າວ

ສາວບັມບູ 29 ແມ່ນໃຜ
ຖ້າ ບໍ່ແມ່ນ ອອກຈາກຖ້ຳຄູບາໂຈນນລາວແດງ ອາຈານສວັດ ທີ່ ປາຣີສ ມີສາຍສັມພັນກັບແມ່ອອກ ສ້າງຄະດິອັນຊັ່ວຊ້າທີ່ສຸດ ແລະ ຍອມຂະໂມຍເງີນວັດຊື້ປິ້ຍົນໄປສຫລອງ 450 ປິ ທີ່ ວຈ ຜ່ານມາ ຫລັງຈາກ ທ່ານໂພສີສັກດາບີບຄໍໃຫ້ສົ່ງຣົດເບັນແກ່ສະຖານທູດໂຈນລາວແດງຄຶນ

ມາຕາມນັດ ບໍ່ແມ່ນມີ ພີ່ນ້ອງ ສຳຄັນ ໃນວົງການພັກໂຈນບໍ???

ແປວ່າອ້ອມຂ້າງອ້ອມແອວພວກ........ ພັນໂທກລາວນອກ ມີແຕ່ນັກສືບລາວລີງທັງນັ້ນ

ຄັກ ປີ 75ຫວນຄືນມາໃຫ້ເຫັນອິກແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Tavanh Panya in Protect lao Nation territory,ປົກປ້ອງແຜ່ນດິນລາວ ຊາດລາວ
Tavanh Panya 29. 09.11 08:46
info=ນັກຕົ້ມ ລາວຕົ້ມລາວ ຢູ່ໂລກ cyber
ຈາກແຜ່ນດີນ ການາດາ ເຖີງ ອາເມລິກາ

ຂໍ້ຄວາມກໍ່ມີຢູ່ວ່າ ມີຄົນຊື່ວ່າ SOUNTHALA MONTRIVONG ທີ່ຢູ່ ການາດາ ໃດ້ເຂົ້າມາສເນີແລະຕັ້ງຫ້ອງ ຢູ່ PALTALK CALLED LAONORKS ມີການຮ້ອງຂໍເງີນຈາກສະມາຊິກ ຜູ້ລະ $ 200.00 ເພື່ອໄປຊື້ວັດຖຸສີ່ງຂອງ ຕໍ່ຕ້ານປະເທດລາວ ແຕ່ແທ້ຈິງທຸກຄົນກໍ່ມີໃຈໄສສັທາສົ່ງເງີນໃຫ້ລາວ. ໃດ້ຍິນຈາກຫູຕົນເອງ ວ່າລາວຈະໄປສົມທົບກັບ ຄົນເສື້ອແດງຢູ່ ປະເທດໄທຍ໌. ແຕ່ການສືບສວນຂອງຮາຊການລັບ ຄົ້ນພໍ້: ບໍ່ມີຄວາມຈິງ ຄົນ ທີ່ ໃຊ້ຊື່ວ່າ ຈົງອາງໄພ
(JONG ANG FAI)OR SOUNTHALA MONTRYVONG . ເຄີຍໃດ້ສໍ້ໂກງເງີນຂອງໂຄງການ ທີ່ເຂົ້າໄປຊ່ວຍເຫລືອລາວ ມາກ່ອນ ສນັ້ນ ທາງສາມາຄົມນີ້ໃດ້ເນລະເທດ ໃຫ້ລາວອອກຈາກວົງການ. ໃນຮະຍະທີ່ຄົນຜູ້ນີ້ໄດ້ທຽວໄປປະເທດໄທຍ໌ ໄປຢາມນອ້ງຮັກ ກໍ່ເລີຍໄປສ້າງ ຄວາມບໍ່ຈົບບໍ່ງາມໃຫ້ເມັຽຂອງນ້ອງຊາຍມີລູກ ສະນັ້ນ ເງີນທີ່ສັທາຂອງຊົນ ພາວທອກ ແມ່ນຈະໄປປຸກເຣືອນໃຫ້ລູກຊາຍ ຂອງຈົງອາງໄຟ, ນີ້ແມ່ນຄວາມເລ້ກົນຫລອກລວງຕົວະຕົ້ມຄົນ ໂລກ ໄຊເບີກ ດັ່ງນັ້ນ ຈື່ງໃດ້ມາສເນີໃຫ້ພວກທ່ານຮູ້. ຫວັງວ່າທ່ານຜູ້ອ່ານຄົງຈະເຂົ້າໃຈ. ຣັກແພງຄົນລາວທຸກຄົນ

__________________
Anonymous

Date:
  
 





คณะ รัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบ เรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว ครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ (๔๕) เมื่อวันที่ ๑๙ - ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี Cabinet prend note des rapports des sous-comités travaillent à maintenir la paix le long de la frontière de la Thaïlande - Laos à 2 / 2554 (45) le 19 - 21 Juillet 2554 à Pattaya, Chonburi. โดยมีเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร La frontière militaire de directeur des affaires. และรองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ Chef de département et chef de cabinet adjoint. กองทัพประชาชนลาว Armée populaire lao. เป็นประธานร่วมกัน En tant que coprésident ensemble. ซึ่ง ในการนี้เจ้ากรมกิจการชายแดนทหารได้ร่วมลงนามในบันทึกการประชุมคณะอนุกรรม การร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว ครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ (๔๕) ทั้งนี้ ผลการประชุมดังกล่าวเป็นไปตามกรอบการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบ เรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว และกลไกที่เกี่ยวข้อง À cet égard, le directeur de soldats frontières commerciales ont signé un mémorandum de répondre ensemble à maintenir la paix le long de la frontière sont en Thaïlande - Laos à 2 / 2554 (45) Le résultat de ces rencontres est de suivre la rencontre. co-directeur de la paix générale et l'ordre le long de la frontière - la Thaïlande, le Laos, et les mécanismes impliqués. ซึ่ง รัฐสภาได้เห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อไป L'Assemblée nationale a approuvé, le 31 août 2552 et le 2 Septembre 2552, et les organismes gouvernementaux concernés et réalisées dans la section pertinente supplémentaire. ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ Selon le ministère de la Défense a proposé. โดยบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว ครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ (๔๕) ประกอบด้วย Dans la rencontre avec le général de paix et l'ordre le long de la frontière de la Thaïlande - Laos à 2 / 2554 (45) comprennent

๑. ความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว (บันทึกฯ ข้อ ๗) ได้แก่ 1. Les partenaires générale de maintenir la paix le long de la frontière de la Thaïlande - Laos (j'avais 7 ans), à savoir.



๑.๑ การร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน ไทย - ลาว 1.1 La coopération de sécurité le long de la frontière de la Thaïlande - Laos



๑.๒ การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว 1.2 Le Comité travaille à maintenir la paix le long de la frontière de la Thaïlande - Laos



๑.๓ การประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว 1.3 La rencontre avec le général de paix et l'ordre le long de la frontière de la Thaïlande - Laos



๑.๔ การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดน ไทย - ลาว 1.4 Réunions du chemin du Gouverneur et le long de la Thaïlande - Laos



๑.๕ การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนระดับจังหวัดและแขวง 1.5 Le Comité de paix le long de la frontière avec la province et du district.



๑.๖ ความสัมพันธ์ ความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างกองทัพและตำรวจของทั้งสองฝ่าย 1.6 La relation entre l'armée et de la coopération policière et le soutien des deux parties.



๑.๗ การวางกำลังและการลาดตระเวนของกองกำลังติดอาวุธของทั้งสองประเทศบริเวณชายแดน ไทย - ลาว 1.7 La place de la force et des forces armées pour patrouiller la frontière entre les deux pays - la Thaïlande, le Laos.



๑.๘ ความร่วมมือกรณีบุคคลของแต่ละฝ่ายที่ถูกจับกุมคุมขัง 1.8 Coopération circonstances individuelles de chaque partie à l'arrestation de détention.



๑.๙ การเข้า - ออก บริเวณชายแดน ไทย - ลาว 1,9 en - de la zone le long de la Thaïlande - Laos



๑.๑๐ ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาบุคคลสองสัญชาติ 01:10 coopération dans le règlement du parti national.



๑.๑๑ ปัญหาบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อความสัมพันธ์ ไทย - ลาว 1.11 La personne qui fait du bien pour la Thaïlande - Laos



๑.๑๒ การปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) 1.12 L'exploitation du bateau pour maintenir la paix le long du fleuve tronc (Nrk.).

๒. ความร่วมมือในการรักษาเส้นเขตแดน ไทย - ลาว (บันทึกฯ ข้อ ๘) 2. Coopérer dans le respect des frontières de la Thaïlande - Laos (log au verset 8).

๓. การตรวจพื้นที่ร่วมตามชายแดน ไทย - ลาว (บันทึกฯ ข้อ ๙) 3. La zone le long de la frontière avec la Thaïlande - Laos (log au verset 9).

๔. ความร่วมมือในการดูแลรักษาและป้องกันตลิ่งพังและการแก้ไขปัญหาการดูดทรายในแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง (บันทึกฯ ข้อ ๑๐) 4. Une collaboration à maintenir et à protéger la banque s'est effondré, et la solution pour absorber l'eau dans le fleuve Mékong et Eh ื (note au verset 10).

๕. ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บันทึกฯ ข้อ ๑๑) 5. Coopération dans la prévention et la répression de la drogue (j'avais 11 ans).

๖. แผนงานประกอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน ไทย - ลาว (บันทึกฯ ข้อ ๑๒) 6 Le plan de l'Accord sur la coopération sur la sécurité aux frontières -. Thailande, le Laos, (j'avais 12 ans).

๗. การติดต่อประสานงานและการแลกเปลี่ยนข่าวสาร (บันทึกฯ ข้อ ๑๓) 7. Afin de coordonner et d'échanger des informations (record a été 13).

๘. ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากลระหว่าง ไทย - ลาว (บันทึกฯ ข้อ ๑๔) 8 Pour collaborer à la résolution des problèmes internationaux de terrorisme entre la Thaïlande -. RDP Lao (c'est le verset 14).

๙. ความร่วมมือในการป้องกันการลักลอบการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย (บันทึกฯ ข้อ ๑๕) 9. Coopération dans la prévention du commerce illégal d'animaux et de plantes sauvages qui sont illégales (c'est le verset 15).

๑๐. ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (บันทึกฯ ข้อ ๑๖) 10. Pour coopérer dans la résolution du problème de l'immigration illégale (c'est le verset 16).



๑๑. กำหนดเวลาและสถานที่ในการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ (๔๖) (บันทึกฯ ข้อ ๑๘) 11. Le temps et le lieu de réunion ainsi que pour maintenir la paix le long de la frontière thaïlandaise sont - Laos à 1 / 2555 (46) (note au verset 18).



__________________
Anonymous

Date:
  
 


ບົດສົນທະນກັບຄວາຍສຍາມທີ່ລອກຄາບມາເປັນລາວເມືອງມຸກດາຫານ ໃນ
Facebook: champalao


[ขนิษฐา สามาอาพัด]
· 14:57
มีแบบนี้ด้วยเหรอประเทศ
ไม่ได้ถามนะ

· 15:11
มีนะ
[ขนิษฐา สามาอาพัด]
· 15:13
เพราะผลประโยชน์อย่างเดียว
เลยลืมชีวิตคน
ทุกอย่างพอตายก็เอาไปไม่ได้ทำไมเขาไม่คิด
คุณอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะ
แอ่นรักคนไทยและส่งสารตัวเองค่ะ
ไม่เคยรู้เรีองเลย

· 06:02
เจ้าคิอรักคนไทยเจ้าหลายแท้ มันเฮ็ดอีหยังให้เจ้ารัก คิอมันฆ่าแต่โคตรลาวเจ้า
[ขนิษฐา สามาอาพัด]
· 09:09
แอ่น เกิดในประเทศไทยนะค่ะแอ่นก็ต้องรักประเทศไทย แต่กับคนแอ่นรักทั่วไป ไม่อยากให้ใครเป็นอะไร ไม่อยากให้ใครคิดร้ายกับใคร คุณรู้จักแอ่นไม่หมดคุณรู้ไหมแฟนแอ่นเขามาหาแอ่นที่มุกดาหาร… Alle anzeigen
แลัวเขาถูกตำราจนาแก่จับ
ตอนนี้เขาอยู่ในคุก
[ขนิษฐา สามาอาพัด]
· 10:04
ศาลตัดสีน1ปีกับ12เดีอน
· 10:14
เจ้าเกีดในดีนแดนลาวที่โจรสยามมาป้นเอา
[ขนิษฐา สามาอาพัด]
· 10:19
อยากได้ที่ไหนก็เรียกร้องเอาคืนซิค่ะ
อยากทำอะไรก็ทำ คิดอะไรก็คิดถ้ามันทำให้คุณสบายใจ 5555
ฉันไม่มีอำนาจเปลี่ยสิงใดๆหรอก แต่ฉันมีความสุขกับชีวิตของฉันไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร
[Dir]
· 10:26
มีความสุขอย่างใด ถ้าเจ้าเป็นลาวมี ควายสยามมันมาบีบคอเจ้าใ้ห้ว่า เป็นสยาม
· 11:07
มี อำนาจเปลี่ยนได้ เพราะ มีลาวก่วา40ล้านคน ทำไมไม่ได้ แต่คนมาแลมูสลีม ทางภาคไต้ 5ล้านทำไมเขาลุกขื้นฤ่า หริอต้านเจ้าพ่อสยามจาก กทม ได้ ละ มืนตาเบี่งพวกเขาด้วย

__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

จะทำสงคราม พึงแสดงว่าไม่คิดทำสงคราม
จะตีใกล้ พึงแสดงว่าจะตีไกล
ข้าศึกละโมบ พึงล่อหลอกด้วยผลประโยชน์
ข้าศึกปั่นป่วน พึงตีหัก
ข้าศึกมีกำลังมาก พึงเตรียมพร้อมเสมอ
... ข้าศึกเข้มแข็ง พึงหลีกเลี่ยง
ข้าศึกฮึกหาญ พึงทำลายขวัญสู้รบ
ข้าศึกสุขุมเยือกเย็น พึงยั่วให้ขาดสติ
ข้าศึกสุขสบาย พึงรังควาญให้อ่อนเปลี้ย
ข้าศึกสามัคคีกัน พึงยุแยก
พึงโจมตีในขณะที่ข้าศึกไม่ได้เตรียมพร้อม และจู่โจมในขณะที่ข้าศึกไม่คาดฝัน

from blacksaphire : Lanna lao Xiengmai 28.09.11

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ประเทศลาวในปัจจุบันนี้ไม่ไช่เป็นของคนลาวส่วนรวมทั่วๆไป แต่เป็นของคนลาวกลุ่มเดียวที่ครอบครองอำนาจปกครองผูกขาดเป็นกรรมสิทธิทุกสิ่งทุกอย่าง
ในแผ่นดินลาวคือ"พรรคปฎิวัติประชาชนลาว"โดยการปกครองด้วยคนกลุ่มเดียว,พรรคการเมืองพรรคเดียวเท่านั้น. ปชช ลาว ทั่วไปไม่มีสิทธิในการตั้งพรรค
การเมืองเข้ามาแข่งขันไดๆได้,ไม่มีสิทธิในการออกความคิดเห็นในการปกครองชาติได้ ระบบการปกครองนี้เรียกว่า"ระบบเผด็จการซ้ายจัดคอมมูนิสต์ มาร์ค-
เลนิน"ประเทศไดถ้านำระบอบนี้มาปกครองชาติแล้ว ประเทศนั้นๆจะพบแต่ความยุ่งยากสับสนเกือบทุกๆด้านเ่ช่น ด้านการปกครอง,ด้านสังคม,ด้านเศรษฐกิจ,
เช่นประเทศโซเวียตเจ้าของทิสดีนี้ ในที่สุดก็ล่มสลายลงในวันที่21 สิงหาคมค.ศ.1991 และ เยอรมันตะวันออก 9/11/1989 เพราะประเทศพบแต่ความทุกข์จน
แต่ในปัจจุบันนี้ สปปล ได้นำเอาระบอบอันล่าหลังโบราณเผด็จการที่ทั่วโลกเขาเตะทิ้งแล้วนำมาปกครองชาติลาวอีก จะไม่ไห้ประเทศชาติ,ปชช ลาว ตกทุกข์
ล่มจมได้อย่างไร! พร้อมกับถูกเวียตนามหลอกลวงไห้เซ็ญสัญญา"มิตรภาพพิเศษลาว-เวียต"ใน1977อีกเพื่อเข้ามาปกครองลาวในรูปแบบ"เจ้าทาส กับข้าทาส"อีก เหตุนี้เองทหาร,ปชช เวียตนามนับเป็นจำนวนล้านๆคนต่างหลั่งไหลเข้ามายึดครองลาวแบบสบายโดยคนลาวเจ้าของประเทศไม่กล้าขัดขืนได้ เพาะ
ความโง่ ขาดการศึกษาของผู้นำ พัก-ลัด สปปล ที่ไม่เข้าใจการปกครองชาติ.พวกท่านจะเห็นว่านับตั้งแต่พรรคปฎิวัติประชชาชนลาวปกครองมาร่วม38ปีแล้ว
(1975-2011)ประเทศลาวล่มจมทุกๆด้าน ปชช ลาวหลบหนีออกไปอยู่ต่างประเทศในรูป หนีภัยทางการเมือง และหนีภัยด้านเศรษฐกิจ นับเป็นจำนวนล้านกว่า
คนขื้นไป โดยเฉพราะพวกหนีภัยเศรษฐกิจไปอยู่ไทยเกือบ700,000คนขื้นไปแล้ว นี้ชี้ไ้ห้เห็นแล้วว่าการปกครองของผู้นำ พัก-ลัด สปปล ปกครองประเทศไม่
เป็นเลย พายใน สปปล ขณะนี้ได้มีชาวต่างชาติที่ฉลาดแบบฉ้อโกงต่างหลั่งไหลเข้าไปขุดค้นเอาทรัพย์สมบัติของคนลาวอย่างสบายๆ เพราะผู้นำ พัก-ลัด ไ่ม่
เข้าใจในการพัฒนาชาติแต่อย่างได...ถ้หากว่าคนลาวทังหลายต้องการไห้ชาติของตนเองหลุดพ้นจากระบอบการปกครองนี้ออกไป ทุกๆคนต้องลุกขื้นช่วย
กันปลดปล่อยชาติด้วยกันทุกๆด้าน เ็ป็นต้นว่า:ด้านการเมืองภายในชาติ,การเมืองทางสากล,การต่อสู้กำลังประชาชนภายในชาติ,กำลังประชาชนนอกประเทศ เท่านั้นถึงจะปลดปล่อยระบอบนี้ออกไปได้ ถ้าพวกท่านทังหลายรอคอยไห้พวกเผด็จการเขาเปลี่ยนแปลงเองนั้นท่านอย่าได้หวังอีกเลย พวกเผด็จการ
ทุกๆประเทศมันไม่เคยปล่อยไห้ประชาชนง่ายๆหรอกนอกจากการ"ต่อสู้"กับมันเท่านั้น. ดูตัวอย่างบทเรียนจากประเทศอาหรับที่ผ่านมา และดูตัวอย่างการต่อ
สู้ของ ปชช ลาวล้านช้างตะวันตก(ไทอิสาน)เขาลุกขื้นต่อสู้"กู้อิสรภาพ"จากไทยสยามนับตั้งแ่ต่ พ.ศ.2242จนถึงปัจจุบันนี้รวม312ปีแล้วก็อยังไม่สามารถเอา
ชนะ"สยาม"ได้ เพราะคนลาวทุกคนรวมตัวกันไม่พร้อมเพียงทุกถ้วนหน้า การต่อสู้ของคนลาวล้านช้างตะวันออก-ตะวันตกกับไทยสยามเพื่อเอกราชประมาณ
12ครั้งไหญ่ๆ ต้องถูกปราบปราม,ฃ่าทำลายนับเป็นจำนวนไพร่พลอันมหาศาล ถ้าท่านคนลาวอยากทราบรายระเอียดในเรื่องนี้ ไปค้นค้วา"ขบวรการผู้มีบุญ"
หรือ ไทยสยามเรียกว่า"กบฎผีบุญ"พวกท่านจะเข้าใจความเป็นมาของบรรพบุรุษของชาติลาวที่เคยต่อสู้เพื่อพวกท่านมาในอดิตร...Blacksaphire.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?v=SzmASGvSCHc&feature=related

ພວກຂ້າຄອງເມືອງຈາກ ສາຣະ ວັນອັຕປຶ ຊຳເຫນືອ ເມືອງໂຂງ ສວັນນະເຂດ ເຂົ້າມາ ວຽງຈັນ ອອກຈາກຖ້ຳ ເມືອງຊຳ ປິ 75 ບໍ່ແມ່ນຫອບແຕ່ລະບອບຜິຫ່າກຳພ້າ ຄມນ ມາ ເທົ້ານັ້ນ ມັນຍັງເສຶອກ ລາກ ໂຣກ SIDS/AIDSມານຳດ້ວຍ


ຄົນຕິດໂຣຄເອດສ ໃນແຂວງວຽງຈັນ
ໂພໄຊສວັດ
2011-09-27

ຈໍານວນ ຄົນຕິດ ເຊື້ອໂຣຄ ເອດສ ໃນ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ເພີ້ມຂຶ້ນ ຮອດ 1,000 ກວ່າຄົນ ແລ້ວ.
...
HIV/AIDS training/education national staff patient medical

ນາງພຍາບານ ໃນສູນບໍາບັດ ໂຣຄເອດສ ກໍາລັງ ອະທິບາຍ ກ່ຽວກັບ ວິທີ ຮັກສາ ຕົນເອງ ໃນເວລາ ທີ່ຕິດເຊື້ອ ວາຍຣັສ ໂຣຄເອດສ ເພື່ອຊ່ວຍ ຫຼຸດຜ່ອນ ການແພ່ຂຍາຍ ໄປສູ່ ຄົນອື່ນ (ພາບທີ່ເຫັນ ແມ່ນ ສູນສູນ ບໍາບັດ ໃນແຂວງ ສວັນນະເຂດ)

ກົດຟັງສຽງ

ຈໍານວນ ຄົນ ຕິດເຊື້ອ ໂຣຄເອດສ ໃນ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ນັບຕັ້ງແຕ່ ປີ 1990 ຮອດ 2011 ມີເພີ້ມຂຶ້ນ ທຸກໆປີ. ດຣ. ໄຊຍະວົງ ດວງມະນີ ຮອງຫົວໜ້າ ອົງການ ຕ້ານເຊື້ອ ໂຣຄເອດສ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ເວົ້າວ່າ:

"ສໍາລັບ ໃນ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ຕາມລາຍງານ ຈາກສູນ ທີ່ເພິ່ນໄດ້ ສໍາຮວມ ມາຮອດ ປີ 2011 ນີ້ ຈໍານວນ ຜູ້ຕິດເຊື້ອ ມີປະມານ ພັນກວ່າຄົນ ສໍາລັບ ຜູ້ເສັຍ ຊີວິດ ນີ້ແມ່ນ ເປັນຈໍານວນ ຮວມ ທົ່ວປະເທດ ພັນກວ່າຄົນ ສະເພາະ ແຕ່ປີ 1990 ຈົນຮອດ 2011 ນີ້".

ດຣ. ໄຊຍະວົງ ເວົ້າຕໍ່ ໄປວ່າ ທີ່ຜ່ານມາ ທາງສູນກາງ ຕ້ານໂຣຄເອດສ ໄດ້ຈັດ ການຝຶກ ອົບຮົມ ໃຫ້ຄວາມຮູ້ ພື້ນຖານ ຂອງເຊື້ອ HIV ແລະ ພຍາດຕິດຕໍ່ ທາງເພດ ສໍາພັນ ໃຫ້ບັນດາ ແພດໝໍ ໃນ 5 ເມືອງ ພາຍໃນ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ເພື່ອໃຫ້ ພະນັກງານ ຮູ້ເຖິງ ສະພາບການ ໂຣກເອດສ ໃນລາວ. ຄວາມຮູ້ ພື້ນຖານ ກ່ຽວກັບ ໂຣຄເອດສ ເປັນສິ່ງ ຈໍາເປັນ ທີ່ຕ້ອງ ຮຽນຮູ້ ເພື່ອໃຫ້ ສາມາດ ກວດອາການ ປ່ວຍ ຂອງ ຄົນເຈັບ ໃນເບື້ອງຕົ້ນ ໄດ້ ພ້ອມທັງ ຈະສາມາດ ໃຫ້ຄໍາ ປຶກສາ ທີ່ຖືກຕ້ອງ ແລະ ແຈ່ມແຈ້ງ ແກ່ຜູ້ ຕ້ອງການ ຄໍາແນະນໍາ ໄດ້. ໃນ ປັດຈຸບັນ ຢູ່ ສປປລາວ ມີຜູ້ປ່ວຍ ເປັນໂຣຄເອດສ ທັງໝົດ 4,000 ກວ່າຄົນ, ແຕ່ສະເພາະ ໃນເຂດ ນະຄອນຫລວງ ວຽງຈັນ ມີ 1,000 ກວ່າຄົນ, ຊຶ່ງ ຖືວ່າຫຼາຍ ເມື່ອທຽບໃສ່ ກັບແຂວງ ອື່ນໆ.

ການກວດ ຊອກຫາ ໂຣຄເອດສ ໃນລາວ ແມ່ນມີແຕ່ ການກວດເລືອດ ໂດຍຄວາມ ສມັກໃຈ ຂອງຜູ້ປ່ວຍ. ທາງສູນຕ້ານ ໂຣຄເອດສ ແນະນໍາ ໃຫ້ແມ່ຍິງ ທີ່ຖືພາ ໄປກວດເລືອດ ເພື່ອປ້ອງກັນ ບໍ່ໃຫ້ ເດັກນ້ອຍ ເກີດໃໝ່ ຕິດເຊື້ອ ພຍາດ ດັ່ງກ່າວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

copy from

http://www.youtube.com/watch?v=O66zCGlRCvM&feature=related

Dr William Bouaroy ຊ່ວຍໃຫ້ຄຳກະຈ່າງແຈ້ງດ້ວຍ ຊາວລາວທີ່ ອມຣກ ກ່າວຂານຈົນເຕັມປາກເຕັມຄໍ ວ່າ ທ່ານ ດຣ ເປັນຫມາພານຮັບໃຊ້ໃຫ້ ພວກໂຈນ500 ຄມນ ຜດກ ລາວແດງຢ່າງໂຈ່ງແຈ້ງທີ່ສຸດ ທ່ານ ເຂົ້າມາເປັນຫັວຫລ້ຽວຫວັຕໍ ໃນ Paltalk Laonork ແມ່ນຫັວຫ້ນາຫ້ອງຄື ທ່ານ ຈົ່ງອາງໄຟບໍ່ສາມາດຮູ້ເຫັນຫລືຊາບ­ເບື່ອງຫລັງອັນແສນສົກກະ
ປົກຜ່ານມາຂອງທ່ານນັ້ນເອງ ທ່ານລອງທົບທວນເຫດການຄຶນຫລັງເມື່­ອ ທ່ານ ນາຍພົນວັງຕາຍຊີ້ນຊີວີດລົງ ທີ່ ກາລີຝໍເນັຍ ເປັນຫຍັງທ່ານເປັນຄົນທຳອິດເສຶອກຕ­າຍແລ່ນເຂົ້າໄປລາຍງານຕັວກ່ຽວກັບສ­ີ່ງນີ້ທີ່ສະຖານໂຈນໃນຕັວເມືອງວໍຊ­ີງຕັນ ປີ75ບັກເຫື່ລອມອີນສີຊຽງໄຫ່ມ ຮອງ ນຍ ບັກຫນູຜາດຈູລມະນີ ນັກການເມືອງ ຝ່າຍ ວຈ ຂາຍຊາດຂາຍແຜ່ນດິນຕົກຢູ່ໃນສະພາບແບບດຽວກັບທ່ານ ລາວຝ່າຍຂວາຈະຮູ້ໄດ້ກະຕໍ່ເມື່ອ ນັກການເມືອງ ວຈ ຖືກນຳໄປຕັດຄໍທຸກຄົນ ແຕ່ສອງຕະກູນໂຈນສັດເດັຍຣະສານນີ້ ກັບລອຍນວນສະບາຍທີ່ ວຽງຈັນ
ແນ່ນອນ ທ່ານເຄີຍຖືກໂຈນສົ່ງໄປສູນສັມມະນາ ຮູ້ເຫັນຄວາມຊັ່ວຊ້າໂຫດຮ້າຍຂອງພວ­ກອັນຕະພານແນວລາວ ແຕ່ຖ້າທ່ານຍັງແລ່ນເຂົ້າສະຖານທູດ­ໂຈນເພື່ອນເອົາລາຍຊື່ພວກລາວ ຕ່າງປທ ຕ້ານໂຈນໄປສເນີນາຍເຫນຶອຫັວຂອງເຈົ­້າ ກະແນ່ນອນຖ້າສະຫາຍບໍ່ໃຫ້ຄວາມເປິດ­ໂປ່ງໄດ້ຕໍ່ສີ່ງນີ້ໄດ້ ສຫ ກະກາຍເປັນຄາຕກອນຕັວເດັ່ນກັບການຈ­ະຂ້າພວກເຂົາ


__________________
Anonymous

Date:
  
 





ທ່ານ ຈົງ ແລະ ທ່ານ ຈອນ ທີ່ນັບຖື,


ການຕໍ່ສູ້ ມັນຕ້ອງແມ່ນກຳປັ້ນ ຂອງນັກຕໍ່ສູ້ປະຊາທິປະໄຕລາວເຮົານີ້ແລະ ມັນຈຶ່ງຊນະພວກຜະເດັດການ ເພາະ ສະຫະ
ປະຊາຊາດ ອອກກົດຫມາຍໃຫມ່ ຄື ທ່ານ ບູນທັນ ເອົາມາເລົ່າສູ່ຟັງນີ້:


HIGH-LEVEL MEETING ON PREVENTIVE DIPLOMACY


ທ່ານຈະຫຶນຫລາຍບໍ່ໄດ້ຢ້ານເປັນໂຣຄອຳມະພາດ ຈະຂາດໄຜ່ພົນຊັ້ນຫົວກະທິ. ເຣື່ອງຊັພນັ້ນມັນມານຳຫລັງ ປັນຍາ ແລະ ການຕໍ່
ສູ້ແບບຊຶ້ງຫນ້ານີ້ລະ ສາກົນຈຶ່ງຈະຮູ້ຈັກ (​ບໍແມ່ນຕໍ່ສູ້ແນວລາວ ແຕ່ບໍ່ໃຫ້ເຂົາຮູ້ຈັກ ນັ້ນແມ່ນຕົວະເດັກນ້ອຍ ໄປລ້ຽງຄວາຍຊັ້ນດອກ, ວິທີນີ້ແນວລາວມັນຈະຂອບໃຈເພາະທ່ວງເວລາໃຫ້ມັນ ແລ້ວສາກົລຈະລືມເອງ ).


ຖ້າທຸກກຸ່ມເລີ່ມຢືກຢັກ ກະປື້ ກະເປົ່າ ແມ່ນວັນນື່ງຂ້າງຫນ້າທ່ານຄົນນຶ່ງ ຮ່ວມກັບທ່ານລາວທີ່ຮັກຊາດທັງຫລາຍ ກໍຈະນຳແສງສວ່າງ ປະຊາທິປະໄຕກັບຄືນສູ່ປິຕິພູມແນ່ນອນ.


ຮັກແພງ
ຕູ່









--------------------------------------------------------------------------------
From: blue max
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Monday, 26 September 2011 11:19 AM
Subject: Re: ຣັຖບານລາວ ທ້າທາຍກັບຄວາມບໍ່ພໍໃຈຂອງປະຊາຊົນລາວ


ສະບາຍດີລຸງຈ້ອມ


ເຈົ້າເວົ້າຖືກແລ້ວ ພັຄຄອມມຸຍນິສລາວ ມີບໍ່ຮອດ 1 ເປີເຊັນຂອງປະຊາຊົນ ແຕ່ພວກມັນຕິດຕັ້ງໂຕເອງເປັນເຈົ້າ ແຜ່ນດິນ ຮ່ວມກັບຣັຖບານ ຂຽນໃສ່ໃນຣັຖທັມມະນູນ ຫມາຍຄວາມວ່າ ທີ່ດິນປ່າໄມ້ໍຊັພຍາກອນເປັນຂອງພວກມັນທັງຫມົດ ບໍ່ແຕກຕ່າງກັບ ພວກໂຈຣນັກປຸ້ນເຂົ້າມາໄລ່ເຈົ້າຂອງບ້ານ ເອົາກຳລັງຄົນອື່ນມານາບຂູ່ຄົນໂຕເອງ ຄວາມຮັ່ງມີການສຶກສາ ເປັນຂອງພວກມັນແລະລູກຫລານມັນ ພວກອື່ນໆຕ້ອງຂາດໆເຂີນໆ


ກອງທັພມີສິທການຄ້າ ເຫມົາປະມູນສ້າງໂຣງແຣມ ແລະສູນການຄ້າ ພວກມັນກີດກັນທຸກທາງ ບໍ່ໃຫ້ເຈົ້າຂອງເກົ່າກັບມາ ທວງເອົາຊັພສິນ ການທີ່ຈະໃຫ້ຈ່າຍ 500000 ໂດລ້າ ເພື່ອຂີ້ດິນ 800 ແມຕກາເຣ້ ນັ້ນມັນກໍ່ບົ່ງໃຫ້ເຫັນແຈ້ງແລ້ວ


ຂ້ອຍນັ້ນແຕ່ລະມື້ ພາວນາໃຫ້ພວກມັນ ເຫັນກັບຄວາມຈິບຫາຍວາຍວອດ ທັງຊາຕນີ້ແລະຊາຕຫນ້າ ພວກຈີນພວກແກວນັ້ນ ບໍ່ໄດ້ເກັ່ງກ້າເກີນດອກ ພຽງແຕ່ໂຣຄຫ່າແລ່ນໃສ່ ກໍ່ພາກັນຕາຍເປັນລ້ານໆແລ້ວ ດັ່ງທີ່ເຫັນມາແລ້ວໃນອດິຕ


ຄົນລາວເຮົາເຄີຍມີສັດທາແກ່ກ້າມາແຕ່ອດິຕກາລ ເຄີຍຜ່ານເສິກຮ້ອນເສີກຫນາວມາຕລອດ ພວກເຮົາມີສິລທັມ ພວກແກວ ນັ້ນກິນຫມາ ຖືວ່າເປັນຊົນຊັ້ນມະນຸສຍ໌ທີ່ຕ່ຳສຸດ ເປັນພວກຫຍວນນັກເລງນັກຣຸກຣານເຂົ້າມາຍຶດ ເມືອງວິຊັຍນະຄອນຫຣືໄຊງ່ອນ ປາບພວກຈາມຈົນກາຍເປັນຊົນເຜ່ານ້ອຍໃນປະເທສຂອງຕົນ


ເຖີງພວກເຮົາຈະມີຫນ້ອຍ ຖ້າມີສັດທາແລ້ວກໍ່ມີຫົນທາງເຫັນແສງສວ່າງໄດ້ ຢ່າລືມວ່າ ຈ້ອຊ ວໍຊິງຕັນ ນຳຄົນພຽງແຕ່ ສາມຫມື່ນຄົນ ສາມາດຍຶດອຳນາຈຄືນ ຈາກຣາຊນາຈັກຣ໌ອັງກິສ ໄດ້ເອກຣາຊຈົນເປັນປະເທສທີ່ເຂັ້ມແຂັງອັນດັບຫນຶ່ງຂອງ ໂລກ


ຂ້ອຍນັ້ນໄດ້ຕັ້ງອະທິສຖານໄວ້ວ່າ ຈະບໍ່ຍອມຈຳນົນໃຫ້ພວກໂຈຣຫ້າຮ້ອຍນີ້ ທັງຊາຕນີ້ແລະຊາຕຫນ້າ ແລະຄຶດວ່າ ຣະບອບຄອມມຸຍນິສຕ໌ຈອມປອມນີ້ນັບມື້ ຈະຫາຍສາບສູນໄປ ຂ້ອຍເຊື່ອວ່າ ພວກແນວລາວສວຍໂອກາສນີ້ ຈະບໍ່ຍັ້ງຍືນໄດ້ ເພາະພວກມັນໃຊ້ອຳນາຈຍາດແຍ່ງຊັພຍ໌ສົມບັຕຂອງຊົນຊາວລາວ ຄວາມຈເຣີນນັ້ນເຂົາໃຫ້ເຫັນແຕ່ເມືອງ ວຽງຈັນເທົ່ານັ້ນ ບ່ອນອື່ນໆບໍ່ມີ


ຢ່າຄຶດວ່າຈະສູ້ພວກນີ້ໄດ້ດວ້ຍສັນຕິວິທີ ຈະເອົາກຳປັ້ນໄປແລກລູກປືນ ນັ້ນມັນເປັນໄປບໍ່ໄດ້ ໃນໂລກນີ້ຈະເຮັດອັນໃດ ຕ້ອງມີກຳລັງຊັພຍ໌ ກຳລັງປັນຍາ ແລະ ກຳລັງປ້ອງກັນໂຕເອງ ປະເທສລິເບັຽນັ້ນຍຶດຄືນມາໄດ້ ບໍ່ແມ່ນຍອ້ນໄປຖຽງກັບ ກາດາຟີ້ ແຕ່ແມ່ນຍິງຈຣວດໃສ່ ຖິ້ມຣະເບີດໃສ່ ຖືກຕ້ອງຕາມກົດຫມາຍ ສຫະປະຊາຊາຕ


ຂໍໂທສທີເວົ້າຫລາຍ ແຕ່ມັນຫຶນມາດົນແລ້ວ ຂໍຣະບາຍແນ່ ມັນຄຶດມາດົນແລ້ວວ່າ ຈະເຮັດຈັ່ງໃດກັບ ພວກແນວເຈັກແນວແກວນີ້





--------------------------------------------------------------------------------
From: Jonh Anouvong
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Cc: "souk.thasy@gmail.com" ; "specom2009@comcast.net"
Sent: Sunday, September 25, 2011 2:04 PM
Subject: Re: ຣັຖບານລາວ ທ້າທາຍກັບຄວາມບໍ່ພໍໃຈຂອງປະຊາຊົນລາວ


ທ່ານ ທັງຫລາຍ...

ຂພຈ ເຫັນວ່າ ພວກ ສປປລ ບໍ່ໄດ້ດໍາເນີນນະໂຍບາຍ ປົກຄອງປະເທດ ແບບຄອມມູນິສ ຂອງ ມາກສິສຊໍ້າ.
ເມື່ອມາເບິ່ງຄັກໆແລ້ວ ມັນຄົງຈະແມ່ນ ຣະບອບຜເດັດການ ແບບ ອາຫມາດຍາທິປະຕັຍ ອັນມີກະສັດຢູ່
ເຫນືອກົດຫມາຽ: (ຄົງຈະແມ່ນ ຖອຽຫລັງໄປຫາ ເມື່ອ 400 ປີ ພຸ້ນ) ແຕ່ ເທົ້າທີ່ ເຮົາໄດ້ຮຽນປະຫວັດສາຕ
ລາວເຮົາ ກະບໍ່ເຫັນພວກເພິ່ນ ຈະຂົ່ມເຫັງ ຣາຊດອນຂອງເພິ່ນຄືດັ່ງພວກ ລາວ-ແກວທີ່ກໍາລັງປະຕິບັດຢູ່
ໃນທຸກວັນນີ້...

ຖ້າພວກເພິ່ນຈະແກ້ວ່າ ກໍາລັງນໍາພາ ປະເທດກະໂດດຂັ້ນ ຂຶ້ນໄປຫາ ສັງຄົມນິຍົມ ຂພຈ ເຫັນວ່າ ມັນບໍ່ແມ່ນ
ສປປລ ກະໂດດຂັ້ນ ແຕ່ມັນແມ່ນ ແກວເປັນຜູ້ ກະໂດດຂັ້ນ ໂດຽເອົາປະເທດລາວ ແລະ ປະຊາຊົນລາວ ເປັນ
ເຄື່ອງທົດສອບໃນການ ກະໂດດຂັ້ນ ຂອງເຂົາດັ່ງກ່າວ...

ຍ້ອນການກະທໍາທີ່ບໍ່ຮູ້ຫລັກການ ຫລື ຣະບົບການປົກຄອງທີ່ພວກເຂົາຖືກຍັດຢຽດໃຫ້ພວກ ສປປລ ປະຕິບັດ
ຢູ່ນັ້ນ ກາຍມາເປັນ ສິ່ງທີ່ພວກເຂົາ ບໍ່ຮູ້ ວ່າກໍາລັງເຮັດຫຍັງກັນແທ້.ສນັ້ນແລ້ວຈຶ່ງໄດ້ມີ ຜູ້ແທນ ໃນສະພາ ກ້າ
ລຸກຂຶ້ນບັນລະຍາຍ ໃນເຊີງຕິຕຽນ ການນໍາພາ ຂອງພວກເຂົາເອງໂດຽບໍ່ໄດ້ ເຈາະຈົງວ່າ ຕ້ອງຫັນໄປໃນທິດທາງ
ໃດກັນແທ້...ຊຶ້ງສິ່ງນີ້ ( ດຣ.ຄໍາເຜີຍ ປານມະໃລທອງ) ກໍເຫມືອນກັບວ່າ ຫມາຫລົງຕົດໃຫ້ ລາວນອກດົມຫລິ້ນ
ກໍ່ເທົ່ານັ້ນເອງ...ສ່ວນ ຂພຈ ບໍ່ໄດ້ຕື່ນ ຄືຢຽບງູຈັກດີ້...

The LPDR,at present time are practicing the vietnamese doctrine,however,myself I don't
think that the LPDR leaders have quite understood what they are doing for their own
country and its people as well..."They are doing the separatism regime"

Why should LPDR leaders put their attention to the welfair of foreigners as first priorities
than their own Lao population...Why should they build that golf course for vietnamese
retiries on the heritage properties of Lao people by forcing them out away of their own
lands...Where are the souvereignty,the democracy,the Indepedent and the welfair of their
Lao people that the damn Pathet Lao have promised with the people when they chase out
the former regime in the year 1975?????......?????? Bring back Laos to Lao people........

Thank.....
JA

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Please to correct WELFARE and not walfare
Please to correct WELFARE and not walfare
Please to correct WELFARE and not walfare
Please to correct WELFARE and not walfare



http://www.4shared.com/audio/nJYk-6tL/Banpodj_33.html

http://www.youtube.com/watch?v=kzcLE_pjo9M&feature=related


http://french.eazel.com/lv/group/view/kl36218/Cool_Edit_Pro.htm

http://www.youtube.com/watch?NR=1&v=7ggmHOz21Go


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ພວກໂຈນຂ້າຄອງເມືອງເຄີ່ງສັຕວັດ ລາວທັງໂລກຂໍສາບຂໍແຊ່ງພວກສຸແດ່ ຢ່າທ້າທາຍຫລອກຊາວໂລກອິກຕໍ່ໄປ
ກ່ອນຈະຍ່າງອອກຈາກສັງຄົມທຸກຍາກລ້າຫລັງອານາຖາຢ່າງແທ້ຈິງໄດ້
ຄົນທັງ ສປປລ ສຸ ທຸກໆຄັວເຮຶອນ
ຕ້ອງມີວິດຊືມໃຊ້ ບໍ່ຈຳເປັນແລ່ນເຂົ້າປ່າຫລືລົງແມ່ນ້ຳຂອງ
ຕ້ອງມີນ້ຳປະປາກິນໃຊ້ທຸກໆຄັວເຮຶອນ(ບໍ່ຈຳເປັນໃຊ້ນ້ຳສ້າງ ລົງຫ້ວຍລົງຫ່ອງໄປຕັກນ້ຳມາບໍລີໂພກ)ເຊັ່ນດຽວກັບໄຟຟ້າ
... ຊາວລາວທັງປທ ຕ້ອງປອດຈາກການໄປຫາຝືນໃນປ່າ ເອົາຖ່ານຂີ້ເລື່ອຍມາຄັວກິນ
ຕູ້ເຢັນ ເຄື່ອງລີດໄຟຟ້າ ທຸກໆຄັວເຮຶອນຕ້ອງມີ
ໂທຣະສັບ ແນດ ສວັດດິການ aide sociale/Walfareແລະ.....
ໂຈນຂ້າຫັວອ່ອນໄຮ້ການສືກສາເອີຍທັງຫລາຍ
ໃຫ້ພວກສຸຮູ້ແດ່ ອົພຍົບລາວກ່ວາ1ລ້ານຄົນ ສີ່ງນີ້ທີ່ອ້າງຂ້າງເທີງນີ້ພວກເຂົາບໍ່ມິບັນຫາແລ້ວແຕ່ປິ 1975
ສ່ວນພວກສຸຍັງກັດແຂ້ວອຸປໂຫລກທະເຍີທະຍານຝັນຫາສີ່ງນີ້ຢູ່ ຢ່າງບ້າຄັ່ງທີ່ສຸດ

ແລະສີ່ງນື່ງອິກທີ່ພວກສຸ ຍັງຢືນກາງແດດ ຝັນຄ້າງ
ຊີເຮັດຢ່າງໃດໃຫ້ສັງຄົມໂຈນລາວແດງສຸ ທຸກໆ ສອງ(2)ຄົນມີລົດຄັນນື່ງຂີ່ໄປການ ເຫືມອນສັງຄົມເສດຖີ11 ປທ ທີ່ພວກເຂົາມາອາຢູ່ປັດຈຸບັນນີ້

ຖ້າໂຈນຍັງດຶ້ດ້ານກອດກັບອຳນາດ ຜດກ ສຸຢູ່ຢ່າງນີ້

ຝັນໄປໄດ້ແລ້ວໃນອານາຄົດອັນໄກ້ໆນີ້ອິກ300(ສາມຮ້ອຍ)ປິ

ຝູຍ

ນະຄອນຫລວງວຽງຈັນ ສຳເລັດການເຊື່ອມຊຶມມະຕິ IX

*(ຂປລ): ພະນັກງານເປົ້າໝາຍທົ່ວນະຄອນຫລວງຈຳນວນ 486 ສະຫາຍ ໄດ້ສຳເລັດການເຊື່ອມຊຶມມະຕິກອງປະຊຸມໃຫຍ່ IX ຂອງພັກ ຄັ້ງທີ 2 ໃນເຊົ້າວັນທີ 23 ກັນຍາ 2011 ໄດ້ມີພິທີອັດລົງຢ່າງຟົດຟື້ນ ພາຍ ຫລັງດຳເນີນມາເປັນເວລາ 5 ວັນ, ທ່ານ ສຸກັນ ມະຫາລາດ, ເລຂາທິການສູນກາງພັກ, ເລຂາຄະນະພັກ, ເຈົ້າຄອງນະຄອນຫລວງວຽງຈັນ ເຂົ້າຮ່ວມສະຫລຸບຕີລາຄາ ແລະ ຊີ້ໃຫ້ເຫັນການເຊື່ອມຊຶມຄັ້ງທີ 2 ນີ້ ບັນລຸຕາມຄາດໝາຍ. ພ້ອມທັງ ເນັ້ນໃຫ້ພະນັກງານ ແຕ່ລະສະຫາຍ ສືບຕໍ່ຄົ້ນຄ້ວາດ້ວຍຕົນເອງ ແລະ ໃຫ້ມີຄວາມຮັບຜິດ ຊອບສູງໃນການປະຕິບັດໜ້າທີ່ ດ້ວຍຈິດໃຈບຸກທະລຸ.

ທ່ານ ສຸກັນ ມະຫາລາດ ກ່າວຕື່ມວ່າ: ເອກກະສານທັງ 5 ສະບັບທີ່ນຳມາບັນຍາຍ ແລະ ສະເໜີໃນຄັ້ງນີ້ ແມ່ນມີຄວາມໝາຍສຳຄັນເລິກເຊິ່ງ ແລະ ໜັກແໜ້ນ ທາງການເມືອງ-ທິດສະດີ ໂດຍໄດ້ລະບຸແຈ້ງທາງດ້ານລັກສະນະລວມ ຂອງເນື້ອໃນມະຕິ 9 ຂອງພັກເປັນຕົ້ນ ແມ່ນບັນຫາສັງຄົມນິຍົມ, ການບຸກທະລຸທັງ 4 ດ້ານ, ກ່ຽວກັບການັພັດທະນາແບບຍືນຍົງ ແລະ ເສດຖະກິດຕະຫລາດ, ກ່ຽວກັບລັດ ແລະ ກົດໝາຍ ແລະ ພັກກຳອຳນາດ. ການບຸກທະລຸນັ້ນ ມັນບໍ່ງ່າຍ (ເວົ້າງ່າຍ-ແຕ່ເຮັດຍາກ) ເພາະມັນພົວພັນເຖິງຫລາຍດ້ານ, ສະນັ້ນແຕ່ລະສະຫາຍຕ້ອງມີຄວາມຕັດສິນໃຈສູງ ໃນການສ້າງບາດກ້າວບຸກທະລຸ ໂດຍເລີ່ມຈາກ ຕົນເອງ, ກົມກອງ, ໜ່ວຍງານ, ອົງການ ແລະ ພະແນກການ ຕະຫລອດເຖິງເມືອງ ແລະ ບ້ານ ດ້ວຍສະພາບເງື່ອນໄຂ ແລະ ຈຸດພິເສດອັນເໝາະສົມ. ແນວໃດ ກໍຕາມການບຸກທະລຸ ຕ້ອງດຳເນີນຄວບຄູ່ກັນໄປທັງ 4 ດ້ານ ເພື່ອໃຫ້ການພັດທະນາມີຜົນສຳເລັດ, ໃນນັ້ນ ບັນຫາສຳຄັນແມ່ນການແກ້ໄຂ ຄວາມທຸກຍາກ ໃຫ້ໄດ້ຕາມຄາດໝາຍ. ອັນເປັນໜ້າທີ່ຍຸດທະສາດ ແລະ ແມ່ນພາລະກຳປະຫວັດສາດ ຂອງການພັດທະນາໃນໄລຍະໃໝ່ ຊຶ່ງຈະຕ້ອງໄດ້ດຳເນີນໄປຕາມ ກົນໄກເສດຖະກິດຕະຫລາດ ແລະ ການເຊື່ອມໂຍງກັບພາຍນອກ. ທຸກພາກສ່ວນມີໜ້າທີ່ປະກອບສ່ວນເຂົ້າ ໃນການພັດທະນາດ້ວຍຄວາມຮັບຜິດຊອບສູງ, ຕ້ອງເຊີດຊູຈິດໃຈກ້າຄິດ, ກ້າເຮັດ ແລະ ກ້າຮັບຜິດຊອບ, ທັງຮູ້ຂຸດຄົ້ນ ແລະ ເສີມຂະຫຍາຍທ່າແຮງໃນດ້ານຕ່າງໆ ເຂົ້າໃນການພັດທະນາ ແກ້ໄຂຄວາມທຸກຍາກ ຮັບປະກັນໃຫ້ການພັດທະນາໄປ ຕາມທິດຍືນຍົງ ແລະ ຕາມທິດສັງຄົມນິຍົມ. ພ້ອມນັ້ນ ຕ້ອງເຂັ້ມງວດການປະຕິບັດລະ ບຽບກົດໝາຍ, ການແກ້ໄຂບັນ ຫາຕ່າງໆໃຫ້ມີຄວາມສັກສິດ ຈຶ່ງຈະຮັບປະກັນໄດ້ຄວາມສະເໝີພາບ ແລະ ຄວາມຍຸຕິທຳໃນສັງຄົມ.

ທ່ານ ເລຂາຄະນະພັກຢ້ຳອີກວ່າ: ກອງປະຊຸມໃຫຍ່ຄັ້ງທີ 9 ຂອງພັກ ໄດ້ຢືນຢັນຢ່າງໜັກແໜ້ນ ເພື່ອສືບຕໍ່ຢຶດໝັ້ນອຸດົມການ ແລະ ຈຸດໝາຍສັງຄົມນິຍົມ ດ້ວຍຄຳຂວັນໃໝ່ທີ່ວ່າ: ປະຊາຊົນຮັ່ງມີຜາສຸກ ປະເທດຊາດມັ່ງຄັ່ງເຂັ້ມແຂງ ສັງຄົມມີຄວາມສາມັກຄີປອງດອງ ປະຊາທິປະໄຕສີວິໄລ ແລະ ຍຸຕິທຳ ຊຶ່ງແມ່ນ ອຸດົມການ ແລະ ຈຸດໝາຍແຫ່ງການສ້າງສາ ແລະ ພັດທະນາປະເທດຊາດ ໃຫ້ບັນລຸເປົ້າໝາຍສັງຄົມນິຍົມ./.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Press Releases.
European Parliament resolution on the situation in Laos and Vietnam
_________________________________________________________

B7‑0177/2009

The European Parliament,
- having regard to the EU Annual Report on Human Rights 2008,

- having regard to its resolution on the new EU-Vietnam Partnership and Cooperation and Human Rights Agreement adopted in October 2008,

- having regard to the letter sent by the chair of its Subcommittee on Human Rights to the Ambassador of Vietnam, expressing her deep concern regarding information received concerning recent events and developments at the Ba Nha Monastery and at Phuoc He Temple,

- having regard to its previous resolutions on Laos, in particular those of 14 November 2001 on the arbitrary arrests and the political situation in Laos and 1 December 2005 on the human rights situation in Cambodia, Laos and Vietnam,

- having regard to the Cooperation Agreement between the EU and the Lao PDR of 1 December 1997, based on “respect for democratic principles and fundamental human rights as set out in the Universal Declaration of Human Rights”,

- having regard to Article 122(5) of its Rules of Procedure,

Laos


G. welcoming the ratification on 29 September 2009 by the Lao People’s Democratic Republic of the International Covenant on Civil and Political Rights, which guarantees in particular the people’s right to freedom of faith, freedom of association, freedom of speech and of the press, as well as the right to demonstrate and political rights,


H. whereas almost one month after the 10th anniversary of the "26th October 1999 movement" launched by students and teachers of Vientiane, the main leaders of the movement, Thongpaseuth KEUAKOUN, Seng-Aloun PHENGPHANH, Bouavanh CHANMANIVONG and KEOCHAY, are still being held in secret detention,


I. whereas on 2 November 2009 more than 300 people, who were preparing for a peaceful demonstration in Vientiane, in order to demand « respect for human rights » and "a multiparty system", were apprehended by the "secret police" of the Lao People’s Democratic Republic, and whereas nine of them, Ms Kingkèo and Ms Somchit, Messrs. Soubinh, Souane, Sinpasong, Khamsone, Nou, Somkhit and Sourigna, are still being held in custody,


J. whereas serious doubts still remain as to the 'voluntary' nature of the 'repatriation' to Laos of thousands Lao-Hmong civilians lodged in camps in Thailand, in particular that of 158 Lao-Hmong people, including 85 children, held for more than 1,100 days at the detention centre in Nongkhai,


K. extremely concerned about the general political situation in Laos which has been ruled by a single party in power since 1975, and whose population – among the poorest on earth – lives in the total absence of any democracy or rights,

7 Calls on the Laotian authorities to respect the terms of the International Covenant on Civil and Political Rights and to harmonise without delay Laotian law with the aforementioned Covenant that Laos has recently ratified;

8 Reiterates its demand for the immediate release of the leaders of the "Student Movement of 26 October 1999" as well as of all the prisoners of conscience held in Laos, and entrusts its competent delegation with the responsibility for following up this matter;


9 Calls on the Laotian authorities to release unconditionally all those people arrested during the attempted peaceful demonstration on 2 November 2009;

10 Calls on the Laotian authorities to defer all repatriation of civilians of Lao-Hmong who fled to Thailand in fear of their safety and their lives, and who were recognised as political exiles by the UN High Commission for Refugees;


11 Reiterates its demand to the Laotian authorities to devise and implement as soon as possible all the reforms necessary in order to bring democracy to the country, to guarantee the right to peaceful expression of political opposition and to ensure that internationally-monitored multi-party elections take place soon, with a view to national reconciliation;


General

12 Calls on the Commission to closely monitor the situation of the Lao-Hmong community and the government's programmes for ethnic minorities;

13 Calls on the Council and Commission to fully involve Parliament in the work of the EU-Vietnam and EU-Laos Working Groups on Institution Building, Administrative Reform, Governance and Human Rights;

14 Calls on the Council and the Commission to make a detailed assessment of the implementation policies conducted in Laos and Vietnam since the signing of the association and cooperation agreements, mindful of Article 1 of these agreements, which reiterates that respect for democratic principles and fundamental rights is an essential element of the agreements, and to report back to Parliament;

15 Instructs its President to forward this resolution to the Council, the Commission, the Secretary-General of the United Nations and the governments and parliaments of Laos and Vietnam.


Résolution du Parlement européen sur la situation au Laos et au Vietnam
B7-0177/2009

Le Parlement européen,

- Vu l'UE Rapport annuel sur les droits de l'homme 2008,

- Vu sa résolution sur le nouvel accord UE-Vietnam partenariat et de coopération et de l'homme adoptée en accord les droits Octobre 2008,

- Vu la lettre envoyée par le président de son comité des droits de l'homme à l'ambassadeur du Vietnam, en exprimant sa profonde préoccupation concernant les informations reçues concernant des événements et des développements récents dans le monastère Ba Nha et à Phuoc Il Temple,

- Vu ses précédentes résolutions sur le Laos, en particulier celles des 14 Novembre 2001 sur les arrestations arbitraires et la situation politique au Laos et 1 Décembre 2005 sur la situation des droits humains au Cambodge, le Laos et le Vietnam,

- Vu l'accord de coopération entre l'UE et la RDP lao sur 1 Décembre 1997, basée sur le «respect des principes démocratiques et des droits fondamentaux énoncés dans la Déclaration universelle des droits de l'homme»,

- Vu l'article 122 (5) de son Règlement intérieur,


Le Laos


G. saluant la ratification le 29 Septembre 2009 par la République démocratique populaire lao du Pacte international relatif aux droits civils et politiques, qui garantit notamment le droit du peuple à la liberté de la foi, la liberté d'association, liberté d'expression et de la presse, comme ainsi que le droit de manifester et de droits politiques,

H. considérant que près d'un mois après le 10e anniversaire de la "26 Octobre 1999 MOUVEMENT" lancé par des étudiants et des enseignants de Vientiane, les principaux dirigeants du mouvement, Thongpaseuth Keuakoun, Seng-Aloun Phengphanh, Bouavanh Chanmanivong et Keochay, sont toujours détenus en détention secrète,

I. considérant que le 2 Novembre 2009, plus de 300 personnes, qui se préparaient à une manifestation pacifique à Vientiane, en vue de la demande «le respect des droits humains» et «un système multipartite", ont été appréhendés par la «police secrète» du Laos République démocratique populaire, et que neuf d'entre eux, Mme Kingkèo et Mme Somchit, MM Soubinh, Souane, Sinpasong, Khamsone, Nou, Somkhit et Sourigna, sont toujours détenus en garde à vue,

J. considérant que des doutes sérieux subsistent quant à la «volontaire» de la nature du «rapatriement» vers le Laos de milliers des civils Lao-Hmongs logés dans des camps en Thaïlande, en particulier celui de 158 Lao-Hmongs de personnes, dont 85 enfants, détenus depuis plus de 1.100 jours au centre de détention de Nong Khai,

K. extrêmement préoccupé par la situation politique générale au Laos, qui a été gouverné par un parti unique au pouvoir depuis 1975, et dont la population - parmi les plus pauvres sur terre - vit dans l'absence totale de toute démocratie ou des droits,


7 invite les autorités laotiennes à respecter les termes du Pacte international relatif aux droits civils et politiques et d'harmoniser sans délai la loi laotienne avec le Pacte susmentionné que le Laos a ratifié récemment;

8 Réitère sa demande de libération immédiate des dirigeants du «Mouvement étudiant de 26 Octobre 1999" ainsi que de tous les prisonniers d'opinion détenus au Laos, et confie sa délégation compétente avec la responsabilité de suivre cette affaire;


9 invite les autorités laotiennes à libérer sans condition toutes les personnes arrêtées lors de la tentative de manifestation pacifique le 2 Novembre 2009;

10 invite les autorités laotiennes à reporter la totalité du rapatriement de civils Lao-Hmongs qui ont fui vers la Thaïlande dans la crainte de leur sécurité et leur vie, et qui ont été reconnus comme réfugiés politiques par la Commission des Nations unies pour les réfugiés;


11 Réitère sa demande aux autorités laotiennes de concevoir et mettre en œuvre dès que possible toutes les réformes nécessaires afin d'apporter la démocratie au pays, pour garantir le droit à l'expression pacifique de l'opposition politique et de s'assurer que internationalement surveillé les élections multipartites avoir lieu prochainement, en vue de la réconciliation nationale;

Général

12 invite la Commission à surveiller de près la situation de la communauté hmong du Laos et les programmes gouvernementaux pour les minorités ethniques;

13 invite le Conseil et la Commission à associer pleinement le Parlement dans le travail de l'UE-Vietnam et UE-Laos Groupes de travail sur le renforcement institutionnel, réforme administrative, gouvernance et droits de l'homme;

14 invite le Conseil et la Commission de faire une évaluation détaillée de la mise en œuvre des politiques menées au Laos et au Vietnam depuis la signature de l'association et les accords de coopération, se souvenant de l'article 1 de ces accords, qui rappelle que le respect des principes démocratiques et des droits fondamentauxest un élément essentiel des accords, et de faire rapport au Parlement;

15 charge son Président de transmettre la présente résolution au Conseil, la Commission, le Secrétaire général des Nations Unies et les gouvernements et les parlements du Laos et du Vietnam.




PRN / 2011. LFM/ 09 - 29
Bounthanh Pousavanh
Laotians Freedom of Movement
September 23, 2011


Po. Box 2562, Tuggeranong ACT 2901 - Australia.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທິດແລ້ວ ສາວຍີງລັກ ນຍ ໄທຍມາຢ້ຽມຍາມ ສປປລ
ມອບເງີນ ໃຫ້ ນຍ ຂ້າລາວແດງ 4ລ້ານບາດ ເພື່ອຫຍັງ ??
ເປັນຫຍັງຫລັງຈາກໄດ້ຮັບເງີນໃຫ້ທານຈາກເຂົາແລ້ວ ຈື່ງມີງານສຫລອງການຟ້ອນລຳວົງກັນ?
ແລະເປັນຫຍັງ ນຍ ປໍສາມຈາກບ້ານຈື່ງບູດແທ້ບູດວ່າ ໃນຂະນະ ແຂກບ້ານມີຄວາມມ່ວນຊື່ນສຸດຫັວມົກສຸກຫັວໄຈ??
ມີຄຳຕອບແລ້ວຈາກສີ່ງນີ້ ທີ່ ວີທຍຸສຽງເສຣີຊົນລາວເມືອງປາຣີສ

http://www.siengserixonlao.com

ຟັງແລ້ວຢ່າລືມເຕັນລຳທຳເພັງກັນອິກຕໍ່ໄປເດິພວກໂຈນທັງຫລາຍ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຄົນລາວນອກ ບໍ່ມີໃຜໂງ່ ຂນາດນັ້ນດອກ ...ມີໃຜເອົາເງິນ ໂດລາໄປຄ້າເອົາເງິນກື້ບ....
ບໍ່ເຫັນມີປະເທດໃດ ໃນໂລກນີ້ ຈະມີນະໂຍບາຽ ຄືດັ່ງ ສປປລ....ເພາະມັນແມ່ນແກວ ຄິດແລະ
ເຮັດໃຫ້ເຂົາ ຫມົດ ນັບຕັ້ງແຕ່ ສັ່ງໃຫ້ ດັບສູນ ກະສັດຂອງຕົນເອງ ແລະດັບສູນ ຜູ້ມີຄວາມຮູ້
ສູງ ລວມທັງຜູ້ມີ ຫົວຄິດປັນຍາດີ ພວກແກວ ເຂົາ ຍົວະໃຫ້ຂ້າຖິ້ມ ຈົນຫມົດແລ້ວ...

ມາເຖິງ ປະຈຸບັນນີ້ ເຂົາມີແຜນ ຍຸຍົງໃຫ້ເຜົ່າລາວສູງ ຊຶ້ງມີອາຄະຕິ ຢາກ ເປັນໃຫຍ່ໃນປະເທດລາວ
ມາແຕ່ໃດແລ້ວ...ສົ່ງເສີມໃຫ້ ພວກນີ້ມີອໍານາດຫລາຍໆ ຫາກມີຄົນລາວຜູ້ໃດທີ່ຫົວແຫລມດີແດ່
ເເກວກໍ່ສັ່ງໃຫ້ ທໍາລາຍ...ສັງເກດ ດູວ່າ ດຽວນີ້ ສ່ວນມາກມີແຕ່ເຜົ່າລາວສູງ ກະດືບຂຶ້ນເປັນໃຫຽ່
ເປັນໂຕມາກມາຍ....ນະໂຍບາຍແບບນີ້ ແມ່ນລາວມົ້ງຢູ່ນອກປະເທດ ໃຫ້ທັສນະມາຫລາຍຄົນແລ້ວ.



From: Tou Sitha
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Tuesday, September 20, 2011 4:52 AM
Subject: Re: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


ບົດວິເຄາະ.


ຖ້າຄົນລາວ ນອກຜູ້ເຫັນດີໃນການປົກຄອງກັບຄືນບ້ານ 100 000 ຄົນ ຯ ລະ 500​ 000​ ໂດລາ.
ປະມານ 500 ບີນລຽນ ໂດລາ ຖືວ່າ ຫລາຍສົມຄວນ ກໍຄົງຈະຝັນຄ້າງເຊັ່ນກັນ ເພາະຈະໄດ້ສູນໂດລາ


ເປັນນະໂຍບາຍຕົວະພວກສະຫມູນ ອວດຮູ້ເທົ່ານັ້ນ. ຖ້າຫາກຍ່າງຂ້າມຂອງແລ້ວຈະກັບຄືນມາ ເອົາຄຳໄປຈ້າງ
ແນວລາວກໍບໍ່ເຊື່ອ ຍົກເວັ້ນ ແຕ່ມີເງິນຄ່ຳປະກັນ ຖ້າຢຶກຢັກ ຍຶດເງີນ.


ແຕ່ກ່ອນ ມີເຮືອນ ໃຫ້ເຂົາຍຶດ ບາດ ຫາເງິນໄດ້ແລ້ວ ໄປໃຫ້ເຂົາຍຶດອີກ ກໍຖືວ່າເປັນຄົນ ສິ້ນຄິດ.
ທ່ານຜູ້ອ່ານວ່າຈັ່ງໃດ?


ຮັກແພງ
ຕູ່

From: bounkhong Laosnetwork
To: Laos Network Room
Sent: Tuesday, 20 September 2011 9:25 PM
Subject: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


09-16-2011
ລາວອະນຸຍາດໃຫ້ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ທີ່ດິນ ໃນລາວໄດ້
ລັດຖະບານລາວອະນຸຍາດໃຫ້ຄົນຕ່າງປະເທດ ແລະ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ ແລະ ເປັນເຈົ້າຂອງທີ່ດິນເພື່ອຢູ່ອາໄສໃນລາວໄດ້ແລ້ວ ໂດຍມີເງື່ອນໄຂວ່າຈະຕ້ອງລົງທຶນ ໃນລາວຕັ້ງແຕ່ $5 ແສນໂດລາຂຶ້ນໄປ.

__________________
blacksaphire

Date:
  
 

ศาสนาพุทธสอนไห้คนทั่วไปรู้ความจริงของสังคมของมนุษย์เช่น มีเกีด, มีแก่,มีเจ็บ และ ตาย สัตว์ก็เช่นเดียวกัน ท่านไม่ได้สอนว่าในโลกนี้ มีสวรรค์,มีนรก,
มีพญานาค, ไครทำความดีก็ได้รับความดี,ไครทำความชั่วก็ได้รับกรรมตอบแทน มากหรือน้อยนั้นขื้นกับการกระำทำ หรือ เราเรียกว่า"กรรม"นั้นเอง ท่านไม่ไช่
เทวดา,พระอินทร์ แ่ต่ท่านเป็นคนธรรมดาเช่นเรานี้เอง แต่ท่านเป็นคนที่มีสมองที่ฉลาดกว่าคนธรรมดาทั่วไปเ่ท่านั้นเอง เช่นตัวอย่าง นักเรียนเก่งเ็ป็นต้น แต่ได้
มีคนบางคนฉวยโอกาศหากินในรูปของศาสนา ในรูปของสาวกของ"สิทธัทถะ"และในรูปของผู้อู้มชูคำสั่งสอนของ"สิทธัทถะ"คือ คนเฝ้า,คนสร้างวัด เพาะคน
พวกนี้เข้าใจว่าอยังมีคนจำนวนมากไม่เข้าใจเรือง"ศาสนาคือ อะไร! จึ่งฉวยโอกาศหารายได้,หากินกับความเชื่อถือของบางคนที่ไม่มีการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ
ด้านศาสนามาก่อน คนโง่จำพวกนี้มีมากในประเทศด้อยการพัฒนาของโลกเช่น คนลาว,คนเขมร,คนพม่า จึ่งถูกคนที่เข้าใจหลอกไ้ช้,หลอกต้มได้ตลอดมาเท่าทกวันนี้ คนจำพวกนี้ถูกชนชาติอื่นปกครองมายาวนานเช่นคนลาวถูกไทยสยาม,ฝรั่งเศส ปกครองเขาไม่เคยสอนด้านความฉลาดไห้เพราะกลัวว่าจะปก
ครองยาก เลยสอนด้านความงมงายเชื่อไสยศาสตร์เช่น เชื่อผี,เชื่อเทวดา,เชื่อว่ามีสวรรค์-มีนรก,มีพญานาค สอนไห้เกีดความกลัว เพราะเขาง่ายในการปก
ครอง เหุตุนี้เองคนลาวทั่วไปจึ่งเป็นคนกลัว,คนอ่อนแอ,เป็นคนไม่มีความกล้าหาญ ถ้าพบเห็นศัตรูของตนเองก็วิ่งหนีีแต่"ปบกับแล่น"เช่นวิ่งหนีลาว-แกวแดง
ในปี1975 เป็นต้น.ศัตรูหลอกอย่างไรก็เชื่อเช่นหลอกไห้เช็ญสัญญา18ข้อ,สัญญา"ปรองดองชาติั1973"และสัญญา1977"มอบแผ่นดินลาว"ไห้แกวแดงก็เช็ญ
ไห้โดยที่ไม่ยอมพิจารณาว่าถูกหรือผิด และเขาหลอกไปเข้าคุกในป่านับตั้งแต่เจ้าชีวิตลงถึงข้าราชการขั้นสูงก็วิ่งแข่งแ่ย่งกันไปตายนับเป็นจำนวนมหาศาล
นี้คือความโง่เขลา-มืดบอดทางปัญญาของคนลาว พวกที่หนีรอดตายตกมาอยู่ประเทศเสรีประชาธิปไตยได้36ปีมาแล้วพวกลาว-แกวแดงมาหลอกลวงอีกก็วิ่ง
กลับไปรับไช้เขาอีก บางคนก็ถูกอู้มไปฃ่า,ถูกวางยาเบื่อ,ถูกตั๋วะต้มจนหมดตัว กลับมาเหลือแต่ตัวล้อนจ้อนก็มีจำนวนหลวงหลาย นี้คือความโง่แท้ๆของคนลาว
จะไม่ไ้ห้คนแกว,คนไทยสยาม ขาดูหมิ่น,ดูแคลน,เหยียดหยาม ว่าคนลาวก็คือ"ควายไถนา"ดีๆนั้นเอง. เตือนท่านลาวมาด้วยความรัก




--------------------------------------------------------------------------------
Date: Sat, 24 Sep 2011 04:01:43 -0700
From: tou.sitha@yahoo.com
Subject: Re: Wat Lao Sisattanak st leu la foret
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ທ່ານ ຈົງ ທີ່ນັບຖື


ສາສນາຄ້ອຍເຂົ້າເຂດ ປີທີ່ 3000 ຫລື ວ່າລວ່ງເກີນມາໄດ້ 2554 ປີ. ດັ່ງນັ້ນ ພຣະສົງຈະເຮັດຜິດຮີດສິນຄອງທັມບ້າງ ທຳລາຍສາສນາບ້າງ ແຍກສາສນາໄປໃນທາງທີ່ບໍ່ຊອບບ້າງ ເປັນອັນທີ່ຫລີກລ້ຽງບໍ່ໄດ້.


ໃນກໍຣະນີນີ້ ພຣະສົງອົງໃດ ໄດ້ຖຶກຕ້ອງຕຳຄິງ ຍິງ ແລະ ລັບນອນນຳຜູ້ຍິງ ຕາມພຣະໄຕປີດົກກ່າວໄວ້ວ່າ ຕ້ອງຖືກສິລ ປາຣະສຶກ ຈະກັບມາຮັບສິລຕໍ່ຄືນບໍ່ໄດ້ ເພາະສິລມັນຂາດ ໂດຍປະຣະຍາຍ ຕ້ອງໄດ້ລາສິກຂາ.
ຕາມແບບບ້ານເຮົາ ຜູ້ເຖົ້າແກ່ຈະໂອ້ລົມໃຫ້ຕື່ນຕົວສິກ ຫລື ບັງຄັບສິກ ຫລື ໄລ່ສິກ.
ການທີ່ກະທຳຜິດສິລອັນທີ່ ສາສນາ ບໍ່ໃຫ້ອາໄພໄດ້ ແລ້ວ ຍັງລົບລູ່ ທຳລາຍຄວາມເຊື່ອຂອງພຸທບໍຣິສັດ ພ້ອມທັງຢູ່ຢ່າງ ສະບາຍໄດ້ນີ້ ກໍເພາະຜົນບຸນທີ່ກະທຳມາແຕ່ກ່ອນຍັງຄ້ຳຈຸນຢູ່. ແລ້ວຄວາມບໍ່ດີກໍຈະຄ່ອຍຕາມຯມາເປັນໄລຍະ ຯ.


ຖ້າຫາກຫມົດບຸນໄປ ຈະໄປຕົກນາຮົກ ຢູ່ຂຸມທີ່ 7 ໄດ້ຊື່ວ່າ ມະຫາຕາປະນະນາຮົກ. ສ່ວນບໍຣິວານທີ່ເຫັນພຣະສົງຮູບນັ້ນ ທີ່ຕ້ອງສິລປາຣະສຶກ ແລ້ວຍັງສນັບສນູນວ່າບໍ່ຜີດ ເມື່ອສິ້ນອາຍຸໄຂກໍຈະໄດ້ໄປຕົກນາຮົກ ຂຸມທີ່ 6 ມີຊື່ວ່າ ຕາປະນະນາຮົກ.


ສຳລັບທ່ານທີ່ທັກທ້ວງ ແລະ ຮຽກຮ້ອງໃຫ້ພຣະຮູບທີ່ທຳຜິດສິລປາຣະສຶກນັ້ນລາສິກຂາ ເພື່ອເຊີດຊູໃນພຣະພຸທສາສນາ
ບຸຄຄົລທັງຫລາຍດັ່ງກ່າວນັ້ນ ກໍຈະໄດ້ບຸນກຸສົລ ແລະ ຈະໄດ້ໄປສູ່ສວັນ ເມື່ອເຂົາເຈົ້າຫມົດອາຍຸໄຂຈາກໂລກນີ້ໄປ.


ກາລະມາສູຕກ່າວວ່າ:
ມາສະມາໂນ ໂນຄຣູຕິ.


ຮັກແພງ,
ຕູ່



--------------------------------------------------------------------------------
From: blue max
To:
Sent: Saturday, 24 September 2011 4:26 PM
Subject: Wat Lao Sisattanak st leu la foret


My respects to Acharn Savat


Many of Watts Lao are growing like mushrooms or personal computers. There are virus, trojans and all sorts of attacks. Money, fame, jealousy, opportunity, etc...Many of the monks do not really follow the Buddha's teaching. He, the great prince, had renounced fame and glory to become a self realized person. He is the teacher of Kings , Gods, Humans and animals, how to get out of the samsara of birth and death.


I have heard many things about Acharn Savat, and I said "I've heard people saying". He was a Lao origin from Champassak with Thai Citizenship living in Bangkok. He was a monk in the line of Dharma Yutha, a sect created by Rama IV, I think, to spread a mix of Buddhism to many regions. These monks can change their robe at will, in another word "get out of Sikhsa" any time to become a layman , with all rights such as drinking alcohol or mating with a woman. Then the next day they can come back to the monastery just by reciting a mantra and that' s it , they become a monk again.


Acharn Savat owns a building in Bangkok and was cantackted by Khampheo and Francois, a Viet French from Thabo, Thailand. They had a strong faith to serve Lao communities with a temple in St Leu la Foret. It was a big hit, many classes of Lao refugees poured in this temple. Khampheo and Francois shared the down payment for the whole temple. Legally they were owners on the paper workd.


It was a real success, Acharn Savat became Jacques Chirac, French President, cultural adviser but tragedy had hit the temple too. Fire has burnt part of the temple, and a young monk periled with it. As owners Khampheo and Francois cashed on the insurance of about $60000.


Acharn Savat has also a part of tragedy. He started to have close relationship with Lao ambassador who assigned a Mercedes Benz for service in the temple, he became red monk.


Then the trio, Thanom Francois Sri Anousok Noy, Khampheo and Francois came back taking control of the temple and chased all people from Lao embassy out.


Finally Thanom rallied with Acharn Savat and got rid of Khampheo and Francois on the courts. It's not final yet.


Voila my friends, how this story would be told in 2050 . Acharn Savat as a Dharma yutha has been seen many times with pants and hat in Paris regions. Some people said, he went to see his girl friends. But like a chicken seeing a snake's feet, a snake can also see chicken's breast. He accused Acharn Chanthi a well respected Royal Abbott of having a child with a woman named Jacqueline and some people also said that a frequent visitor to his temple Charlott had had an affair with Acharn Savat many times.


I have no proof how they mate the ladies but I want to share with you a recorded conversation between Acharn Savat and a person who baited him to his home. It was a big scandal, but was it?


Well Acharn Savat is not the only one, this happened in Choisy le roi France,Australia, Virginia, Tennessee and many others.



Those who had offended Tathagata teaching using his doctrine to rob others do not know what they are doing but like he said "when sin is not full, nothing happen but when it's nearly full, the last drop will make them know what is sin".


I wish Acharn Sawat well and hope this will shed light for those far away from the temple. As for me I carried Lord Buddha in my heart and I don't need to go to any temple. I just say
Bhuddam saranam gacchami
Dharman saranam gacchami
And that's it. Until I find a good Sangha.



Sathu sathu sathu
Na mo bhud dha ya


Sabhe Satta Avera Hotu

__________________
Touxoua Lyfoung

Date:
  
 

Cher Professeur et amis internautes,

L'Opposition n'a rien fait, ni pour diviser le peuple laotien en Lao-Nork et Lao-Nay, ni pour diviser les laotiens en laodèng de catégorie supérieure ayant tous les droits et en peuple laotien de deuxième catégorie.

C'est le Parti Révolutionnaire Populaire Lao d'inspiration marxiste-léniniste (avec régicide, camps de concentration, génocide de masse, collaboration avec l'occupant et pouvoir du bout du fusil etc...) qui était à l'origine de cette triste et amère division. Chaque Famille laotienne en souffre, depuis la journée funeste du 2 décembre 1975 !

Espérons que le Parti Révolutionnaire Populaire Lao abandonne cette folie humaine pour devenir un Parti Politique fréquentable.

Touxoua Lyfoung

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ພັກປະຊາຊົນປະຕິວັດລາວ ພວກເຈົ້ານີ້ລະ ຄືພັກພາຊາດຈິບຫາຍ ຂາຍຊັບໃນດີນສິນໃນນ້ຳ ທີ່ໂຄດອີ່ພໍ່ໂຄດອີ່ແມ່່ ປົກປ້ອງຮັກສາ

ມາໄວ້ເຖິງປະຈຸບັນ.  ພວກ ພັກປະຊາຊົນປະຕິວັດລາວ ທຳລາຍໃຫ້ກຽ້ງ ເຂົາເອີ້ນວ່າ ພັກພາຊາດຈິບຫາຍ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.amazon.fr/Frontières-du-Vietnam-Lafont/dp/2738401252

ປື້ມຫັວນີ້ລະບອກວ່າໄກ້ສອນມອບດິນແດນລາວ 175 ກລມ ມົນທົນ ໃຫ້ໂຄດແກວເຂົາແບບຫ້ນາດ້ານໆ

Résultat d'un cheminement historique qui le plus souvent superpose des réalités humaines vécues à des niveaux différents ; la frontière est un terrain de contacts et d'échanges mais aussi d'affrontements. Dans cette zone géopolitique qu'est la péninsule indochinoise, les problèmes frontaliers sont particulièrement nombreux et complexes. Ils ont récemment suscité des conflits sanglants et ils continuent d'être cause de tensions. Cet ouvrage éclaire la genèse et les aspects historiques des problèmes frontaliers du Viêtnam. Il met en lumière une double contradiction puisqu'au plan local la notion de limite d'Etats est conçue en termes originaux par chacun des pays de la partie orientale de la péninsule et que d'autre part il existe dans plusieurs cas une incompatibilité entre ces notions qui relèvent de systèmes de pensée différents, et la conception juridique moderne de frontière. Cette étude permet de comprendre la complexité du vécu et des rémanences relevant de phénomènes divers et de nature variée. Fondé sur la critique historique de manuscrits, de documents et d'archives, ainsi que sur une parfaite connaissance du terrain, cet ouvrage, oeuvre d'une équipe pluridisciplinaire de spécialistes de la péninsule indochinoise, établit pour la première fois une étude scientifique des frontières du Viêtnam.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ພວກເຈົ້າຫັນລະບໍ່ດີເວົ້າໃຫ້ແຕ່ປະເທດແມ່ຕົວເອງ, ຢູ່ຕ່າງປະເທດໃນເມືອງທີທັນສະໄໝແຕ່ແທ້ຈິງແລ້ວກະບໍ່ແມ່ນບ້ານເຈົ້າບໍ່ແມ່ນແຜ່ນດິນເກີດຂອງເຈົ້າເອງ, ພວກເຈົ້າມັນໂຄດບໍ່ດີຫວັງທຳລາຍປະເທດທີ່ເຄີຍເປັນບ່ອນເກີດຂອງໂຄດພໍ່ໂຄດແມ່ເຈົ້າເອງ, ຖ້າບໍ່ແມ່ນຍ້ອງການນຳພາຂອງ ພັກເຮົາປະເທດລາວບໍ່ສະຫງົບປານນີ້ດອກ, ພວກເຈົ້າມີແຕ່ເຫົາ, ເວົ້າໃຫ້ຜູ້ນັ້ນຜູ້ນີ້ ລະພວກເຈົ້າເອງເຮັດຫັຍງເດໃຫ້ປະເທດ ໄດ້ເຄື່ອນໄຫວກໍຄວາມວຸ້ນວາຍ, ພາຍນອກປະເທດ ຂ້ອຍສັງເກດພວກເຈົ້າຂຽນພາສາລາວກະຍັງບໍ່ຖືກປານນັ້ນມີໜ້າມາເວົ້າວ່າ ຕົວເຈົ້າເອງເປັນຄົນລາວວ່າສັນ, ພວກເຈົ້າບໍ່ວັນເຮັດສຳເລັດດອກ ເຊົາສະການກໍກວນປະເທດລາວ ພັກປະຊາຊົນປະຕິວັດລາວ ຍິ່ງນານວັນຍິ່ງແຂ່ງແກ່ນຂື້ນທຸກວັນ ແລະ ຈະກາຍເປັນຜູ້ນຳພາຮອບດ້ານເພື່ອນຕໍ່ຕ້ານການເຂົ້າລົບກວນ ຈາກພວກບໍ່ປະສົງດີ


ຈາກ:​ຜູ້ທີ່ເປັນລູກຫຼານຄົນລາວ ແລະ ຢູ່ທີ່ປະເທດລາວ ຈາກໃຈອັນແສນຮັກ ແລະ ຫ່ວງແຫນປະເທດທີ່ໃຫ້ກຳເນີດບັນທະບູລຸດ ໂຄດພໍ່ ແລະ ໂຄດແມ່ຂ້ອຍເອງ.

ຮັກປະເທດລາວ ເໜືອຄຳບັນຍາຍ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ພວກເຈົ້າຫັນແລະພວກທີ່ໄດ້ແຕ່ເຫົາປະເທດຕົວເອງ ໂຄດຊົວເລີຍ ພວກເຈົ້າຕົວຕາຍກະບໍ່ມີປະເທດໃຫ້ພວກເຈົ້າພູມໃຈດອກເພາະເປັນພຽງໝາຮັບໃຊ້ພວກ ອາເມລິກາ ກໍ່ກວນປະເທດຊາດຕົວເອງ

 

ພວກບໍ່ມີປະເທດຢູ່ ພວກຊົ່ວ



__________________
ใจ อึ๊งภากรณ์ จาก ลอนดอน อก

Date:
  
 

กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เสนออะไรเกี่ยวกับ 112?

ดูเอกสารเต็มได้ที่นี่ http://www.prachatai.com/journal/2011/09/37011

คอป. มีความเห็นว่าแม้รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะสูงสุดของปวงชน ชาวไทยไม่ให้ถูกจาบจ้วงล่วงละเมิดด้วยพฤติกรรมและการกระทำที่ไม่เหมาะสม....(แต่ควรระวังภาพพจน์ประเทศไทย ฯลฯ)



คอป. เห็นว่ารัฐบาลต้องดำเนินการทุกวิถีทาง โดยคำนึงถึงเป้าหมายสุดท้าย คือการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่ในสถานะที่ สามารถดำรงพระเกียรติยศได้อย่างสูงสุดเป็นสำคัญ โดยควรดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเคร่งครัดต่อผู้ที่จาบจ้วงล่วงละเมิดที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสักการะและหวงแหนของปวงชนชาวไทย



ประเด็นที่อัยการต้องพิจารณาคือแนวทางใดระหว่างการสั่งฟ้องคดีหรือการสั่งไม่ฟ้องคดีจะเป็นผลประโยชน์สูงสุดในการปกป้องและถวายพระเกียรติยศที่เหมาะสมแด่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ..... อันเป็นแนวทางที่ใช้กันอยู่ในประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น (เรื่องเนเธอร์แลนด์เป็นคำโกหก)

มีการเสนอว่าผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับการประกันตัว



สิ่งที่ คอป. ไม่พูดเลย

1. ว่าคดี 112 ไม่ควรดำเนินการในรูปแบบคดีลับ สื่อมวลชนควรมีสิทธิ์รายงานรายละเอียดทั้งหมด

2. ถ้าสิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาพูดหรือเขียนเป็นความจริง ต้องถือว่าไม่มีคดี ต้องยกฟ้อง ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

3. พลเมืองไทยทุกคนควรมีสิทธิ์แสดงความเห็นทางการเมืองอย่างอิสระ รวมถึงการเสนอระบบสาธารณรัฐ

4. กฏหมายหมิ่นประมาททั่วไป เพียงพอสำหรับการปกป้องกษัตริย์จากการใส่ร้ายเท็จ ดังนั้นควรยกเลิกกฏหมาย 112 อย่างที่มีการเลิกใช้กันในทุกประชาธิปไตยของยุโรปที่มีกษัตริย์



ใจ อึ๊งภากรณ์



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ບົດສົນທະນາ ກັບລາວລີງ ໃນຄ່ຳຄຶນວັນທີ່ 20ເດືອນ9ປີ11 ໃນເວທີຂອງທ່ານ ສິໄສຈັນທະວີໄຊ


ພວກລາວລີງຂັ້ນ ດຣ ຍັງຫລົງກົນໃຫ້ພວກຂ້າປໍສາມປໍສີ່ຫລອກຈົນໄດ້ ພວກຄວາຍ ເອົາຫລຽນໃຫ້ ກະຊີ້ປິ້ຍົນໄປຣັບເອົາຈົນໄດ້ ເຫັນບໍບັກ ດຣ ແມ້ວ ຈົບຈາກ Sorbonneຍັງຖືກ ບັກ ນາຍພົນປາກໂປຈາກຊຳເຫນຶອ ຈົບປໍ6ຈາກຖ້ຳຊຳ ອະດິດຫັວຫ້ນວແນວລາວສ້າງມັນມອບຫລຽນໃຫ້ລາວລີງ194ຄົນ ໂຂກດິບໍ່ມີໃຜໄປເອົາ ມີແຕ່ບັກບ້າແມ້ວຄົນດຽວນີ້ລະ ຈົກຖົກເອົາເງີນຕົນເອງໄປເອົາຫລຽນ

Doctorfreedom Hello ຂໍໂທດເດີທ່ານບໍ່ເຂົ້າໃຈວ່າທ່ານເວົ້າຫຍັງ ?

Champalao Laolao ເວົ້າວ່າ ພວກລາວລີງຂັ້ນ ດຣ ຈົບ ຈາກ Sorbonne ສະຖາບັນຊັ້ນຍອດຂອງ ຝັຣ່ງເສດ ຍັງຖືກຄົນໄຮ້ການສຶກສາຄືບັກນາຍພົນສິສຫວາດແກ້ວບຸນພັນ ໃນນາມຫັວຫ້ນາgang ໂຈນລາວແດງ ແນວລາວສ້າງຊາດ ເອົາຫລຽນມາຫລອກ ກະຈົກຖົງຊີ້ປິ້ໄປເອົາຄົນດຽວແທ້ໆ ໃນຈຳນວນພວກໄດ້ປອກຄໍຫມາ194 ຜູ້ຂ້າຫມາຍເຖີງ ດຣ ແມ້ວ ທີ່ ອມຣກ ຮູ້ຈັກຕວ່າຫມາຍເຖີງໃຜ ຖ້າຍັງບໍ່ແຈ້ງຂາວຂຽນມາຖາມໃຫ່ມຂິບອກຊື່ ຫລື ທ່ານ ດຣ ບໍ່ຮູ້ວ່າແມ່ນໃຜ ??

Doctorfreedom Hello ຍັງບໍ່ຮູ້ອີກຢູ່ເພາະຂ້ານ້ອຍເກິດລຸນປະຫວັດສາດກະໄດ້ຮຽນຢູ່ແຕ່ບໍ່ໄດ້ຂຽນທຸກ ຢ່າງ

Champalao Laolao OKຊິເວົ້າແຈ້ງໆ ປີ 2010 ນາຍພົນສິສຫວາດແກ້ວບຸນພັນ ຫັວຫ້ນາອົງການແນວລາວສ້າງຊາດ ເອົາຫລຽນມາຫລອກ ໃຫ້ລາວລີງ194 ຄົນ

Doctorfreedom Hello ລາວລິງຫັ້ນແມ່ນໄຜບະຂ້ອຍບໍຮູ້ ??

Champalao Laolao ບໍ່ມີໃຜຍອມເມືອເອົາຫລຽນນີ້ ທີ່ ວຽງຈັນ ດ້ວຍຕົນເອງ ມີແຕ່ ດຣ ຍັງດາວຄົນດຽວ ຊີ້ປິ້ຍົນໄປເອົາຄົນດຽວ ດຣຍັງດາວໄດ້ ດຣ ຈາກ ມະຫາວີທຍາລັຍຂັ້ນຍອດຂອງຝຣັ່ງເສດ ທີ່ ປາຣີສ ໃນ ປິ 1973 ສ່ວນພົນໂທສີສຫວາດ ຮຽນໄດ້ຫ້ອງປໍຫົກ ທີ່ຖ້ຳເມືອງວຽງໄຊ ແຕ່ສາມາດຕັວະຄົນມິຄວາມຮູ້ຊັ້ນປຣີນຍາເອກເມືອງນອກຈົນໄດ້

ລາວລີງແມ່ນຄົນລາວທີ່ໂຈນລາວແດງເອົາອາກາຈີ້ຄໍຫອຍໃຫ້ ລອຍຂ້າມຂອງ ໃນ ປິ 1975 ມາຢູ່ ປະເທດທີ່ຮັ່ງມີສີວີໄລ ເສດຖື ແຕ່ກັບ ໄປ ສູນປົ້ນປິ້ງລາວ(ສປປລ) ປະເທດ ອານາຖາ ທຸກຍາກ ຂໍທານ ລ້າຫລັງ ແລ້ວ ໂຈນບອກວ່າພັທນາ ຈະເຣີນຫລາຍກະຍອມຈຳນົນ ບອກ ວຽງ ວຽງຈັນງາມຫລາຍ

ມັນຊີງາມຫູ່ງເຮຶອງຫຍັງ ໄປ ເຫັນພວກລາວຝ່າຍວຽງຈັນເຂົາສ້າງໄວ້ ທັງນັ້ນ ເຊັ່ນ ຫໍຄຳ ຖນົນລ້ານຊ້າງ ອະນຸສາວະຣິ ທາດຫລວງ ວັດສີສະເກດ ວັດພະແກ້ວ ໂຈນລາວແດງສ້າງແຕ່ກາຊີໂນ ເຂື່ອນ ກັບໂຮງແມ່ຈ້າງ

Doctorfreedom Hello ການທີ່ຈະຂ້າເສືອໄດ້ເຮົາຕ້ອງເຂົ້າຖໍ້າມັນບໍ່ແມ່ນບໍ ທ່ານກໍຄົງຈະຮູ້ບາງກຸ່ມຄົນກໍຢູ່ໃນບັນຊີດຳຫ້າມເຂົ້າປະເທດ ການເຮັດແນວນັ້ນອາດເປັນແນວທາງຫນື່ງທີ່ຊ່ວຍໃຫ້ພັກລັດຫັນມາເອົາໃຈໃສ່ປັນຫາຄົນລາວໃຫ້ຫຼາຍຂື່ນ

Champalao Laolao

ລີງແມ່ນສັດເດັຍຣະສານປະເພດນື່ງ ທີ່ ເຈົ້າຂອງນຳເອົາມາສແດງໃນໂຮງລະຄອນສັດ ພວກລາວນອກ ປະເທດ ຈາກ ປະເທດຈະເຣີນແລ້ວ ຍັງຖືກ ພວກຫມາພານໂຈນ ຄມນ ລາວແດງ ພວກຂ້າ ປໍສາມ ປໍສີ່ ໄຮ້ຂີ້ຄວາມຣູ້ ມອບປອກຄໍ(ຫລຽນ)ໃຫ້ກະດິໄຈ ທາດແທ້ແລ້ວ ແມ່ນຫລຽນນປີດປາກ ແປວ່າໄດ້ຫລຽນໂຈນແນວລ...າວ ມັນເຊີດຫິ້ລນຄື ຕັວລີງນີ້ລະ ຄິດວ່າອະທີບາຍແຈ້ງແລ້ວ ຖ້າຍັງບໍ່ເຂົ້າໄຈຖາມມາໄຫ່ຍ ຊີ ບອກຕັ້ງແຕ່ໂຕສັດເດັຍຣະສານຕັວສຳຄັນ ຄື ບັກຄຳຕາຍ 400ດອນ ຂໍໂທດ 860ລ້ານດອນ ບັກມືມີເລຶອດ ບັກນິ້ລະຂ້າລາວຝ່າຍຂວາ2ແສນຄົນ ຕ ອ ນ ນັ້ນມັນເປັນ ຣມຕກະຊວງປ້ອງກັນ ປທ ໃນສມັຍ1975ຫາ 1985

Doctorfreedom Hello ລິງແມ່ນຕົ້ນກຳເນິດຂອງມະນຸດບໍ່ແມ່ນບໍ ??

Champalao Laolao ໂອຍແມ່ນແລ້ວ ສາທຸ ສົມນ້ຳຫ້ນາ ພວກລາວລີງຫອບເງີນ ດລ ກັບ ບ້ານ ມັນຂ້າຖິ້ມຫົມດ ຜູ້ຂ້າບອກແລ້ວ ໃຫ້ ມັນຂ້າຖິ້ມທັງໂຄດມັນພວກສັດລາວນອກ ຫລົງກົນນີ້ ເຫັນບໍຍາ ທີ່ ອມຣກ ປາຣີສ ໄປ ສປປລ ກັບມາ ໄສ້ຕັບຫມາກຫັວໄຈເປື່ອຍຫົມດເລີຍ ສົມນ້ຳຫ້ນາ ສົມນ້ຳຫ້ນາ ມັນຊັ່ວ ຫລົງກົນໂຈນ ໂຈນເນຣະຄູນ ລາວນອກຝາກເງີນໃຫ້ມັນແດກຫ່າແລ້ວ38ພັນ ລ້ານດລ ມັນຍັງຂ້າຈົນໄດ້

Champalao Laolao ແຕ່ເມື່ອລີງກາຍມາເປັນມະນຸດທີ່ສຫລາດ ກັບກາຍເປັນລີງຄືນໃຫ້ໂຈນລາວແດງ ນຳໄປຫລອກຫີ້ລນໃນໂຮງລະຄອນສັດຈົນໄດ້ ສົມໄຈນໍ ຍາ ໃຫ້ມັນຕາຍ ຫລືມັນຢາກເປັນລູກເຂີຍໂຈນພວກເຖົ້າຫັວງູ

Doctorfreedom Hello ພັງທ່ານເວົ້າມາຄືບໍ່ມິແນວໄດດີເລິຍນໍໃນສາຍຕາທ່ານ ຈຳປາລາວ ຂ້ອຍຮູ້ສືກວ່າເຈົ້າຄົງຈະເສຍໃຈຫຼາຍຖ້າເວົ້າອາດິດມາ ແຕ່ຂ້ອຍບໍ່ຮຸ້ກະເລິຍຖາມໄປ ຂໍໂທດຫຼາຍມື່ຫນ້າຂ້ອຍບໍ່ຖາມດອກຈະຖາມແນດອື່ນເອົາ ຄັນຢາກຮູ້ກ່ຽວກັບບ້ານເຮົາໃນປະຈຸບັນເຈົ້າຖາມຂ້ອຍກໍໄດ້ບ່າງຢ່າງເຈົ້າອາດຈະຮູ້ ຫຼືຮູ້ ກໍອາດຈະມີການແຕກຕ່າງກັນ ຮັກແພງ

Champalao Laolao ຂ້ອຍບອກເຈົ້າກະໄດ້ ສປປລ ເປັນທີ່ໂຈກ ໃນ10ປທ ອາຊຽນທຸກຍາກທີ່ສຸດ ແລະ ອານາຖາທີ່ສຸດໃນໂລກ ປທດຽວລູກກຳພ້າ ທີ່ ພັກຫມາໆ ບໍ່ມີຄວາມສາມາດເອົາເງີນເດືອນໃຫ້ຂ້າຣາຊພັກກິນໄດ້ ຍັງຕິດຫນີ້ເປັນປິໆ ເພາະ ງົປມານຂາດ ໂຈນປົ້ນກິນຫົມດ ກ່ອນ ປິ 1975 ຝ່າຍຂວາຍາມສົງຄາມ ບໍ່ເປັນເຊັ່ນນີ້ ຄົນລາວຄົນນື່ງກະບໍ່ຍອມລອຍຂ້າມຂອງ ຍາມນີ້ ຍາມສະງົບ ພັທນາຫລາຍທີ່ສຸດ ເສຖກິດ ໂຕ(ໂຄດແມ່ມັນຫຍັງ)ທີ່ສອງຂອງໂລກ ຝູຍ ແຕ່ລູກສາວບັກຈູມມາລີ ຫລານບັກທອງສີງ ແມ່ບັກໄຊສົມພອຍໄປຂາຍຫອຍ ທີຫນອງຄາຍ ກທມ ສົງຂາ ເຕຣີດເຕິດໂຕໄປຮອດ ທີ່ ມາແລຊິ ແລ້ວຍັງມີຄວາມອອກມາປົກປ້ອງສີ່ງນີ້ໃຫ້ອິກ ແບບບ້າໆ ເລີຍ ເພາະ ມັນແຈກແຍກບໍ່ໄດ້ ເຂື່ອນ14ເຂື່ອນ ກາຊີໂນ ປ່າໄມ້ຫົມດແລ້ວ ບໍ່ຄຳຂຸດຄົ້ນຫົມດແລ້ວ ລາຍໄດ້ ໄປຢູ່ໄສ ປອກລອກອອກມາຖຽງ ສະນັບສະນູນນພວກໂຈນ5000ຂາຍຊາດຂາຍແຜ່ນດິນ ມັນສ້າງເສຖກິດພິເສດ ມອບຜືນແຜ່ນໂຄດແມ່ມັນຄົນດຽວບໍໃຫ້ເຈັກ ຂາຍຄວາມເປັນເອກກະຣາດຫົມດ ປທ ເລີຍ ແລ້ວ ມັນພາກັບແລ່ນອອກປ່າ ປິ 1940ຫາໂຄດແມ່ມັນຫຍັງລະ ປິ 1954 ຝັຣ່ງມອບໃຫ້ແລ້ວ ແຕ່ບັກຂ້າຈູມກັບເອົາສີ່ງນີ້

ໄປແລກກັບເງີນກ້ອງໂຕ ລາວລີງທັງຫລາຍອອກມາປົກປ້ອງໂຄດໂຈນສຸ

Champalao Laolao ໄຊສົມພອນ(ຮອງປທສະພາ)ສັນຍາລັກ(ນາຍພົນຕຣີອາຍຸບໍ່ຮອດ40ປິ) ສັນຕີພາບ(ອະທີບດິກົມພາສີ)ລູກຊາຍສະຫາຍແກວໄກສອນ ນາງວຽງທອງ860ລ້ານດອນ ຣມຕ ຄັງ ທ້າວສອນໄຊ860ລ້ານດອນເຈົ້າແຂວງປາກເຊ ລູກທ້າວຄຳຕາຍ860ລ້ານດອນບັກຄາຕກອນໂລກ ວີຍະເກດ ພົນເສນາ ບຸຜາ ເຕັມ ໃນວົງການ ຣັຖບານ ແປວ່າNEPOTISMເຕັມອັດຕຣາ10000000%ເລິຍ ກ່ອນປິ 1975 ມີບໍ ລູກສະເດັດ ຣາຊໂອຣົດຂອງພຣະເຈົ້າແຜ່ນດີນ ພວກນີ້ມັນເຮັດໄດ້ສເມີ ເພາະມີຄວາຍ ມີສັດເດັຍຣະສານ ລາວລີງມາປົກປ້ອງຄວາມເປັນໂຈນ ແບບຫມານ້ອຍຜູ້ໄຫ່ຍລີ ທັງໆ ມັນບໍ່ໄດ້ຫຍ້ຳຫຍັງຈັກດີ້ນຳເຂົາ ກັບ ໄປວຽງ ຮູຂີ້ເຂົາກະບໍ່ໄດ້ດົມ ຝູຍ

Champalao Laolao ເວົ້າເລື້ອງການພັທນາເຕັມຮູບແບບຂອງໂຈນອິກເດິ ກູຊີເຫົ່ລາ36ປິ ໃຫ້ຟັງອິກ ແລ້ວມືງອາດຈະຕົກໄຈ ວ່າເປັນຫຍັງ ນັກລົງທືນບໍ່ໄປລົງໃນອານາຈັກໂຈນມືງ ເວົ້າແບບປັນຍາຊົນ ເອົາຂໍ້ມູນແບບ ທະນາຄານໂລກ ທະນາຄານພັທນາເອເຊັຍ ເຂົາເອົາຕັວເລກມາຈີກຫ້ນາພວກສຸ ເປັນຫຍັງ ສປປລ ມີຫນີ້ 6000 ລ້ານ ດລ ປິ 1991 ໄກສອນຖືກເຂົາຕົ້ມ 760ລ້ານ ດລ ແລະ ຕໍ່ມາບັກເຈັກລີ້ມທອງກຸນ (ສົນທີ)ຕົ້ມໄປອິກ 300ລ້ານ ດລ ເພັຊ ຣາຊວົງລາວ3ກິໂລໃຜຕົ້ມ ຢາກຮູ້ບໍ?? ຢ່າຫນີເດິ ເຂົ້າມາຢາກຮູ້ຊີຂຽນໃຫ້ຟັງຄວາມຊັ່ວຂອງໂຈນປໍສາມພວກຂ້າຫມາຊາດຊັ່ວ

ຜດກ ຂື້ນແລ້ວ ບໍ່ຍອມລົງ ເອົາ ປທ ນີ້ໄປບໍ່ຫລອດ ຍັງຖີ້ມພາຣະໃຫ້ລາວນອກຮັບຜິດຊອບ ຫອບ ດລ ໄປ ຊ່ວຍ ງາມຫ້ນາຫລາຍນໍ ກ່ອນ 75 ເປັນຢ່າງນີ້ບໍຝ່າຍຂວະເຂົາ ມີລາວນອກຊ່ວຍບໍປາງນັ້ນ??
ຂ້ອຍບອກເຈົ້າກະໄດ້ ສປປລ ເປັນທີ່ໂຈກ ໃນ10ປທ ອາຊຽນທຸກຍາກທີ່ສຸດ ແລະ ອານາຖາທີ່ສຸດໃນໂລກ ປທດຽວລູກກຳພ້າ ທີ່ ພັກຫມາໆ ບໍ່ມີຄວາມສາມາດເອົາເງີນເດືອນໃຫ້ຂ້າຣາຊພັກໄດ້ ຍັງຕິດຫນີ້ເປັນປິໆ ເພາະ ງົປມານຂາດ ໂຈນປົ້ນກິນຫົມດ ກ່ອນ ປິ 1975 ຝ່າຍຂວາຍາມວົງຄາມ ບໍ່ເປັນເຊັ່ນ...ນີ້ ຄົນລາວຄົນນື່ງກະບໍ່ຍອມລຶຍຂ້າມຂອງ ຍາມນີ້ ຍາມສະງົບ ພັທນາຫລາຍທີ່ສຸດ ເສຖກິດ ທີ່ສອງຂອງໂລກ ຝູຍ ແຕ່ລູກສາວບັກຈູມມາລີ ຫລານບັກທອງສີງ ແມ່ບັກໄຊສົມພອຍໄປຂາຍຫອຍ ທີຫນອງຄາຍ ກທມ ສົງຂສ ທີ່ ມາແລຊິ ແລ້ວຍັງມີຄວາມອອກມາປົກປ້ອງສີ່ງນີ້ໃຫ້ອິກ ແບບບ້າໆ ເລີຍ ເພາະ ມັນແຈກແຍກບໍ່ໄດ້ ເຂື່ອນ14ເຂື່ອນ ກາຊີໂນ ປ່າໄມ້ຫົທດແລ້ວ ບໍ່ຄຳຂຸດຄົ້ນຫົມດແລ້ວ ລາຍໄດ້ ໄປຢູ່ໄສ ປອກລອກອອກມາຖຽງ ສະນັບສະນູນນພວກໂຈນ5000ຂາຍຊາດຂາຍແຜ່ນດິນ ມັນສ້າງເສຖກິດພິເສດ ມອບຜືນແຜ່ນໂຄດແມ່ມັນຄົນດຽວບໍໃຫ້ເຈັກ ຂາຍຄວາມເປັນເອກກະຣາດຫົມດ ປທ ເລີຍ ແລ້ວ ມັນພາກັບແລ່ນອອກປ່າ ປິ 1940ຫາໂຄດແມ່ມັນຫຍັງລະ ປິ 1954 ຝັຣ່ງມອບໃຫ້ແລ້ວ ແຕ່ບັກຂ້າຈູມກັບເອົາສີ່ງນີ້ ໄປແລກກັບເງີນກ້ອງໂຕ ລາວລີງທັງຫລາຍອອກມາປົກປ້ອງໂຄດໂຈນສຸ

Sysay Chanthavixay ຢາກຂ້າເສຶອບໍ່ເຂົ້າຖໍ້າເສືອ ກໍຂ້າເສືອໄດ້ , ໄຊ້ເຕັກນິກບູຮານ ໄຟອູດເອົາ, ໄຊ້ເທັກນິກທັນສມັຍຍິ່ງໄວທ່ານເອີຍ, ຈະໄປເຂົ້າຖໍ້າເສືອ ປອມເປັນເສຶອ ເມຶອເສຶອບໍ່ຖຶກກິ່ນເສືອ ເສືອກໍຈະກັດຄໍ, ຖ້າໄດ້ຂື້ນຫລັງເສືອ ແຫ່ງຂ້າເສືອງ່າຍ ທ່ານເອິຍ

Champalao Laolao
ໄຊສົມພອນ(ຮອງປທສະພາ)ສັນຍາລັກ(ນາຍພົນຕຣີອາຍຸບໍ່ຮອດ40ປິ) ສັນຕີພາບ(ອະທີບດິກົມພາສີ)ລູກຊາຍສະຫາຍປກວໄກສອນ ນາງວຽງທອງ860ລ້ານດອນ ຣມຕ ຄັງ ທ້າວສອນໄຊ860ລ້ານດອນເຈາແຂວງປາກເຊ ລູກທ້າວຄຳຕາຍ860ລ້າວງບັກຄາຕກອນໂລກ ວີຍະເກດ ພົນເສນາ ບຸຜາ ເຕັມ ໃນວົງການ ຣັຖບານ ແປວ່...າNEPOTISMເຕັມອັດຕຣາ10000000%ເລິຍ ກ່ອນປິ 1975 ມີບໍ ລູກສະເດັດ ຣາຊໂອຣົດຂອງພຣະເຈົ້າແຜ່ນດີນ ພວກນີ້ມັນເຮັດໄດ້ສເມີ ເພາະມີຄວາຍ ມີສັດເດັຍຣະສານມາປົກປ້ອງຄວາມເປັນໂຈນ ແບບຫມານ້ອຍຜູ້ໄຫ່ຍລີ ທັງໆ ມັນບໍ່ໄດ້ຫຍ້ຳຫຍັງຈັກດີ້ນຳເຂົາ ກັບ ໄປວຽງ ຮູຂີ້ເຂົາກະບໍ່ໄດ້ດົມ ຝູຍ
Sysay Chanthavixay ທີ່ຈຳປາລາວສເນີແມ່ນຄວາມຈິງ, ສອນໄຊ ລູກຄຳໄຕ ຕອນຢູ່ສູນເດັກລູກປະຕິວັດທີ່ປະເທດຈີນ ຫມໍນີ້ ເປັນຄົນຂີ້ລັກ ບໍ່ລັກຂອງ ລ້າ ລັກຮອດປືນທະຫານຍາມສູນ
ao Laolao
ເວົ້າເລື້ອງການພັທນາເຕັມຮູບແບບຂອງໂຈນອິກເດິ ກູຊີເຫົ່ລາ36ປິ ໃຫ້ຟັງອິກ ແລ້ວມືງອາດຈະຕົກໄຈ ວ່າເປັນຫຍັງ ນັກລົງທືນບໍ່ໄປລົງໃນອານາຈັກໂຈນມືງ ເວົ້າແບບປັນຍາຊົນ ເອົາຂໍ້ມູນແບບ ທະນາຄານໂລກ ທະນາຄານພັທນາເອເຊັຍ ເຂົາເອົາຕັວເລກມາຈີກຫ້ນາພວກສຸ ເປັນຫຍັງ ສປປລ ມີຫນີ້... 6000 ລ້ານ ດລ ປິ 1991 ໄກສອນຖືກເຂົາຕົ້ມ 760ລ້ານ ດລ ແລະ ຕໍ່ມາບັກເຈັກລີ້ມທອງກຸນ (ສົນທີ)ຕົ້ມໄປອິກ 300ລ້ານ ດລ ເພັຊ ຣາຊວົງລາວ3ກິໂລໃຜຕົ້ມ ຢາກຮູ້ບໍ?? ຢ່າຫນີເດິ ເຂົ້າມາຢາກຮູ້ຊີຂຽນໃຫ້ຟັງຄວາມຊັ່ວຂອງໂຈນປໍສາມພວກຂ້າຫມາຊາດຊັ່ວ ຜດກ ຂື້ນແລ້ວ ບໍ່ຍອມລົງ ເອົາ ປທນີ້ໄປບໍ່ຫລອດ ຍັງຖີ້ມພາຣະໃຫ້ລາວນອກຮັບຜິດຊອບ ຫອບ ດລ ໄປ ຊ່ວຍ ງາມຫ້ນາຫລາຍນໍ ກ່ອນ 75 ເປັນຢ່າງນີ້ຝ່າຍຂວະ ມີລາວນອກຊ່ວບໍ??
Champalao Laolao
ຂອບໄຈນຳເຈົ້າພາຍຫລາຍໆທີ່ສົນໄຈ ຫລັງຈາກກີນນ້ຳແລ້ວກະກັບເຂົ້າມາຮັບໃຊ້ທ່ານອິກ ແຕ່ຂູ່ແຂ່ງປົບຮ້ານແລ້ວ ບໍ່ເປັນຍັງ ເທີງເວທີ ຄົນດຽວກະຊີປ້ຳພວກໂຈນຂ້າອັຕປືນີ້ ເຫລຶອໄຈຫລາຍ ມັນຂ້າພີ່ນ້ອງເຮົາປາງນັ້ນ ກ່ວາ2ແສນຄົນຈົນແມ່ນ້ຳເປັນສາຍເລຶອດເລີຍ ຂ້າແລ້ວຍັງລອຍນວນບໍ່...ຮັບຜິດຊອບອີກ ບັກແກວເມືອງໂຂງບັກຫ້ນາແຫ້ລສົບເວີຄຳຕາຍກະນອນກອດຕ່ອນເງີນ860ລ້ານດອນ ທີ່ ບ້ານແມ່ມັນເມືອງໂຂງກັບເມັຍນ້ອຍ ໃຜ ໄປ ເມືອງໂຂງເຫັນຫ້ນາມັນ ທັ່ງມັນລົງຫລີຜິແດ່ເດິ ບັກໂຈນໄຫ່ຍ ປີ 1945 ກະຂີ້ລັກ ເງີນຝັຣ່ງທີ່ໄປສນີເມືອງປາກເຊ 2ແສນກິບ ຝັຣ່ງໄລ່ຈັບກະແລ່ນໄປນຳແນວລາວ ຝ່ານສາຣະວັນ ກະໄປປະລູກເຫັ່ຍທີ່ນັ້ນ ຈົນໄດ້ກາຍມາເປັນ ນຍຄົນ ທີ່ 5 ທູບໂຕໄສ່ແກວ ແກວກະເຕະອອກຈາກຫ້ນາທີ່ຊ້ຳ ບໍ່ຄົບກຳຫນົດຍັງອິກ10ເດືອນ ຫັນມາເວົ້າເລຶ້ອງເສຖກິດ ບ້ານເຣົາ ຍາ ບໍ່ມີພຶ້ນຖານທາງດ້ານເສຖກິດ ຄຶ ຖນົນຊູເປິໄຮເວ20ແລນຄືບ້ານຍາ ບໍ່ມີ ຖນົນທີ່13 ມີແຕ່ສອງແລນສ້າງແຕ່ພະເຈົ້າສາມຫຳ ລົດແລ່ນບໍ່ໄດ້ສະຫລວກເພາະບໍ່ໄດ້ມາຕຖານໂລກ ແລ່ນຜ່ານກັນຕ້ອງໄດ້ຢຸດ

Champalao Laolao ແລ່ນບໍ່ໄດ້365ວັນ ຜ່ານຂັວຕ້ອງຈອດ ແປວ່າ ນັກລົງທືນເຫັນແລ້ວ ບອກວ່າ ເອົາກຽນຈາກອັຕປິບ້ານບັກຂ້າສະມາແລ່ນ
vor 39 Minuten · Gefällt mirGefällt mir nicht mehr
#
Champalao Laolao ນ້ຳປະປາບໍ່ສະດວກ ໄຟຟ້າແລ່ນບໍ່ໄດ້24ຊັ່ວໂມງ ທັງໆ ທີ່ ໂຄດໂຈນມັນສ້າງ14ເຂື່ອນ ຍັງຊີສ້າງອິກເປັນຊາວ(ເງີນກ້ອງໂຕເຕັມຖົງບັກຈູມມາລີເລີຍ)ເຂື່ອນ ສ້າງຫາແມ່ມັນຫຍັງ ຂາຍໄຟຟ້າໃຫ້ໄທ ເງີນເອົາໄປແດກຫ່າຫົມດເລີຍ ງົປມານປິນີ້ ຂາດ 500ລ້ານ ດລ ລາວນອກ ຕ້ອງໄປຖົມ ນອກເລື້ອງອິກແລ້ວ ຍາ ຂໍໂທດ

Champalao Laolao ແຮງງານລາວ ຕ່ຳສຸດໃນໂລກ ມີແຕ່3ແສນ ຫລື 20 ດລ ແຕ່ນັກລົງທືນຍ່າງກາຍໄປແກວ ໄທ ຂເມນຈີນ ເພາະກົດຫມາຍລາວວ່າດ້ວຍການປົກປ້ອງທືນເຂົາບໍ່ມີ ແລະ ຄຳຕັດສີນຂອງສານໂຈນ ຫລືສານເຕັ້ຍບ້ານເຮົາເປັນທີ່ບໍ່ຍອມຮັບໄດ້ຈາກ ພວກໂຈນ ນີ້ລະເຮັດໃຫ້ເຂົາຢ້າທືນເຂົາເສັຍ ເມື່ອບໍ່ມີທືນເຂົາ ປທ ເຣົາ ແຮງງານລາວລ້ນຕລາດກະລອຍຂ້າມຂອງ ໄປຂາຍຫີ ຈົນລາວນອກຫັວຂີ້ແຕກຂີແຕນວ່າ ບັກຂ້າຈູມເອີຍມືງຫົມດແນວຄິດແລ້ວນໍ ມືງກາຍເປັນ ພໍ່ເລົ້າ ຫລື ແມງດາພັກ ສົ່ງລູກສາວອອກຂາຍຕາມຊ່ອງຕ່າງ ໃນ ປທທທ ແລະ ມາເລຊີ ງາມຫ້ນາຫລາຍ ສປປລ ມືງນະຮັ່ງມີທີ່ສຸດໃນໂລກ ດ້ວຍສັພຍາກອນ ແຕ່ເສືອກ ໃຫ້ ນັກລົງທືນຕ່າງຊາດ ມາຫູບເອົາກຳໄລໄປຫົມດເລີຍ

Champalao Laolao ກ່ອນປິ75 ປາງສົງຄາມ ຄົນລາວໃນປທທ ລອຍຂ້າມຂອງມາ ວຽງປາກເຊສວັນ ຫລວງພະບາງເຕັມຫົມດເລີຍ ມາຂາຍຕັວ ມາຊອກເຮັດວຽກ ເພາະ ເສດຖິເວລານັ້ນມາຊົ້ນຢູ່ລາວ ດຽວນີ້ແກວມາມີແຕ່ພວກຂີ້ທຸກຂີ້ຍາກ ລາວເຫັນຊັງນເຳຫ້ນາເລີຍພາກັນຫອບຂ້າມຂອງ ໂລກປິ້ນເພີ່ນວ່າ ຍຸກຝ່າຍຂວາຄອງ້ເມືອງ ສົງຄາມທຸກຮູບແບບ ແຕ່ພວກເຮົາຈ່າຍເວີນເດິອນໃຫ້ຂ້າຣາຊຄູຫໍນັກຮຽນນັກສືກສາ ກ່ອນວັນທີ່ 30 ທຸກື້ເດຶອນ ພວກໂຈນ ມືງເກັ່ງຫລາຍ ປີນື່ງຈ່າຍເງີນເດືອນເຂົາເທື່ອນື່ງ ຢູ່ຕ່າງປທ ເຂົາເອົາພວກມືງໄປຕັດຄໍແລ້ວ

Champalao Laolao ສິ່ງທີ່ເຮົາເວົ້າມານີ້ ຂໍນົບຂາບໃຫ້ລາວລີງຊາບວ່າແມ່ນເຫດການຫລັງພວກໂຈນໂຄດພໍ່ໂຄດແມ່ຄອງເມືອງເດີ ບໍ່ແມ່ນກູເວົ້າແຕ່ເລື້ອງເກົ່າ ເລື່ອງໄຫ່ມໆ ໃນຍຸກໂຄດໂຈນມືງຄອງເມືອງທັງນັ້ນ


Champalao Laolao ‎36 ປິ ວຽງຈັນ ມີຫຍັງມາອວດໂລກລາວລີງຈີ່ງຢາກເມືອແທ້ ສປປລ ເມື່ອກະເຫັນແຕ່ພວກຝ່າຍຂວາເຂົາສ້າງໄວ້ ຖ້າຢາກເຫັນຄວາມຈີງໃຫ້ ຍ່າງອອກນອກວຽງ10ກິໂລ ພີ່ນ້ອງກູຍັງຕັກນ້ຳ ຫ້ວຍບືງຫນອງ ກິນ ໃຊ້ຝືນຄັວກິນ ບໍ່ມີນ້ຳປະປາບໍ່ມີໄຟ້າຢາກຂີ້ກະແລ່ນເຂົ້າປ່ າ ຄື ກ່ອນ ປີ 1975 ນີ້ແມ່ນລາວຕາມຊົນນະບົດເຖີງ90ເປິເຊັນເດິ ລາວລີງທັງຫລາຍ ແລ້ວຄວາມຈະເຣີນມັນຢູ່ໄສ? ຕອບແດ່ລີງທັງຫລາຍ ສີ່ງນີ້ ເມືອລາວອົພຍົບອອກມາຕ່າງ ປທ ປີ 75 ເຂົາ ບໍ່ເຫັນແລ້ວ ມີວິດຊືມ ໃຊ້ໄຟຟ້າຄັວກີນ ມີນ້ຳປະປາ ມີຕູ້ເຢັນ ຢູ່ ອມຣກ ຄົນປ່ຽນລົດຂີ່50ຄັນແລ້ວ ເຫັນບໍ? ຄວາມໂງ່ຂອງລາວລີງທີ່ຍ້ອງພວກໂຈນ ອມຣກ ໄປປົດປ່ອຍອອກຈາກ ຄວາມທຸກຍາກ ໃນປີ75 ໃຫ້ມາຮັບຄວາມສີວີໄລ ແລ້ວຍັງເສືອກໄປຍ້ອງຍໍ ປທ ທຸກຍາກທີ່ສຸກໃນໂລກຈົນໄດ້ ຄົນອານາຖາແບບຫ້ນາດ້ານຫ້ນາສັງກະສິ Beggar de Luxe ຄມນ ພວກໂຈນລາວແດງ ເຫັນແລ້ວເປັນຕາຫ້ນາສັງເວດ ປານນັ້ນອ່ານ ສື່ພັກ ເກັ່ງຊຽນສຫລາດຊ່ອງໄສ ຊ່ອງໄສຫິເມັຍມືງຫັນບໍ? ກູຫົມດຄວຽມອົດທົນແລ້ວ ກັບລາວລີງຊີ້ນສະຕີ ນີ້ ຂໍໂທດ ນຳ ເຈົ້າພາບເດິ ຍາສີໄສ ເພາະຫືນເວົ້າກັບພວກສັດຕ້ອງເວົ້າພາສາໂຈນ ບໍ່ຜິດກົດຫມາຍ ມັນຂ້າຄົນຕັ້ງກ່ວາ2ແສນຍັງບໍ່ຜິດເດ ຍາ ບິບຄໍມັນສານໂລກທັງຫົມດ ທີ່ ໂຮນແລນໄດ້ບໍ??

Champalao Laolao ທ່ານ ດຣ ຄວາຍລີງ ລາວນອກທັງຫລາຍ ທີ່ ຮັບໃຊ້ໂຈນລາວແດງ ຂ້ອຍບໍ່ໄດ້ເວົ້າເລື້ອງອະດິດເດິ ມີແຕ່ຂອງຈີງທັງນັ້ນ 36 ປີ ຜ່ານມາ ມີແຕ່ທຸກກັບບທຸກຂໍທານແດກຫ່າແບບບໍ່ມີວັນຊີ້ນສຸດ ອ່ອນເພັຍຫລາຍກະຍັງບໍ່ຜູກຄໍຕາຍສະ ປານນັ້ນຍັງເສືອກມາປົກປ້ອງໃຫ້ໂຈນ ອິກ ມີຫຍັງລອງດ່າມາຄຶນແດ່ເດິ ຖ້າ ບໍ່ເຂົ້າໄຈ ເພາະ ມື່ນີ້ ບໍ່ຍາກຂຽຍຫລາຍ ຢ້ານເຈົ້າພາບເພີ່ນຮ້າຍ ມື່ອື່ນຊີມາໄຫ່ມ ຫລືເຂົ້າໄປ ຖາມສະບາຍກັນແດ່ ໃນບ້ານຂ້ອຍ ຍີນດິຕ້ອນຮັບທຸກໆເດິ ຮັກແພງໃນຄວາມເປັນລາວຕ້າຍໂຈນຂ້າລາວແດງຈາກອັຕປຶ ຊຳ້ຫນຶອ ເມືອງໂຂງສວັນ

copx from facebook : sisay chanthavixay and champa lao


__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

การเมืองคือ:ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ,การเงิน,อำนาจส่วนตัว,ส่วนรวม, ระหว่างประเทศ ไครเก่งกว่า,ไครฉลาดกว่า,ไครมีการศึกษาสูงกว่า,ไครเข้าใจการเมืองของโลกสูงกว่า ย่อม
ได้เปรียบกว่า,ชนะมากกว่า ประเทศด้อยการศึกษา,ประเทศด้อยการพัฒนา เช่นประเทศไทยที่ีมี
ลาวมาหลายร้อยปีผ่านมาทังในอดิตรและในปัจจุบันนี้ เพียงแต่ไทยช่วยบริจาคเงินไห้เพียง
4,500,000บาท พัก-ลัด สปปลาว ก็แสนดีใจแล้ว เพราะคนเคยจนมาก่อนซื้อจ้างได้ง่ายกว่า
ขอไห้ได้เงิน,ได้อำนาจ เขาก็พอใจแล้ว เช่นเซ็ญสัญญามอบเอกราชชาติลาวของตนเองไห้
กับเวียตนามเมื่อ 18/07/1977 เข้ามาปกครองคู้มครองพวกตนเองไห้มีอำนาจอยู่เหนือ ปชช
ลาวด้วยกันเอง ชาติอื่นอยากได้ทรัพย์สินอะไรในประเทศก็เต็มใจยกไห้หมด นี้คือผู้นำประ
เทศด้อยการพัฒนาทุกข์จนที่สุดของโลก และโง่มืดบอดเช่น สปป ลาว.

__________________
---- ใจ อึ๊งภากรณ์

Date:
  
 

19 กันยานี้ ทำไม

สนธิ บุญยรัตกลิน และประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงลอยนวล?

ใจ อึ๊งภากรณ์

วันครบรอบห้าปีรัฐประหาร ๑๙ กันยา ควรเป็นวันที่มีการนำนาย สนธิ บุญยรัตกลิน มาขึ้นศาลในข้อหากบฏต่อประชาชนและล้มล้างรัฐธรรมนูญ และควรเป็นวันที่มีการนำนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นศาลในฐานะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า แต่ประเทศไทยขาดความเสมอภาค ความเป็นธรรม และเสรีภาพ และขาดรัฐบาลที่เคารพประชาชนเสื้อแดง สิ่งเหล่านี้จึงไม่เกิด

ลัทธิหรือปรัชญา “ความเสมอภาค” เป็นอาวุธทางความคิดที่สำคัญที่สุดในการทำลายลัทธิอภิสิทธิ์ชนของอำมาตย์ ที่เป็นฐานรับรองความย่ำแย่ของสังคมเรามานาน

อำมาตย์ทำรัฐประหารเพราะมองว่าพลเมืองส่วนใหญ่ “ต่ำและโง่เกินไป” “ไม่ควรมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกรัฐบาล” อำมาตย์เกลียดชังการที่รัฐบาลไทยรักไทยในอดีตนำภาษีประชาชนมาบริการประชาชน เช่นในระบบสาธารณะสุข เพราะอำมาตย์อยากเอาเงินภาษีพลเมืองมาใส่กระเป๋าของตนเอง มาเชิดชูตนเอง หรือซื้อเครื่องบินราคาเป็นล้านให้ตัวเองนั่ง อำมาตย์เกลียดระบบรัฐสวัสดิการและประมุขของเขาได้เคยพูดไว้เป็นหลักฐานด้วย เขาชอบให้คนจนพอเพียงกับความจน ไม่อยากให้มีการกระจายรายได้ ดังนั้นเราต้องรณรงค์ให้มีรัฐสวัสดิการและการกระจายรายได้ ภายใต้แนวคิด “ความเสมอภาค”

อำมาตย์อยากให้เราใช้ภาษาพิเศษกับประมุขตัวแทนของเขา ชื่อประมุขก็แปลกๆยาวๆ เพื่อไม่ให้ดูเท่าเทียมกับเรา เวลาเราไปหาก็ต้องคลานเหมือนสัตว์ นิยายอำมาตย์อ้างว่าเขาเหนือมนุษย์ธรรมดาเพราะเก่งทุกอย่าง นี่คือลัทธิที่ค้ำจุนความเหลื่อมล้ำในสังคม

ลัทธิความคิดเสมอภาคจะทำลายข้ออ้างและการสร้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหาร หรือการแทรกแซงการเมืองของทหาร เพราะทหารเกาะหลังกษัตริย์ และใช้กษัตริย์และลัทธิความวิเศษของกษัตริย์เป็นเครื่องมือเสมอ และใครที่เอ่ยถึงเรื่องนี้จะโดน 112

ลัทธิความเสมอภาคในระบบประชาธิปไตยแท้ ยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีใครต่ำ ไม่มีใครสูง ไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ ทุกคนถูกติชมได้ ทุกคนต้องทำงานถ้ามีโอกาสหรือมีปัญญาพอ ทุกคนต้องเสียภาษี และที่สำคัญ ลัทธิเสมอภาคและประชาธิปไตยแท้ เสนอว่าพลเมืองทุกคนมีวุฒิภาวะที่จะปกครองตนเองและเลือกผู้แทนของตนเองอย่างเสรี ดังนั้นการทำรัฐประหาร การขัดขวางประชาธิปไตย และการมีคนถือตำแหน่งสาธารณะโดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรี ย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การสืบทอดสายเลือดอาจทำให้เรามีหน้าตาเหมือนพ่อแม่ปู่ย่าตายายเราได้ แต่มันไม่ใช่สาเหตุที่จะดำรงตำแหน่งพิเศษในสังคม

ลัทธิหรือปรัชญาความเท่าเทียม และประชาธิปไตยแท้ เป็นสิ่งเดียวกับ “สังคมนิยม” เพราะสังคมนิยมเป็นระบบที่คนรากหญ้าต้องสร้างเอง เพื่อให้ทุกกิจกรรมในสังคมตอบสนองความต้องการ และเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน แต่สำหรับคนที่ยังงมงายในกลไกตลาดเสรี และแนวเสรีนิยมว่ามันจะนำไปสู่เสรีภาพหรือประชาธิปไตยได้ ผมขอย้ำว่าอำมาตย์ คมช. และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ล้วนแต่ต่อต้านประชาธิปไตย เป็นพวกที่คลั่งกลไกตลาดเสรี และนักวิชาการเสรีนิยมทั้งหลายในไทย สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยาในอดีต แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ กลไกตลาดเสรี และลัทธิเสรีนิยมใหม่ มีผลในรูปธรรมในการสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพราะอาศัยปรัชญา “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” และนอกจากนั้นยังมองว่าเมื่อพวกนายธนาคารทำเศรษฐกิจพัง พวกเขา “มีสิทธิ์” ที่จะโยนภาระในการจ่ายหนี้ให้ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนจน โดยอ้างว่าเรา “ไม่มีสิทธิ์” ที่จะคัดค้านตลาดของเขาเลย เราเห็นปรากฏการณ์นี้ทั่วโลกในปัจจุบัน และในไทยสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง

กลุ่มพลังหลักที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ประกอบไปด้วย กลุ่มที่ไม่พอใจกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกองทัพ หมู่ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่โกรธทักษิณ และปัญญาชนกับนักการเมืองเสรีนิยม การทำรัฐประหารได้รับความเห็นชอบจากกษัตริย์ด้วย เพราะกษัตริย์ภูมิพลไม่คัดค้าน และปล่อยให้ คณะทหารคมช.ติดผ้าเหลือง และถ่ายรูปการเข้าเฝ้าเพื่อกระจายให้ประชาชนดู กลุ่มพลังที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหารนี้มีจุดร่วมในการดูถูกและเกลียดชังคนจน สำหรับเขา การมีประชาธิปไตย “มากไป” ให้อำนาจ“มากเกินไป”กับคนจนที่จะลงคะแนนเสียง และส่งเสริมให้รัฐบาลใช้เงินในการให้สวัสดิการและพัฒนาชีวิตของคนจน

มวลชนเสื้อแดงที่ออกแรงเสียสละต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีของคนที่ถูกมองว่าเป็นไพร่หรือพลเมืองชั้นสอง เป็นผู้ที่ปกป้องวัฒนธรรมและประเพณีประชาธิปไตยในประเทศไทย และถ้าไม่มีเขา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์จะไม่มีวันชนะการเลือกตั้งได้

วันครบรอบห้าปีรัฐประหาร ๑๙ กันยา ควรเป็นวันที่มีการนำนาย สนธิ บุญยรัตกลิน มาขึ้นศาลในข้อหากบฏต่อประชาชนและล้มล้างรัฐธรรมนูญ และควรเป็นวันที่มีการนำนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นศาลในฐานะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าอีกด้วย

แต่วันนี้เราเห็นปรากฏการณ์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มองว่าคนเสื้อแดงเป็นแค่ไพร่ หรือฝุ่นใต้ตีน เมื่อยิ่งลักษณ์ควงนายทหารมือเปื้อนเลือด ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปดูสภาพน้ำท่วมในต่างจังหวัด การกระทำนี้เป็นการก้มหัวให้อำนาจทหาร และฟื้นความชอบธรรมให้ทหารที่ไม่เคยเคารพประชาธิปไตย พร้อมกันนั้นเราเห็นรัฐมนตรีใหม่หลายคนออกมาปกป้องการใช้กฏหมาย 112 ที่เป็นเสาค้ำสำคัญเพื่อปกป้องทหาร กษัตริย์ เผด็จการ และความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

นี่คือสาเหตุที่คนเสื้อแดง ในส่วนก้าวหน้า ที่ต้องการประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรม จะต้องรวมตัวกันให้เข้มแข็งและอิสระจากอำมาตย์และเพื่อไทย เพื่อเคลื่อนไหวต่อไป ภาระของเรายังไม่จบสิ้น



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/



__________________
Anonymous

Date:
  
 

เศรษฐีรัสเซียฉุนขาด "ตะบันหน้า"คู่สนทนากลางรายการทีวี อ้างพูดจากวนประสาท (ชมคลิป)

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 13:00:00 น.







นายอเล็กซานเดอร์ เลเบเดฟ มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเจ้าของหนังสือพิมพ์ชั้นนำของอังกฤษ ก่อเหตุชกต่อยคู่สนทนาระหว่างการอภิปรายเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจระหว่างการถ่าย ทำรายการโทรทัศน์ ที่กรุงมอสโคว์





นาย เลเบเดฟ เจ้าของหนังสือพิมพ์ดิ อินดิเพนเดนท์ และอีฟนิ่ง สแตนดาร์ด เข้าตะบันหน้าของนายเซอร์ไก โปลอนสกี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ถึง 2 ครั้ง จนกระทั่งคู่กรณีตกจากเก้าอี้



นายเลเบเดฟกล่าวหาว่านายโปลอนสกี พูดจาก้าวร้าวตลอดการอภิปราย โดยรายการดังกล่าวมีกำหนดการแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวีของรัสเซียวาน นี้ (18 ก.ย.) โดยก่อนเกิดเหตุชกต่อย นายเลเบเดฟกล่าวกับแขกรับเชิญในรายการอีกคนหนึ่งว่า เขาอยากจะต่อยปากใครบางคน

นายเลเบเดฟ ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมของหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta ร่วมกับนายมิคาอิล กอบาชอฟ อดีตผู้นำรัสเซีย และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสายการบิน Aeroflot ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของรัสเซีย อธิบายสาเหตุของการชกต่อยดังกล่าวไว้บนเว็บบล็อกส่วนตัวว่า โปลอนสกีแสดงท่าทีก้าวร้าว คุกคาม ตลอดเวลาที่ถกเถียงกันเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ เขาระบุว่า ในสถานการณ์วิกฤต และไม่มีตัวเลือก เขาไม่เห็นเหตุผลที่ต้องรอให้โดนก่อน เขาจึงชิงลงมือก่อน



ขณะที่ภาพของนายโปลอนสกีในขณะเกิดเหตุดูไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่ในภายหลัง พบมีร่องรอยการบาดเจ็บที่แขน และกางเกงมีรอยขาดเป็นทางยาวบริเวณด้านหลัง โดยนายเลเบเดฟกล่าวว่าตนไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร



ทั้งนี้ นายโปลอนสกี ซึ่งเคยเป็นประธานกลุ่ม Mirax Group เจ้าของโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2008 ก่อนที่จะประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจ จนต้องยุติโครงการลง กล่าวว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะทำการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อเหตุชกต่อยครั้งนี้ หรือไม่

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຕ້ອງເອົາຫັວຫ້ນາໂຈນ ລາວ ແດງ ມາປາດຄໍ
von Champalao Laolao, Samstag, 17. September 2011 um 10:44

กรณี 26 ตุลาคม 1999 และ ก่อนห้นานี้ ที่พวกเฮาบ็ควนลืม

วันที่ 17 กันยายน 2011

ผู้ เขียนขอกล่าวย้ำความรู้สึกของตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุการณ์มันได้ผ่านมาแล้ว 22 ปีดีๆ จนถึงขณะนี้ผู้เขียนยังทำใจไม่ได้กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม 1999 เพราะบาดแผลฉกรรจ์ในหัวใจของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงยังไม่ได้รับการ เยียวยา หรือยากอย่างยิ่งแก่การเยียวยา แม่นแต่มันฆ่าพี่น้องลาวเฮาหลังปี75 ก่วา2แสนคน พวกโจรนี้มันอยังลืมจนได้ ไม่มีความรับผัดชอบใดๆ ทังชี้น

นั่นเพราะความ "กลัว" ในกลุ่มผู้มีอำนาจได้นำไปสู่ความเกลียดชัง และความโกรธต่อฝ่ายที่คิดแตกต่างจากตน โดยการอ้างความชอบธรรมที่ได้ทำการเข่นฆ่า ปชช ธรรมดาสามันชน ฝ่าย วจ และ นักศิกษาตนเองแท้ๆ ที่เป็นฝ่ายที่คิดไม่เหมือนตน

ดัง เช่นเหตุการณ์ 26 ตุลาคม 2519 ที่มีการรุมฆ่านักศึกษาขนาด แบบไม่จ่งห้นาเลย

คนที่ทำเช่นนั้นด้วยความโกรธ เพราะปักใจเชื่อว่านักศึกษาเป็นตัวเลวร้าย ส่วน โจรพวกเขา พวกเทวดาพรรค เป็นฝ่ายถูก

สังคมลาวก่อนเหตุการณ์ 26 ตุลาคม มีกระบวนการสร้างให้รู้สึกเกลียดชังคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจคิดไม่เหมือนตัวเอง

ได้ มีการเตรียมการสังคมลาวจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตามเพื่อรับเหตุการณ์ 26 ตุลาคม ทั้งในเรื่องของการทำลายความจริง และในเรื่องของการใช้ความรุนแรง

จุด นี้เองที่ทำให้เราเห็นว่าสติปัญญาของคนมีอำนาจในสังคมลาว พวกขุนพลพรรคโจรลาวแดง พวกข้าไฮ้การศิกษา มาจากเมืองโขง อัตปิอ ชำเหนือ สวันนะเขตเขามีปัญญาคิดเพียงแค่นั้น

การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความ คิดเขาทำได้แค่ต้องฆ่าคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างให้ตายเท่านั้นเอง นี้แม่นสันดานชั่วๆของพวกหมาโจรคมน ลาวแดง

และยิ่งเป็นความเลวร้าย และน่าละอายเกินกว่าที่จะกล่าวถึง

เพราะ เหตุการณ์ 26 ตุลาคม เป็นการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ์ใจเพียงเพื่อหาแพะ รับบาปสำหรับการก้าวขึ้นสู่อำนาจของฝ่ายเผด็จการ คมน ยาวนาน แบบขื้นแล้ว ชี้นสตีไม่ยอมลง ทังๆ ที่ อำนาจมิด ได้ตกในกำมือของพวกมันแล้วมาแต่ปี 1975

ไครทุกคนเป็นที่ชาบดีว่า ปีนั้นเอง ท่าน อุดม ขัตตียะ รอง ปธ ปท และ ท่าน สด ดร บุนจง ที่ คาลีฝอเนียถูกฆ่าตายพ้อมๆกัน

จนกระทั่งต่อมาได้เกิดเหตุการณ์นองเลือด 26 ตุลาคมขึ้น

มันไม่สมควนจะออกปากว่าเป็นเหตุณ์บังเอีนจรีงๆ

ใครที่บอกว่าเหตุการณ์นองเลือด 26 ตุลาคม เป็นอุบัติเหตุทางการเมืองนั้นเป็นการกล่าวเพื่ออำพรางความเลวร้ายของตนและพวกพ้องมากกว่า

22 ปีที่ผ่านมา มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมลาวเพื่อเรียก ร้องความสันติสุขให้กลับคืนมา ลาวแดง คมน ไม่ต้องฆ่าลาวเสรีชนจาก อมรก ฝรั่ง และ จากที่อื่นอีกต่อไปได้ไหม

พวกโจรสุ พวกเถื่อน พวกคนป่า เข้ามาช้นในสังคมผู้ดี เมือง วจ กับกายเป็น ควาย เป็นสัด ไปจนได้ ไม่ควนเป็นคนเรคุณขายชาตีแดกแผ่นดีน กันเลยทังgangพวกสุได้ไหม

แล้วสังคมลาว จะจัดการกับความจริงและความสูญเสียอย่างไร

จากรายงานของลาวนอก ปท รับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 26 ตุลาคม 1999ได้สรุปความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากความรุนแรงไว้ว่า

เหตุการณ์ความรุนแรง 26 ตุลาคมได้นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งในแง่ส่วนตัวและในแง่ของสังคมลาวโดยส่วนรวม

ประการแรก ความสูญเสียในแง่ส่วนตัวนั้น ได้แก่

การ กระทำของฝ่ายพรรครัฐ คมน แนวลาว ร่วมกับองค์กรอันธพาลตำรวจในระบบพรรคของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน จับกุมเข้าคุกโดยไม่ผ่านขบวนการศาล ลาวแดงแต่ิอย่างไร และ พรรค ถีงเดียวนี้อยังไม่มาบอกความจรีงเกี่ยวกับสี่งนี้ได้

แต่ไม่แปลกไจอะไร ในระบบ คมน โจร ลาว แดง มัน ทำได้ ทุกอย่าง ที่ขว้างห้นามัน

ญาติ พี่น้องและเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้สูญเสียคนในครอบครัว คนที่เขารักใคร่และคนใกล้ชิด ส่วนผู้ที่บาดเจ็บก็มีทั้งผู้ที่บาดเจ็บทางกายโดยตรง และผู้ที่บาดเจ็บทางจิตใจเนื่องจากผ่านเหตุการณ์อันโหดร้ายมา

ในส่วน นี้แม้แต่ฝ่ายผู้กระทำเอง เช่น เจ้าหน้าที่ของพรรครัฐโจรชั้นผู้น้อยบางคน หรือผู้ที่ถูกชักชวนมาร่วมในองค์กรระบบพรรคบางคน เมื่อสำนึกผิดแล้วก็อาจมีบาดแผลทางจิตใจเหมือนกัน

กลุ่มผู้สูญเสีย กลุ่มที่สอง คือ นักศึกษาและประชาชนส่วนหนึ่งที่เหลิอตายจำนวนหลายพันคนต่างพากันอีกส่วนหนึ่งต้องหนีออกนอกประเทศ

ในกรณีของคน หลบช้อน หรือต้องเดินทางออกนอกประเทศเพราะไม่มีความปลอดภัยในสังคม โจร ลาวแดง ในตัวเมือง วจ

คน เหล่านี้จะสูญเสียโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน หรือประกอบอาชีพหลายปี ซึ่งย่อมมีผลกระทบต่อชีวิตในเวลานั้นและในชีวิตภายหลังด้วย นอกจากนี้แล้วคนเหล่านี้ยังสูญเสียโอกาสที่จะอยู่กับญาติพี่น้องและครอบครัว ปท ชาตีเป็นที่รักและหวงแหน

กลุ่ม ผู้สูญเสียอีกกลุ่มหนึ่งคือ ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกตำรวจพรรคจับในวันที่ 26 ตุลาคม 1991ต้องขึ้นศาลโจร และต้องติดคุกเป็นเวลา หลายสีบปี โดยไม่ผ่านขบวนการยุตีธรรมแนวลาวแต่อย่างไร การไม่ปล่อยเป็นอิสระโดยปราศจากความ ผิดใดๆ ต้องถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ถูกเกลียดชัง ถูกเข้าใจผิดๆ และถูกตราหน้าว่าเป็นพวกทำลายพรรคโจรเขา ขวางการปล้นชาตของพวกเขา

พวกเขาต้องสูญเสียเวลาช่วงยาวนานที่สุดของชีวิต และโอกาสที่จะเล่าเรียน หรือประกอบอาชีพการงาน ใน ปท ที่ เขารัก เช่นกัน

ประการ ที่สอง ความสูญเสียในแง่ของสังคมลาว โดยรวมนั้น ข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 26 ตุลาคม 1999มีข้อสรุปว่า ความสูญเสียทางสังคมหรือความสูญเสียในลักษณะส่วนบุคคนมีอยู่หลายประการ อาทิ การบุกทำลาย ฆ่า และ จับนักศิกษาได้ก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนที่ทุกยากก่อนแล้วอย่าง มากมาย ที่ต้องอุ้มชูพวกเขาที่กำลังตีดคุกเป็นเวลายาวนาน เพราะยาตมีตพี่น้องต้องดูแลกัน นี้เป็นของธรรมดาในสังคมทุกยากล้าหลังขอทานบ้านเราและ ต่อมหาวิทยาลัยในการผลิตผู้นำทางสังคมแล้ว ยังเป็นการจงใจทำลายจิตวิญญาณการต่อสู้ในหมู่นักศึกษาปัญญาชน เรื่องต่อมาคือความสูญเสียทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นกับสังคมลาว เนื่องจากเหตุการณ์นองเลือด 26 ตุลาคม 1999 สิ่งที่ควรพิจารณาคือ เราจะ "จัดการ" กับบรรดาผู้นำประเทศ ที่ มีสันดานโจร ที่ต้องรับผิดชอบกับการฆ่าฟันประชาชนในอดีตเป็นแสนๆ ถีงแม่น้ำโขงกายเป็นสายเลิอด ย้อนพวกกองหลอนโจนฆ่าพี่น้องเฺฮาที่กำลังพากันหลั่งไหล

ออกนอกปท อย่างไร เป็นต้น

ต่อ เหตุการณ์ 26 ตุลาคม 1999 พวกเฮาได้มีข้อเสนอเรื่องการจัดการกับบาดแผล 6 ตุลาคม 1999 และ ก่อนห้นานั้นในสังคมลาว นั่นคือ ต้องมีการทำความเข้าใจ อย่างทั่วถึงในสังคมเราว่าในวันที่ 2ธันวา 1975 ถีงเดียวนี้ 2011 พรรครัฐ คมน ลาวแดงกระทำความผิดอย่างไร รวมทั้งการจัดตั้ง "กรรมการแสวงหาความจริง" ซึ่งจะมีอำนาจทางกฎหมายในการเรียกพยานและสืบหาเอกสาร เอาผู้รับผีดชอบมาปาดคอ เป็นต้น บัก เหี้ยสัดเดรสานคำไตบักหมา คำอ้วนบุผา ที่ เป็น รมต และรอง ในกะทรวงป้องกัน ปท เวลานั้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะของผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในเหตุการณ์ 26 ตุลาคม 1999 และเหตุการณ์แต่ปี 75 เป็นต้นมา ผู้เขียนจะเห็นด้วยกับความเห็นของ ทุกๆคน"แท้ที่จริง พวกโจรพวกมือเปื้อนเลือดต้องรับผีดชอบกันการกระทำของเขา

ผู้ เขียนก็ยังมีความเห็นว่าสังคมลาวต้องดำเนินการทั้งในแง่ของการเปิดเผยข้อ เท็จจริง และการ "จัดการ" กับผู้ก่ออาชญากรรมในเหตุการณ์นองเลือด 26 ตุลาคม และ ทุกๆเหตุการณ์ผ่านมาเพื่อนำไปสู่การยุติความรุนแรงต่อภาคประชาชน และเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อกรณีการก่ออาชญากรรมโดยพรรครัฐ ดังที่มีการดำเนินการในนานาอารยะประเทศ ที่เอาผู้นำมาขื้นศาลโลกได้ ที่ ปท โฮนแลน

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຄຸນຫຍີງຍີ້ງລັກ ນາຍົກໄທ ເຊື້ອຊາດໄຫຫລຳຫລານຄຸນນາຍໂມ ມາຢ້ຽມລາວ

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREUzTURrMU5BPT0%3D&sectionid=TURNd01RPT0%3D&day=TWpBeE1TMHdPUzB4Tnc9PQ

Champalao Laolao ສາວທາວານ ແປງປະວັດສາດໄດ້ຢູ່ຕີ ນາຍົກຄົນທີ່ 28 ແມ່ນນອ້ງສາວຂອງ ທັກສີນ ຈປລ ເຈັກປົນລາວ ຕາມພາສາຍເຂົາເອີ້ນກັນ ສ່ວນຫລາຍອີ່ຍ່າໂມນັ້ນບໍ່ແມ່ນ ແມ່ເຂົາແມ່ນເຈົ້າລາວຈາກ ຊຽງໄຫ່ມ ສ່ວນຍ່າໂມ ນັ້ນບໍ່ມີຕົນມິຕັວຫຍັງຫລອກ ແມ່ນພວກເຂົາສ້າງຂື້ນເພື່ອມາຫລອກພີ່ນ້ອງລາວກ່ວາ40 ລ້ານຄົນເທົ້ານັ້ນເອງຕາມສັນດານເຂົາ ຖ້າ ບໍ່ເຊື່ອໃຫ້ໄປອ່ານວີທຍານີພົນຊັ້ນຍອດຂອງປິ 1996 ທີ່ມະຫາລັຍມັມມະສາດຂອງສາຍພິນແກ້ວງາ ປະເສິດ ຄູຍີງລາວໄຈກ້າ ທີ່ ຂຽນ ສີ່ງນີ້ມາທ້າທາບພວກພະເອກທີ່ ຂຽນປະວັດສາດຫລອກພວກເຣົາມາແລ້ວ ກ່ວາ300ປິ ວ່າ ຍ່າໂມ ເປັນຄົນເອົາເຫົ້ລາໃຫ້ນາຍທະຫານລາວດື່ມ ໃນພື້ນວຽງຂອງລາວເຮົາບໍ້ໄດ້ຂຽນເຖິງສີ່ງນີ້ ປື້ມນີ້ ທາງ ນີຕີຍະສານລາຍເດຶອນ ສີລປະວັທນະທັມ ຂອງ ສຸຈິດວົງເທດ(ຈປລ ອິກແລ້ວ) ເປັນ ບກ ພິມຂາຍ ແຕ່ ທາງການສຍາມ ຫ້າມບໍ່ໃຫ້ຈຳຫນ່າຍເດັດຂາດເພາະຢ້ານພວກຄົນລາວທີ່ເປັນຄົນສ່ວນໄຫ່ຍຂອງ ປທ ລຸກຂື້ນປະຈານ ແຕ່ ໃນ ຫໍສະມຸດບາງແຫ່ງ ຄົນລາວເຮົາຈາກຈາຍໃຫ້ກັນອ່ານໄດ້ສະບາຍ ລາວນອກໂຂກດິ ມີ ຊິດິ ອ່ານໄດ້ແລ້ວ ໃນວົງນັກຄົ້ນຄັ້ວທັ່ວໄປ ຂອບໄຈ ມິຫຍັງທັກທວງມ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ນາຍຍົກຂ້າປໍສາມພົບກັບນາງຟ້າລາວຈາກ ລ້ານນາ ຫມໍນີ້ເວົ້າແຕ່ພາສາສັດ ພາສາໂຈນເກັ່ງຫລອກລາວລີງສັດເດັຍຣະສານໄດ້ເທົ້ານັ້ນ


ນາຍຍົກສາວລາວຈາກຊຽງໄຫ່ມມາພົບໄອ້ຕ່ຳເຕັ້ຍຂີ້ ເຫ່ລວໂຈນ ຄມນ ລາວແດງ ມືງບໍ່ມີຄວາມຮູ້ ປໍ ຫົກ ແມ່ນໂຄດແກວມືງຫອບ ອຳນາດນີ້ ມາຈາກ ນຍ ບັວສອນ ກູ ຊີເອົາຫຍັງເວົ້າໂລມກັນລະ ກັບເຂົາ ທີ່ ຜ່ານ ມະຫາລັຍຊັ້ນຍອດ ຈາກ ອມຣກ

Yingluck in Laos

PM Official Visit Lao

นายก รัฐมนตรี หารือ กับ นายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว ณ สำนักนายกรัฐมนตรีลาว โดยเน้นความสัมพันธ์ไทย-ลาวที่จะ มองไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน และจากการที่มีทุนทางสังคม วัฒนธรรม ที่คล้ายคลึงกัน จึงถือเป็นความร่วมมือส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ในปี 2558 เพราะความสัมพันธ์ไทย-ลาวจะเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศของ ภูมิภาคอาเซียน

__________________
Anonymous

Date:
  
 

หัวอกลาว กรณีปราสาทพระวิหาร

มตีชน 01 กรกฎาคม 54



โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ( จปล เจ็กปนลาว )



ประวัติ ศาสตร์แห่งชาติของไทย ฟูมฟายว่าไทย"เสียดินแดน"แต่ไม่­­เคยบอกว่า "ได้ดินแดน" คนอื่นมาก่อนแล้วปราสาทพระวิหาร ยุครัชกาลที่ 5 ชาวสยามทั่วไปไม่รู้จักไม่รู้ว่าเป็นอะไร? อยู่ที่ไหน?

คน ชั้นนำยุคนั้นจะรู้จักสักกี่คน?­­ เพราะความวิตกกังวลยุครัชกาลที่ 5 ไม่ใช่เรื่องปราสาทพระวิหาร แต่เป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น คืออธิปไตยที่แน่ชัด (หรือที่มหาอำนาจรับรอง) บนดินแดนภาค ตวอฉหน(อีสาน) ขณะนั้นอันตราย เปราะบางอย่างยิ่งเพราะไม่รู้ว่าฝรั่งเศสที่ยึดคร­­อง เวียดนาม, เขมร, ลาว จะบุกเข้ามาถึงภาค ตวอฉหน(อีสาน)ของสยามหรือ­­ไม่? เนื่องจาก ตวอฉหน(อีสาน)เหนือเป็นเขตวัฒนธรรมลาว ส่วน ตวอฉหน(อีสาน)ใต้เป็นเขตวัฒนธรรมเขมรพูดกันตรงๆ อย่างปากชาวบ้านว่าครั้งนั้น ตวอฉหน(อีสาน)เหนือเป็นลาว ตวอฉหน(อีสาน)ใต้เป็นเขมรพ.ศ.2447-2450รัฐบาลสยามยุครัชกาลที่5 ทำสนธิสัญญาเรื่องเขตแดนกับฝรั่­­งเศส ซึ่งมีพันธะให้ต้องยอมรับแผนที่­­แนบท้าย1:200,000 ที่มีปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตกั­­มพูชาของฝรั่งเศส รัฐบาลสยามยกเป็น" ค ว า ม ส ำ เ ร็ จ"ยิ­­่ ง ใ ห ญ่ เ พ รา ะ เท่า กั บ ส ย า ม มี อ ธี ป ไ ต ย บ น ดิ น­ แ ด น ล า ว ภาค ตวอฉหน(อีสาน)อย่าง แน่ ชัดที่มี­มหาอำน­าจรับรองเป็นอันหมดกังว­ลไปประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย สมั­­ยต่อมาเขียนว่า ไทย ต้อง ย อ ม"เ สี ย ดิ น แ ด น"

บางส่วนให้ ฝรั่งเศส เพื่อรักษาดินแดนบางส่วนไว้แต่คนลาวไม่คิดอย่างนั้น จะขอคัดเนื้อหาตอนนี้ในหนังสือป­­ระวัติศาสตร์ลาวโดยสิลา วีระวงส์ (สำนักพิมพ์มติชนพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2539 หน้า 301) มีความว่า"ใน หนังสือสัญญานั้น แม้สยามกับฝรั่งเศสแบ่งปันกันเอ­­าแผ่นดินลาวและคนลาวที่อยู่ในแ­ผ­่นดิน นั้น หรือเอาดินแดนลาวและคนลาวแลกเปล­­ี่ยนกับดินแดนเขมรและคนเขมร ซึ่งฝรั่งเศสกับสยามทำได้ตามใจใ­­นฐานะผู้เป็นนายลาวเราที่อยู่ทั้งสองฝั่ง แม่น้ำ­­โขงก็ได้แต่ลืมตาดูอยู่เฉยๆ ไม่มีสิทธิที่จะพูดจาอะไรได้ เพราะเป็นข้าเขาด้วยประการดังนี­­้และ ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา(ค.ศ.1­903)แผ่นดินลาวที่กว้างใหญ่ไพศา­ล รวมเนื้อที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำโข­­งมี 343,000 ตารางกลม และมีพลเมืองลาวนับเป็นหลายๆสิบล้านคนก็ได้ถูกแบ่งแยกก­­ันโดย ฝ่ายหนึ่งได้กลับกลายเป็นคนไทยแ­­ต่อีกฝ่ายหนื่งเป็นคนลาว ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นเชื้อชาติ­­ลาวเผ่าพันธุ์+จารีตประเพณีอัน­เดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน มีอักษรศาสตร์ใช้ประจำชาติมาแต่­­โบราณเป็นอันเดียวกัน แต่ก็ต้องได้มาแยกกันเป็นคนละชา­­ติ"

ครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษา ที­­่เกี่ยวข้องประวัติศาสตร์โบราณ­ค­ดี น่าจะลดละเลิกเสียเวลาให้ท้ายปร­­ะเพณีรับน้องใหม่แล้วหันมาร่วมกันศึกษาค้น คว้าวิ­­จัยเรื่องจริงๆ ในอดีตอย่างกรณีนี้เพื่อผลักดัน­­ให้มีความราบรื่นร่มเย็นในประช­า­คมอา เซียน

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໂຈນລາວແດງ ພວກຄວາຍ ພວກຫມາ ພວກ ຂີ້ຂະໂມຍ ພວກຂາຍຊາດ ພວກຂ້າ ພວກຂອມ ປໍສາມປໍສີ່ຄອງເມືອງ ພວກຂື້ນແລ້ວບໍລົງ ພວກກິນບ້ານແດກເມືອງ ພວກ ຫລີ້ນພັກຊູພວກ ພວກ ຂີ້ຂ້າແກວ ພວກ ຜດກ ຍາວນານ ພວກ ແກ່ດຶງປທ ຊາດລົງເຫວແຫ່ງຄວາມທຸກຍາກລ້າຫລັງ ພວກຕັດສີດທີ່ມວນຊົນ ພວກ ເອົາຕີນຢຽດສີດທີມະນຸດ ພວກ ກີນແມງວັນບໍ່ເບື່ອ ພວກພີການການເມືອງ ພວກຂີ້ຕັວ ພວກ ຫລອກລວງ ພວກມືມີເລິອດ ພວກຄາຕກອນໂລກ ພວກ ຂ້າເຜົ່າພັນລາວ ມົ້ງຕົນເອງ ພວກ ສີບຫາຍວາຍວອດ ພວກ ສັດເດັຍຣະສານຕົກນາຣົກລົງອະເວຈີ ພວກ ຫ້ນາໄຫ້ວຫລັງຫລອກ ພວກມືຖືສາກປາກຖືສີນ ພວກອວດດິ ພວກຍົກເພີ່ນຍໍໂຕ ພວກ ອວດໂຕວ່າແຕ່ເກັ່ງແຕ່ຊຽນ ທາດ ແທ້ ແລ້ວ ແມ່ນພວກ ອ່ອນເພັຍຂໍທານ ໂລກ ແດກຫ່າ ພວກ ໂມ້ ຜົນງານບໍ່ມີ ພວກກູ່ມນັກປົ້ນຕັວເລັ່ນ ດຽວນີ້ ຮູ້ຈັກວ່າ ປທ ມັນຊິເອົາບໍ່ລອກແລ້ວ ກະຫອບເງິນອອກນອກ ປທ ຊື້ບ້ານຊື້ເຮຶອນໄວ້ ແມ່ນແຕ່ລູກຊາຍລູກຍິງກະສົ່ງໄປຮຽນ ປທ ນາຍທືນ ເພື່ອໃຫ້ຢູ່ເລີຍເພື່ອລໍຖ້າຫລັງຈາກ ປຊຊ ທີ່ພາກັນໄລ່ຖີບອອກຈາກອຳນາດມຶດ
ສ່ວນລູກພໍ່ໄຮ່ຊາວນາ ພວກບໍ່ມີເສັ້ນມີເອັນສົ່ງໄປ ວຽດນາມ ເກົາຫລີເຫນືອ ຄີວບາ ສປຈ
ອັນນີ້ແລ້ວເຂົາວ່າພວກອັບປິພວກເຫັນແກ່ຕັວພວກ ເອົາປຽບຊາວບ້ານ ພວກຂົ່ມເຫັ່ງເຕັງເຕັກ ປຊຊ ພວກ ເຣັດນາໄສ່ຫລັງຊາວບ້ານພວກຂຸດແແລ້ວຮີດແລ້ວໄຖ ປຊຊ ຢ່າງຫ້ນາດ້ານໆ ພວກ ແມງດາ ພວກກະຫລີ່ແມ່ຈ້າງການເມືອງ
ພວກຫັວຫ້ນາແກ້ງ ອັນຕະພານເຄີ່ງສັຕວັດ ພວກຢືນຝັນກາງເວັນ ພວກວິສັຍທັດບ້າໆ ພວກ ເສັຍຈິດ ພວກ ໂຣກຈິດ ພວກເສັຍເສັນປະສາດ ພວກຝອຍການເມືອງ7ມື້ເຈັດຄຶນ ໂດຍບໍ່ຍອມໃຫ້ຄັດຄ້ານໄດ້
ບະເວົ້າ36ປິກະບໍ່ຫົມດ
ພາກັນຫູບພວກນີ້ໄປໄວ້ທີ່ໂຮງພຍາບານໂຣດຈິດໄດ້ແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໂຈນລາວແດງ ພວກຄວາຍ ພວກຫມາ ພວກ ຂີ້ຂະໂມຍ ພວກຂາຍຊາດ ພວກຂ້າ ພວກຂອມ ປໍສາມປໍສີ່ຄອງເມືອງ ພວກຂື້ນແລ້ວບໍລົງ ພວກກິນບ້ານແດກເມືອງ ພວກ ຫລີ້ນພັກຊູພວກ ພວກ ຂີ້ຂ້າແກວ ພວກ ຜດກ ຍາວນານ ພວກ ແກ່ດຶງປທ ຊາດລົງເຫວແຫ່ງຄວາມທຸກຍາກລ້າຫລັງ ພວກຕັດສີດທີ່ມວນຊົນ ພວກ ເອົາຕີນຢຽດສີດທີມະນຸດ ພວກ ກີນແມງວັນບໍ່ເບື່ອ ພວກພີການການເມືອງ ພວກຂີ້ຕັວ ພວກ ຫລອກລວງ ພວກມືມີເລິອດ ພວກຄາຕກອນໂລກ ພວກ ຂ້າເຜົ່າພັນລາວ ມົ້ງຕົນເອງ ພວກ ສີບຫາຍວາຍວອດ ພວກ ສັດເດັຍຣະສານຕົກນາຣົກລົງອະເວຈີ ພວກ ຫ້ນາໄຫ້ວຫລັງຫລອກ ພວກມືຖືສາກປາກຖືສີນ ພວກອວດດິ ພວກຍົກເພີ່ນຍໍໂຕ ພວກ ອວດໂຕວ່າແຕ່ເກັ່ງແຕ່ຊຽນ ທາດ ແທ້ ແລ້ວ ແມ່ນພວກ ອ່ອນເພັຍຂໍທານ ໂລກ ແດກຫ່າ ພວກ ໂມ້ ຜົນງານບໍ່ມີ ພວກກູ່ມນັກປົ້ນຕັວເລັ່ນ ດຽວນີ້ ຮູ້ຈັກວ່າ ປທ ມັນຊິເອົາບໍ່ລອກແລ້ວ ກະຫອບເງິນອອກນອກ ປທ ຊື້ບ້ານຊື້ເຮຶອນໄວ້ ແມ່ນແຕ່ລູກຊາຍລູກຍິງກະສົ່ງໄປຮຽນ ປທ ນາຍທືນ ເພື່ອໃຫ້ຢູ່ເລີຍເພື່ອລໍຖ້າຫລັງຈາກ ປຊຊ ທີ່ພາກັນໄລ່ຖີບອອກຈາກອຳນາດມຶດ
ສ່ວນລູກພໍ່ໄຮ່ຊາວນາ ພວກບໍ່ມີເສັ້ນມີເອັນສົ່ງໄປ ວຽດນາມ ເກົາຫລີເຫນືອ ຄີວບາ ສປຈ
ອັນນີ້ແລ້ວເຂົາວ່າພວກອັບປິພວກເຫັນແກ່ຕັວພວກ ເອົາປຽບຊາວບ້ານ ພວກຂົ່ມເຫັ່ງເຕັງເຕັກ ປຊຊ ພວກ ເຣັດນາໄສ່ຫລັງຊາວບ້ານພວກຂຸດແແລ້ວຮີດແລ້ວໄຖ ປຊຊ ຢ່າງຫ້ນາດ້ານໆ ພວກ ແມງດາ ພວກກະຫລີ່ແມ່ຈ້າງການເມືອງ
ພວກຫັວຫ້ນາແກ້ງ ອັນຕະພານເຄີ່ງສັຕວັດ ພວກຢືນຝັນກາງເວັນ ພວກວິສັຍທັດບ້າໆ ພວກ ເສັຍຈິດ ພວກ ໂຣກຈິດ ພວກເສັຍເສັນປະສາດ ພວກຝອຍການເມືອງ7ມື້ເຈັດຄຶນ ໂດຍບໍ່ຍອມໃຫ້ຄັດຄ້ານໄດ້
ບະເວົ້າ36ປິກະບໍ່ຫົມດ
ພາກັນຫູບພວກນີ້ໄປໄວ້ທີ່ໂຮງພຍາບານໂຣດຈິດໄດ້ແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 


ພວກລາວລີງຊັ່ວໆພວກສັດເດັຍຣະສານ ມືນຕາເບີງໂຄດໂຈນມືງ ທີ່ ວຈ ຂາຍຄວາມເປັນເອກກະຣາຊຂອງ ປທ ມືງ ມືງຍັງພາກັນນອນດັດຕາໄດ້ຕໍ່ໄປອິກບໍ?
von Champalao Laolao, Donnerstag, 15. September 2011 um 23:20

Companies, People, Ideas

Bungle In The Jungle

Ron Gluckman, 07.27.11, 06:00 PM EDT

Forbes Asia Magazine dated August 08, 2011

The idea was a Chinese economic colony in the Lao wilderness, and that was okay with Laos. Then the gamblers, hookers and gangsters took over, and that was not okay with China.
The pink buildings were meant to serve as hotels and office space in Boten. Shops and housing in front were razed to make way for a new marketplace.

Across Asia, once-backward regions have surged in the boom that's lifted millions out of poverty--monuments to the Asian economic miracle. But there have been grand schemes that went spectacularly wrong. Few compare with Golden Boten City, a project that promised a beehive of economic activity in northern Laos by the Chinese border, but today sits lonely and desolate.

Route 3 in the Lao highlands cuts through rubber plantations and forests, a vast carpet of greenery interrupted only by tiny villages--groups of shacks on stilts and tribal people in bright blue, red and black garments. Then suddenly there's a clearing--and the surreal sight of a dozen enormous buildings erupting from the plateau in blistering shades of pink, orange and yellow.

This is Golden Boten City, a "Paradise for Freedom and Development," as the investment brochures called it. In 2003 a developer leased the 21-squarekilometer site from Laos for 99 years, and buildings started going up the next year. The plan called for a trade zone in what was expected to be a key growth corridor, with road and rail links from southern China to ports as far away as Bangkok and Singapore. Drawings depict a golf course, a resort and apartment blocks along picturesque lakes and lagoons. Instead, Boten quickly became a Gold Rush-style boomtown and, like many such towns, renowned for gambling, crime and bustling brothels.

At Boten's peak thousands of people each day poured across the border from China's Yunnan Province, thanks to unprecedented visa-free access. As gaming halls proliferated, rows of shops sprouted--a ramshackle market serving Sin City. A dozen lingerie shops catered to battalions of Chinese prostitutes, with the finest choice of stiletto heels in Laos. Pharmacies stocked sex potions alongside racks of X-rated DVDs and containers of bile from black bears fresh from a hilltop factory and used in traditional Chinese medicine. Next door to the factory was a massive pink entertainment hall that boasted transvestite shows. The ladyboys hailed from Thailand but everything else came from China: the beer, the police and practically all the dealers, even the currency that made it all possible. Hotel signs were in Chinese, and Boten's clocks didn't run at Laos' sleepy pace, but were set an hour ahead to China time. Boten was completely a Chinese colony.

Then, just as fast as gamblers from China turned this remote site into the Macau of the jungle, Golden Boten City melted down. Stories in the Chinese media talked about hostages held over gambling debts. Residents told FORBES ASIA of bodies dumped in the river. China cut off electricity and telecom service to the enclave and started requiring visas. "We heard reports of killings, of people disappearing," an official of Golden Boten City Ltd., the developer, told FORBES ASIA during a visit in May. (The developer said it didn't run the casinos; that was done by several little-known operators from abroad.) "We don't disagree that there have been problems here, but we are working to correct them."

Days later the last casinos shut down. The shops closed for a lack of customers, leaving behind a huge supply of stiletto heels along with a giant picture of American actor George Clooney gazing forlornly from an unopened luxury goods emporium, one of a half-dozen grandiose structures that had been completed but now stand unused. The bears were still packed in cages, milked of bile, but the ladyboys returned to Thailand, and Boten was left a ghost town.

The man behind Golden Boten City is Huang Minxuan, 56, who had been involved in a casino in Myanmar before it was shut down in a crackdown by Beijing on just-over-the-border gambling. (Gambling is banned in China outside of Macau.) Originally from Fujian Province, he operated a business in Yunnan for some years before registering a slew of companies in Hong Kong in 1997 and 1998--all long dissolved--and gaining Hong Kong citizenship; he's still the honorary chairman of the Fujian Chamber of Commerce in Yunnan.

Huang says between $200 million and $300 million was spent on Boten, but he doesn't say where it came from or how much of it was his money. Chinese media reports indicate that he served as the executive director of a Hong Kong company that pumped $36 million into the project when it began, but no record of the company can be found. The second-in-command, George Huang, 55, a Taiwanese national who worked with Huang Minxuan at the Myanmar casino, has said small investments came from Thailand, Singapore, the U.K., Russia and Ukraine. George could not be contacted; he is believed to have left for a job in Thailand after Boten collapsed.

Casinos began sprouting in Myanmar along the Chinese border in the 1990s, and eventually up to a hundred were operating. Most were modest in scale, sometimes featuring a hotel, but all followed the same formula: deploy fleets of boats to ferry gamblers along the Mekong River, mainly from China but also Thailand. But in Boten, the Huangs had grander designs. Laos had been eyeing the Myanmar tourist traffic and started touting its special economic zones to investors. "I was talked into the idea," says Huang Minxuan.

That won't mollify critics. "Nobody knows why this was allowed, or what they paid," says Sounh Manivong, director general of the Lao Planning and Operation Department. The best estimate of what the Huangs pay in concession fees was $700,000 a year until 2010, then $2 million a year for 2011–13 and $2.4 million a year in 2014–15, according to Pingkaew Luangaransri, a professor at Chiang Mai University. Officials with Laos' office for economic zones decline to comment.

Today new casinos, hotels and multistory gem warehouses with exterior detailing of Greek goddesses all stand completed, but most are vacant. Some 10,000 people a day used to mob Boten. "It was so crowded, you could barely move," says a Golden City official. Now a few dozen visit each day. "We are shut down until we find new financing," the official says on a tour of sites for a potential golf course and luxury housing. "We're waiting for investment to come." Says Huang Minxuan to FORBES ASIA: "Please be patient. When we finalize our modifications and come up with a new development plan around September or October, we will invite you to come over for an interview."

The new plan may be close to the original, which didn't emphasize gambling and instead promised a huge economic center to nurture a new growth corridor. Laos cleared villages to provide land not only for the concession but also for the nearby rubber plantations and tobacco-processing plants that have lured Chinese investment. The original town of Boten was relocated, its farmers moved to new roadside settlements 20 kilometers south. "They took the land, we had to go--we had no choice," says one vendor at a grocery shop in ramshackle New Boten. Like many villagers, she concedes they received compensation that seemed fair, but adds: "If we could go back, we'd do it in a minute." Now, she says, they have no rice, no fields. "No life." She adds: "When they told us about the project, they said they were going to make things better. They needed the land to make gardens and pig farms. They said they wanted to do something to help people, to provide jobs."

Jobs in the casinos were well paid by Laotian standards but few went to locals because they couldn't speak Chinese. Instead, several thousand Chinese workers went across the border to staff Boten's discos, brothels, casinos and hotels.

A dozen gaming operators from China, but also Ukraine, Slovenia and the Philippines, arrived in Boten to set up shop. (All were small, low-profile companies that quickly disappeared in May and could not be contacted.) Touts in vans roamed China's border towns, offering free, "sure-fire" get-rich trips. But when their holiday ended, some punters in hock were detained and ransom demands issued to relatives, according to widespread Chinese accounts.

Golden City officials concede that China issued numerous complaints and warnings. In March it shut off Boten's electricity and telecom service. This was meant to restrict gambling by proxy, in which minions could play cards for godfathers back in China who barked out instructions over the phone. If they racked up big debts, the Chinese bosses could abandon the hapless gambling mule and simply compensate his relatives. In May, days before the casinos closed, gamblers could be observed operating by mobile phone and over the Internet, using the more expensive Lao telecoms.

The final blow for Boten came when most Chinese again started needing visas. When the economic zone was marked out, Laos moved its customs posts south, creating a lawless land in between China and Laos where Golden Boten City ruled and policed itself, rather ineffectively. But China severely tightened access in April as part of a campaign against border casinos, according to Qi Yongjiang of the Yunnan Provincial Tourism Administration.

Golden Boten City recently hired a Singapore firm, FBI365, to help with rebranding and bring in new investors. The goal, according to Kan Goh, the firm's chief operating officer, is to remodel Boten as more of a trading hub. "Development now is paused," he says. "At this stage they are trying to clean up and advance the project. We want to bring in duty-free shops and more hotel operators. This is all the original plan."

A $7 billion China-financed rail line from Kunming to Bangkok that would pass near Boten is on the drawing board. "This is the entrance to Asean," says one official still in Boten, looking over the overbuilt but deserted jungle site. "In the original plan, casinos were just a small part of our goal."

But the casinos could certainly be back. Huang Minxuan says the casinos are now merely "shut down temporarily for modifications and new planning." Asked whether his company will recruit new casino operators, he says, "Can't tell for now."

But some observers think Boten--the buildings and the concession--will likely be sold. Offers have come from Chinese investors, but on the low side, say Boten officials. Still, Boten may have little choice but to sell if it can't find new investors, or it may simply slide back into the jungle. "Now we want to move on," says one official. "It's like we are closing one door and opening a new window."

Joyce Huang also contributed to this story.

________________________

Additional reporting by Joice Huang page102-105 August 22.2011

__________________
Page 1  >   Last »  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.



Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard