ລາວໂຮມລາວ ເພື່ອປະຊາທິປະໄຕ

Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: ພວກຜູ້ນຳລາວຂາຍຊາດ ຂາຍແຜ່ນດິນ
Anonymous

Date:
RE: ພວກຜູ້ນຳລາວຂາຍຊາດ ຂາຍແຜ່ນດິນ
  
 


http://www.dvb.no/news/opium-trade-soars-in-burma-laos-un/19212

www.siengserixonlao.com

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เศรษฐกิจกับขบวนการค้าฅนลาว
( NEW- LAOTIANS PROSTITUTES



รายงาน ข่าวเล็กๆในระดับท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าวันออกพรรษาระบุว่าบรรดาแม่บ้านในเขต อำเภอดังกล่าวได้พากันไปร้องเรียนต่อนายอำเภอเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบสถาน บริการด้านการบันเทิงต่างๆ อย่างเข้มงวด เนื่องจากสงสัยว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดาสามีของพวกตนไม่ยอมกลับบ้าน หลังจากเลิกงานตามปกติแล้วนั้นไม่เพียงจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงสภาพที่ เสื่อมทรามทางสังคมวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางจนกลายเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาสำหรับพื้นที่ชายแดนไทยที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น
หาก แต่รายงานข่าวเล็กๆชิ้นนี้ ยังนับเป็นกรณีที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติทั้งใน ประเทศไทยและในลุ่มแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าภายหลังจากที่นายอำเภอท่าบ่อได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำ การตรวจค้นตาม สถานบริการที่ต้องสงสัยภายในเขตอำเภอแล้วนั้นสามารถจับกุมหญิงสาวลาวได้หลาย สิบคน และทุกคนต่างก็ให้การรับสารภาพว่า ประกอบกิจในการขายบริการทางเพศเป็นสำคัญ โดยลูกค้าหลัก ก็คือบรรดาสามีของบรรดาแม่บ้านที่ได้พากันไปร้องเรียนต่อนาย อำเภอท่าบ่อนั่นเอง

แน่ นอนว่าการที่หญิงสาวลาวได้พากันเดินทางเข้ามาประกอบกิจขายบริการทางเพศในไทย ดังกล่าวนี้ย่อมมิได้เกิดจากการสมัครใจเป็นแน่ หากแต่เป็นเพราะปัญหาและความจำเป็นทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีบรรดานายหน้าทั้งในลาวและไทยเป็นฝ่ายที่คอยอำนวยความสะดวกให้ในทุกๆ ด้าน เช่นการเดินทางจากลาวมาไทย

การให้สถาน ที่พักพิงชั่วคราว และการจัดหางานทำในไทยให้กับหญิงสาวลาวทุกคน เป็นต้น

ทั้งนี้โดยบรรดานายหน้าในลาวและไทยจะมีการแบ่งงานกันอย่างเป็นระบบรวม ทั้งยังมีการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างชัดเจนอีกด้วย

กล่าวคือบรรดานายหน้าในลาวจะมีหน้าที่ในการจัดหาแรงงานลาวเพื่อส่งให้กับ บรรดานายหน้าที่ชายแดนไทย โดยได้รับค่าตอบแทนระหว่าง 5,000-7,000 บาทต่อการจัดหาและส่งมอบแรงงานลาว 1 คนให้กับบรรดานายหน้าในไทย

การแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนเช่นนี้ระหว่างนายหน้าในลาวและในไทย ได้เริ่มมีขึ้นนับเป็นระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับจากเกิดปัญหาวิกฤติ การณ์ทางเศรษฐกิจ-การเงินในปี 1997 เป็นต้นมา ซึ่งมาตรการลอยค่าเงินบาทของไทยนั้นได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าเงินกีบของลาวอย่างรุนแรง

กล่าวคือในขณะที่ค่าเงินบาทตกต่ำลงในอัตราเฉลี่ย 45% ในปลายปี 1997 นั้นก็ปรากฏว่าเงินกีบได้ตกต่ำลงในอัตราเฉลี่ยถึง 75% ในช่วงเดียวกัน โดยที่ค่าเงินกีบได้ปรับค่าลดลงจาก 40 กีบต่อ 1 บาทหรือ 1,050 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายน 1997 สู่ระดับต่ำสุดที่ 89 กีบต่อ 1 บาทหรือ 4,895 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐ

แต่สำหรับในตลาดมืดแล้วเงินกีบได้ปรับค่าลดลงถึงกว่า 140 กีบต่อ 1 บาทหรือ 6,160 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 1997 และยิ่งนานวัน ค่าเงินกีบของลาวก็ยิ่งปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องโดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยใน 2004 อยู่ที่ระดับ 268 กีบต่อ 1 บาทหรือ 10,450 กีบต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็นอัตราการตกต่ำลงในระดับที่เกินกว่า 200% เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงกลางปี 1997 เลยทีเดียว

โดยถึงแม้ว่าเศรษฐกิจลาวจะได้เริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติ และเริ่มกลับคืนสู่การฟื้นตัวนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา โดยเศรษฐกิจของลาวได้มีการขยายตัวในอัตราเฉลี่ยถึง 5.7% ในปี 2002 แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 5.9% ในปี 2003 และ 6.5% ในปี 2005 ก็ตาม แต่สภาพการณ์นี้ก็หาได้ส่งผลทำให้เงินกีบของลาวแข็งค่าขึ้นแต่อย่างใด

ทั้ง นี้เพราะปัจจัยพื้นฐานของปัญหาวิกฤติการณ์เศรษฐกิจในลาวนั้นเกิดจากการมีผล ผลิตหรือสินค้าส่งออกไปต่างประเทศอย่างไม่สมดุลกับการนำเข้าจากต่างประเทศ

ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ลาวต้องเผชิญกับภาวะการขาดดุลทางการค้าในอัตราที่สูงกว่า 8% ของมูลค่า GDP นับจากปี 1986 เป็นต้นมาแล้วยังได้ส่งผลต่อสถานะของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในลาวอย่างรุนแรงอีกด้วย

สาเหตุประการต่อมาก็คือการพัฒนาทางเศรษฐกิจในลาวที่ดำเนินไปภายใต้การพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศเป็นด้านหลัก โดยมากถึง 90% ของมูลค่าการลงทุนทั้ง หมดในลาวนั้นเป็นการลงทุนจากต่างประเทศทั้งสิ้น

ยิ่งกว่านั้น 80% ของ มูลค่าการลงทุนทั้งหมดจากต่างประเทศก็คือการลงทุนจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ด้วยกัน เฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนจากไทยที่มีสัดส่วนการลงทุนในลาวมากถึง 38% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เมื่อไทยเกิดมีปัญหาวิกฤติการณ์เศรษฐกิจขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อลาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในปัจจุบันนี้ แม้ว่าเงินกีบจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราแลกเปลี่ยนทางการจะอยู่ที่ระดับ 248 กีบต่อ 1 บาท และ 8,554 กีบต่อ ดอลลาร์สหรัฐก็ตาม แต่ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเกือบ 2 ปีมานี้ก็ยิ่งทำให้แรงงานลาวต้องดิ้นรนเดินทางเข้ามาลักลอบทำงานในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาทในไทยนั้นยังสูงกว่าค่าจ้างในลาวกว่า 2 เท่า

โดยถึงแม้ว่าทางการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมของลาวจะได้กำหนดแผนการที่จะสร้างงานให้กับคนลาวให้ได้มากกว่า 1 แสนอัตรา ในช่วงแผนการประจำปี 2008-2009 และในจำนวนนี้จะเป็นการส่งแรงงานลาวไปทำงานในต่างประเทศ (เฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย) ให้ได้ไม่น้อยกว่า 25,000 คนก็ตาม หากแต่ในช่วงแผนการประจำ ปี 2007-2008 ที่ผ่านมากลับปรากฏว่าทางการลาวสามารถสร้างงานภายในประเทศได้เพียงไม่ถึง 4 หมื่นอัตราและสามารถจัดส่งแรงงานลาวไปทำงานในต่างประเทศได้เพียง 6,000 คนเศษๆเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ยังปรากฏด้วยว่าแรงงานลาวได้แจ้งจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2003 เป็น ต้นมา โดยเชื่อว่ามีสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งมาจากการที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ที่ซ้ำซ้อนทั้งในไทยและในลาว ทั้งๆที่แรงงานลาวเกือบทุกคนในไทยนั้นต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นแรง งานไร้ฝีมือที่ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในไทยด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้น การที่ทางการลาวเองก็ได้กำหนดให้แรงงานลาวทุกคนต้องชำระค่า ธรรมเนียมในอัตราเฉลี่ยคนละถึง 20,000 บาทเพื่อแลกกับการที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังจะต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆในไทยอีกเกือบ 4,000 บาท ต่อคนต่อปีด้วยนั้น จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดที่แรงงานลาวต่างก็ได้พากันเลือกใช้บริการ ของบรรดานายหน้าในลาวและไทยมากขึ้นทุกขณะ

โดยจากการประเมินสถานการณ์ของทางการลาวเอง ก็เชื่อว่ามีแรงงานลาวมาก กว่า 2 แสนคนที่ทำงานในไทยในปัจจุบัน ซึ่งในจำนวนนี้มีอยู่ 9 หมื่นคนเศษที่ได้แจ้งจดทะเบียนขออนุญาตทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่สำหรับทางด้านองค์การแรงงานสากล (ILO) กลับได้ประเมินสถานการณ์ว่ามีแรงงานลาวมากกว่า 3 แสนคนที่ลักลอบทำงานในไทยโดยผิดกฎหมาย และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือกว่า 65% ของ จำนวนแรงงานลาวที่ลักลอบทำงานในไทยโดยไม่ได้ขอ อนุญาตจากทางการไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายดังกล่าวนี้ เป็นแรงงานเด็กและสตรี จึงนับเป็นกลุ่มแรงงานลาวที่มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะต้องตกเป็นเหยื่อของ ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติในไทย

ซึ่ง แน่นอนว่าถ้าหากแรงงานเด็กและสตรีลาวเหล่านี้ได้ตกไปเป็นเหยื่อของขบวน การค้ามนุษย์ข้ามชาติแล้วนั้นก็ย่อมจะหนีไม่พ้นการถูกขูดรีดแรงงานในโรงงาน นรกหรือโรงงานเถื่อน ส่วนหญิงสาวลาวนั้นก็ย่อมจะหนีไม่พ้นการประกอบกิจในซ่องโสเภณี!!!



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Even in China, more than half of its millionaires are planning to leave the country in order to invest and live in safer places for their wealth, more ...

12/15/2011 11:34
ASIA
A Christmas of emergencies
By Bernardo Cervellera

Christmas 2011 is marked by economic crisis, unemployment, and anxiety, even among wealthy Chinese millionaires. Post-tsunami Japan, Post-earthquake Indonesia and Turkey, Post-flood Vietnam, Thailand and Laos show that there is also an ecological emergency. In all these situations the Churches of Asia are laying seeds of hope that help the fatigue of many churches of the West. Even God was born in an emergency.

Rome (AsiaNews) - Christmas 2011 approaches marked by emergencies. First, the economic crisis that is choking the whole world. Beyond the numbers and percentages, the often incomprehensible jargon of the financial newspapers, it is consuming the life and livelihoods of millions of people who are unemployed and eroding the fragile unity of nations, once held together by the desire for well-being and possible opportunities to achieve it.

Even in China, more than half of its millionaires are planning to leave the country in order to invest and live in safer places for their wealth, more law-abiding nations, with fewer tensions and social unrest. After having enriched themselves leaving the rest of the population in poverty, after using the Communist Party to accumulate their riches, and after making China the most polluted country on earth, they are now looking for a quiet place to enjoy luxury and tranquility.

But it is doubtful that they will find one: the economic emergency is afflicting all four corners of the planet and everywhere people are anxious about their present and future.

There is also an ecological and weather emergency. This year the world - and Asia in particular – has witnessed earthquakes in Japan, Indonesia, Turkey, the tsunami that swept away the lives of tens of thousands of Japanese people, putting the survival of the nation at risk with the ensuing nuclear crisis in Fukushima , floods in Southeast Asia which for months have tried the patience of Thais, Filipinos, Vietnamese, Laotian, Burmese, destroying the rice fields, their main source of nourishment, and blocking industrial development.

But the real emergency is that of God and man. Man who does not see the world as a created gift, who considers his fellow being as prey, and the earth as a land of conquest. He who eliminates God from his horizon, eliminates mankind, subjecting it to his power and humiliating it. There is an emergency for the respect of man, for his dignity, his civil and religious liberty. In this, the atheist and materialist world in the West and East, that bows to the god of finance, blends seamlessly with the intransigence of Islamic fundamentalist or other (abused) religions, to affirm the supremacy of one group, the power a few over the multitude.

The Christmas of more than 2000 years ago was also a Christmas of emergency. Caesar Augustus had decided a census "of all the earth", perhaps to measure his power, perhaps to calculate an increase in taxes on his subjects to guarantee them peace in exchange for submission.

Even the birth of the Son of God took place in a state of emergency: during a journey to Bethlehem, in a stable because "there was no place for them in the inn". Neither were the first months of his life, or early years, easy: surrounded by violence, the massacre of the innocent little saints, persecuted, like a refugee fleeing to safer ground ...

No, God is no stranger to emergencies: he knows them from the beginning of his adventure on earth and has crossed them all to his very death. Upon a mankind terrified by them, He poured the gift of His life, His truth and His love.

If God is born, all emergencies have a meaning, which is a love which is stronger than everything and everyone.

Without Him, it becomes foolishly reasonable to rely on the Mayan calendar that promises the destruction of earth and man, throwing away all hope and taking the side of those who want to destroy people and things.

For over 2000 years the Church has proclaimed the victory of God’s truth and love over desperation. In our daily work, reporting on the witness of the Church in Asia, we are amazed at the signs of hope that Christians can offer in the most extreme circumstances: in constantly remembering the bishops and priests detained in Chinese or Vietnamese prisons, in the commitment to charity towards the victims of earthquakes and floods; in offering friendship to the youth of the Arab world who are searching for greater dignity and a future, claiming freedom and space in fundamentalist regimes. We hope that something of this vital spring of the Churches in Asia communicates itself to the Churches of the West for the task of new evangelization assigned by Benedict XVI. By now no emergency has the power to immobilize us because the loving power of Jesus Christ abides in them all.

Merry Christmas.


   
Best Regards,



__________________
Anonymous

Date:
  
 


วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 18:40 น. ข่าวสดออนไลน์


"ไก่อู" ซัด "มาร์ค-เทือก" สั่งพ.ค.เลือด

‘ไก่อู’ให้ปากคำ‘พ.ค.เลือด’



ทหารยัน′มาร์ค-เทือก′สั่งการ

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจาก พ.อ.สรรเสริญ แล้ว ยังมี พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ เสธ.ร.2 รอ. ซึ่งเป็นผู้นำกำลังมาขอคืนพื้นที่ และ ส.อ.มณี พรหมนอก สังกัด ร.2 พัน.3 รอ. โดย พ.อ.สรรเสริญ ให้การกับพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด เกี่ยวกับโครงสร้างการบังคับบัญชาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าภารกิจของทหารนั้น จะต้องดูแลเรื่องความมั่นคงของชาติ ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดน โดยปกติทหารไม่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภายในเขตเมือง หรือในเขตกทม. เลย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทหารต้องเข้ามาเกี่ยว จึงไม่ใช่การทำตามภารกิจของทหาร แต่มาจากคำสั่งของศอฉ. ขณะเดียวกัน ศอฉ.ไม่ใช่องค์กรที่กำเนิดขึ้นมาเอง แต่มีขึ้นโดยคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขณะนั้น และมีนายสุเทพ รองนายกฯ ขณะนั้น เป็นผู้อำนวยการ

พ.อ.สรรเสริญให้การต่อไปว่า กรณีที่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มีผู้ชุมนุมดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้โดยทั่วไป แต่เป็นเรื่องเฉพาะกิจ เพราะอำนาจปกติของทหารนั้น จะไม่สามารถนำกำลังพลพร้อมอาวุธเข้ามาปฏิบัติการในเมืองได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีคำสั่งพิเศษ มีอำนาจจากศอฉ.เป็นผู้สั่งการ ซึ่งก็หมายถึงนายกฯ และรองนายกฯ ขณะนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วทหารจะไม่สามารถเข้าปฏิบัติการได้ เพราะกองทัพเองไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งให้ปฏิบัติการในเมืองเช่นนี้ได้

ชี้เสธ.ไก่อูพยานปากสำคัญ

ข่าวแจ้งอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ทยอยสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้อง ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทหารระดับปฏิบัติการไปแล้วหลายปาก กรณี พ.อ.สรรเสริญถือเป็นพยานปากสำคัญที่นั่งทำงานอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการ สามารถให้รายละเอียดในลักษณะโครงสร้างของการสั่งการทั้งหมดได้ ซึ่งคำให้การของ พ.อ.สรรเสริญทำให้สำนวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก เชื่อมโยงถึงระดับสั่งการ และคำให้การพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ อย่างชัดเจน อีกทั้ง พ.อ.สรรเสริญ ยังให้การย้ำว่าอำนาจของกองทัพเองจะไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติการได้เช่นนี้ ทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งของศอฉ.ทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับกองทัพแต่อย่างใด

ต่อมา พ.อ.สรรเสริญ ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า มีพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำจำนวนกว่า 30 นาย จาก 6 ท้องที่ ที่ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในฐานะพยานปากหนึ่ง ในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต โดยพนักงานสอบสวนสอบถามถึงภารกิจของหน่วยงานทหาร ว่าแนวทางการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร รับคำสั่งอย่างไร มีการวางแผนการปฏิบัติอย่างไร และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ล้วนเป็นเรื่องที่เคยชี้แจงสังคมไปหมดแล้ว

‘ธิดา’ฝากทหารทำแบบ′ไก่อู′

ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณี พ.อ.สรรเสริญให้ปากคำพนักงานสอบสวนคดีสลายม็อบว่าได้รับคำสั่งจากนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ขณะนั้น ว่า จากคำให้การดังกล่าว เราก็เชื่ออยู่แล้วว่านายอภิสิทธิ์ต้องเป็นผู้สั่งการครั้งนั้น และเรายังมีหลักฐานเอกสารคำสั่งด้วย ลงนามโดยนายสุเทพ หากคำสั่งไม่ออกมา ทหารก็ไม่กล้าทำ ขนาดน้ำท่วมตอนนี้ ทหารที่ออกมารับคน เราจะใช้ไปที่อื่น ก็บอกว่ายังไม่มีคำสั่ง จึงไม่มีอะไรน่าสงสัยว่า พ.อ.สรรเสริญจะให้การแบบนี้ ขอฝากไปยังทหารทุกคนควรออกมาทำแบบ พ.อ.สรรเสริญ ออกมาช่วยยืนยัน



__________________
Anonymous

Date:
  
 

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7685 ข่าวสดรายวัน


เพื่อไทยถอย แก้รธน.-นิรโทษ

ครม.ปรับ เบี้ยกมธ. สส.-สว.


เจ๊แดงโต้ถกพี่ชายปรับครม.

ที่พรรคเพื่อไทย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศสิงคโปร์ ท่ามกลางกระแสข่าวไปหารือเพื่อปรับครม. ว่า ไม่เกี่ยวกัน ไปพบในฐานะพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนานก็คิดถึง เมื่อพี่ชายมาอยู่ใกล้ๆ

ก็ไปหาเอาอาหารลาวภาคหนือในถานะคนเชื้อสายนี้เช่นข้าวเหนี้ยว ไก่ย่าง ตำหมากฮู่งไปฝาก
ก็ไปหาเอาอาหารลาวภาคหนือในถานะคนเชื้อสายนี้เช่นข้าวเหนี้ยว ไก่ย่าง ตำหมากฮู่งไปฝาก
ก็ไปหาเอาอาหารลาวภาคหนือในถานะคนเชื้อสายนี้เช่นข้าวเหนี้ยว ไก่ย่าง ตำหมากฮู่งไปฝาก
ก็ไปหาเอาอาหารลาวภาคหนือในถานะคนเชื้อสายนี้เช่นข้าวเหนี้ยว ไก่ย่าง ตำหมากฮู่งไปฝาก
ก็ไปหาเอาอาหารลาวภาคหนือในถานะคนเชื้อสายนี้เช่นข้าวเหนี้ยว ไก่ย่าง ตำหมากฮู่งไปฝาก

ไปพร้อมกับนายวราเทพ รัตนากร อดีตกรรม การบริหารพรรคไทยรักไทย แต่รีบไปรีบกลับเพราะต่างคนต่างยุ่ง มีงานมาก

นางเยาวภากล่าวว่า ไม่ได้คุยถึงเรื่องการเมือง รวมทั้งเรื่องปรับครม. เพราะอยากให้พ.ต.ท. ทักษิณ สบายใจ อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ยังห่างไกลข้อมูลที่เมืองไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยากกลับเมืองไทยอยู่เสมอ เป็นธรรมดาของคนที่จากบ้านไปอยู่ที่อื่นนานๆ ก็คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเร็วๆ นี้ ...............

__________________
Anonymous

Date:
  
 

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7685 ข่าวสดรายวัน


อักษรลาว

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com




ต้องการทราบว่าอักษรลาวมาจากไหน เหมือนหรือต่างจากของไทยอย่างไรบ้าง

กุลศักดิ์

ตอบ กุลศักดิ์

อักษรลาวเป็นชื่ออักษรที่รัฐบาลลาวรับรองให้ใช้เขียนภาษาลาว ซึ่งใช้เป็นภาษาราชการในปัจจุบัน มีพัฒนาการมาจากอักษรไทยน้อย (หรือในอีกชื่อหนึ่งคืออักษรลาวเดิม) ซึ่งเริ่มพัฒนาขึ้นในสมัยราชวงศ์ล้านช้าง เมื่อราว พ.ศ.1900 โดยมีพื้นฐานมาจากอักษรพื้นฐานเดียวกับอักษรไทย เผยแพร่เข้าสู่ประเทศลาวทางศาสนาพุทธนิกายลังกาวงศ์ (เถรวาท) มี 2 แบบคือ อักษรลาว (อักษรลาวโบราณ ภาษาลาวเรียกว่า อักษรลาวเดิม ในประเทศไทยเรียกว่า อักษรไทยน้อย พบในภาคอีสานของไทยด้วย) และอักษรธรรมลาว อักษรลาวแปลงมาจากอักษรเทวนาครีที่ใช้ในประเทศอินเดียตอนเหนือ และยืมโดยปราชญ์ชาวเขมร

ทั้งนี้ มีความเห็นต่างกันไปเกี่ยวกับวิวัฒนาการของอักษรลาว ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดซ์ ให้ความเห็นว่า อักษรลาวน่าจะมีที่มาจากอักษรของพ่อขุนรามคำแหง เกิดขึ้นที่เมืองสุโขทัย แล้วแพร่หลายไปยังเมืองที่ติดต่อกันในดินแดนล้านนาและล้านช้าง แต่ภายหลังตัวอักษรไทยในดินแดนล้านช้างได้เปลี่ยนเป็นตัวลาว ด้านนักวิชาการลาวเชื่อว่าคนลาวที่อยู่ในดินแดนล้านช้างมีอักษรเป็นของตนเองมานาน อักษรลาวคล้ายกับตัวอักษรไทยเพราะวิวัฒนาการมาจากอักษรเทวนาครี ขณะที่ปราชญ์ มหาสิลา วีระวงส์ เห็นว่าชาติลาวมีตัวหนังสือของตัวเองมาหลายร้อยปี หรืออาจจะเป็นพันปีก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยอักษรลาวเป็นอักษรไทพวกหนึ่งที่เรียกว่าอักษรไทยน้อย ซึ่งได้กลายเป็นหนังสือลาวในเวลาต่อมา อักษรไทยน้อยนี้น่าจะมีที่มาจากอักษรเทวนาครีของอินเดีย ดังกล่าว

ระบบการเขียนภาษาลาว มีวิวัฒนาการ 3 แบบดังนี้ 1.แบบของท่านมหาสิลา วีระวงส์ หรือแบบพุทธบัณฑิตสภาจันทบุรี ซึ่งได้คิดตัวอักษรเพิ่มเติมให้ครบวรรคในภาษาบาลี เพื่อสะดวกในการเขียนเรื่องทั้งทางโลกและทางธรรม จากเดิมที่ยุ่งยากในการจัดทำตัวพิมพ์อักษรธรรมลาวเพื่อเขียนเรื่องทางศาสนา อักขรวิธีแบบนี้สะกดตามเค้าเดิมของภาษาอย่างเคร่งครัด ใช้ตัวสะกดตัวการันต์ เพื่อให้รู้ต้นเค้าของคำว่าเป็นคำภาษาลาวเดิมหรือคำภาษาต่างประเทศ เช่น คำภาษาบาลี-สันสกฤต ซึ่งคล้ายกับระบบการเขียนภาษาไทยในปัจจุบัน ระบบการเขียนแบบนี้เคยใช้ในสมัยที่ประเทศลาวยังไม่มีระบบการเขียนที่แน่นอน ขณะที่ลาวยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส จนถึงปี พ.ศ.2491

2.แบบของท่านสมจีน ป.งิน สะกดตามแบบที่ได้กำหนดในพระราชโองการ (พระราชบัญญัติ) เลขที่ 10 พ.ศ.2491 รัชสมัยของพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อกำหนดหลักการเขียนภาษาลาวให้มีความแน่นอนและชัดเจนขึ้น อักขรวิธีของระบบนี้คือ สะกดคำตามเสียงอ่านแต่ยังคงรักษาเค้าเดิมของภาษาไว้ การสะกดการันต์ยังคงมีการใช้ แต่ได้เลิกใช้อักษรบางตัวลงจากแบบแรกเพื่อให้เขียนง่ายขึ้น อักษรลาวรูปแบบนี้ใช้อยู่ในช่วงปี พ.ศ.2491-2518 คือ นับตั้งแต่ประเทศลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันยังคงใช้อยู่ในกลุ่มคนลาวอพยพในต่างประเทศ

3.แบบของท่านพูมี วงวิจิด อักขรวิธีแบบนี้สะกดตามเสียงอ่านเท่านั้น คืออ่านออกเสียงอย่างไรให้สะกดอย่างนั้น เริ่มใช้ในเขตปลดปล่อยของขบวนการปะเทดลาวก่อน หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วรัฐบาลได้ปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้เขียนง่ายอ่านง่ายขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาทำให้ภาษาลาวขาดหลักการสะกดคำที่ชัดเจนอีกครั้ง เช่น ตัดตัวการันต์ ตัว ร หันลิ้น (ภาษาลาวเรียกว่า ร รถ) ออก ทำให้ไม่สามารถเขียนคำที่มาจากภาษาต่างประเทศและภาษาของชนเผ่าต่างๆ ได้ครบถ้วน อักษรลาวระบบนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2518 ถึงปัจจุบัน โดยกระทรวงศึกษาธิการลาวได้บรรจุตัว ร หันลิ้นกลับมาใช้ใหม่ และใช้ตัวการันต์สำหรับสะกดคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ยกเว้นคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต และคำลาวเดิม ยังสะกดตามเสียงอ่านอยู่เหมือนเดิม

อักษรลาวประกอบด้วยพยัญชนะเดี่ยว 27 รูป อักษรคู่ 6 รูป (รวม 33 รูป) สระ 28 รูป มีเสียงวรรณยุกต์ 4 เสียงซึ่งขึ้นกับพื้นเสียงของพยัญชนะ การเขียนยึดสำเนียงเวียงจันทน์เป็นหลัก ไม่มีระบบการถอดเป็นอักษรโรมันที่แน่นอน นิยมใช้ระบบถ่ายเสียงของภาษาฝรั่งเศส ระบบการเขียนเข้าใจง่าย เพราะเขียนตามเสียงโดยตรง

หน้า 24

__________________
Anonymous

Date:
  
 

กางทรัพย์สินมหาเศรษฐี เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าดัง Uniqlo (โคตร)รวยที่สุดในญี่ปุ่น วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 16:19:32 น. matichon

Tadashi Yanai ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Fast Retailing ซึ่งมี Uniqlo เป็นหนึ่งในบริษัทลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ marumura ซึ่งอ้างอิง การจัดอันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด 40 อันดับแรกของประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2011 ( Japan Billionaires 2011) ผ่านทางเว็บไซต์ และจากการจัดอันดับของ ฟร็อบส์ นิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินในสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2011 ปรากฎว่า ผู้ที่รวยที่สุด เป็นอันดับที่ 1 ในญี่ปุ่น ได้แก่ นาย Tadashi Yanai (柳井 正) ในวัย 60 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Fast Retailing ซึ่งมี Uniqlo เป็นหนึ่งในบริษัทลูก โดยมีทรัพย์สินทั้งหมด คิดเป็นเงิน 9.2 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ


ทั้งนี้ นาย Tadashi Yanai ได้เปิดร้าน Uniqlo เป็นครั้งแรกที่เมืองฮิโรชิม่าในปี 1984 ก่อนที่จะเริ่มขยายสาขาสู่ฮ่องกง เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาในปี 2010 สำหรับประเทศไทยนั้นได้ต้อนรับ Uniqlo ถึง 3 สาขาในปี 2011 คือที่ Central World, Central Plaza ลาดพร้าว และ Central Plaza Grand พระราม 9

อันดับ 2 คือ นาย Nobutada Saji (佐治 信忠) ประธานบริหาร Suntory Ltd. ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่น รวมทั้งมีธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นผู้อำนวยการ Nippon Venture Capital Co., Ltd. โดยเขามี ทรัพย์สิน 8.6 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 3 นาย Akira Mori (森 章) ประธานและผู้บริหาร Mori Trust ผู้มีทรัพย์สิน 6.1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่นาย Taikichiro Mori บิดาของเขาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Mori Building ได้เสียชีวิตลง พี่ชายของเขานาย Minoru Mori (มหาเศรษฐีญี่ปุ่นอันดับ 20) ก็ดูแลในส่วนของ Mori Building company ขณะที่นาย Akira ก็เข้ามาดูแลในส่วนของ Mori Trust

อันดับ 4 นาย Masayoshi Son (孫正義) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัท SoftBank Capital รวมถึง SoftBank Mobile เครือข่ายด้านโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น มี ทรัพย์สิน 5.6 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 5 นาย Kunio Busujima (毒島 邦雄) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Sankyo ผู้ผลิตเครื่องเล่นปาจิงโกะชื่อดังหนึ่งในสามแห่งของญี่ปุ่น โดยเขามีทรัพย์สิน 5.3 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 6 นาย Hiroshi Mikitani เป็นประธานบริหารของธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตชื่อดัง Rakuten, Inc. ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจหลัก 6 อย่าง คือ E-Commerce, Credit & Payments, Portal & Media, Travel, Securities และ Professional Sports มีทรัพย์สิน ทรัพย์สิน 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 7 นาย Hiroshi Yamauchi (山内 溥) ประธานบริษัท Nintendo ตั้งแต่ปี 1949 – 2002 หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นประธานบอร์ดบริหารจนถึงปี 2005 แต่ก็ยังคงมีหุ้นอยู่ในบริษัท รวมทั้งยังเป็นเจ้าของทีมเบสบอลชื่อดัง Seattle Mariners ในปี 1992 มีทรัพย์สิน 3.8 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 8 นาย Eitaro Itoyama (糸山 英太郎) เจ้าของสนามกอล์ฟถึง 9 แห่ง, Mitsubishi Heavy Industries และซึ่งแม้จะออกจากการเป็นประธานสายการบิน Japan Airlines มาเมื่อ 5 ปีก่อน ก็ยังคงเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ JAL อยู่ นอกจากนี้นายอิโตยามะยังเคยเป็นสมาชิกสภาไดเอ (Diet) ของญี่ปุ่นถึง 4 สมัย มีทรัพย์สิน 3.4 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 9 นาย Takemitsu Takizaki ประธานบริษัท Keyence ผู้ผลิต Laser sensors, Code readers, รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับสายการผลิตอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง มีทรัพย์สิน 2.9 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 10 นาง Hiroki Takei ภรรยาม่ายของ Yasuo Takei ผู้ก่อตั้งบริษัทการเงิน Takefuji ซึ่งปัจจุบันนี้มีนาย Taketeru Takei บุตรชายเป็นผู้จัดการบริหาร มี ทรัพย์สิน 2.5 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 11 นาย Masahiro Miki ผู้ก่อตั้งร้านขายรองเท้าราคาพิเศษ ABC Mart ใครอยากจะซื้อรองเท้าก็มักจะถึงร้านนี้ เพราะราคาไม่แพงมาก และมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเสมอๆ โดย ABC Mart มีการเปิดสาขาใหม่และเปิดไลน์สินค้าเกี่ยวข้องกับรองเท้าอย่างต่อเนื่อง มี ทรัพย์สิน 2.1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 12 นาย Keiichiro Takahara ผู้ก่อตั้งบริษัท Unicharm Corporation ผู้ผลิตผ้าอ้อมเด็ก กระดาษอนามัย และมีตลาดทั่วเอเชีย ทั้งอินโดนีเซีย ไต้หวัน จีน และไทย มี ทรัพย์สิน 1.95 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 13 นาย Shigenobu Nagamori ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัทในเครือ Nidec Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เพื่อโรงงานอุตสาหกรรม ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1973 และมีบริษัทในเครือมากมาย มี ทรัพย์สิน 1.9 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 14 นาย Masatoshi Ito (伊藤 雅俊) ประธานบริษัท Ito-Yokado Group เจ้าของ 7-Elevens มากกว่า 10,000 แห่งในญี่ปุ่นและอีก 5,800 แห่งในอเมริกาเหนือ รวมถึงห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต อีกกว่า 1,000 แห่ง มี ทรัพย์สิน 1.85 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 15 นาย Yokyu Kanazawa ดำเนินธุรกิจ Sanyo Bussan ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องการผลิตเครื่องเล่นการพนัน เช่น ตู้ปาจิโกะ แล้วยังมีธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ตกปลา รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมักจะเกี่ยวข้องกับทะเล มี ทรัพย์สิน 1.8 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 16 นาย Katsumi Tada ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Daito Trust Construction ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น และโดดเด่นเรื่องอพาร์ทเมนต์ให้เช่า มี ทรัพย์สิน 1.75 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 17 นาย Han Chang-Woo นักธุรกิจชาวเกาหลี ประธานบริษัท Maruhan Corp. เจ้าของเครือข่ายปาจิงโกะ (Pachinko) ยักษ์ใหญ่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของญี่ปุ่น ซึ่งเปิดมานานกว่า 50 ปี แล้วนายฮันก็ยังมีโรงแรมคาสิโนในมาเก๊า ธนาคารพาณิชย์ในกัมพูชา และธุรกิจอีกหลายรูปแบบ มีทรัพย์สิน 1.7 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 18 นาย Yoshikazu Tanaka ผู้พัฒนาระบบ Social Networking Service GREE และก่อตั้ง GREE, Inc. จนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และได้เคยถูกบันทึกใน “Asia’s Youngest Self-Made Billionaire” รวมถึง “World’s Second-Youngest Self-Made Billionaire” ต่อจาก Mark Zuckerberg ผู้พัฒนา Facebook ปัจจุบันเขาเป็นเศรษฐีญี่ปุ่นที่มีอายุเพียง 34 ปีเท่านั้น มี ทรัพย์สิน 1.6 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 19 นาย Soichiro Fukutake (福武總一郎) ประธานบริษัท Beness Corporation ที่ดำเนินธุรกิจด้านการศึกษาทางไกลและโรงเรียนกวดวิชาในญี่ปุ่น โดยมี Berliz International Inc. ของสหรัฐเข้าร่วมในปี 2001 และนาย Fukutake ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของ UNICEF ญี่ปุ่นอีกด้วย มี ทรัพย์สิน 1.4 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 20 นาย Minoru Mori (森 稔) ผู้ทรงอิทธิพลในญี่ปุ่นด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหารของตึกโมริ (Mori Building) โปรเจกยักษ์ของนายโมริก็มี Roppongi Hills, Omotesando Hill, รวมถึงตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน Shanghai World Financial Center ด้วย มี ทรัพย์สิน 1.35 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ







__________________
Anonymous

Date:
  
 

"วิชัย ทองแตง"ทนายทักษิณ รวยพุ่งแชมป์เศรษฐีหุ้น อันดับ 4"อิ๊ง-เอม"อู้ฟู่วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:35:41 น.

Share14

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์


พินทองทา ชินวัตร


เปิดทำเนียบ 500 เศรษฐีหุ้นไทย 2011 ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ แห่งพฤกษา รั้งตำแหน่งแชมป์เป็นปีที่ 2 รวย 1.9 หมื่นล้าน ตามด้วยอันดับ 2 อนันต์ อัศวโภคิน ค่าย L&H รวย 1.5 หมื่นล้าน ด้านคีรี กาญจนพาสน์ เจ้าพ่อ BTS ครองหุ้นรวม 1.3 หมื่นล้าน ผู้ถือหุ้นใหญ่ BGH วิชัย ทองแตง - น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ - สาธิต วิทยากร ผงาดขึ้นอันดับ 4-6 เผยพิษวิกฤติหนี้ยุโรปฉุดตลาดหุ้นดิ่งทั่วโลก ทำเศรษฐีหุ้นไทยจนลง 2.4 หมื่นล้าน


นับเป็นปีที่ 18 แล้ว ที่ วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของเศรษฐีหุ้นในปี 2554 ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2554 จำนวน 5,480 ราย มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 666,075 ล้านบาท ลดลงจากปี 2553 ถึง 24,156 ล้านบาท หรือ 3.5% เท่ากับจนลงเฉลี่ยวันละ 66.18 ล้านบาท



สาเหตุหลักที่ความมั่งคั่งของ 500 เศรษฐีหุ้นไทยลดลง เนื่องจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2554 ซึ่งใช้เป็นฐานในการคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้นของบรรดาเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2554 ตกลงจาก 975.30 ในปี 2553 มาอยู่ที่ 916.21 โดยลดลง 59.09 จุด หรือ 6.06% และส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ลดลงเหลือ 7,502,277.19 ล้านบาท โดยมีมูลค่าลดลงถึง 390,807.82 ล้านบาท จาก Market Cap ในปี 2553 ที่ 7,893.085.01 ล้านบาท



ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤติหนี้ในกลุ่มประเทศยุโรปที่มีปัญหายาวนานมาเป็นเวลากกว่า 1 ปีครึ่ง โดยมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศกรีซ ซึ่ง ณ เวลานี้ กำลังแบกรับระดับหนี้สาธารณะที่สูงกว่า 160% ของจีดีพี แม้ว่าผู้นำของประเทศสมาชิกยูโรโซนใช้ความพยายามในการแก้ไข และประคับประคองสถานการณ์วิกฤติหนี้ยุโรป เพื่อสกัดและลดความเสี่ยงของการลุกลามของปัญหาไปยังประเทศสมาชิกยูโรโซนอื่นๆ แต่ก็ยังไม่สามารถยุติปัญหาได้จนถึงปัจจุบัน



สำหรับผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2554 ปรากฏว่า ตำแหน่งแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2554 ตกเป็นของ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)



ซึ่งเป็นการครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 18,520.34 ล้านบาท จากการถือหุ้น PS ในสัดส่วน 58.66% มูลค่า 18,516.57 ล้านบาท และหุ้น บมจ.ซีพโก้ (SEAFCO) บริษัทรับก่อสร้างงานฐานรากและงานโยธาทั่วไป ในสัดส่วน 0.66% มูลค่า 3.77 ล้านบาท



ความมั่งคั่งของ ทองมา แชมป์เศรษฐีหุ้นในปีนี้ มีมูลค่าลดลงถึง 12,901.92 ล้านบาท หรือ 41.06% สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากราคาหุ้น PS ปรับลดลง 10 บาท หรือ 41.15% จาก 24.30 บาท มาอยู่ที่ 14.30 บาท ในวันที่ 30 กันยายน 2554



เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ได้แก่ อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อดีตแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 7 ปีซ้อน ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 15,490.82 ล้านบาท รวยลดลง 2,144.49 ล้านบาท หรือ 12.16%



อนันต์ ถือหุ้น บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) 23.76% มูลค่า 15,487.16 ล้านบาท และ บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) 1.36% มูลค่า 3.66 ล้านบาท ซึ่งราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทที่อนันต์ถือครองนั้นล้วนแต่ปรับตัวลดลง โดย LH ลดลง 0.90 บาท จาก 7.40 บาท เหลือ 6.50 บาท และ MANRIN ลดลง 0.30 บาท จาก 1.30 บาท เหลือ 10 บาท



ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้น นอกจากนี้ยอดจองบ้านในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่รอนโยบายบ้านหลังแรกและนโยบายลดหย่อนภาษีของรัฐบาล จึงชะลอการตัดสินใจซื้อ และยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงอีก ด้วยผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา



ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ได้แก่ คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดยถือหุ้น BTS ในสัดส่วน 37.77% รวมมูลค่า 12,742.83 ล้านบาท ลดลง 5,073.31 ล้านบาท หรือ 28.48%



สำหรับเศรษฐีหุ้นอันดับ 4-6 ในปีนี้ ตกเป็นของ 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ ของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) โดยเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ได้แก่ วิชัย ทองแตง ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 11,804.14 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้น BGH ในสัดส่วน 12.17% มูลค่า 11,532.14 ล้านบาท และหุ้น บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี (NFC) 8.04% มูลค่า 272 ล้านบาท



เมื่อปีที่แล้ว วิชัย เป็นเศรษฐีหุ้นในอันดับ 391 โดยถือเพียงแค่หุ้น NFC เท่านั้น แต่มาในปีนี้ วิชัย ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของ BGH ส่งผลให้มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 4 หรือรวยขึ้น 11,532.14 ล้านบาท คิดเป็น 4,239.76%



เศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ ก้าวขึ้นมาจากอันดับ 11 ในปี 2553 โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 9,870.25 ล้านบาท รวยขึ้น 3,772.17 ล้านบาท หรือ 61.86% ประกอบด้วยหุ้น BGH 10.39% มูลค่า 9,854.15 ล้านบาท และหุ้น บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 16.10 ล้านบาท



เศรษฐีหุ้นอันดับ 6 ได้แก่ สาธิต วิทยากร ก้าวขึ้นจากอันดับ 14 เมื่อปีที่แล้ว ด้วยการถือครองหุ้น BGH สูงเป็นอันดับ 2 รองจากวิชัย ในสัดส่วน 10.01% รวมมูลค่า 9,483.62 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 4,245.37 ล้านบาท หรือ 81.05%



ทั้งนี้ในรอบปีที่ผ่านมาราคาหุ้นของ BGH ได้ปรับตัวเพิ่มสูงมาก จาก 39.50 บาท ขึ้นมาเป็น 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 24.50 บาท หรือ 62.03%% ส่งผลให้บรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 3 รายรวยขึ้นมาติดอันดับ 4-6 กันถ้วนหน้า



ด้านทายาทโอสถสภา นิติ โอสถานุเคราะห์ ขึ้นจากอันดับ 6 มาอยู่อันดับ 7 ในปีนี้ ถือครองหุ้น 14 บริษัท มูลค่ารวม 7,569.66 ล้านบาท ลดลง 131.60 ล้านบาท หรือ 1.71%





ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 8 ตกลงมาจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ เจ้าของธุรกิจเสื้อชั้นในยี่ห้อ “ซาบีนา” วิโรจน์ ธนาลงกรณ์ โดยถือครองหุ้นมูลค่าเท่ากับปีที่แล้ว 6,328.48 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้น บมจ.ซาบีน่า (SABINA) 74.59% มูลค่ารวม 5,728.47 ล้านบาท และ บมจ. เซ็นทรัลอุตสาหกรรมกระดาษ (CPICO) 21.74% มูลค่า 600 ล้านบาท



เศรษฐีหุ้นอันดับ 9 หล่นจากอันดับ 5 เมื่อปีก่อน ได้แก่ เจ้าของสยามแก๊ส วรวิทย์ วีรบวรพงศ์ ถือหุ้น บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) 54.13% รวมมูลค่า 5,708.17 ล้านบาท ลดลง 3,085.50 ล้านบาท หรือ 35.09% จากการที่ราคาหุ้น SGP ลดลง 6.00 บาท จาก 17.10 บาทเมื่อปีที่แล้วมาเหลือ 11.10 บาทในปีนี้



ด้านประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย (SPALI) ปีนี้ก้าวขึ้นมาติด 1 ใน 10 เศรษฐีหุ้นไทยได้สำเร็จ โดยก้าวขึ้นจากอันดับ 20 เมื่อปีที่แล้วมาอยู่อันดับ 10 ในปีนี้ โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 5,421.99 ล้านบาท รวยขึ้น 870.07 ล้านบาท หรือ 19.11%



ส่วนตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2554 ได้แก่ ตระกูลมาลีนนท์ ที่ครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 13 รวมมูลค่าความมั่งคั่ง 33,805.47 ล้านบาท ลดลง 10,370.99 ล้านบาท หรือ 41.08% เนื่องจากราคาหุ้น บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) ปรับตัวลดลงจาก 38.75 บาทเหลือ 36.75 บาทในปีนี้



ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ยังเป็นของตระกูลวิจิตรพงศ์พันธุ์เช่นเดียวกับปีที่แล้ว โดยครอบครัววิจิตรพงศ์พันธ์ ถือครองหุ้น บมจ.พฤกษา (PS) รวมมูลค่า 22,166.84 ล้านบาท รวยลดลงถึง 15,451.92 ล้านบาท หรือ 41.08%



ตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัล ปีนี้ขึ้นจากอันดับ 5 มาอยู่ในอันดับ 3 โดยเครือญาติในตระกูล 26 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 21,340.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,015.39 ล้านบาท หรือ 16.45%

ด้านตระกูลอัศวโภคิน ปีนี้ตกลงไปอยู่อันดับ 4 โดย 7 เครือญาติ ถือครองหุ้น บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) และ บมจ.เอพี พร๊อพเพอร์ตี้ (AP) รวมมูลค่าทั้งสิ้น 18,567.45 ล้านบาท ลดลง 3,301.45 ล้านบาท หรือ 15.10%



สำหรับตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลทองแตง ที่ก้าวกระโดดขึ้นมาจากอันดับ 297 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 15,328.38 ล้านบาท มั่งคั่งเพิ่มขึ้น 15,016.93 ล้านบาท หรือ 4,821.59% ประกอบด้วยหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH), บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NFC) และ บมจ.ไดโดมอน กรุ๊ป (DAIDO)



ส่วนตระกูลชินวัตร ยังคงเหลือ 2 ทายาทของ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ติดอันดับเศรษฐีหุ้นในปีนี้ ได้แก่ ลูกสาวคนเล็ก แพทองธาร ชินวัตร (อิ๊ง) เศรษฐีหุ้นอันดับ 51 ถือหุ้น บมจ.เอสซี แอสเซท (SC) 29.61% มูลค่า 2,094.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 576.55 ล้านบาท หรือ 37.97% และลูกสาวคนกลาง เอม พินทองทา ชินวัตร เศรษฐีหุ้นอันดับ 52 ถือหุ้น SC 28.66% มูลค่า 2,027.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 557.95 ล้านบาท หรือ 37.97% ส่งผลให้ตระกูลชินวัตรก้าวขึ้นจากอันดับ 39 เมื่อปีที่แล้ว มาอยู่อันดับ 30 ในปีนี้ โดย 2 ทายาทสาวถือหุ้นรวมมูลค่า 4,121.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,134.49 ล้านบาท หรือ 37.97%




__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຂໍໃຫ້ທ່ານຜູ້ກຽ່ວຂ້ອງໃນຂ່າວນີ້ອະທິບາຍເພີ້ມແດ່.

ວັນສຸກທີ 16 ທັນວາ 2011 ນີ້ ເລີ່ມແຕ່ເວລາ 17:30 ໂມງເປັນຕົ້ນໄປ ຈະໄດ້ມີການໂຮມຊຸມນຸມຄັ້ງໃຫ່ຍ ຂໍຢໍ້າ (ຄັ້ງໃຫ່ຍ)ອີກເທີ່ອໜຶ່ງໃນປະຫວັດສາດລາວເຮົາ ຢູ່ທີ່ເດີ່ນພະທາດຫຼວງວຽງຈັນ ນຳໂດຍພະນະທ່ານ ບົວສອນ ບຸບຜາວັນ ອະດີດນາຍົກລັຖມົນຕີລາວເຮົາ ທີ່ຖືກເດັ້ງໂດຍກຸ່ມຫົວນິຍົມຫວຽດນາມ ຍ້ອນທ່ານບົວສອນເພິ່ນນິຍົມຈີນ. ໃນອະດີດທ່ານບົວສອນ ກໍເປັນນັກສຶກສາຄົນໜຶ່ງທີ່ມີຜົນງານ ເດັ່ນໃນການເປັນແກນນຳໂຮມຊຸມນຸມ. ອີກທ່ານໜຶ່ງທີ່ຈະເປັນແກນນຳໃນຄັ້ງນີ້ແມ່ນທ່ານ ສຸລິວົງ ດາລາວົງ ລັຖະມົນຕີ ພະລັງານບໍ່ແຮ່ ເປັນລຸງ ເຮົາເອງ. ຄາດກັນວ່າ ທ່ານ ສົມສະຫວາດ ເລັ່ງສະຫວັດ ກໍຈະເຂົ້າຮ່ວມ.
ທຸກໆຄົນສາມາດເຂົ້າຮ່ວມໄດ້ ເພື່ອສະແດງພະລັງວ່າເຮົາຄົນລາວບໍມັກການຕົກເປັນຫົວເມືອງແບບໃໝ່ໃຫ້ແກ່ຫວຽດນາມ!

ກະລຸນາ copy ຂຽນໃສ່ status ຂອງທ່ານແລ້ວບອກຕໍ່ໆກັນໄປ. Copy ມາຈາກອ້າຍ ຕູ່ ຄົນຮັກຊາດລາວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Khaphachao day ao khao ni lon nay véthi lao-nork tè tol deuane 11 phoune, tèva bo mi nak kane muong lao phouday sol chay (nork chark Thanh Koupranom Abhay lè Thanh Souk Thasy). Sia day youh !

Thanh colonel Robert JAMBON bo day kao theung tè phinong Lao-Hmong tho nane. Thanh day vao theung paxasone lao thoua pay lè vao theung ban ha sat, nay spp Lao.

TXLF


Réponse de TXLF à Khoupranom


Mon cher ami,

Comme tu dis, le geste du colonel Robert Jambon est un geste fort et rarissime. De son vivant il avait écrit maintes fois aux responsables politiques et aux médias pour attirer leur attention sur le drame laotien, mais il se heurtait à un mur de silence, parce que la France n'a plus aucun intérêt politique, économique et commercial au Laos. Pour la France, les Droits de l'Homme en Asie, et en particulier au Laos, ne sont pas les mêmes qu'en Afrique. Ce sont des sous-droits qui ne valent pas la peine d'être défendus ! La preuve est flagrante. Pendant que l'on fait la guerre en Afrique pour déloger les dictateurs africains, on décore les dictateurs laodèng de la Légion d'Honneur (pour avoir traité les français de sales colonisateurs et de bourreaux du peuple laotien).

En tant que bouddhiste, je n'approuve pas le geste du colonel Jambon, mais parfois je le comprends.

Touxoua Lyfoung


Dans un e-mail daté du 11/3/2011 5:18:10 p.m. Paris, Madrid, koupranom_abhay@yahoo.fr a écrit :

Réaction de Monsieur Koupranom Abhay



Bonjour Touxoua Lyfoung ,


La mort du Col Robert Jambon m'interpelle pour que je m'attarde
avec émotion et respect pour saluer sa mémoire et son geste rarissime,
exécuté pour honorer une noble cause .


Le temps passe , la vie change ,
et le Colonel n'a jamais oublié le Laos,
comme moi , nous sommes enchainés pour toujours
à cette terre envoutante , à ces montagnes et à ce Mékong
impassible qui continue à abreuver les berges de ce beau pays.


Mes condoléances sincères à la famille du Colonel Robert Jambon .


Koupranom Abhay



Réponse de TXLF à Monsieur Souk Thasy

Bonjour Monsieur Souk Thasy,

Avec Monsieur Koupranom Abhay, vous êtes la deuxième personne qui a réagi à mon message.

J'ai pris la peine de poster ce message à tous les forums Lao Nork. Je suis un peu étonné que l'Opposition Lao Exilée reste insensible devant cet événement tragique dont la situation politique en RDPL est en partie responsable.

Oui, le colonel Robert Jambon était un grand homme. Sa mort (que nous pleurons tous) servira la cause de la Démocratie et contribuera à faire comprendre aux responsables politiques et aux médias

- que la dictature au Laos est aussi barbare que la dictature en Libye ou ailleurs.

- que les droits de l'Homme sont les mêmes en Europe, en Afrique, en Amérique et en Asie,

- que le peuple laotien n'est pas un sous peuple,

- que la vie d'un laotien vaut autant celle d'un tout autre être humain, et

- que les droits de l'Homme au Laos ne sont pas des sous-droits qui ne valent pas d'être défendus.


Amitiés

Touxoua Lyfoung


Réaction de Monsieur Souk Thasy


Dans un e-mail daté du 11/4/2011 2:09:24 p.m. Paris, Madrid, souk.thasy@gmail.com a écrit :
ທ່ານ ຕູ​ຊົວທີ່​ນັບຖື


ຂ້າພະ​ເຈົ້າ ພ້ອມ​ດ້ວຍ​ທິມງານ ຂອງ LFM ຮູ້ສຶກມີຄວາມເສົ້າສະລົດໃຈ ໃນການສູນເສັຽຄົນດີ ທີ່ຮັກຄົນລາວ ເຊັ່ນ ທ່ານ
colonel Robert JAMBON ໃນວັນທີ່ 2 ພຶສຈິກາ ຜ່ານມານີ້.


ຂໍວິ່່ງວອນ ໃຫ້ດວງວິນຍານທ່ານ ພັນເອກ ໂຣເບິດ ຈາມບົງ ຈົ່ງໄປສູ່ສຸຂຕິພົບດ້ວຍເທີ້ນ.
ພວກຂ້າພະເຈົ້ົ້າ ຂໍຈາລຶກຄຸນງາມຄວາມດີຂອງທ່່ານ ໂຣເບິດ ທີ່ມີຕໍ່ປະເທດລາວ ແລະປະຊາຊົນລາວ
ໄວ້ຕລອດໄປ.


ດ້ວຍຄວາມເຄົາຣົບ ແລະ ນັບຖື.


ສຸກ ທະສີ



Dans un e-mail daté du 11/3/2011 11:04:16 a.m. Paris, Madrid, Touxoua@aol.com a écrit :


Amis et chers compatriotes,

Hier (mercredi 2 novembre 2011) j'ai assisté aux obsèques d'un ami, le colonel Robert JAMBON, retraité des Troupes de Marine de l'Armée française, qui avait fait trois séjours au Laos, entre 1949 et 1954, et qui s'est donné la mort, la semaine dernière, devant le Monument des Soldats morts pour la France de Dinan (Côtes-d'Armor, Bretagne, France). J'étais accompagné du Commandant Vang Néng, Président de l'Association Solidarité Hmong en France, et de quelques ami Lao-Hmong de Rennes.

Le colonel Robert JAMBON était Commandeur de la Légion d'Honneur, titulaire de la Croix de Guerre des TOE avec Palme et Officier de l'Ordre du Million d'Eléphants et du Parasol Blanc.

Voici les motifs de son "suicide" que je mets à la connaissance de nos compatriotes laotiens, avec l'autorisation de la Famille JAMBON. Ce document nous a été remis, de main propre, par la veuve du Colonel Robert JAMBOM, à la sortie de l'Eglise de Saint Samson sur Rance. Certains passages ont été lus, avec émotion, devant l'assistance, par le révérend Prête.

Le colonel Robert JAMBON pense que son geste servira à sensibiliser les autorités politiques et les médias françaises sur "le cas laotien".

Voilà un grand français qui mérite le respect de notre Communauté Lao.

Que son âme repose en paix !

TXLF

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30
ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30
ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30
ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30
ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30
ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30ຢ່າລືມອິກ48ຊັ່ວໂມງຈຸດນັດພົມສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ທີ່ເດິນທາດຫລວງ ທີ່ 16.12 ເວລາ17ໂມງ30

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Laos: 2 prisoners freed after 14 years
Monday, 20 December 2004, 9:50 am
Press Release: Amnesty International

Laos: Two prisoners of conscience freed after 14 years

Amnesty International is delighted by the safe arrival in France today of two Lao former prisoners of conscience, Feng Sakchittaphong and Latsami Khamphoui. The pair were released from prison in October this year having served a 14-year sentence for charges including "making preparations for rebellion" and "propaganda against the Lao People’s Democratic Republic".

Both men had advocated peaceful economic and political reform in Laos -- a country which has a zero-tolerance policy towards dissent in any form

"Amnesty International shares in the delight of Feng and Latsami’s families and hopes that their release marks another step on the road towards the full respect of human rights for all in Laos," said Natalie Hill, Deputy Asia Director at Amnesty International.

There were widely-held concerns that the pair may not have been released at the end of their sentence -- an all too common occurrence in Laos. It was also feared that the pair would not be allowed to leave the country to seek medical help abroad. Feng and Latsami are both 62 years old and suffering from poor health, including heart and kidney problems. Both men have close family connections in France.

Sadly, fellow prisoner of conscience Thongsouk Saysangkhi died in prison before he could be released. The former colleague of Feng and Latsami died in 1998 aged 59. The three men were arrested at the same time and lived under extremely harsh conditions in a prison camp, with few family visits allowed. Thongsouk had been denied adequate medical care for serious health problems.

"Our hearts go out to the family of Thongsouk Saysangkhi who should also have been rejoicing today," said Natalie Hill.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທຸກທ່ານ ທີ່ ເຄົາຣົບ....

ໃນ ມູມມອງ ຂອງທ່ານ ອາດ ສແດງອອກມານີ້ແມ່ນຖືກຕ້ອງທີ່ສຸດ....ການຕໍ່ສູ້ເພື່ອ ປະຊາທິປະຕັຍ
ຂອງລາວນອກ ໃນຜ່ານມາແລະປະຈຸບັນ ກໍ່ເປັນແບບສະພາກາເຟ ກໍ່ເທົ່ານັ້ນເອງ...ຖ້າວ່າ ເຮົາຄະຍັ້ນຄະຍໍ
ໃຫ້ມັນເປັນຮູບປະທັມ ຂຶ້ນມາ ກໍເຂົ້າໃຈໄປທາງອື່ນ ດັ່ງທີ່ ຂພຈ ໄດເຈິ ມາແລ້ວນີ້ລະ...

ການແນະນໍາຂອງ ຂພຈ ໃນຜ່ານມາ ຄິດວ່າ ມີຫລາຍ ກໍລະນີທີ່ ທ່ານ ທັງຫລາຍ ຍັງເມີນເສີຍ ເຫດຜົນ
ອາດຈະຄິດວ່າ ເປັນການກ້າວກ່າຽສິດທິຂອງພວກເພິ່ນ ຫລື ອາດຈະເຫັນວ່າ ມີແຕ່ເວົ້າໄດ້ ແຕ່ບໍ່ເຮັດຫຍັງ..
ຂພຈ ບໍ່ເຄີຽຮູ້ໜ້າ ບໍ່ເຄີຽຮອດໄດ້ຍິນຊື່ຜູ້ທີ່ ໂຕ້ຕອບ ດ່າວ່າ ຂພຈມານັ້ນ ແມ່ນ ກະທັ້ງທ່ານ ນາຍົກເອງ ຂພຈ
ກໍບໍ່ເຄີຽຮູ້ເຄີຽເຫັນ ແຕ່ວ່າ ບໍ່ເຄີຽໄດ້ມອງຂ້າມໃນທາງທີ່ຕໍາຕ້ອຽຈັກເທື່ອ..ທີ່ໄດ້ເຕືອນທຸກທ່ານມານັ້ນກໍ່ບໍ່ໄດ້
ແມ່ນຊຸດ ຣຖບ ຂອງເພິ່ນນີ້ຊໍ້າ ແຕ່ ພວກເພິນ ຢາກກິນປູນຮ້ອນທ້ອງເອງເພິ່ນ.....

ສິ່ງທີ່ ຂພຈ ໄດ້ອອກຄວາມເຫັນ ຫລື ແນະນໍາມາກ່ອນນັ້ນ ມັນແນ່ນ ກັ່ນກອງອອກຈາກ ປະສົບປະການ ແລະ
ຈາກພາກປະຕິບັດດ້ວຽຕົນເອງ ໃນຜ່ານມາ ຊຶ້ງຕົນເອງໄດ້ຄົ້ນຄວ້າແລະສັງເກດເຫັນຈຸດດີຈຸດອ່ອນ ທີ່ຕົນເອງ
ແລະຄນະໄດ້ປະຕິບັດຜ່ານມາກ່ອນແລ້ວນັ້ນເປັນຄືແນວໃດ...ເຊັ້ນວ່າ ໄດ້ແນະນໍາ ເລື້ອງການຈັດຕັ້ງຕ່າງໆ ລວມ
ທັງ ຣຖບ ພັດຖິ່ນ ທີ່ໄດ້ ໂວຍວາຍສແດງກິຣິຍາ ທີ່ໂຫດຮ້າຽ ປະຕິເສດ ທຸກໆທິດທາງຢ່າງຊິ້ນເຊີງ..ພ້ອມທັງຍັງບົ່ງ
ບອກໃຫ້ເຫັນທາດແທ້ ຂອງການຈັດຕັ້ງຂອງເພິນເອງ ວ່າ ພວກເພິ່ນຢືນຢູ່ໃນຝ່າຽໃດກັນແທ໊...

ບໍ່ຕ້ອງ ນ້ອຽໃຈຕາງ ຂພຈ ກໍໄດ້ວ່າຈະເສັຽໃຈແລະຫລົບຫລີກອອກຈາກການຕໍ່ສູ໊ເພື່ອຊາຕ...ເພາະວ່າການຈັດຕັ້ງທີ່ ຂພຈ ສັງກັດຢູ່ ມັນມີຕົວຕົນທີເພິ່ງພາອາໃສໄດ້ ຈົນ ສາມາດກ້າທ້າທາຍວ່າ ໃກ້ກັບໄຊຊນະ
ເຂົ້າມາທຸກໆມື້ທີ່ສຸດແລ້ວ...ອາດຈະມີຫລາຍທ່ານພໍສົມຄວນ ທີ່ເຂົ້າໃຈແລະຮັບຮູ້ຄຸນນະພາບການທໍາງານຂອງ
ຂພຈ ໃນຜ່ານມາ...ເປັນຄວາມຈິງ ທີ່ພວກເຮົາໄດ້ ລວມຢູ່ໃນຝ່າຽທີ່ເສັຽໄຊ...ແຕ່ ມັນກໍ່ຍັງມີຫລາຍຂແນງການ
ທີ່ ທາງຝ່າຽໃຊຊນະຍັງນໍາມາໃຊ້ຢູ່...ສນັ້ນ ຂພຈ ຈະບໍ່ໂຕ້ຕອບຄໍາປ້ອຍດ່າແບບເດັກອົມມືທີ່ສແດງອອກມາ
ເລົ່ານັ້ນໃຫ້ເສັຽຫລ່ຽມຂອງລູກຜູ້ດີມີຕະກູນ...

ດ້ວຍຄວາມນັບຖືຮັກແພງ
ບລ ຣ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ່ານ ພີ່ນ້ອງລາວ ທີ່ ນັບຖື


ຂ້າພະເຈົ້າເຫັນ ຂ່າວວ່າຈະມີການປະທ້ວງ ຢູ່ລາວນັ້ນ ແມ່ນ ການ ໂຄສະນາຢັ່ງເຊິງ ຂອງຣະບອບ ການປົກຄອງ ຕໍ່ ປຊຊ ແລະ
ການ ເຄື່ອນໄຫວ ຂອງລາວນອກ ທີ່ພາກັນ ຕົບມືພືຜ້າ ດີມົກດີໃຈ ຕໍ່ການອອກຄວາມເຫັນ ນ້ອຍນື່ງຂອງ ດຣ ຄຳເຜີຍ ຢູ່ໃນ
ສະພາ ຜະເດັດການ 2 ຄັ້ງ.


ກົດຫມາຍເຖື່ອນພາກບັງຄັບ:
ຫ້າມບໍ່ໃຫ້ມີການຊຸມນຸມ ໂອ້ລົມກັນ ກາຍ 5 ຄົນ ນີ້ແມ່ນຄຳປະກາດ ແຕ່ຕົວຈິງ ບໍ່ໃຫ້ກາຍ 3 ຄົນ. ສ່ວນ ລາວນອກ ທີ່ເຮັດການ ຕໍ່ສູ້
ຫລື ບໍ່ເຮັດການຕໍ່ສູ້ ຫລື ຈະເລັຽທູດຈົນໄດ້ຫລຽນຂີ້ກົ່ວ ແມ່ນຖືກຕິດຕາມຫມົດທຸກຄົນ ບໍ່ມີຂໍ້ຍົກເວັ້ນ. ຈະບໍ່ມີການລອດສາຍຕາ
ໄດ້ແມ້ແຕ່ຄົນດຽວ ອັນນີ້ແມ່ນ ຣະບຽບຂອງການປ້ອງກັນ.


ຖ້າຫາກມີການຊຸມນຸມແທ້ ເນື້ອໃນແມ່ນອ່ານຕາມພັກ ແລະ ຢູ່ມີການກວດກາການຂຽນ ແລະ ອ່ານທັງຫມົດ ເພື່ອສແດງ

ໃຫ້ສາກົລຮູ້ວ່າລາວມີການຫັນປ່ຽນດ້ານມະນຸສຍະທັມ ດີຂຶ້ນ.
ຖ້າພັກບໍ່ສນັບສນູນ ປານນີ້ ແມ່ນຖືກຈັບຫລາຍຄົນແລ້ວ ກ່ອນທ່ານຈະໄດ້ຮູ້ຂ່າວນີ້.


ແນວລາວ ອານຸຍາດ ໃຫ້ທ່ານ ແຝງ ສັກຈິຕພົງ ແລະ ຣັສມີ ຄຳຜູຍ ໄປຝຣັ່ງ ເພື່ອປິ່ນປົວສຸຂພາບນີ້ ເປັນບາດກ້າວນຶ່ງ ທີ່ໄດ້ໂຊວ໌
ວ່າລາວມີ ມະນຸສຍະທັມ ຫລາຍຂຶ້ນກວ່າເກົ່າ ແລະ ເຫັນ Amnesty international ມີຄວາມດີໃຈນຳອີກ.


ເຮົາເດີນກ້າວ ນຶ່ງ ເຂົາ ເດີນ ກ້າວນຶ່ງ, ເຮົາເດີນ ສອງກ້າວ ເຂົາເດີນ ສາມກ້າວ.....ມັນຍາກກັນຢູ່ບ່ອນນີ້....


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຂໍໃຫ້ບັນດາຜູ້ຮັກຊາດຮູ້ວ່າ ຄອມມຸນິດແທ່ນຫຍັງ ? ຢ່າເຊື່ອໄວຫລາຍ,ເຣື້ອງດຣ ຄຳເຜີຍແລະອື່ນໆນັ້ນ ແມ່ນສາກລະຄອນ
ທີ່ເຄີຍປະຕິບັດ ສໄມ ສະຫະພາບໂຊວຽດຣັດເຊັຍ ມາແລ້ວ , ຢ່າເອົາບົດຮຍນອັນເຈັບແສບປີ 1975 ມາຊ້ຳຮອຍອີກ.
ໃຫ້ມີສະຕິຣະວັງຕົວ, ການແຊກຊຶມມີຫລາຍຮູບ,ໄສ້ສັດຕູ ອາດຢູ່ນຳພວກເຮົາກໍເປັນໄດ້.
ຮົກແພງ



--------------------------------------------------------------------------------
De : Toum Rasika
À : Networkroom
Envoyé le : Mercredi 14 Décembre 2011 2h55
Objet : ການ ໂຄສະນາຢັ່ງເຊິງ ຂອງຣະບອບ ການປົກຄອງ


ທ່ານ ພີ່ນ້ອງລາວ ທີ່ ນັບຖື


ຂ້າພະເຈົ້າເຫັນ ຂ່າວວ່າຈະມີການປະທ້ວງ ຢູ່ລາວນັ້ນ ແມ່ນ ການ ໂຄສະນາຢັ່ງເຊິງ ຂອງຣະບອບ ການປົກຄອງ ຕໍ່ ປຊຊ ແລະ
ການ ເຄື່ອນໄຫວ ຂອງລາວນອກ ທີ່ພາກັນ ຕົບມືພືຜ້າ ດີມົກດີໃຈ ຕໍ່ການອອກຄວາມເຫັນ ນ້ອຍນື່ງຂອງ ດຣ ຄຳເຜີຍ ຢູ່ໃນ
ສະພາ ຜະເດັດການ 2 ຄັ້ງ.


ກົດຫມາຍເຖື່ອນພາກບັງຄັບ:
ຫ້າມບໍ່ໃຫ້ມີການຊຸມນຸມ ໂອ້ລົມກັນ ກາຍ 5 ຄົນ ນີ້ແມ່ນຄຳປະກາດ ແຕ່ຕົວຈິງ ບໍ່ໃຫ້ກາຍ 3 ຄົນ. ສ່ວນ ລາວນອກ ທີ່ເຮັດການ ຕໍ່ສູ້
ຫລື ບໍ່ເຮັດການຕໍ່ສູ້ ຫລື ຈະເລັຽທູດຈົນໄດ້ຫລຽນຂີ້ກົ່ວ ແມ່ນຖືກຕິດຕາມຫມົດທຸກຄົນ ບໍ່ມີຂໍ້ຍົກເວັ້ນ. ຈະບໍ່ມີການລອດສາຍຕາ
ໄດ້ແມ້ແຕ່ຄົນດຽວ ອັນນີ້ແມ່ນ ຣະບຽບຂອງການປ້ອງກັນ.


ຖ້າຫາກມີການຊຸມນຸມແທ້ ເນື້ອໃນແມ່ນອ່ານຕາມພັກ ແລະ ຢູ່ມີການກວດກາການຂຽນ ແລະ ອ່ານທັງຫມົດ ເພື່ອສແດງ

ໃຫ້ສາກົລຮູ້ວ່າລາວມີການຫັນປ່ຽນດ້ານມະນຸສຍະທັມ ດີຂຶ້ນ.
ຖ້າພັກບໍ່ສນັບສນູນ ປານນີ້ ແມ່ນຖືກຈັບຫລາຍຄົນແລ້ວ ກ່ອນທ່ານຈະໄດ້ຮູ້ຂ່າວນີ້.


ແນວລາວ ອານຸຍາດ ໃຫ້ທ່ານ ແຝງ ສັກຈິຕພົງ ແລະ ຣັສມີ ຄຳຜູຍ ໄປຝຣັ່ງ ເພື່ອປິ່ນປົວສຸຂພາບນີ້ ເປັນບາດກ້າວນຶ່ງ ທີ່ໄດ້ໂຊວ໌
ວ່າລາວມີ ມະນຸສຍະທັມ ຫລາຍຂຶ້ນກວ່າເກົ່າ ແລະ ເຫັນ Amnesty international ມີຄວາມດີໃຈນຳອີກ.


ເຮົາເດີນກ້າວ ນຶ່ງ ເຂົາ ເດີນ ກ້າວນຶ່ງ, ເຮົາເດີນ ສອງກ້າວ ເຂົາເດີນ ສາມກ້າວ.....ມັນຍາກກັນຢູ່ບ່ອນນີ້....


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ระเบิด-แก๊งมือสั่น ส่งซิก ′รบ.ปู′ ตัวตน-การดำรงอยู่

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 17:30:00 น. matichon



(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2554)


เชื่อว่าเหตุลอบวางระเบิดบริเวณ "หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล" ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา คงจับมือใครดมไม่ได้

เหมือนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คนกลุ่มนี้มีความตั้งใจจะให้เห็นว่า "รัฐบาลไร้เสถียรภาพ"

นั่นก็หมายความว่า คดีดังกล่าว ก็คงมีสภาพที่ไม่ต่างจากคดีระเบิดอีกหลายสิบคดี ที่เกิดขึ้นในปี 2550

ไม่ต่างจากการยิงระเบิดเอ็ม 79 ในหลายจุดช่วงต้นปี 2551-2553 ที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง

ที่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้

เพราะ "ระเบิด" ที่เกิดขึ้น เป็นระเบิดการเมือง

แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปว่า "คนร้าย" ต้องการแค่สร้างความปั่นป่วน แต่ในแง่ความมั่นคงของประเทศและวิธีการก่อเหตุ ต้องยอมรับว่า "น่าวิตก"

เพราะระเบิดการเมืองในลักษณะนี้ เมื่อเกิดครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะเกิดขึ้นอีก

แม้ ร.ต.อ.เฉลิม จะพยายามบอกว่า "รู้ตัวคนบงการ" และส่งเสียงดังๆ ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

แต่ดูทุกครั้งที่ผ่านๆ มา มักไม่ได้ผล

กลับกัน อาจกลายเป็น "แรงกระตุ้น" ให้เกิดการกระทำครั้งที่สอง ครั้งที่สาม หรืออีกหลายๆ ครั้งตามมา

เพราะถือว่านี่คือการท้าทาย

ความท้าทาย ในลักษณะที่ไม่มีใครกลัวใครนี่แหละ น่ากังวล

ที่น่ากังวล เพราะทุกครั้งที่ระเบิดเกี่ยวข้องกับการเมือง จะมีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญให้เห็นภาพไม่กี่ประเด็น

1.เป็น การก่อเหตุที่ไม่ประสงค์ต่อชีวิต ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในวงกว้าง แต่เป็นระเบิดที่ดังขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมืองรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

2.แผน ประทุษกรรมของคนร้ายเป็นรูปแบบที่จัดวางมาอย่างดี มีแผนค่อนข้างรัดกุม มีการตัดตอน (คัตเอาต์) ในแต่ละขั้นอย่างเด็ดขาด ทำให้ยากต่อการสืบสวนหาต้นตอผู้สั่งการ

3.การเฟ้นหาตัวบุคคลที่ก่อ เหตุ อาวุธที่ใช้ และยานพาหนะ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ กลุ่มคนร้ายน่าจะมีเซฟเฮาส์สำหรับเก็บตัว และจะออกจากเซฟเฮาส์เฉพาะเดินทางไปก่อเหตุเท่านั้น

4.คนที่ใช้อาวุธต้องมีความเชี่ยวชาญสูงมาก

นั่นข้อสันนิษฐาน

เป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่สิบ กี่ร้อยคดี ถ้ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

ไม่มีทางจะลากคอคนร้ายมาดำเนินคดีได้

เพราะในแนวทางการสอบสวนของตำรวจในทุกครั้ง นอกจากจะวิเคราะห์ 3-4 ข้อข้างต้นแล้ว

ยังจะมีบทสรุปต่อท้ายว่า "ที่ สำคัญบุคคลที่รู้เห็นหรืออยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจอยู่ในมือ มีวอร์รูม และมีเงินทุนพอสมควร เนื่องจากต้องใช้เงินไม่น้อยในการก่อเหตุแต่ละครั้ง"

แน่นอนหากข้อสรุปออกมาแบบนี้ คนที่เกี่ยวของกับระเบิดการเมืองในทุกครั้ง และไม่สามารถจับมือใครดมได้ คือ "กลุ่มคนมีสี"

ที่มีอดีตกลุ่มคนมีสี เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

หากแต่เมื่อเป็นระเบิดการเมือง การสะสางคดีย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยแต่ละฝ่ายทำไปตามหน้าเสื่อ

ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่คำถามที่ใครๆ ก็อยากรู้ว่า เหตุใดตำรวจจึงจับกุมคนร้ายไม่ได้เลยแม้แต่กรณีเดียว

นอกจากประเด็นทางการเมือง ที่ตำรวจจะต้องดูทางลมแล้ว การคลี่คลายคดีลักษณะดังกล่าว ไม่สามารถใช้กระบวนการสืบสวนแบบปกติได้

เพราะแต่ละขั้นของแผนประทุษกรรมมีการตัดตอนในตัวเอง

อย่างมากก็จับกุมได้เฉพาะพวกที่ถูกจ้างวาน เมื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามหรือสอบปากคำ

ก็จะไม่รู้ว่าใครเป็น "คนสั่ง" จริงๆ

การลอบวางระเบิดครั้งนี้ ก็เพียงแค่ต้องการเปิดเกม "เขียนเสือให้วัวกลัว"

เพราะ "คนสั่งการ" รู้ว่ารัฐบาลนี้มีผู้หญิงเป็นนายกฯ อาจจะตกใจง่าย

รู้ว่าความสัมพันธ์กับหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นทหารบางกลุ่ม คนในกระบวนการยุติธรรมบางพวก ยังไม่ "สมาน" จนเป็นเนื้อเดียวกันกับรัฐบาล

จึงเป็นโอกาสทองที่จะดิสเครดิตรัฐบาล

ไม่ได้หวังอะไร

หวังเพียงแค่คำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ส่งเสียงดังๆ ว่า

"รู้นะว่าเป็นใคร แก๊งมือสั่น ที่ชอบนั่งกินข้าวกันแถวสุขุมวิท"
"รู้นะว่าเป็นใคร แก๊งมือสั่น ที่ชอบนั่งกินข้าวกันแถวสุขุมวิท"
"รู้นะว่าเป็นใคร แก๊งมือสั่น ที่ชอบนั่งกินข้าวกันแถวสุขุมวิท"
"รู้นะว่าเป็นใคร แก๊งมือสั่น ที่ชอบนั่งกินข้าวกันแถวสุขุมวิท"

เพราะนั่นหมายความว่า สถานะของคนกลุ่มนี้ยังคงดำรง และมีตัวตนอยู่ ไม่ได้หายไปจากเส้นทางอำนาจ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1323772038&grpid=09&catid=&subcatid=





วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 17:50:55 น. Praxathai
เบื้องหลังชุด "ม่วง" ยิ่งลักษณ์ ระยับกลางงานแต่งหลานสาว-ปริศนา"เอม"ไม่ยอมหอมเจ้าบ่าวต่อหน้ากล้อง?



เก็บตก "เบื้องหลัง" งานฉลองมงคลสมรสคู่เซเลบฯแห่งปี "พินทองทา ชินวัตร" และ "ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์" ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ที่ห้อง แอทธินี คริสตัล ฮอลล์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา



โดยบรรยากาศ "การรักษาความปลอดภัย" บริเวณนอกและในอาคาร รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบจะเข้มงวดราวกับเป็นสถานที่จัดประชุม "นานาชาติ" ก็ไม่ปาน เหตุเพราะมีแขกระดับวีไอพี.ตั้งแต่นักการเมือง นักธุรกิจ ทูต แกนนำผู้ชุมนุม นักแสดง ไปจนถึงบุคคลสำคัญทางการเมืองของกัมพูชา นั่นทำให้การ์ดมีอยู่ทั่วนับร้อย กระนั้นก็ไม่ยากต่อการสังเกต เพราะงานแต่งครั้งนี้ได้สร้าง สัญลักษณ์ ขึ้นมาในทุกระดับ โดยคณะการ์ดวีไอพีที่จะเข้าออกในงานถือเป็นการ์ดส่วนกลาง มีสัญลักษณ์คือ "สวมเนคไทสีชมพู" พร้อมติดเข็มกลัด



ส่วนสื่อมวลชนที่เข้าไปในตัวอาคารจัดงานไม่ได้ แต่ทางเจ้าภาพได้จัดห้องต้อนรับไว้อีกอาคาร แต่หากต้องการถ่ายรูปแขกผู้มีเกียรติทำได้คือยืนถ่ายทะลุกระจกเข้าไป โดยสื่อก็จะได้รับ "เข็มกลัดที่มีชื่อเล่นภาษาอังกฤษของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และคำว่า Press" ติดอยู่



ขณะที่กลุ่ม ส.ส.เสื้อแดง และแกนนำก็นัดแนะกันมาอย่างไม่แพ้กัน ตั้งแต่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ ขวัญชัย ไพรพนา นิสิต สินธุไพร วรชัย เหมะ ทีมทนายความนปช. ทั้งหมดสวม "เนคไทสีแดง" มาอย่างเป็นทีมพร้อมเพรียง





@@@ปริศนาที่หนึ่ง "ชุดสีม่วง" ของยิ่งลักษณ์



งานเลี้ยงคืนนั้นมี "สี" หนึ่งที่โดดเด่น และถูกไฟสปอทไลท์จับจ้องสะท้อนแสงระยิบระยับรองจากเจ้าสาวแล้วคือ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ที่เรียกเสียง "ฮือ" จากสื่อมวลชนที่เกาะติดรายงานข่าวนายกรัฐมนตรีอยู่เป็นประจำเมื่อ "ยิ่งลักษณ์" ปรากฎโฉมเดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวแกรนด์ฮอลหมายเลขหนึ่ง ในชุดผ้าไหม "สีม่วง" แขนกุดยาวคลุมปลายเท้า พร้อมด้วยผ้าคลุมไหล่สีม่วงติดเข็มกลัดเพชรรูปใบไม้ปักที่บริเวณเอว



ชุด "ม่วง" ที่เป็นสีประจำและสีโปรดปรานหนึ่งในคอลเลคชั่นแฟชั่นของ "ยิ่งลักษณ์" ที่ใส่มางานแต่งงานหลานสาวมีเบื้องหลังอย่างไร?



ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ตามไปหาคำตอบจากแขกวีไอพีคนหนึ่งในงาน...เล่าให้ฟังว่า ยิ่งลักษณ์ในชุดผ้าไหมม่วงทำให้แขกในงาน ที่นอกจากจะถ่ายรูปร่วมกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่หน้าทางเข้างานกันอย่างคับ คั่งแล้ว หากมองไปในห้องจัดงาน ยิ่งลักษณ์ได้รับเชิญให้ถ่ายรูปร่วมกับแขกในงานมากไม่แพ้กัน และเสียงทักถึงชุดม่วงก็มีเป็นระยะๆ จนมีคำอธิบายของนายกรัฐมนตรีถึงที่มาที่ไปชุดนี้กับแขกในงานว่า



"ชุดนี้จะใส่ถ่ายรูปเพื่อถ่ายปฏิทินทำแจกปีใหม่"เธอกล่าว





--เป็นชุดพิเศษที่ตัดมาเพื่องานสำคัญของตระกูลและใช้อีกวาระในปฏิทินปีใหม่ 2555 นั่นเอง...




@@@ปริศนาที่สอง "เอม" ไม่ยอมหอมแก้ม "เจ้าบ่าว"



ระหว่างที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เดินควงคู่มาให้สื่อมวลชนถ่ายภาพและสัมภาษณ์ก่อนพิธีในงานจะเริ่ม ระหว่างถ่ายภาพ มีเสียงเรียกร้องขอให้ "เอม" หอมเจ้าบ่าว ปรากฎ เจ้าสาวทำท่างงเล็กน้อยก่อนจะบอกว่า "ยังไม่เริ่มพิธีเลย" พร้อมทั้งยิ้มเขินๆเมื่อถูกแซวจนต้องเอ่ยยิ้มๆว่า "ขอกอดพอ" จากนั้นการถ่ายภาพคู่ดำเนินต่อไปอีกไม่นาน "เอม" เขยิบหน้าเข้าไปใกล้เจ้าบ่าวทำท่าคล้ายจะหอมแก้ม แต่ก็ชะงักเล็กน้อย และถอยหน้ากลับมาทำท่าทางเขิน เป็นอันว่าไม่ได้หอมแก้มในที่สุด ท่ามกลางเสียงลุ้นว่าจะมีเซอร์ไพร์สหรือไม่ แต่ที่สุดก็ไม่มีเซอร์ไพรส์หอมฟอดใหญ่ต่อหน้ากล้อง...





ชมคลิป ชุดม่วงของยิ่งลักษณ์ และ "เอม" เขินไม่หอมเจ้าบ่าว






แกลเลอรี่ภาพ







__________________
Anonymous

Date:
  
 

ความพิเศษ และ หนึ่งเดียวของ "ความเป็นไทย" uniqueness of Thainess !?

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 15:00:00 น. matichon

โดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริเชื้อสายลาวจากราชบุรี

(ที่มา เฟซบุ๊กส่วนตัวของ "ชาญวิทย์ เกษตรศิริ")


ความคิดที่ว่า "ความเป็นไทย" เป็น "หนึ่งเดียว-พิเศษ-ไม่มีใครเหมือน" และ "ไม่เหมือนใคร" ใน "โลกใบนี้" ที่ใช้และยืมมาจากคำอังกฤษ/อเมริกัน "unique/uniqueness" นั้น เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นโดยนักวิชาการอเมริกัน ในยุค 1960s ของ "สงครามเย็น" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดวิด วิลสัน (David A. Wilson: Politics in Thailand, Cornell, 1962)


ความคิดว่าด้วย uniqueness นี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนทั้ง "สถาบันทหาร" คือ "ระบอบสฤษดิ์-ถนอม" กับสถาบันจารีตอื่นๆ ในการต่อสู้กับ "ลัทธิคอมมิวนิสม์" และ "ขบวนการชาตินิยม" ทั้งในจีน (แดง) และในอินโดจีน (เวียดนาม-กัมพูชา-ลาว) ความคิดเช่นนี้ มีข้ออ้างสำคัญ คือ "การพัฒนาเศรษฐกิจ" (กระแสหลัก) หรือ mainstream economic development แล้วให้ชะลอ "การพัฒนาการทางการเมืองกับสังคม" ไปก่อน


ความคิดที่ว่าไทยเป็น "หนึ่งเดียว-ไม่เหมือนใคร" ของอเมริกันยุค "ซิกสตี้" นี้ ได้ รับการสืบทอด ตอกย้ำ โดยนักวิชาการกระแสหลักของไทยเอง ไม่ว่าจะเป็น นักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ และนักไทย (คดี) ศึกษา นักภาษาและวรรณคดีไทยๆ ตลอดจนสื่อสารมวลชน (ไทยๆ) เกือบจะทุกสำนัก (ไม่ว่าจะเป็น "นักเรียนนอก" และ "นักเรียนไม่นอก" ไม่ว่าจะจบหรือไม่จบ ม.ในกรุง หรือ ม. นอกกรุง)


ความคิด "หมู่" ว่าด้วย uniqueness นี้ยังประโยชน์ให้กับนักการเมือง (ทั้งในและนอกระบบ) นักการทหาร นักการปกครองของ "อำมาตยา-เสนาธิปไตย" ในการที่จะ "รักษาสถานเดิม" หรือ status quo ตลอดจนสืบทอดความคิด "อนุรักษ์นิยม" conservatism หรือขยายความต่อซึ่ง neo-liberalism (แถม post-modernism !? ด้วยก็ยังได้) ทั้งหลายทั้งปวง ที่ถ้าไม่ปฏิเสธตรงๆ ก็ขอ "เลื่อน/รอ" ไปก่อน ซึ่ง "ประชาธิปไตยโดยรัฐสภา และการเลือกตั้ง" ตลอดจนการไม่ธำรงไว้ซึ่งหลักการณ์สากลว่าด้วย "ความเสมอภาค-เสรีภาพ-ภราดรภาพ" และ/หรือ "สิทธิมนุษยชน" นั่นเอง


ความคิดเช่นนี้ แถมยังให้ "ความชอบธรรม" หรือ justification/legitimacy ต่อการที่จะ (ยัง) ไม่ "ปฏิรูป" ไม่ว่าจะเป็นสถาบันใดๆ ของไทยแทบทุกสถาบันด้วย เช่นกัน



(ชาญวิทย์ เกษตรศิริ 11/12/2011 "รำพึงสยาม" หลังคืนจันทรคราสเต็มดวง)

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຢ່າ ລືມ ວັນທີ່ 16 ເດືອນ12 ເວລາ 17ໂມງ30
ຈຸກນັດພົບຂອງ ອະດິດ ນຍ ຄົນທີ່ 5 ບັວສອນ
ທີ່ເດິນພະທາດຫລວງ
ວັນປິ້ນປະວັດສາດ ສ້າງສັງຄົມໄຫ່ມ ປອດ ໂຈນ ຜດກ ປົ້ນຊາດແດກເມືອງ

ຄົນໃນຣັຖບານ ທອງສີງ ມິໃຜ
ເປິດໂສມຫ້ນາແລ້ວໃນວີທຍຸແຫ່ງນີ້

www.siengserixonlao.com


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ดับอีก ขตล.กลุ่มร่วมขบวนยึดด่านวังเตา


นาย ไพฑูรย์ มาลาวรรณ ผู้ตายเป็นหนึ่งในกลุ่มขตล.ที่บุกยึดด่านวังเตาเมื่อปี 43 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนตายหลายคน ซึ่งผู้ตายหนีรอดไปได้


อุบลราชธานี-มือ ปืนบุกปลิดชีพคาห้องครัวหลังบ้านหนึ่งในกลุ่มขบวนการต่อต้านประเทศลาว หรือ ขตล.พยายามหนีแต่ไม่รอดสิ้นใจข้างถนน เผย ผู้ตายเป็นหนึ่งในแกนนำ ขตล.กลุ่มเดียวกันกับ พ.ท.สีสุก ไชยแสง ที่ถูกยิงตายไปเมื่อปี 2546

เมื่อ เวลา 20.45 น.วันที่ 30 พ.ค. ร.ต.ต.อติวรรต ศรีเมือง ร้อยเวร สภ.อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงตายที่หน้าบ้านเลขที่ 56 หมู่ 12 บ้านหนองโดน ต.คันไร่ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล ลิ้มสุวรรณ ผกก. พ.ต.ท.จำนงค์ มีแก้ว รอง ผกก.สส.รีบรุดไปชันสูตรพลิกศพ พบคนตายทราบ ชื่อ นายไพฑูรย์ มาลาวรรณ อายุ 61 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพเลือดท่วมตัว มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนอาก้า ที่ไหล่ซ้ายกระสุนทะลุลำคอขวา 1 นัด นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน

ส่วนที่เกิดเหตุอยู่ในห้อง ครัวบ้านเลขที่ 159 ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตายตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน จึงเข้าตรวจสอบบ้านเกิดเหตุพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 1 หัว และบริเวณกอหญ้าใกล้หน้าต่างห้องครัวด้านนอก พบปลอกกระสุนปืนอาก้า 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานใช้ประกอบคดี

จากการสอบสวนทราบ ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายไพฑูรย์ ได้ลงมาก่อไฟในห้องครัวทำอาหาร โดยมีเมียและลูกนั่งเล่นอยู่ในบ้าน ระหว่างที่นายไพฑูรย์ก้มหน้าก้มตาก่อไฟอยู่นั้น มีคนร้าย 1 คน ใช้วิธีเดินเท้าเข้ามาจากป่าหลังบ้าน แล้วใช้ปืนที่เตรียมมาประทับยิงผู้ตายที่อยู่ห่างราว 2- 3 เมตร เมื่อผู้ตายถูกยิง ไม่ได้เสียชีวิตทันที จึงวิ่งหลบหนีออกจากห้องครัวข้ามสะพานคลองส่งน้ำชลประทานออกไปนอนตายอยู่ กลางถนนที่พบศพ

สำหรับสาเหตุที่ถูกยิง สันนิษฐานว่า ผู้ตายเป็นคนในขบวนการต่อต้านประเทศลาว หรือ ขตล.ในกลุ่มของ พ.ท.สีสุก ไชยแสง ที่ถูกยิงตายไปเมื่อปี 2546

ขบวนการล่าสังหาร ขตล.กลุ่มนี้ แหล่งข่าววงในแจ้งว่า เป็นคนละกลุ่มกับนายอาทิตย์ กลิ่นจันทร์ ที่ถูกตำรวจกองปราบปรามจับได้เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นขบวนการล่าสังหาร ขตล.ในกลุ่มของนายตำรวจนอกราชการยศ พ.ต.ท.คนหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมใช้อาวุธปืนสงครามสังหารเหยื่อเจ้าหน้าที่ จึงส่งหัวกระสุน และปลอกกระปืนที่พบในที่เกิดเหตุ เพื่อเปรียบเทียบกับหัวกระสุนปืนในคดียิง ขตล.รายอื่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมาด้วย

สำหรับประวัติ ผู้ตาย อดีตเคยเป็นทหารลาวขาว ที่หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน และมีส่วนสำคัญในการวางแผนบุกยึดด่านวังเตา เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2543 แต่สามารถหลบหนี โดยไม่ถูกทางการไทยจับกุม และได้กลับเข้ามาฝังตัวร่วมเคลื่อนไหวกับเพื่อนในขบวนการอีก ก่อนเสียชีวิตประมาณ 2 วัน นายไพฑูรย์คนตายได้พูดกับคนใกล้ชิด ว่า ร.อ.สุกัน ถูกฆ่าตายไปแล้ว รายต่อไปน่าจะเป็นตนเอง เพราะมีความใกล้ชิดกัน จนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด

ส่วนพฤติกรรมการ ใช้ปืนอาก้าสังหารเหยื่อที่อยู่ในขบวนการต่อต้านประเทศลาว หรือ ขตล. ของซุ่มมือปืนนายตำรวจนอกราชการรายนี้ เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2544 คนร้ายใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะใช้ปืนอาก้าบุกยิงท้าวภูเวียง ไม่ทราบนามสกุล ขณะนอนหลับในบ้านพักที่บ้านคันท่าแพ ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม

เดือน ต่อมาคนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงท้าวสง่า ไม่ทราบนามสกุล ที่บ้านเหล่าอินแปลง ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร เดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน คนร้ายใช้อาวุธปืน 11 มม.ยิงท้าวทอง ไม่ทราบนามสกุล ตายที่หมู่บ้านสนามชัย อ.พิบูลมังสาหาร เดือน เม.ย.2545 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงท้าวคำบอน ที่บ้านคำมันปลา อ.สิรินธร แต่ไม่ตาย

หลังรักษาตัวจนหายดี ท้าวคำบอน ที่เป็นเพื่อนสนิทของ ร.อ.สุกัน ได้ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี โดยไม่กลับมาอีกเลย และรายสุดท้ายยิง พ.ท.สีสุก ไชยแสง หน.ขบวนการต่อต้านลาว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2546 ในหมู่บ้านประชาสมบูรณ์ ต.นิคมลำโดมน้อย อ.สิรินธร.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Seng Chidhalay 13. Dezember 17:46
ສະບາຍດີ ພີ່ນ້ອງຄົນລາວຮັກຊາດ ທຸກຄົນ,
ອິງຕາມແຫລ່ງຂ່າວ ທີ່ໜ້າເຊື່ອຖືໄດ້ ສະພາບການໃນລາວກຳລັງເຄັ່ງຕຶງ ເພາະມີ
ການແຍ້ງຊິງອຳນາດກັນເອງ ລະຫວ່າງ ກຸ່ມທາງໃຕ້ ແລະກຸ່ມທາງເໜືອ ...ໝາຍ
ຄວາມວ່າ ລະຫວ່າງ ກຸ່ມ ອະດີດ ນາຍົກເກົ່າ ທ່ານ ບົວສອນ ຜຸບຜາວັນ ແລະ
ກຸ່ມ ນາຍົກ ຄົນ ປະຈຸບັນ ທ່ານ ທອງສິງ ທຳມະວົງ...ຫລືຈະເບິ່ງໄປອີກ ແງ່ນື່ງ
ກໍແມ່ນ ການສູ້ຢັນກັນລະຫວ່າງກຸ່ມ ນິຍົມຈີນ ແລະ ກຸ່ມ ນິຍົມວຽດນາມ...
ດັ່ງທີ່ ມີຂ່າວປ່າວປີວອອກມາ ວ່າ ໃນ ມື້ວັນເສົາ ທີ່ 16 ທັນວາ ນີ້ ຈະມີການ
ລົງເດີ່ນປະທ້ວງ ຢູ່ໃນບໍຣິເວນ ເດີ່ນທາດຫລວງ ນະຄອນວຽງຈັນ ນັ້ນ ກໍແມ່ນ
ມີສ່ວນມາຈາກ ການຂັດແຍ້ງ ກັນພາຍໃນ...ພວກບັນດານາຍທະຫານ ສ່ວນໃຫຍ່
ແມ່ນ ຍັງສນັບສນຸນ ທ່ານ ບົວສອນ ຢູ່...ປະຊາຊົນ ໃນທົ່ວປະເທດ ກໍເບື່ອໜ່າຍ
ຕໍ່ພວກຜູ້ນຳ ທີ່ສໍ້ໂກງປະເທດ ຊາດບ້ານເມືອງ ສ່ຳກັບບັກລາເບື່ອເຂົ້າຫລາມແລ້ວ..
ຂໍໃຫ້ແຕ່ມີໂອກາດ ປະຊາຊົນລາວ ຜູ້ທີ່ຮັກຊາດ ລວມໄປເຖິງ ພະນັກງານລັດ ນັກຮຽນ ນັກສຶກສາ ທະຫານຕຳຣວດ ພໍ່ຄ້າຊາວຂາຍ ກໍຈະພາກັນອອກມາ ຂັບໄລ່
ພວກ ໂຈນ 500 ຢ່າງບໍ່ຕ້ອງສົງໃສ!!! ຖ້າມີຂ່າວຄືບໜ້າ ຂພຈ. ຈະໄດ້ຕິດຕາມ
ເອົາມາ ແຈ້ງໃຫ້ພໍ່ແມ່ ພີ່ນ້ອງ ຄົນລາວຮັກຊາດ ຊາບທົ່ວເຖິງກັນ....ຂໍໃຫ້ພວກເຮົາ
ຈົ່ງພາກັນເອົາໃຈໃສ່ ແລະຕຽມປະກອບສ່ວນ ເພື່ອຊຸກຍູ້ໃຫ້ ມີການປ່ຽນແປງ...ຄັ້ງປະວັດສາດໃຫ້ໄດ້....!
ຮັກແພງ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

By Kate McGeown
BBC News Online
Rebel insurgents

The Hmong are a little-known people in a secretive land
But there is increasing evidence that the Hmong are fighting back.
Over the last few decades, there have been persistent rumours of rebel
fighters living in remote jungle areas - the kind of reports which the three
foreigners now on trial were trying to confirm.
Sunai Phasuk says it is very difficult to get accurate information about the
number of rebels in Laos, or the activities they are engaged in.

Three foreigners were arrested while researching the Hmong in 2003
But last month Andrew Perrin, a journalist from Time Asia magazine, managed
to gain access to a remote rebel camp, where he met hundreds of Hmong
families.
"What we found really surprised us. There were 800-900 people - far more
than we had thought - and we were told there were another 20 similar groups
around Laos," he told BBC News Online.
The group he encountered was living in a state of constant siege, with women
and children in desperate need of food and medical attention - and
constantly on the run from the Lao authorities.
"These people are hunted like wild animals," said Mr Perrin. "It has been
going on for nearly 30 years."
"From their hill-top camps, military patrols fire rockets into the jungle.
If they spot someone, they shoot."
In public, the Lao Government denies that the Hmong rebels exist.
But diplomatic sources have said that, behind the scenes, the authorities
believe the rebels are behind a spate of recent ambush attacks on buses in
the region.
Sunai Phasuk said it was not in the government's interest to openly blame
the Hmong for the attacks, as it would imply the authorities were no longer
in control of the situation.
So, instead, the attacks are blamed on "bandits" or "bad people".
Amnesty's Daniel Alberman rebuffed that explanation.
"You don't kill a load of bus passengers if you're a bandit," he said.
Andrew Perrin said it was impossible to say who was behind the bus attacks.
Eyewitnesses have claimed that those responsible spoke the Hmong language
and looked like ethnic Hmong.
But Mr Perrin said the Hmong he met denied being involved in any attacks. He
said there was even a possibility that the military itself was behind the
ambushes.
The truth of the matter is likely to remain difficult to determine, and the
continuing violence could well deter others from investigating further.


Par Kate McGeown
BBC Nouvelles en ligne
Insurgés rebelles

Les Hmong sont un peuple peu connu dans un pays secret
Mais il ya plus de preuves que les Hmong sont riposter.

Au cours des dernières décennies, il ya eu des rumeurs persistantes de rebelles
combattants vivant dans des zones de jungle à distance - le type de rapports dont les trois
étrangers aujourd'hui en procès tentaient de confirmer.
Sunai Phasuk affirme qu'il est très difficile d'obtenir des informations précises sur les
nombre de rebelles au Laos, ou des activités qu'ils sont engagés po

Trois étrangers ont été arrêtés alors des recherches sur les Hmong en 2003
Mais le mois dernier, Andrew Perrin, un journaliste du Time Asia magazine, géré
pour accéder à un camp de rebelles à distance, où il a rencontré des centaines de Hmongs
familles.
. «Nous avons découvert nous a vraiment surpris Il y avait 800-900 personnes - beaucoup plus
que nous l'avions pensé - et on nous a dit il y avait 20 autres groupes similaires
autour du Laos ", a déclaré à la BBC Nouvelles en ligne.
Le groupe a rencontré vivait dans un état de siège constant, avec les femmes
et les enfants dans le besoin désespéré de nourriture et de soins médicaux - et
permanence sur la course par les autorités lao.
«Ces gens sont chassés comme des animaux sauvages», a déclaré M. Perrin. "Il a été
passe près de 30 ans. "
»De leur sommet d'une colline camps, les militaires des patrouilles des roquettes dans la jungle.
Si ils aperçoivent quelqu'un, ils tirent. "
En public, le Gouvernement lao nie que les rebelles hmongs existent.
Mais des sources diplomatiques ont affirmé que, dans les coulisses, les autorités
croient que les rebelles sont derrière une série d'attaques récente embuscade contre des autobus dans
la région.
Sunai Phasuk a déclaré qu'il n'était pas dans l'intérêt du gouvernement ouvertement blâmer
les Hmong pour les attaques, car il impliquerait les autorités ne sont plus
dans le contrôle de la situation.
Ainsi, au lieu, les attentats sont attribués à des «bandits» ou «mauvaises personnes».
Amnesty Daniel Alberman repoussé cette explication.
«On ne tue pas une charge de passagers du bus si vous êtes un bandit», at-il dit.
Andrew Perrin a dit qu'il était impossible de dire qui était derrière les attaques de bus.
Des témoins oculaires ont affirmé que les responsables parlaient la langue Hmong
et ressemblait ethnique hmong.
Mais M. Perrin a déclaré que le Hmong, il a rencontré nié être impliqué dans des attaques. Il
dit qu'il n'y avait même une possibilité que l'armée elle-même était derrière le
embuscades.
La vérité de la matière est susceptible de rester difficile à déterminer, et le
la violence continue pourrait bien dissuader les autres d'enquêter davantage.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

By Kate McGeown
BBC News Online

Rebel insurgents



The Hmong are a little-known people in a secretive land
But there is increasing evidence that the Hmong are fighting back.

Over the last few decades, there have been persistent rumours of rebel fighters living in remote jungle areas - the kind of reports which the three foreigners now on trial were trying to confirm.

Sunai Phasuk says it is very difficult to get accurate information about the number of rebels in Laos, or the activities they are engaged in.


Three foreigners were arrested while researching the Hmong in 2003
But last month Andrew Perrin, a journalist from Time Asia magazine, managed to gain access to a remote rebel camp, where he met hundreds of Hmong families.

"What we found really surprised us. There were 800-900 people - far more than we had thought - and we were told there were another 20 similar groups around Laos," he told BBC News Online.

The group he encountered was living in a state of constant siege, with women and children in desperate need of food and medical attention - and constantly on the run from the Lao authorities.

"These people are hunted like wild animals," said Mr Perrin. "It has been going on for nearly 30 years."

"From their hill-top camps, military patrols fire rockets into the jungle. If they spot someone, they shoot."

In public, the Lao Government denies that the Hmong rebels exist.

But diplomatic sources have said that, behind the scenes, the authorities believe the rebels are behind a spate of recent ambush attacks on buses in the region.

Sunai Phasuk said it was not in the government's interest to openly blame the Hmong for the attacks, as it would imply the authorities were no longer in control of the situation.

So, instead, the attacks are blamed on "bandits" or "bad people".

Amnesty's Daniel Alberman rebuffed that explanation.

"You don't kill a load of bus passengers if you're a bandit," he said.

Andrew Perrin said it was impossible to say who was behind the bus attacks.

Eyewitnesses have claimed that those responsible spoke the Hmong language and looked like ethnic Hmong.

But Mr Perrin said the Hmong he met denied being involved in any attacks. He said there was even a possibility that the military itself was behind the ambushes.

The truth of the matter is likely to remain difficult to determine, and the continuing violence could well deter others from investigating further.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຂໍໃຫ້ທ່ານຜູ້ກຽ່ວຂ້ອງໃນຂ່າວນີ້ອະທິບາຍເພີ້ມແດ່.

ວັນສຸກທີ 16 ທັນວາ 2011 ນີ້ ເລີ່ມແຕ່ເວລາ 17:30 ໂມງເປັນຕົ້ນໄປ ຈະໄດ້ມີການໂຮມຊຸມນຸມຄັ້ງໃຫ່ຍ ຂໍຢໍ້າ (ຄັ້ງໃຫ່ຍ)ອີກເທີ່ອໜຶ່ງໃນປະຫວັດສາດລາວເຮົາ ຢູ່ທີ່ເດີ່ນພະທາດຫຼວງວຽງຈັນ ນຳໂດຍພະນະທ່ານ ບົວສອນ ບຸບຜາວັນ ອະດີດນາຍົກລັຖມົນຕີລາວເຮົາ ທີ່ຖືກເດັ້ງໂດຍກຸ່ມຫົວນິຍົມຫວຽດນາມ ຍ້ອນທ່ານບົວສອນເພິ່ນນິຍົມຈີນ. ໃນອະດີດທ່ານບົວສອນ ກໍເປັນນັກສຶກສາຄົນໜຶ່ງທີ່ມີຜົນງານ ເດັ່ນໃນການເປັນແກນນຳໂຮມຊຸມນຸມ. ອີກທ່ານໜຶ່ງທີ່ຈະເປັນແກນນຳໃນຄັ້ງນີ້ແມ່ນທ່ານ ສຸລິວົງ ດາລາວົງ ລັຖະມົນຕີ ພະລັງານບໍ່ແຮ່ ເປັນລຸງ ເຮົາເອງ. ຄາດກັນວ່າ ທ່ານ ສົມສະຫວາດ ເລັ່ງສະຫວັດ ກໍຈະເຂົ້າຮ່ວມ.
ທຸກໆຄົນສາມາດເຂົ້າຮ່ວມໄດ້ ເພື່ອສະແດງພະລັງວ່າເຮົາຄົນລາວບໍມັກການຕົກເປັນຫົວເມືອງແບບໃໝ່ໃຫ້ແກ່ຫວຽດນາມ!

ກະລຸນາ copy ຂຽນໃສ່ status ຂອງທ່ານແລ້ວບອກຕໍ່ໆກັນໄປ. Copy ມາຈາກອ້າຍ ຕູ່ ຄົນຮັກຊາດລາວ

.............................................................................................................

ຫລານສາວຂອງດຣ ຄຳເຜິຍ ປານມະລັຍທອງ ຊື້ງຈະເຂົ້າຮ່ວມເດິນຂະບວນປະທ້ວງຄັ້ງຍີ່ງໄຫ່ຍທີ່16.12
ຫລານສາວຂອງດຣ ຄຳເຜິຍ ປານມະລັຍທອງ ຊື້ງຈະເຂົ້າຮ່ວມເດິນຂະບວນປະທ້ວງຄັ້ງຍີ່ງໄຫ່ຍທີ່16.12
ຫລານສາວຂອງດຣ ຄຳເຜິຍ ປານມະລັຍທອງ ຊື້ງຈະເຂົ້າຮ່ວມເດິນຂະບວນປະທ້ວງຄັ້ງຍີ່ງໄຫ່ຍທີ່16.12
ຫລານສາວຂອງດຣ ຄຳເຜິຍ ປານມະລັຍທອງ ຊື້ງຈະເຂົ້າຮ່ວມເດິນຂະບວນປະທ້ວງຄັ້ງຍີ່ງໄຫ່ຍທີ່16.12

http://laofr.blogspot.com/2011/12/new-miss-minnesota-is-first-lao.html

2011-12-12
New Miss Minnesota is first Lao-American to hold title

http://minnesota.publicradio.org

>>>PHOTOS : Miss MINNESOTA USA 2012


The state will send an Asian-American to the Miss USA pageant next year.

Nitaya Panemalaythong, 26, of Savage was crowned Miss Minnesota last month. The office worker and Normandale College student is the first Asian-American to win the honors, according to pageant producers.

Panemalaythong, whose family is from Laos, was born in a refugee camp in Thailand. In 1986, she moved to the United States as an infant. Her family lived in Minneapolis and North Carolina.

Her bio says her proudest achievement was buying a house last year. Why?

"She and her brother in law support 10 family members, living in that home," the bio says.

Panemalaythong was at first skeptical about entering the pageant, and at 26, she was the oldest contestant in the competition, the Savage Pacer reports.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

Une Lao-Américaine devient Miss Minnesota

Son nom est Nitaya Panemalaythong, elle a 26 ans et c'est la nouvelle Miss Minnesota. Elle est la plus âgée des participantes.

Elle participera l'année prochaine à l'élection de Miss USA.

Nitaya Panemalaythong est née dans un camp de réfugiés en Thailande et arrive aux Etats-Unis lorsqu'elle était encore nourrisson en 1986.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

2 December 2011 Last updated at 16:24 GMT
Share this page

* Email
* Print

Share this page

* Share
* Facebook
* Twitter

French colonel 'killed himself in pro-Hmong protest'
Hmong refugees repatriated to Laos i(December 2009) Thailand repatriated almost 5,000 Hmong refugees to Laos in December 2009
Continue reading the main story
Related Stories

* Many Vietnamese Hmong 'in hiding'
* Vietnam 'seals off protest site'
* Country profile: Vietnam

A retired French colonel has killed himself to protest against "indifference" to the plight of Laos's Hmong minority, French media say.

Col Robert Jambon, 86, shot himself in October on the steps of the "Indochina monument" in Dinan in western France.

In a suicide letter published by Ouest France, he described his action as "an act of war aimed at rescuing our brothers-in-arms facing death".

Ethnic Hmong have been complaining of discrimination in Vietnam and Laos.

Col Jambon fought alongside Hmong during France's war in South-East Asia in the 1940s and early 1950s.

Many members of the community joined French forces during the conflict - known in the country as the "Indochina war".

In the suicide note, the colonel wrote: "After a long period of disappointment I have decided to play my final card, or more precisely my final bullet."

He said the suicide was aimed at expressing his "shame and to protest against the cowardly indifference of our officials in the face of the terrible misfortune that is hitting our friends in Laos".

Col Jambon said he had been particularly outraged by the lack of international reaction to Thailand's decision to expel thousands of Hmong refugees two years ago.

"As for you, governments without honour and big media without honour, I spit my blood and my contempt in your face," his letter says.

The Hmong communities of northern Laos and Vietnam also fought alongside US forces during the Vietnam War, and feel they are discriminated against because of their past.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຂໍໃຫ້ທ່ານຜູ້ກຽ່ວຂ້ອງໃນຂ່າວນີ້ອະທິບາຍເພີ້ມແດ່.

ວັນສຸກທີ 16 ທັນວາ 2011 ນີ້ ເລີ່ມແຕ່ເວລາ 17:30 ໂມງເປັນຕົ້ນໄປ ຈະໄດ້ມີການໂຮມຊຸມນຸມຄັ້ງໃຫ່ຍ ຂໍຢໍ້າ (ຄັ້ງໃຫ່ຍ)ອີກເທີ່ອໜຶ່ງໃນປະຫວັດສາດລາວເຮົາ ຢູ່ທີ່ເດີ່ນພະທາດຫຼວງວຽງຈັນ ນຳໂດຍພະນະທ່ານ ບົວສອນ ບຸບຜາວັນ ອະດີດນາຍົກລັຖມົນຕີລາວເຮົາ ທີ່ຖືກເດັ້ງໂດຍກຸ່ມຫົວນິຍົມຫວຽດນາມ ຍ້ອນທ່ານບົວສອນເພິ່ນນິຍົມຈີນ. ໃນອະດີດທ່ານບົວສອນ ກໍເປັນນັກສຶກສາຄົນໜຶ່ງທີ່ມີຜົນງານ ເດັ່ນໃນການເປັນແກນນຳໂຮມຊຸມນຸມ. ອີກທ່ານໜຶ່ງທີ່ຈະເປັນແກນນຳໃນຄັ້ງນີ້ແມ່ນທ່ານ ສຸລິວົງ ດາລາວົງ ລັຖະມົນຕີ ພະລັງານບໍ່ແຮ່ ເປັນລຸງ ເຮົາເອງ. ຄາດກັນວ່າ ທ່ານ ສົມສະຫວາດ ເລັ່ງສະຫວັດ ກໍຈະເຂົ້າຮ່ວມ.
ທຸກໆຄົນສາມາດເຂົ້າຮ່ວມໄດ້ ເພື່ອສະແດງພະລັງວ່າເຮົາຄົນລາວບໍມັກການຕົກເປັນຫົວເມືອງແບບໃໝ່ໃຫ້ແກ່ຫວຽດນາມ!

ກະລຸນາ copy ຂຽນໃສ່ status ຂອງທ່ານແລ້ວບອກຕໍ່ໆກັນໄປ. Copy ມາຈາກອ້າຍ ຕູ່ ຄົນຮັກຊາດລາວ

   
Best Regards,

specom

__________________
Anonymous

Date:
  
 


ບັກວີນັຍ ຫລຶ ເພັຊຄາດ ຫລານຊາຍສາວທອງສີສອນຣາຊບຸດ ອະດິດຜູ້ອຳນວຍການ ວີທຍຸ France Inter Paris ເປັນຕັວການ ທີ່ ສົ່ງ ຮູບຂາດ ຫລັກຖານ ທີ່ ແວບໄຊໃນລານ ວ່າ ທ່ານ ທອງສຸກ ໄປ ຖາມຂ່າວຖາມຄາວ ຈັບມື ກັບສະຫາຍທອງລຸນ ສິສຸລິດ ຣມຕ ຕ່າງ ປທ ຂອງ ສປປລ ຢ່າງບອກຍອມຣັບບໍ່ໄດ້ເດັດຂາດເດິ
ສະນັ້ນບັນຫານີ້ຕົກໄປແລ້ວ ບໍ່ຈຳເປັນມາຖົກຖຽງກັນອິກຕໍ່ໄປ ໃຜເຊື່ອກະເປັນຄວາຍທັງນັ້ນ
ອົມພະມາເວົ້າ ມາອ້າງກະບໍ່ມີໃຜເຊື່ອໄດ້ຢ່າງແນ່ນອນເລື້ອງນີ້ ໃນ ເມື່ອ ທ່ານທອງສຸກເອງກະມີແນວຄິດຕ້ານ ຜດກໂຈນ500 ລາວແດງ ຮຽກຣ້ອງເອົາສີຣພາບມາໃຫ້ພີ່ນ້ອງລາວຢ່າງຕໍ່ເນື່ອງ
ສະຫາຍSary Tatpaporn
Washingto,DC, USA ມືງເຊົາເອົາສີ່ງນີ້ມາຖົກຖຽງກັນໄດ້ແລ້ວ ໂອເຄ

ພີພັກສາ


www.siengserixonlao.com

__________________
Anonymous

Date:
  
 



ทุ่ม 400 ล.ตัดสัญญาณเว็บหมิ่นเมืองนอก
วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2554 เวลา 17:19 น. dailynews
"เฉลิม"ลั่นเตรียมปิด 200เว็บไทยเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ส่วนเว็บนอก ชง ครม.ซื้อเครื่องมือมูลค่า 400 ล้านป้องกัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวก่อนประชุมคณะกรรมอำนวยการกำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร ว่า ในประเด็นนี้หลายรัฐบาลได้ทำมา แต่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ เนื่องจากมีการอ้างว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีการเปิดมาจากเมือนอก ซึ่งการดำเนินคดีเป็นไปได้ยาก และมีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันภายในประเทศไทยบ้าง แต่ไม่สามารถจับกุมได้ ฉะนั้นบุคคลใดพูดอย่างนี้ถือว่าโกหก ส่วนเว็บไซต์ในต่างประเทศนั้นห้ามไม่ได้จริง แต่ถ้ารู้ว่าไม่เหมาะสมสามารถบล็อกและตัดสัญญาณออกได้ ครั้งนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้ตนและ ผบ.ตร.ดูแลเรื่องเกี่ยวกับการจัดการเว็บไซต์หมิ่นต่างๆ งานนี้จะไม่มีประชุมแต่เน้นจัดการทันที



ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า มี รอง ผบก.ปอท.นายหนึ่ง ซึ่งเก่งด้านนี้ บอกว่า สำหรับเว็บไซต์มาจากภายนอกประเทศ มีเครื่องมือที่สามารถตัดสัญญาณได้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท ฉะนั้นตนได้แจ้งเลขาธิการนายกฯ ในที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ จะให้กระทรวงไอซีทีตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวเข้ามาใช้ อย่างไรก็ตามตนและ ผบ.ตร.ไม่ได้มีความต้องการที่จะใช้งบประมาณดังกล่าว และตำรวจไม่เอา แต่ตำรวจพร้อมที่ทำงานให้ จากนี้ต่อไปจะมีมากน้อยเท่าไหร่ไม่แน่ แต่ต้องน้อยกว่าเดิมและมีมาตรการเข้ม ข้อความไม่บังควรเราไม่เผยแพร่ แต่ถ้าได้เครื่องมือที่ตัดสัญญาณได้ก็เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เครื่องมือดังกล่าวจะสามารถตัดสัญญาณได้ 100% หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายตำรวจคนดังกล่าวชี้แจงว่าสามารถดำเนินการได้เกือบ 100% เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำไม่ได้ เว้นแต่จะทำจริงหรือไม่ โดยมีบางคนไปพูดมาก ถ้าไปทำเรื่องนี้เอ็นจีโอ หรือต่างชาติจะดูไม่ดี แต่ที่นี่เมืองไทย เราไม่ได้ละเมิดสิทธิ เพราอะไรที่แสดงออกตามพื้นฐานความชอบธรรม ก็ควรทำไป ส่วนจะเริ่มปฏิบัติการวันไหนนั้น เราจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. แต่ภายในวันนี้จะกำหนดว่าใครมีหน้าที่อะไร

เมื่อถามว่ามีกลุ่มเป้าหมายแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเกรงใจ ที่ผ่านมาก็กลัวกัน บอกไม่ได้ว่ามีกี่เป้าหมาย แต่ที่ผ่านมาได้มีเจ้าของเว็บไซต์ติดต่อมาว่า ไม่มีการทำอะไรหมิ่นประมาทอย่างนั้น แต่ไม่ได้ดู แต่คุณอ้างอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อคุณรับทราบคุณต้องแก้ไข เมื่อถามว่ามีบางกลุ่มที่หมิ่นสถาบัน เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า ไม่ว่าสีเสื้อไหนถ้าทำผิกกฎหมายก็ผิด เสื้อสีไหนก็ต้องจับหมด เรามีการเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว อยากจะฝากบอกไปยังเอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ที่ออกมาเรียกร้องละเมิดสิทธิ ถ้าอยู่ที่เมืองไทยก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย


ทั้งนี้ในที่ประชุมได้รายงานว่า กระทรวงไอซีที มีรายชื่อเว็บไซด์ ในไทย 200 แห่งที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันและสามารถสั่งปิดได้ในทันที โดยเตรียมพร้อมประสานงานกับตำรวจเพื่อดำเนินการแล้ว

__________________
Anonymous

Date:
  
 


ຖ່ານ ຈູມມາລິ

ວັນທີ 10 ທັນວາ ເປັນວັນສາກົນແຫ່ງການເທີດທູນສີດທີມຸສ
ຈົ່ງປ່ອຍນັກໂທດການເມືອງ ດ່ວນ ແລະ ໄວໆ ອິກດ້ວຍ


http://www.mldh-lao.org/France1.htm



Now, Therefore THE GENERAL ASSEMBLY proclaims THIS UNIVERSAL DECLARATION OF HUMAN RIGHTS as a common standard of achievement for all peoples and all nations, to the end that every individual and every organ of society, keeping this Declaration constantly in mind, shall strive by teaching and education to promote respect for these rights and freedoms and by progressive measures, national and international, to secure their universal and effective recognition and observance, both among the peoples of Member States themselves and among the peoples of territories under their jurisdiction.
^ Top
Article 1.
All human beings are born free and equal in dignity and rights.They are endowed with reason and conscience and should act towards one another in a spirit of brotherhood.
^ Top
Article 2.
Everyone is entitled to all the rights and freedoms set forth in this Declaration, without distinction of any kind, such as race, colour, sex, language, religion, political or other opinion, national or social origin, property, birth or other status. Furthermore, no distinction shall be made on the basis of the political, jurisdictional or international status of the country or territory to which a person belongs, whether it be independent, trust, non-self-governing or under any other limitation of sovereignty.
^ Top
Article 3.
Everyone has the right to life, liberty and security of person.
^ Top
Article 4.
No one shall be held in slavery or servitude; slavery and the slave trade shall be prohibited in all their forms.
^ Top
Article 5.
No one shall be subjected to torture or to cruel, inhuman or degrading treatment or punishment.
^ Top
Article 6.
Everyone has the right to recognition everywhere as a person before the law.
^ Top
Article 7.
All are equal before the law and are entitled without any discrimination to equal protection of the law. All are entitled to equal protection against any discrimination in violation of this Declaration and against any incitement to such discrimination.
^ Top
Article 8.
Everyone has the right to an effective remedy by the competent national tribunals for acts violating the fundamental rights granted him by the constitution or by law.
^ Top
Article 9.
No one shall be subjected to arbitrary arrest, detention or exile.
^ Top
Article 10.
Everyone is entitled in full equality to a fair and public hearing by an independent and impartial tribunal, in the determination of his rights and obligations and of any criminal charge against him.
^ Top
Article 11.
(1) Everyone charged with a penal offence has the right to be presumed innocent until proved guilty according to law in a public trial at which he has had all the guarantees necessary for his defence.
(2) No one shall be held guilty of any penal offence on account of any act or omission which did not constitute a penal offence, under national or international law, at the time when it was committed. Nor shall a heavier penalty be imposed than the one that was applicable at the time the penal offence was committed.
^ Top
Article 12.
No one shall be subjected to arbitrary interference with his privacy, family, home or correspondence, nor to attacks upon his honour and reputation. Everyone has the right to the protection of the law against such interference or attacks.
^ Top
Article 13.
(1) Everyone has the right to freedom of movement and residence within the borders of each state.
(2) Everyone has the right to leave any country, including his own, and to return to his country.
^ Top
Article 14.
(1) Everyone has the right to seek and to enjoy in other countries asylum from persecution.
(2) This right may not be invoked in the case of prosecutions genuinely arising from non-political crimes or from acts contrary to the purposes and principles of the United Nations.
^ Top
Article 15.
(1) Everyone has the right to a nationality.
(2) No one shall be arbitrarily deprived of his nationality nor denied the right to change his nationality.
^ Top
Article 16.
(1) Men and women of full age, without any limitation due to race, nationality or religion, have the right to marry and to found a family. They are entitled to equal rights as to marriage, during marriage and at its dissolution.
(2) Marriage shall be entered into only with the free and full consent of the intending spouses.
(3) The family is the natural and fundamental group unit of society and is entitled to protection by society and the State.
^ Top
Article 17.
(1) Everyone has the right to own property alone as well as in association with others.
(2) No one shall be arbitrarily deprived of his property.
^ Top
Article 18.
Everyone has the right to freedom of thought, conscience and religion; this right includes freedom to change his religion or belief, and freedom, either alone or in community with others and in public or private, to manifest his religion or belief in teaching, practice, worship and observance.
^ Top
Article 19.
Everyone has the right to freedom of opinion and expression; this right includes freedom to hold opinions without interference and to seek, receive and impart information and ideas through any media and regardless of frontiers.
^ Top
Article 20.
(1) Everyone has the right to freedom of peaceful assembly and association.
(2) No one may be compelled to belong to an association.
^ Top
Article 21.
(1) Everyone has the right to take part in the government of his country, directly or through freely chosen representatives.
(2) Everyone has the right of equal access to public service in his country.
(3) The will of the people shall be the basis of the authority of government; this will shall be expressed in periodic and genuine elections which shall be by universal and equal suffrage and shall be held by secret vote or by equivalent free voting procedures.
^ Top
Article 22.
Everyone, as a member of society, has the right to social security and is entitled to realization, through national effort and international co-operation and in accordance with the organization and resources of each State, of the economic, social and cultural rights indispensable for his dignity and the free development of his personality.
^ Top
Article 23.
(1) Everyone has the right to work, to free choice of employment, to just and favourable conditions of work and to protection against unemployment.
(2) Everyone, without any discrimination, has the right to equal pay for equal work.
(3) Everyone who works has the right to just and favourable remuneration ensuring for himself and his family an existence worthy of human dignity, and supplemented, if necessary, by other means of social protection.
(4) Everyone has the right to form and to join trade unions for the protection of his interests.
^ Top
Article 24.
Everyone has the right to rest and leisure, including reasonable limitation of working hours and periodic holidays with pay.
^ Top
Article 25.
(1) Everyone has the right to a standard of living adequate for the health and well-being of himself and of his family, including food, clothing, housing and medical care and necessary social services, and the right to security in the event of unemployment, sickness, disability, widowhood, old age or other lack of livelihood in circumstances beyond his control.
(2) Motherhood and childhood are entitled to special care and assistance. All children, whether born in or out of wedlock, shall enjoy the same social protection.
^ Top
Article 26.
(1) Everyone has the right to education. Education shall be free, at least in the elementary and fundamental stages. Elementary education shall be compulsory. Technical and professional education shall be made generally available and higher education shall be equally accessible to all on the basis of merit.
(2) Education shall be directed to the full development of the human personality and to the strengthening of respect for human rights and fundamental freedoms. It shall promote understanding, tolerance and friendship among all nations, racial or religious groups, and shall further the activities of the United Nations for the maintenance of peace.
(3) Parents have a prior right to choose the kind of education that shall be given to their children.
^ Top
Article 27.
(1) Everyone has the right freely to participate in the cultural life of the community, to enjoy the arts and to share in scientific advancement and its benefits.
(2) Everyone has the right to the protection of the moral and material interests resulting from any scientific, literary or artistic production of which he is the author.
^ Top
Article 28.
Everyone is entitled to a social and international order in which the rights and freedoms set forth in this Declaration can be fully realized.
^ Top
Article 29.
(1) Everyone has duties to the community in which alone the free and full development of his personality is possible.
(2) In the exercise of his rights and freedoms, everyone shall be subject only to such limitations as are determined by law solely for the purpose of securing due recognition and respect for the rights and freedoms of others and of meeting the just requirements of morality, public order and the general welfare in a democratic society.
(3) These rights and freedoms may in no case be exercised contrary to the purposes and principles of the United Nations.
^ Top
Article 30.
Nothing in this Declaration may be interpreted as implying for any State, group or person any right to engage in any activity or to perform any act aimed at the destruction of any of the rights and freedoms set forth herein.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ynWwDYOkZQ0

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=307066575991303&set=p.307066575991303&type=1#!/pages/ภูมิพลคลอดออกมาจากหีหมาขี้เรื้อน/227417943956688

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ ของ สปป ลาว


สภาแห่งชาติ เป็นอำนาจการปกครองฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ทำหน้าที่รับรองกฎหมาย และกิจกรรมต่างๆของรัฐ เช่น การสัมปทานโครงการขนาดยักษ์ต่างๆ (เล่าเท่าที่รู้เห็น)
วาระของสมาชิกสภา คือ ๕ ปีเลือกตั้งหนึ่งครั้ง
การเลือกตั้งเป็นแบบพวงใหญ่ หนึ่งแขวง(จังหวัด เลือกได้หนึ่งพวงตามจำนวนที่กำหนด)
ท่านมีการกำหนดจำนวนผู้สมัครด้วย เริ่มที่คณะประจำสภาแห่งชาติมีมติกำหนดจำนวนผู้สมัคร และจำนวนสมาชิกสภาของแต่ละแขวง แล้วนำเสนอประธานประเทศ เพื่อออกรัฐดำรัส ว่าด้วยการกำหนดจำนวนผู้สมัคร และจำนวนสมาชิกสภาแห่งชาติของแต่ละแขวง เช่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ แขวงไชยบุรีรับผู้สมัคร ๑๐คน เลือกเอา ๗ คน กำแพงพระนครเวียงจันทน์รับผู้สมัคร ๒๑ คน เลือกเอา ๑๕คน รวมทั้งประเทศ รับผู้สมัคร ๑๙๐ท่าน และเลือกเอา ๑๓๒ท่าน
การกำหนดจำนวนสมาชิกสภา ขึ้นกับจำนวนพลเมืองในแต่ละแขวงโดยคิดสัดส่วน จำนวนพลเมือง ห้าหมื่นคนต่อสมาชิก ๑ ท่าน แต่ไม่ให้แต่ละแขวงมีสมาชิกสภาน้อยกว่า ๓คน นอกจากนั้นยังขึ้นกับจุดพิเศษของแต่ละแขวงเช่น เขตเศรษฐกิจ ชายแดน ความมั่นคงเป็นต้น
ใครสามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกผู้แทน พลเมืองลาวที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปทุกคนมีสิทธิ์เลือกผู้แทน ยกเว้น คนที่ ถูกศาลประชาชนตัดสิทธิ์ คนบ้า และคนที่ถูกตัดอิสรภาพ
ใครสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาแห่งชาติ อิงตามตัวบทกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตราที่ 3 ท่านว่าพลเมืองลาวทุกคนที่มีอายุซาวเอ็ดปีขึ้นไป มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง
แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเดินไปยื่นใบสมัครเองได้นะครับ การสมัครรับเลือกตั้งต้องมีผู้เสนอรายชื่อขึ้นไปในฐานะของตัวแทนของหน่วย งานราชการ หรือองค์กรมหาชนเท่านั้น ไม่ใช่สมัครด้วยตัวเอง หลังจากการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร จากคณะกรรมการเลือกตั้ง( กกต)ท้องถิ่นแล้ว จะส่งรายชื่อไปให้กรรมการระดับชาติเป็นผู้ประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็น ทางการ
ท่านมีข้อตกลงว่าด้วยการควบตำแหน่ง หมายความว่า ข้าราชการประจำสามารถเป็นผู้แทน หรือสมาชิกสภาได้ควบคู่กันไปด้วย เช่น ท่านอาจเป็นรองเจ้าแขวง หัวหน้าแผนกกะสิกำแขวง ก็สามารถสมัครผู้แทนได้
การหาเสียงตามกฎหมายท่านว่า ผู้สมัครมีสิทธิ์โฆษณาหาเสียงได้ แต่ต้องไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เท่าที่เคยเห็น จะเป็นเวทีที่จัดโดยคณะกรรมการท้องถิ่น จัดเวทีแนะนำผู้สมัครทุกท่าน แล้วให้แต่ละท่านปราศัย
การเลือกตั้งใช้แบบสากล คือการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง เลือกกาเอาคนที่ชอบ มีการจัดสถานที่ลงคะแนน แต่ที่พิเศษคือ มีบริการหีบบัตรเคลื่อนที่สำหรับผูป่วย คนชรา คนพิการที่ไม่สามารถเดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งได้ด้วย
การนับคะแนนเสียงนับแบบเปิดเผยที่หน่วยเลือกตั้ง
ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด เรียงลำดับจากที่ ๑ไปจนถึงลำดับที่ประกาศจำนวนผู้แทนไว้ จะได้เป็นผู้แทน
ในกรณีที่ ลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นผู้แทน มีมากกว่าหนึ่งคนที่ได้คะแนนเสียงเท่ากัน ท่านให้เลือกเอาผู้สมัครที่มีอายุราชการ (อายุการ)มากกว่า เป็นผู้แทน
หากอายุการยังเท่ากันอีก ทีนี้ท่านให้พิจารณาอายุของผู้สมัคร (ทางนี้ใช้คำว่า อายุ กะ-เสียน) ผู้ที่เกิดก่อน จะได้เป็นผู้แทน.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

คำถามต่อรัฐบาลเพื่อไทย

เรื่องการนำอภิสิทธิ์และพรรคพวกขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

ใจ อึ๊งภากรณ์

เสื้อแดงทุกคนคงทราบดีว่าทนาย โรเบิรด อัมสเตอร์ดัม ได้ส่งเรื่องการก่ออาชญากรรมฆ่าประชาชนเสื้อแดงของอภิสิทธิ์และพรรคพวกเข้าสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ และเราคงทราบว่าถึงทุกวันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบรรณต่อธรรมนูญโรม เพื่อยอมรับศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ตอนนี้มีข้อมูลที่นำไปสู่คำถามที่เสื้อแดงทุกคนต้องถามกับรัฐบาลเพื่อไทย

ประเด็นสำคัญที่ทุกคนไม่ควรลืมคือความสำคัญของการนำคนอย่างอภิสิทธิ์ สุเทพ อนุพงษ์ และประยุทธิ์มาขึ้นศาล เพื่อไม่ให้ฆาตกรของรัฐอำมาตย์ลอยนวล และเพื่อไม่ให้วีรชนเสื้อแดงตายเปล่า เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่นกรณี 6 ตุลา หรือพฤษภา 35 เป็นต้น

การนิ่งเฉยไม่ทำอะไรของรัฐบาลเพื่อไทย บวกกับการเดินหน้าปราบคนที่คิดต่างด้วย กฏหมาย 112 หนักขึ้น กำลังทำให้อำมาตย์ ทหาร และคนอย่างอภิสิทธิ์มั่นใจมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากคำพูดของอภิสิทธิ์กับตำรวจเมื่อวันก่อนว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์จัดการกับการประท้วงของเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้วอย่าง “นิ่มนวล”

ในเรื่องการให้สัตยาบรรณต่อธรรมนูญโรม ซึ่งรัฐบาลที่ปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพทุกรัฐบาลควรลงนาม จะไม่ทำให้เราสามารถนำอภิสิทธิ์และพรรคพวกขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศได้ เพราะจะเป็นการดำเนินคดีย้อนหลัง แต่มันจะมีประโยชน์มากในการห้ามปรามอาชญากรรมของรัฐไทยในอนาคต คำถามคือ “ทำไมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ลงนาม?” และเมื่อมีเสื้อแดงถามอดีตนายกทักษิณเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ ทำไมมีคำตอบกลับมาว่าจะไม่สนับสนุนการลงนามเพราะ “มีปัญหาส่วนตัว” คือทำไมพร้อมจะมีการลืมและหักหลังวีรชนเสื้อแดงแบบนี้?

ทั้งๆ ที่การให้สัตยาบรรณต่อธรรมนูญโรมจะไม่เปิดโอกาสให้จับอภิสิทธิ์และพรรคพวกมาขึ้นศาล แต่มีอีกวิธีที่ทำได้ทันที คือให้คณะรัฐมนตรีไทยตกลงที่จะ “ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ตามมาตรา 12/13 ของธรรมนูญโรม” ซึ่งนำฆาตกรมาขึ้นศาลย้อนหลังได้ เช่นในกรณีอดีตผู้นำประเทศไอวอรรี่โคสต์ ในอัฟริกา คำถามคือทำไมคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้เลือกที่จะไม่ทำ? แต่เลือกที่จะปราบปรามคนที่คิดต่าง และจำคุกเสื้อแดง?

เมื่อไม่นานมานี้ สส. สุนัย จุลพงศธร ประกาศต่อสื่อมวลชนว่าจะไปกรุงเฮก เพื่อเดินเรื่องอภิสิทธิ์และพรรคพวกกับรองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ฮันส์ พิเทอร์ โคล แต่คดีนี้ถูกริเริ่มโดย โรเบิรด อัมสเตอร์ดัม และการนัดพบรองประธานฮันส์ พิเทอร์ โคล ริเริ่มโดย “สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน” ซึ่งเป็นองค์กรเสื้อแดงในยุโรป และปรากฏว่าเมื่อ สส. สุนัยเข้าพบรองประธานศาลก็มีการเปิดทางให้ทูตไทยที่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเสื้อเหลือง เข้าไปด้วย และรองประธานศาลก็บอกกลุ่มคนไทยที่เข้าพบว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศทำอะไรไม่ได้ถ้ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลด้วยมติคณะรัฐมนตรี

ตรงนี้คนเสื้อแดงจำนวนมากอาจมีคำถามในใจว่า สส. สุนัย เล่นเกมส์หรือเปล่า? คือสร้างภาพเพื่อกล่อมเสื้อแดงว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเดินเรื่อง แต่ในรูปธรรมไม่ทำอะไร และให้อำมาตย์และทูตต่างประเทศรู้ด้วยว่าไม่ทำอะไร? ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้เพราะไม่รู้ใจ สส. สุนัย

อีกสิ่งหนึ่งที่เสื้อแดงควรรับทราบคือ ถ้ารัฐบาลไทยประกาศนีรโทษกรรมทุกคนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งในวิกฤตไทยหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา เพื่อการ “ปรองดอง” ศาลอาญาระหว่างประเทศจะไม่สามารถทำอะไรกับอภิสิทธิ์และพรรคพวกได้

นอกจากการถามคำถามกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแล้ว เราต้องตั้งคำถามกับแกนนำ นปช. ว่า “ทำไมไม่รณรงค์เคลื่อนไหวเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ตามมาตรา 12/13 ของธรรมนูญโรม เพื่อนำอภิสิทธิ์และพรรคพวกมาขึ้นศาลทันที?

และเราต้องถามรัฐบาลด้วยว่า ถ้าไม่อยากใช้ศาลอาญาระหว่างประเทศ ทำไมไม่แจ้งความจับฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนเมื่อปีที่แล้ว และนำมาขึ้นศาลไทยเอง?

ในเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมเป็นวันสิทธิมนุษยชน เราต้องถามและกดดันรัฐบาลอีกว่าเมื่อไรจะ

ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน และยุติการใช้กฏหมาย 112 ตามคำเรียกร้องของสหประชาชาติ?



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/



__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=307066575991303&set=p.307066575991303&type=1#!/profile.php?id=100002637944890

blacksaphire@hotmail.fr>




อนุสัญญา วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 1973 คือเอกสารที่กำหนดและขยายเนื้อความที่ละเอียดชัดเจนของสัญญาเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 1973 ที่กำหนดเป็นรูปเป็นร่างในการลงนามสัญญาร่วมกันที่เวียงจันทน์ เกี่ยวกับการก่อตั้งรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติ



รวมลาวครั้งที่ 3


อนุสัญญา วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 1973 คือเอกสารที่กำหนดและขยายเนื้อความที่ละเอียดชัดเจนของสัญญาเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 1973 ที่กำหนดเป็นรูปเป็นร่างในการลงนามสัญญาร่วมกันที่เวียงจันทน์ เกี่ยวกับการก่อตั้งรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติ


ปลาย เดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนตุลาคม 1973 กำลังตำรวจและทหารฝ่ายแนวร่วมลาวรักชาติได้เดินทางเข้ามาตัวเมือง เวียงจันทน์ชุดแรก วันพุธที่ 17 ตุลาคม 1973 เข้ามาที่นครหลวงพระบางชุดแรกเช่นเดียวกัน


ลักษณะของผู้มีชัย


วัน พุธที่ 3 เมษายน 1974 เมื่อทุกอย่างจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยตามสัญญาและอนุสัญญาดีแล้วเจ้าสุภานุวงศ์ ได้เดินทางจากเขตที่มั่นปฏิวัติ เมืองเวียงไช สู่นครหลวงเวียงจันทน์ มีมวลชนนับหมื่นนับแสนออกมาให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง


ด้วยความชื่นชมยินดีต่อการมาของเจ้าสุภานุวงศ์


เจ้าสุภานุวงศ์ได้กล่าวในบางตอนต่อสื่อมวลชนที่มาต้อนรับว่า :


“ข้าพเจ้า ได้มาเวียงจันทน์ครั้งนี้ เพื่อร่วมกับสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมา ตกลงตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่และคณะรัฐมนตรีผสมการเมืองแห่งชาติ อันเป็นการกุมอำนาจสูงสุดของพระราชอาณาจักรลาว นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นเครื่องหมายการขยายตัวใหม่ในชีวิตการเมืองของ ปวงชนลาวทั้งชาติและแน่นอนว่า...มันจะมีคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ประกอบเข้ากับการปกปักษ์รักษาสันติภาพอยู่ในเขตนี้และโลก...”


ตอนบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าสุภานุวงศ์และเจ้าสุวรรณภูมา ได้ตกลงกันเกี่ยวกับการตั้งสองสถาบันการเมืองผสมดังกล่าว


เดินทางไปหลวงพระบาง


วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 1974 เจ้าสุภานุวงศ์ เจ้าสุวรรณภูมา และภูมี วงศ์วิจิตร ได้เดินทางไปยังหลวงพระบางเพื่อประกอบพิธีต่อเจ้าชีวิต ตามกฎมณเทียรบาล


เจ้า สุวรรณภูมา ได้ยื่นสารขอลบล้างรัฐบาลเก่าและเสนอรายชื่อคณะรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมรายชื่อคณะรัฐมนตรีผสม การเมืองแห่งชาติต่อเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนา ซึ่งก็คือเจ้าสุวรรณภูมา เป็นนายกรัฐมนตรี และสมเด็จเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานคณะมนตรีการเมืองผสมแห่งชาติ


วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 1974 ทั้งสองสมเด็จได้ลงนามในแถลงการณ์เกี่ยวกับการตั้งสองสถาบันการเมืองผสมแห่งชาติ


ใน โอกาสการกล่าวรับตำแหน่งหน้าที่ เจ้าสุภานุวงศ์ได้เรียกร้องให้ปวงชนลาวทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น ทุกชนเผ่า ศาสนา จงสามัคคีกัน สนับสนุนรัฐบาลผสม และคณะมนตรีการเมืองผสม เพื่อมีส่วนในการปรับปรุงสันติภาพและเอกราชของชาติ


ปฏิบัติการเพื่อความถูกต้องและการปรองดองในชาติ


วันพุธที่ 10 เมษายน 1974 การประชุมครั้งแรกของคณะรัฐบาลผสมชุดใหม่ได้เริ่มขึ้นที่เวียงจันทน์


วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 1974 เจ้าสุภานุวงศ์ได้เป็นประธานการประชุมคณะมนตรีการเมืองผสมครั้งแรกที่หลวงพระบาง


เดือน พฤษภาคม 1974 เวียงจันทน์ฝ่ายขวา ได้รวบรวมสมาชิกสภาหุ่นเวียงจันทน์ชุดที่ 7 ซึ่งก็คือ ผุย ชนะนิกร เป็นประธานนั้นได้เปิดการประชุมสภาขึ้นที่เวียงจันทน์


ขบวนการต่อสู้ขึ้นยึดอำนาจ

ภาย ใต้คำขวัญการต่อสู้ที่สมเหตุสมผลของพรรคประชาชนต่าง ๆ ได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อยึดอำนาจ นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเพื่อเร่งทวงเอาสิทธิประชาธิปไตยของประชาชนลาว อย่างดุเดือดทั่วประเทศ


ตลอด 42 วัน 42 คืน มหาชนชาวนาที่อยู่ท่าแขกหนองบก (แขวงคำม่วน) ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม - 21 กุมภาพันธ์ 1975 ได้พากันลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย


วัน พฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 1975 เจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนา มีความรำคาญใจ จึงได้ออกคำสั่งยุบสภาผุย ชนะนิกร เพื่อเป็นการบุกเข้าโจมตีศัตรูในทุกด้าน วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 1975 เจ้าสุภานุวงศ์ได้เชิญเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาไปเยี่ยมเมืองเวียงไซ วันจันทน์ที่ 5 พฤษภาคม 1975 นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการทหาร ในแขวงเซโดน ก็ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย


วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 1975 ชาวนครหลวงเวียงจันทน์จำนวน 12,000 คน ชุมนุมคัดค้าน ประณามพวกเวียงจันทน์ฝ่ายขวา ประท้วงให้ปลดตำแหน่งรัฐมนตรี ฝ่ายเวียงจันทน์ 5 คน ประกอบด้วย 1. ศรีสุข จำปา ศักดิ์ 2. โง่น ชนะนิกร 3. คำไผ่ อภัย 4. หุมพัน ไชยสิทธิ และ 5. จันธร จันทลาสี ออกจากรัฐบาลผสมและประท้วงให้ปลดตำแหน่งนายทหารปฏิการ 5 คน ที่ประกอบด้วย 1.กุประสิทธิ์ อภัย 2. อุดร ชนะนิกร 3. คำรู้ บุตรสาละราช 4. วางปาว และ 5. ลุน สีสุนน


วันพุธที่ 14 เมษายน 1795 ชาวหลวงพระบางได้ชุมนุมกล่าวประณามขุนศึกปฏิการที่รับใช้อเมริกาตั้งแต่วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 1975 กำลังปฏิวัติได้ยึดเมืองสุวรรณเขต ท่าแขก หลวงพระบาง ปากเซ และถนนหมายเลข 23 ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 - 23 พฤษภาคม 1975 กำลังปฏิวัติได้ยึดที่ตั้งสำคัญต่าง ๆ ที่อยู่ในแขวงและกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์


วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 1975 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ มวลชนกว่า 200,000 คน ได้ชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ตามรอยประวัติศาสตร์ ทั้งยังเป็นการประกาศลบล้างอำนาจการปกครองเก่า ก่อตั้งอำนาจการปกครองใหม่ขึ้นมาแทน


วัน พฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 1975 ศาลประชาชนสูงสุดได้ทำการตัดสินลงโทษ หลังจากพวกหัวหน้าปฏิการ 31 คน ที่หนีไปต่างประเทศหมดแล้ว 6 คนประหารชีวิต 5 คนจำคุกตลอดชีวิต และ 20 คน จำคุก 20 ปี เป็นอันว่าการปฏิวัติที่ได้ทำการต่อสู้กู้ชาติมาตลอด 30 ปี ถึงวันนี้จึงได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ที่สุด


สถาปนา สปป.ลาว


วัน อังคารที่ 25 พฤศจิกายน 1975 คณะรัฐบาลผสมและคณะมนตรีการเมืองผสม ได้ประชุมร่วมกันที่เมืองเวียงไช และตกลงกันที่จะลบล้างระบอบราชาธิปไตยในลาว


ภาย หลังการประชุม เจ้าสุภานุวงศ์ และภูมี วงศ์วิจิตร ได้ประชุมขึ้นเสนอต่อเจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาที่หลวงพระบาง เพื่อปฏิบัติตามใจของที่ประชุม ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่จากสองสถาบันสูงสุดแห่งชาติ


วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 1975 เจ้าชีวิตสีสว่างวัฒนาได้ตกลงสละพระราชบัลลังก์


ตั้งแต่ วันจันทน์ที่ 1 - 2 ธันวาคม 1975 การประชุมใหญ่ตัวแทนทั่วประเทศ ได้จัดขึ้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีตัวแทนเข้าร่วมประชุม 264 ท่าน ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้ การตกลงลบล้างระบบราชาธิปไตย ที่มีมายาวนานถึง 622 ปี ตลอดเส้นทางที่ล้มลุกคลุกคลานของแผ่นดิน บางครั้งก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เมื่อคนในชาติโดยเฉพาะเชื้อเจ้าวงค์กษัตริย์แก่งแย่งชิงดีกันเอง ก่อให้เกิดศึกการเมืองแผ่นดิน แบ่งแผ่นดินลาวออกเป็น 2 เป็น 3 ทั้งถูกชาติอื่นยึดครองเป็นเมืองขึ้นของพม่า 19 ปี (1572 - 1591) เป็นเมืองขึ้นของไทยสยาม 114 ปี (1779 - 1893) เป็นหัวเมืองขึ้นของฝรั่งเศส 60 ปี (1893 - 1954)


วันนี้ ประเทศชาติลาวได้ยืนขึ้นผงาดฟ้าประกาศกึกก้อง สถาปนาระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อตั้งสภาประชาชนสูงสุด แต่งตั้งประธานประเทศและก่อตั้งรัฐบาล สปป.ลาว กำหนดธงชาติ เพลงชาติ และภาษาทางราชการ ลบล้างการใช้ราชาศัพท์เว้นไว้แต่การแต่งบทกวี กาพย์กลอน หรือบทประพันธ์เรื่องสั้น นวนิยาย เอาธงชาติของระบอบใหม่แทนที่ธงช้างสามหัว เอาทำนองเพลงชาติของระบอบเก่า แต่เปลี่ยนเนื้อร้องใหม่มาใช้ แต่งตั้งจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานประเทศ และแต่งตั้งเจ้าชีวิตคนเก่า เจ้าศรีสว่างวัฒนา เป็นที่ปรึกษาประธานประเทศ


ที่ประชุมยังได้แต่งตั้งสภาประชาชนสูงสุด โดยมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธาน ศรีสมพร ลอวันไชย คำสุก แก้วลา ไฟด่าง ระเบลียย้าว ศรีธน กมมะดำ เป็นรองประธาน


ประธานประเทศได้ให้ท่าน ไกรสอน พรมวิหาร เป็นประธานสภารัฐมนตรี และประธานสภารัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะสภารัฐมนตรี มีหนูฮัก พูมสวรรค์ ภูมี วงศ์วิจิตร คำไตย สีพันดอน และ พูน สีประเสิด เป็นรองประธาน ณ เวทีการประชุมประวัติศาสตร์ประธานสุภานุวงศ์และไกรสอน พรมวิหาร เลขาธิการใหญ่ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้โอบกอดหอมแก้มกันด้วยความปิติชื่นชมยินดีสุดจะพรรณาเมื่อผลจากการปฏิวัติ ที่ต่อสู้ยึดเยื้อมายาวนาน ก็ออกดอกออกผลเห็นความสว่างไสวมีสง่าราศีที่ไม่เคยมีมาในประวัติการณ์ของ ชาติลาว เป็นเพราะการนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่ปรีชาสามารถและฉลาดหลักแหลม เพื่อเป้าหมายที่รอคอยมาแสนนาน จึงได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า


ประธานประเทศ สปป.ลาว


ประธานสุภานุวงศ์วีรบุรุษแห่งแผ่นดินลาวล้านช้างหรือเจ้าชายแดงเชื้อเจ้า วงศ์กษัตริย์ที่สืบเชื้อสายสืบสกุลความรักชาติมาแต่บรรพบุรุษได้สละความสุข ส่วนตัวเพื่อนำปวงประชาชนลาวต่อสู้กู้ชาติ ตลอด 30 ปี ภายใต้การนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่ปรีชาสามารถและฉลาดหลักแหลม วันนี้ได้กลายเป็นประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว คนแรกในประวัติศาสตร์ของชาติลาว.



เดินทางไปต่างประเทศ (นับตั้งแต่ปี 1975..)


ตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 16 - 19 สิงหาคม 1976 ประธานสุภานุวงศ์ได้เดินทางไปร่วมการประชุมบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ครั้งที่ 5 ณ นครโคลอมโบ ประเทศศรีลังกาและวันพุธที่ 12 - 19 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์ได้นำคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ เพื่อสานสัมพันธไมตรี ความสามัคคีระหว่างรัฐบาลและประชาชนของประเทศลาว - อินเดีย จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งทั้งสองประเทศมีสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ ความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาอย่างยาวนาน


วันพุธที่ 19 - 23 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศพม่า


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 1977 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศกัมพูชา


วันอังคารที่ 20 - 22 มีนาคม 1979 ประธานสุภานุวงศ์นำคณะผู้แทน สปป.ลาว เยือนประเทศกัมพูชาอีกครั้ง


วัน จันทร์ที่ 3 - 9 กันายายน 1979 ประธานสุภานุวงศ์เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดของบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่าย ใด ครั้งที่ 6 ที่ประเทศคิวบา


วันศุกร์ที่ 24 - 30 ตุลาคม 1980 ประธานสุภานุวงศ์เดินทางไปเชื่อมสันถวไมตรีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยมองโกล


วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 1982 ประธานสุภานุวงศ์เยือนประเทศคิวบา


วัน พฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 1979 ประธานสุภานุวงศ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของของบรรดาประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่าย ใด ครั้งที่7 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย


เหรียญรางวัลต่าง ๆ ที่ประธานสุภานุวงศ์ได้รับ


ก. ภายในประเทศ:


1. เหรียญทองแห่งชาติ 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 1989) (National Gold MEDAL)


2. เหรียญรางวัลอิสระชั้น I 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (MEDAL OF LIBERTY ISSARA) “First Class”


3. เหรียญรางวัลชนะเลิศชั้น I 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (REVOLUTIONARY VICTORY MEDAL) “First Class”


4. เหรียญต่อต้านฝรั่งเศส (Anti-Colonial Cross) (1945 - 1954) 1 เหรียญ (รับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989)


5. เหรียญต่อต้านอเมริกา (Anti-Impérialist Cross ) (1955 - 1973) 1 เหรียญ (รับวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989)


6. เหรียญที่ระลึก 5 ปี 1 เหรียญ (รับวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 1989) (Cross of five-year commemoration)


ข. จากต่างประเทศ:


1. เหรียญรางวัลโจอิโอกุยริของสหภาพสันติภาพโลก 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 1979)


2. เหรียญรางวัลซูเคบาตอ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยมองโกล 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพุธที่ 5 ธันวาคม 1979)


3. เหรียญรางวัลดาวทองแห่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเวียดนาม 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 1981)


4. เหรียญรางวัลปลายาเรรง แห่งสาธารณรัฐคิวบา 1 เหรียญ (รับเมื่อเดือนสิงหาคม 1982)


5. เหรียญรางวัลโฮจิมินห์แห่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเวียดนาม 1 เหรียญ (รับเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 1989)


6. เหรียญรางวัลกเลเมนต์โงดวาลด์ แห่งเชกโกสโลวาเกีย 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน1989)


7. เหรียญรางวัล 13 ศตวรรษ บัลแกเลียแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยบัลแกเลีย 1 เหรียญ (รับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 1989)


ครอบครัวของสมเด็จเจ้าสุภานุวงศ์


เจ้าสุภานุวงศ์ได้สมรสกับนางเหงียนถิกินาม (หม่อมเวียงคำ สุภานุวงศ์) ในวันพุธที่ 9 มกราคม 1938 ที่เมืองยาจ่าง ประเทศเวียดนาม มีบุตรด้วยกัน 10 คน ดังนี้


1. เจ้าอริยะ (เจ้าธรรมศีล สุภานุวงศ์) เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 1939 (ปีเถาะ) แรม 9 ค่ำ เดือน 8 (ปีเอกสก) (ปีเมิงเหม้า) หลังจากสำเร็จการศึกษาที่สหภาพโซเวียด เมื่อปี 1964 ก็เดินทางกลับประเทศในปี 1965 อาศัยอยู่ที่บ้านเซียงซื่อ แขวงหัวพัน และได้สมรสกับนางบุนมี (ลูกบุญธรรมท่านสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี) ในวันพุธ ขึ้น 10 ค่ำ ปีมะเมีย วันที่ 27 กรกฎาคม 1966 17 เดือนผ่านไปในวันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 1967 ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน เจ้าอริยะได้เสียชีวิตลง รวมอายุได้ 28 ปี ต่อมาภรรยาได้คลอดลูกสาวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 1968 ปีสำลิดทิสก (ปีวอก) แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ให้ชื่อว่านางหน่อคำ สุภานุวงศ์


2. อนุวงศ์ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 1940 (ปีมะโรง) ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 (ปีโทสก) (ปีเปิกสก)


3. คำไซ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม 1942 (ปีมะเมีย) ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 2 ปีจัตวาสก (ปีกดสะง้า)


4. ดวงสะหวัด สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 1943 (ปีมะเมีย) แรม 6 ค่ำ เดือน 9 ปีเบญจสก (ปีฮ่วงหมด)


5. ยอดแก้วมณี สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 1946 (ปีจอ) ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ปีอัดถะสก (ปีกาบเส็ด) สามีชื่อสมนึก วงศ์สวัสดี มีบุตรสาวคนเดียวชื่อนางยอดคำมณี สุภานุวงศ์ เกิดวันอังคารที่ 8 กันยายน 1987 ปีเถาะ แรม 1 ค่ำ เดือน 10 ปีนพสก (ปีเปิงเหม้า)


6. เทิดเกียรติ (วิไลทอง) สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 1947 (ปีกุน) แรม 10 ค่ำ เดือน 11 ปีนพสก (ปีรับไค้)


7. เหวียดวัน สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 1950 (ปีขาน) แรม 3 ค่ำ เดือน 3 ปีโทสก (ปีเปิกยี่)


8. สุพาไซ สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 1953 ปีมะเส็ง แรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีเบญจสก (ปีฮ้วงไส้)


9. ไมตรี สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 1955 (ปีมะเมีย) ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ปีสับตะสก (ปีก่าหมด)


10. สีนาวา สุภานุวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 1959 (ปีกุน) แรม 3 ค่ำ เดือน 8 ปีเอกสก (ปีฮบเฮ้า)


หมดจิตหมดใจ


วัน จันทร์ที่ 9 มกราคม 1995 (ปีกุน) ปีสับตะสก (ปีฮับไค้) แรม 5 ค่ำ เดือนยี่ (2) พ.ศ. 2539 เวลา 11.00 น.(ยามพัดลั่น) ประธานสุภานุวงศ์ ได้สิ้นลมที่บ้านพัก บ้านโพนสะอาด เมืองไชยเชษฐา กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ รวมอายุได้ 85 ปี 5 เดือน 9 วัน หรือ 31,184 วัน พรรคและรัฐบาลแห่งสปป.ลาว ได้อาลัยอาวรณ์ และเศร้าสลดใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของประธานสุภานุวงศ์ ตลอด 5 วัน ได้ประกาศให้กองทัพและปวงชนทั้งประเทศ ลดธงชาติลงครึ่งเสา.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?v=qfJdyvMofY0



www.siengserixonlao.com


ນັບຕັ້ງແຕ່ພະບາງມາຢູ່ໃນກຳມືມືຂອ­ງສາງຫນໍ່ຄຳມີແຕ່ຄວາມຈີບຫາຍວາຍວອ­ດໄຟໄຫ້ມມີຫນີ້ມີສີນ(ວັນນາລອນ ທີ່ປາຣີສບອກວ່າຢືມເງີນເຂົາ20ພັນ­ຝັຣ່ງໃຊ້ຍັງບໍ່ທັນຫົມດນະ)ຖານະບໍ­ມີຫຍັງດິຂື້ນ ບໍ່ມີປັນຍາຊີເຣັດເສືອກເອົາໄປໃຫ້­ບັກສູນທະຣາ(ຈົ່ງອາງໄຟ)+ບັກເຂັມພ­ອນ(ວິຣະຊົນ)ເພື່ອໂຄສນາຊວນເຊື່ອຫ­ລອກເອົາເງີນເຂົ້າຖົງຕົນເອງຍັງບໍ­ແລ້ວ ຍັງມີຄວາມແຕກແຍກກັນຢ່າງບໍ່ເຄີຍມ­ີໃນສັງຄົມລາວນອກ ປທ ໂຈໂຈ ມາຜິດນັດ ແອບຊັນ25 ດ່າ ເຈົ້າຂອງພະບາງທີ່ປາຣີສແບບເສັຍຫາ­ຍທີ່ສຸດ ຕອບແດ່ນາງຫນໍ່ຄຳ ພະບາງ ຣັກສາຄວາມເປັນທັມຫຍັງໃຫ້ເຈົ້າລະ­ເດັກນ້ອນຫັວທໍ່ມັກກອກເຂົາຈູດເຜົ­າເຈົ້າທຸກມື້ເດິ

ສາວຫນໍ່ຄຳຫ້ນາຊັ່ວ ບໍ່ຖາມຫາທີ່ມາທີ່ໄປຂອງບັກຈົງອາງ­ໄຟວ່າກ່ອນ75 ມັນເຣັດຫັຍງນອກຈາກທະຫານທິມທັມມະ­ດາແລະທີ່ການາດາເຊີນຣາຊວົງລາວມາມມົງເຣອານປີ1996+99 ບັງຄັບໃຫ້ຊາວລາວແຕ່ລະຄົນຈ່າຍຜູ້­ລະ100ດລ ເພື່ອມາຕ້ອນຮັບເຈົ້າຟ້າຊາຍໂສຣີຍ­າວົງສວ່າງຈາກປາຣີສໂດຍບໍ່ເຣັດລາຍ­ລັບລາຍຈ່າຍຫຍັງຫົມດ ພະບາງມາປັບ ຊີ່ຣວຍຫ້ນາດິບັກນີ້ເສືອກ ປ້ອຍດ່າສະຖາບັນສູງສຸດຂອງລາວເຣົາ­ແບບສັດເດັຍຣະສານວາງເວລາຈຳກັດກັບ­ຣາຊວົງລາວໃຫ້ມາຣັບຣູ້ວ່າພະບາງເປັນຂອງແທ້ແລ້ວພະບາງທີ່ລາວກ່ອນປິ7­5 ແມ່ນຫຍັງກັນແທ້?ຕອບອີ່ຫ່າມືງເພາ­ະມືງຕ້ອງຣັບຜິດຊອບກັບການແກ່ພະອົ­ງກູມາພັວພັນກັບພະບາງປອມມືງ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

สนง.ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ วอนไทยแก้ไข ม.112 กิจกรรมเคลื่อนไหวกรณี "อากง" เกิดต่อเนื่อง 9-10 ธ.ค.

วันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 22:12:12 น. matichon


เว็บไซต์ประชาไทยรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราวินา แชมดาซานิ (Ravina Shamdasani) รักษาการโฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the High Commissioner for Human Rights - OHCHR) ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากมองว่ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออก ของประชาชน


การแถลงดังกล่าวมีเนื้อหาว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรทางการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เป็นกังวลต่อการพิจารณาคดีและการลงโทษที่ร้ายแรงด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเด ชานุภาพที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย และผลกระทบที่สร้างความหวาดกลัวที่มีต่อเสรีภาพในการแสดงออกภายในประเทศ


แชมดาซานิ ระบุว่า บทลงโทษที่ร้ายแรงที่เป็นอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและยังเกินกว่าเหตุ อีกทั้งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายสากลที่ประเทศไทยมีพันธะผูกพันในทางระหว่าง ประเทศด้วย


"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายมาตรา ดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ควรมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้แก่ตำรวจและอัยการ เพื่อยุติการจับกุมและดำเนินคดีบุคคลด้วยกฎหมายดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ และนอกจากบทลงโทษอย่างเกินกว่าเหตุแล้ว เรายังกังวลต่อการคุมขังผู้ต้องหาซึ่งมีระยะเวลานานต่อเนื่องในช่วงก่อนการ ไต่สวนคดีด้วย" ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ กล่าว


เว็บไซต์ประชาไทรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่บริเวณบาทวิถีหน้าศาลอาญา รัชดา ได้มีกลุ่มคนแต่งชุดดำจำนวนกว่า 112 คน นำโดยเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมชื่อ "เราคืออากง" โดยมีจุดเริ่มต้นจากกรณีนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) วัย 61 ปี โดนพิพากษาจำคุก 20 ปี จาก "คดีอากง SMS"


ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะมีการจัดกิจกรรม "อภยยาตรา" โดยผู้เข้าร่วมจะเดินรณรงค์กรณีคดีอากง, นักโทษการเมือง และนักโทษ ม.112 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสี่แยกราชประสงค์

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ทูตสหรัฐ" ทวีตแจงกรณีไทยจำคุก "โจ กอร์ดอน" คดีหมิ่นสถาบันวันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:30:00 น. ມະຕີຊົນ

ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย พูดคุยตอบคำถามประชาชนและผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว (@KristyKenny) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยนางเคนนีย์ ชี้แจงถึงท่าทีของสถานทูตสหรัฐต่อการตัดสินจำคุก 2 ปี นายโจ กอร์ดอน บุคคลเชื้อชาติไทย สัญชาติสหรัฐ ในข้อหาแปลหนังสือต้องห้ามเผยแพร่ในบล็อก ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของไทยว่า


สหรัฐมีความกังวลใจเนื่องจากการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐานสากลว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก พร้อมยืนยันว่าทางการสหรัฐมีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอย่างหาที่สุดมิได้ แต่สหรัฐสนับสนุนการมีสิทธิทางความคิดและเสรีภาพในการแสดงออกทั่วโลก ซึ่งทางสถานทูตสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือนายกอร์ดอน โดยจะเดินทางไปเข้าเยี่ยมและนำเรื่องนี้เข้าหารือกับทางการไทย พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ชาวสหรัฐทั้งที่จะเดินทางมาและกำลังพำนักอยู่ในไทยได้อ่านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและกฎหมายเบื้องต้นของไทยทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้วย (http://travel.state.gov/travel/cis_pa_tw/cis/cis_1040.html#criminal_penalties) เนื่องจากแม้จะมีสัญชาติสหรัฐ แต่หากอยู่ในไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของไทย


นางเคนนีย์ ยืนยันว่า สหรัฐยังคงจุดยืนที่ต้องการจะเพิ่มพูนความสัมพันธ์ ความร่วมมือและการค้ากับประเทศในภูมิภาคนี้ ขณะที่สหรัฐจะให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการฟื้นฟูจากอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ด้วย พร้อม



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ້າຍສັປດາມີເວລາວ່າງ ໆ ພາກັນເຂົ້າມາຟັງ


www.siengserixonlao.com

ວີທຍຸແຫ່ງດຽວຂອງໂລກ ທີ່ເປິດໂສມຫ້ນາ ພວກຊື້ນສະຕີ ເອົາພະບາງມາຫາກິນ ໂດຍຜ່ານ ພັນທົກລາວບອນຂອງບັກຫມາຈົ່ງອາງໄຟ ອະດິດ ທະຫານທີມ

ໃນ ສປປລ ພີ່ນ້ອງເຣົາ ມີ ປທປທ ປໍສາມ ມີ ນຍ ປ ສີ່

ແຕ່ໃນຕ່າງແດນ

ທະຫານທີມ ຄື ບັກ ສູນທະຣາ ໄມ່ຕຣີວົງ(ຈົງອາງໄຟ) ຖືກ ບັກ ດຣ 5 ສະຖາບັນ ວິຣະຊົນ(ເຂັມທອງ) ນັກຕົ້ມນັກຖູນ ຕັວຍົງຈາກ ອມຣກ ຊູ ເປັນຜູ້ນຳການເມຶອງເຫັມນໆ ສ້າງພັນທົກລາວນອກຂື້ນເພື່ອຮຽກຮ້ອງການຊ່ວຍເຫລືອຈາກ ນີຄົມຊາວລາວໃນຕ່າງ ປທ
ທີ່ ຜ່ານມາ ເອົາ ດຣ ບຸນທອນ ມາ ໃນລາຍການ ມັນກະດ່າ
ເອົາບັກສເມີມູນທະລາຍ ຫັວຫ້ນາແກ້ງ 21 ອົງການ ມັນກະປ້ອຍ
ເອົາຣາຊວົງລາວ ໄປ ການາດາ ສອງເທື່ອ ຫລັງຈາກຫລອກເອົາເງີນນຳຄົນລາວໃນ ປທ ນິ້ ແລ້ວ ຜູ້ ນື່ງ100 ດລ ກະເສຶອກ ລາກ ເອົາຣາຊວົງລາວ ມາໃຫ້ເປັນເຄື່ອງມືເພື່ອບັງຄັບໃຫ້ ສະບັນຊາດຂອງພວກເຣົາຮັບຮູ້ ພະບາງ ຂອງ ອີ່ຫ່ານຳຄຳ ສຸວັນນະວົງ ຢ່າງບ້າສຸດຂີດ ອີກ

ມັນແມ່ນຫ້ນາທີ່ຂອງມືງເອງ ທີ່ ຈະສ້າງຄວາມເຊື່ອຖື ຈາກສັງຄົມລາວນອກ
ອີ່ຄວາຍ
ບັກສັດເດັຍຣະສານນາຣົກ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ້າສັປດາມີເວລາວ່າງ ພາກັນເຂົ້າມາຟັງ


www.siengserixonlao.com

ວີທຍຸແຫ່ງດຽວຂອງໂລກ ທີ່ເປິດໂສມຫ້ນາ ພວກຊື້ນສະຕີ ເອົາພະບາງມາຫາກິນ ໂດຍຜ່ານ ພັນທົກລາວບອກ ຂອງບັກຫມາຈົ່ງອາງໄຟ ອະດິດ ທະຫານທະມ

ໃນ ສປປລ ພີ່ນ້ອງເຣົາ ມີ ປທປທ ປໍສາມ ມີ ນຍ ປ ສີ່

ແຕ່ໃນຕ່າງແດນ

ທະຫານທີມ ຄື ບັກ ສູນທະຣາ ໄມ່ຕຣີວົງ(ຈົງອາງໄຟ) ຖືກ ບັກ ດຣ 5 ສະຖາບັນ ວິຣະຊົນ(ເຂັມທອງ) ນັກຕົ້ມນັກຖູນ ຕັວຍົງຈາກ ອມຣກ ຊູ ເປັນຜູ້ນຳການເມຶອງເຫັມນໆ ສ້າງພັນທົກລາວນອກຂື້ນເພື່ອຮຽກຮ້ອງການຊ່ວຍເຫລືອຈາກ ນີຄົມຊາວລາວໃນຕ່າງ ປທ
ທີ່ ຜ່ານມາ ເອົາ ດຣ ບຸນທອນ ມັນກະດ່າ
ເອົາບັກສເມີມູນທະລາຍ ຫັວຫ້ນາແກ້ງ 21 ອົງການ ມັນກະປ້ອຍ
ເອົາຣາຊວົງລາວ ໄປ ການາດາ ສອງເທື່ອ ຫລັງຈາຫຫລອກເອົາເງີນນຳຄົນລາວໃນ ປທ ນິ້ ແລ້ວ ຜູ້ ນື່ງ100 ດລ ກະເສຶອກ ລາກ ເອົາຣາຊວົງລາວ ມາໃຫ້ເປັນເຄື່ອງມືເພື່ອບັງຄັບໃຫ້ ສະບັນຊາດຂອງພວກເຣົາຮັບຮູ້ ພະບາງ ຂອງ ອີ່ຫ່ານຳຄຳ ສຸວັນນະວົງ ຢ່າງບ້າສຸດຂີດ


__________________
Anonymous

Date:
  
 



การขออภัยโทษทักษิณจะเป็นการหักหลังเสื้อแดงที่ติดคุก



มีข่าวลือออกมาทางสื่อต่างๆ ว่ารัฐบาลกำลังจะขอให้นายภูมิพลอภัยโทษนักโทษต่างๆ โดยระบุหลักเกณฑ์ของนักโทษที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว คือเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และอาจไม่เคยติดคุกก็ได้ ซึ่งในรูปธรรมเป็นการขอให้อภัยโทษทักษิณ แต่สำหรับเสื้อแดงที่ติดคุกคดี 112 หรือคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเผาศาลากลางฯลฯ จะไม่ขออภัยโทษเลย จะปล่อยให้ติดคุกต่อ ซึ่งเป็นการหักหลังเสื้อแดงในคุกและหักหลังวีรชน



เมื่อเดือนที่แล้ว เวลาพวกเราย้ำว่ารัฐบาลควรเร่งปล่อยนักโทษเสื้อแดงทันทีรวมถึงนักโทษ 112 ก็จะมีเสื้อแดงบอกว่า “ใจเย็นๆต้องรอให้น้ำหายท่วมก่อน... รัฐบาลยุ่งอยู่” เราก็ไม่เคยเชื่อ... เสร็จแล้วก็ปรากฏว่าทั้งๆ ที่น้ำยังท่วมอยู่รัฐบาลก็สามารถเริ่มกระบวนการขออภัยโทษทักษิณได้ ซึ่งพิสูจน์ว่าพวกที่จะให้เรารอไร้สาระและเหตุผลในข้อถกเถียงโดยสิ้นเชิง และการตั้งเงื่อนไขเพื่ออภัยโทษทักษิณโดยไม่ปล่อยเสื้อแดงและนักโทษ 112 เป็นการเลือกปฏิบัติที่ชัดเจน เพราะเขามองว่ารัฐบาลทำอะไรก็ได้เสื้อแดงก็จะยอม ไม่ว่าจะหักหลังกันแค่ไหน



ความโง่เขลาของ เฉลิม อยู่บำรุง คือถ้าเขาจะขอให้อภัยโทษทักษิณคนเดียวและปล่อยให้เสื้อแดงติดคุกต่อ รวมถึงนักโทษ 112 ...เขาจะทำให้รัฐบาลถูกโจมตีโดยสลิ่มและอำมาตย์ง่ายขึ้นว่า “ทำเพื่อคนเดียว” และพร้อมกันนั้นจะทำลายจิตใจคนเสื้อแดงจนทำให้เสื้อเบื่อรัฐบาลนี้ ... แต่จะไปหวังอะไรจากคนอย่างเฉลิมที่ไม่เคยสู้ร่วมกับเสื้อแดงและเพียงแต่เป็นนักการเมืองโจรแบบเก่า



ข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์สง่างามกว่าการขอให้กษัตริย์อภัยโทษทักษิณหลายร้อยเท่า เพราะทำให้ผลพวงรัฐประหารเป็นสูญ ยกเลิกคดีต่างๆ ที่เป็นผลพวงของเผด็จการทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ทักษิณขึ้นศาลใหม่อีกครั้งและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง โจมตียาก และยึดติดกับหลักการณ์ประชาธิปไตย



จริงๆ แล้วเราไม่ควรขอให้นายภูมิพลทำอะไรเลยนอกจากนอนพัก เพราะในเมื่อเขาไม่เคยมาจากการเลือกตั้ง เขาไม่ควรมีอำนาจในการอภัยโทษ และจริงๆ แล้วเราไม่ต้องขออภัยโทษให้ใคร เพราะเสื้อแดงไม่ได้ทำความผิด ยิ่งกว่านั้นเราอยากนำอภิสิทธิ์ อนุพงษ์ ประยุทธ์ และสุเทพ มาขึ้นศาลในฐานะที่ฆ่าประชาชน



ใจ อึ๊งภากรณ์



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ທ່ານ ທັງຫລາຍ ທີ່ເຄົາຣົບ ແລະ ນັບຖື,


ວັນ​ທີ່ຄົນລາວຢາກ​ຮູ້ ແລະ ວັນທີ່ຄົນລາວ ​ຢາກ​ເຫັນ ຄື ວັນທີ່ ຣຖບ ສປປລ ສິ້ນສຸດ ອຳນາດຜະເດັດການໃນລາວ.

ກ່ອນຈະເປັນປະການເຊັ່ນນີ້ ຕ້ອງແມ່ນ ຄົນລາວເປັນຜູ້ກະທຳເອງ.


ບໍ່ຕ່າງຫັຽງກັບ ການທຳລາຍ ຮູບປັ້ນ ເລນີນ ກໍແມ່ນຄົນຣັດເຊັຽເອງ.
ການທຳລາຍ ກຳແພງ ເບີລີນ ກໍແມ່ນຄົນ ເຢີຣະມັນເອງ.
ການທຳລາຍ ຮູບປັ້ນ ຊັດດາມ ກໍແມ່ນຄົນ ອີຣັກເອງ.
ການທຳລາຍ ອຳນາດຜະເດັດການ ກາດາຟີ ກໍແມ່ນຄົນ ລີເບັຽເອງ.



ການປ່ຽນຣະບອບຜະເດັດການໃນລາວ ກໍຈະແມ່ນ ຄົນລາວເອງຄືກັນ.


ມິຕພາບ
ອາຕ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เสั้นทางการเมืองไทยคือ:เผด็จการ,คอร์รับชั่น,แย่งชิงกันเป็นไหญ่,ฃ่ากัน,โกหกหลอกลวง,หวาดระแวงสงสัยซื่งกันและกัน,เจ้าพ่อมาเฟีย ไช้ระบบการปกครอง
"ประชาธิปไตย"หลอกลวงประชาชนบังหน้า,ปิดหู,อัดตา สำหรับไห้คนขาดการศึกษา"กบในกลา-คนราคหญ้า-คนเสื้อแดง"เท่านั้นเอง นี้คือความจริงของการ
เมืองไทยสยามประเทศ นับตั้งแต่ตั้งกรุงเทพพระมหานคร จนถึงปัจจุบันนี้...ประเทศสยามประเทศเป็นประเทศท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก เพราะเ็ป็นประเทศ
ที่มีโสเภณีมากที่สุดของโลก เอาไว้บริการแขกนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก นี้คือ"สยามเมืองยิ้ม"ในเอเซียน...

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Subject: ຂ່າວ ກ່ຽວ​ກັບ​ວຽດນາມ​ໄດ້​ຍຶດ​ເອົາ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ ( ​ແຕ່ຍັງ​ບໍ່​ມີຂ່າວ ​ເພີ່ມ​ເຕີມ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ແທ້​ຫລື​ບໍ ?


ທ່ານ ພີ່ນ້ອງ​ລາວ​ທີ່​ນັບຖື,


ຂ່າວບໍ່​ດີ ສຳລັບ ລາວ​ໃນ ​ແລະ ລາວ​ນອກ ກ່ຽວ​ກັບ​ວຽດນາມ​ໄດ້​ຍຶດ​ເອົາ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ ( ​ແຕ່ຍັງ​ບໍ່​ມີຂ່າວ ​ເພີ່ມ​ເຕີມ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ແທ້​ຫລື​ບໍ ?



​​ໄດ້​ມີ​ຂ່າວ​ທາງ​ໃນ​ແຈ້ງ​ອອກ​ມາ​ເຜີຍ​ໃຫ້ລາວ​ນອກ​ໄດ້​ຊາບ​ວ່າ ກອງທັບວຽດນາມ​​ໃນລາວໄດ້ປົດ​ອາວຸດ​ກອງທັບ​ລາວ​ເຂົ້າ​ສາງ.
​ແຕ່​ຂ່າວ​ດັ່ງກ່າວ​ນັ້ນ ຍັງ​ບໍ່​ທັນ​ມີ​ຄົນ​ຢັ້ງຢືນ​ວ່າ​ເປັນ​ຈິງ​ຫລື​ບໍ່?
ຂໍ​ໃຫ້​ອົງການຯ ​ເມືອງ​ລາວ​ນອກ​ຊ່ວຍ​ຕິດ​ຕາມ​ເບິ່ງ​ວ່າ​ເປັນ​ແນວ​ໃດ​ແທ້.


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ​.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ความสัมพันธ์ไทย - ลาว ปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔

ความสัมพันธ์ไทย - ลาวในปัจจุบันดำเนินไปอย่างราบรื่นใกล้ชิดบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและ กันและผลประโยชน์ร่วมกัน และมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเกื้อกูล ได้แก่ ความใกล้ชิดทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม นอกจากนี้ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถือเป็นวันครบรอบ ๖๐ ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ได้รับการสถาปนาเมื่อปี ๒๔๙๓ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อฉลองสัมพันธไมตรีที่ได้ดำเนินมา ด้วยความราบรื่นอีกโอกาสหนึ่ง
๑. ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง
ด้านการเมือง กลไกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและลาวมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission : JC) ไทย - ลาว ครั้งที่ ๑๖ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ หรือการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย - ลาว ครั้งที่ ๘ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ - ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เยือน สปป.ลาว เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการอเนกประสงค์น้ำเทิน ๒ ที่แขวงคำม่วน นอกจากนี้ ไทยและลาวยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในกรอบพหุภาคี และสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ด้านการทหาร กอง ทัพไทย - ลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น ภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานร่วม และมีความร่วมมือทางวิชาการทหารและแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเยือนลาวของผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ เมษายน ๒๕๕๔
การแก้ไขปัญหาบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อความสัมพันธ์ไทย - ลาว หรือ “คนบ่ดี” ความ คืบหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การส่งชาวม้งลาวกลับประเทศได้สำเร็จเมื่อปี ๒๕๕๒ ทั้งนี้ ทางการไทยได้ยืนยันกับฝ่ายลาวในทุกโอกาสว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ ยินยอมให้กลุ่มหรือบุคคลใดใช้ดินแดนไทยเป็นฐานหรือทางผ่านเข้าไปก่อความไม่ สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ນັບຖືຢ່າງສູງທຸກໆທ່ານ.
ຄໍາເວົ້າຂອງທ່ານກອງປະກັນກັບຄວາມເວົ້າຂອງນາງສາວຍິ່ງລັກຊິນນະວັຕນາຍົກຣັຖມົນຕຣີຂອງໄທຍ໌ມັນຄືມາແຕກຕ່າງກັນ
ປານຟ້າກັບດິນແທ້...ນາງສາວຍິ່ງລັກລາວເວົ້າວ່າປະຊາຄົມອາຊຽນຍັງມີຄວາມໜັກໃຈກັບບັນຫາຂອງສະມາຊິກຢູ່ໃນກຸ່ມອາຊຽນ
ໂດຍສະເພາະແມ່ນປະເທດສປປລທີ່ຍັງຫຼ້າຫຼັງແລະກໍຍັງດ້ອຍການພັທນາເກືອບທຸກຮອບດ້ານ...ການສຶກສາ,ເສດຖະກິດ,ການເມືອງ
ການປົກຄອງ,ສາທາຣະນະສຸກແລະອື່ນໆ...ຜຂ ເປັນຄົນຄວາມຮູ້ນ້ອຍ ຊິຂໍຖາມທ່ານນັກປຣາດ,ສາສຕຣາຈານ,ອາຈານນັກຮຽນຮູ້
ປັນຍາຊົນທັງຫຼາຍແດ່ວ່າ... ການປະຕິວັດຊາຕປະຕິວັດສັງຄົມຈາກສະຫະຊີພປະຖົມບູຮານ, ມາເປັນຂ້າທາສ,ມາເປັນສັກດີນາ,ມາເປັນ
ນາຍທຶນ ສຸດທ້າຍມາເປັນສັງຄົມນິຍົມ.ສປປລ ເປັນປະເທດອັນດັບສຸດທ້າຍຂອງໂລກໃນການປະຕິວັດກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມ...ບັນດາ
ປະເທດສັງຄົມນິຍົມທັງຫຼາຍໃນໂລກນີ້ທີ່ພາກັນປະຕິວັດກັນມາມີ14ປະເທດໃນເມື່ອກ່ອນ,ລາວເປັນປະເທດສຸດທ້າຍ...(ສຸດທ້າຍຕລອດ
ເຮັດຫຍັງກໍມີແຕ່ສຸດທ້າຍໝູ່)ຈາກ14ປະເທດ ດຽວນີ້ຍັງເຫຼືອຢູ່ຈັກປະເທດ?Cuba,Nth Korea,China,Vietnam,Laos ....ນອກນັ້ນໄປໃສ?
ລາວຊິສ້າງສາພັທນາປະເທດກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມ ວ່າຊັ້ນ...ລອງຍົກຕົວຢ່າງປະເທດໃດປະເທດນື່ງໃນໂລກນີ້ທີ່ປົກຄອງກັນດ້ວຍລະບອບ
ສັງຄົມນິຍົມມາໃຫ້ເບີ່ງແດ່ໄດ້ບໍ່? ວ່າເຂົາປົກຄອງກັນແບບໃດ?ຊີວິດການເປັນຢູ່ຂອງປະຊາຊົນເຂົາພາຍໃຕ້ການປົກຄອງແບບສັງຄົມນິຍົມ
ມີຈຸດເດ່ນໂດຍບໍ່ມີປະເທດໃດໃນໂລກນີ້ທຽບທັນໄດ້.ກະຣຸນາຍົກຕົວຢ່າງ!!!! ຖ້າເຫັນພ້ອມຈະຍຸຕິທໍາການຕໍ່ສູ້ .ແລ້ວຈະຄານຄວາຍໄປແບກ
ໄຖຊ່ວຍພັກລັດສ້າງຊາຕກ້າວຂື້ນສັງຄົມນິຍົມຢ່າງບໍ່ຢຸດຢັ້ງ.ເວລາຍົກຕົວຢ່າງຕ້ອງຍົກຕົວຢ່າງປະເທດທີ່ມີການປົກຄອງແບບມີພັກການເມືອງ
ດຽວເດີ້ !ຖ້າຍົກຕົວຢ່າງປະເທດທີ່ປົກຄອງແບບມີຫຼາຍພັກການເມືອງຢ່າວ່າບໍ່ບອກ ຖືກອັດຄືນໃດ໊ ! ...ເຮີ້ ...
ມາຄືອວດດີອວດເດ່ນແທ້ຫວາ...ເວົ້າອອກມາພໍປານຄົນອື່ນເຂົາໂງ່ເໝືອນໂຕ...ຄົນອື່ນເຂົາບໍ່ແມ່ນຄົນປ່າປັນຍາປຶກໃດ໊.ກອ່ນຊິເວົ້າເຮົາຕ້ອງ
ຄິດຄັກໆ ,ຄົນທີ່ຢູ່ໃນ Forum ນີ້ມີອາດີດນັກຮຽນຮູ້ຫຼາຍຄົນໃດ໊ !ເຮົາຊິໄປຕີຕົວສເມີທ່ານນັ້ນ...ຂໍຮອ້ງຢ່າໃຊ້ນິສັຍແບບແນວລາວຂາຍຊາຕ
...ແມ່ນ...ບໍ່ປະຕິເສດ ເວທີນີ້ແມ່ນເວທີປະຊາທິປະໄຕ..ທຸກຄົນມີສິດສແດງຄວາມຄິດເຫັນ..ຢ່າໃຊ້ນິສັຍແບບພວກຂາຍຊາຕ...ເວົ້ານໍາໃຜ
ເອີ້ນສະຫາຍໝົດ .ຄໍາໄຕ,ໄກສອນ,ໜູຮັກ,ພູມີ,ສີສວາດ ເອີ້ນ ຜຂ ຍາມໃດກໍສະຫາຍ..ໆ...ຜຂ ຮັບບໍ່ໄດ້ ..ຄໍາວ່າສະຫາຍແມ່ນຄວາມເວົ້າ
ຂອງພີ່ນ້ອງລາວສູງ.. ຖ້າພີ່ນອ້ງລາວລຸ່ມສະຫາຍແປວ່າສ່ຽວ !ພວກຜູ້ນໍາພັກລັດເອີ້ນ ຜຂ ສະຫາຍ ຜຂບໍ່ມັກແທ້ໆ ...
ຜຂ ບໍ່ມີສ່ຽວຊົ່ວໆ ໝາໆ ຂາຍຊາຕແບບນັ້ນຊິບອກໃຫ້ !!! ບໍ່ຮັບເປັນສ່ຽວກັບພວກນີ້,ດຽວໆ ຄົນທັງຫຼາຍຈະຫາວ່າເປັນພວກດຽວກັນ.


ຮັກແພງສາມັກຄີທຸກໆທ່ານ .


ສ . ດວງມາລາ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เปิดคำฟ้องฟันเหยื่อ112 **ดอกอ้อริมโขง**


http://thaienews.blogspot.com/


คำวินิจฉัยความผิด นายสุรภักดิ์(ขอสงวนนามสกุล) **ดอกอ้อริมโขง**

" อนึ่ง จำเลยเป็นคนไทย อาศัยบนผืนแผ่นดินไทย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาติบ้านเมือง และพสกนิกร จำเลยนอกจากไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรเสมอมาแล้ว ยังบังอาจแสดงความอาฆาตมาดร้าย มุ่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ประชาชนชาวไทยไม่อาจยอมรับได้ พฤติการณ์ของจำเลยไม่มีเหตุอันควรปราณีไม่ว่าในทางใด สมควรได้รับโทษสถานหนัก "

ใช้ตรรกะ แบบไม่รักกู..ห้ามอยู่ในประเทศนี้..


มื่อ 29 พฤศจิกายน 2554, 14:06, nut sakuldee เขียนว่า:


บรรพต 61 นายกสมัคร เสธแดง และอากง โดยสลัดตาเดียว


http://www.mediafire.com/?eqij37acd7jx5o0

http://www.4shared.com/audio/uq0TSzUm/Banpodj61.html


ครอบครัว..ปอบ
http://upic.me/i/ef/lsuck.png


__________________
Anonymous

Date:
  
 

จดหมายเปิดผนึกจาก ใจ อึ๊งภากรณ์

ข้อเสนอเพื่อสร้างจุดยืนร่วมของ “แดงก้าวหน้า”

ท่ามกลางการหักหลังวีรชนเสื้อแดงโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยด้วยการปรองดองยอมจำนนต่อทหารและอำมาตย์ และท่ามกลางการรุกสู้ของฝ่ายสลิ่ม ประชาธิปัตย์ทหาร และอำมาตย์ ด้วยการใช้กฏหมาย 112 การใช้องค์กรกกต. หรือการกดดันข่มขู่ต่างๆนาๆ “เสื้อแดงก้าวหน้า” จะต้องไม่นิ่งเฉย เพราะแกนนำ นปช. นิ่งเฉยมานานเกินไปแล้ว เราต้องรวมตัวกันเคลื่อนไหวในขั้นตอนต่อไป เหมือนกับที่เพื่อนๆ เราสู้ต่อไปกับเผด็จการทหารในอียิปต์ ผมจึงขอเสนอจุดยืนร่วมที่เราน่าจะนำมาพิจารณา เพื่อก่อตั้งเครือข่ายกลุ่ม “เสื้อแดงก้าวหน้า” ในชุมชนต่างๆ และเพื่อประสานการเคลื่อนไหวดังนี้

1. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยนี้ไม่ใช่รัฐบาลของเรา ทั้งๆ ที่เราเคยทุ่มเทคะแนนเสียงให้เพื่อตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว เราขอประกาศว่าเราพร้อมที่จะต่อต้านรัฐบาลนี้อย่างถึงที่สุดในกรณีที่รัฐบาลไม่ทำตามผลประโยชน์ของเสื้อแดงที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย

2. ในการต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทย เราจะไม่เปิดทางให้สลิ่ม ประชาธิปัตย์และทหารได้ประโยชน์แต่อย่างใด เพราะเราจะเคลื่อนไหวต่อต้านฝ่ายเผด็จการเสมอ และถ้าทหารหรือฝ่ายอำมาตย์ออกมาขู่รัฐบาล เราพร้อมจะปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่เราจะไม่เป็นกองเชียร์ให้เพื่อไทย

3. “เสื้อแดงก้าวหน้า”มีเป้าหมายร่วมคือ การสร้างประชาธิปไตยแท้ที่ไม่มีอำนาจนอกระบบมาแทรกแซง เราคัดค้านอิทธิพลของทหารและต้องการลดงบประมาณทหาร เราเรียกร้องให้ยกเลิกกฏหมาย 112 ซึ่งปฏิรูปไม่ได้ เราเรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงและนักโทษ 112 ทันที และเราต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ประยุทธ์ อนุพงษ์ และสุเทพ ถูกนำมาขึ้นศาลในฐานะที่สั่งฆ่าประชาชน

4. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ต้องการให้มีการริเริ่มโครงการขนาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูชีวิตและการทำงานของประชาชนหลังน้ำท่วม โดยการตัดงบประมาณทหารและงบประมาณพิธีกรรม รวมถึงการเก็บภาษีในอัตราสูงจากคนรวยทุกคนอีกด้วย ในขณะเดียวกันควรมีการเดินหน้าสร้างรัฐสวัสดิการในประเทศไทย แทนที่จะช่วยแต่ฝ่ายนายทุน

5. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ขอสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ และพร้อมจะเคลื่อนไหวสนับสนุน

6. “เสื้อแดงก้าวหน้า” เข้าใจความสำคัญของขบวนการแรงงานในการเป็นพลังต่อรองเพื่อประชาธิปไตย และเรามุ่งมั่นที่จะเคลื่อนไหวร่วมกับนักสหภาพแรงงานก้าวหน้าในประเทศไทย



ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้จารึกในหิน และไม่ได้เป็นการสั่งลงมาจากผู้ที่แอบอ้างว่าเป็น “ผู้รู้” แต่เป็นการจุดประกายเพื่อนำมาพูดคุยถกเถียงกันในกลุ่มต่างๆ ของชาวเสื้อแดง เพื่อสร้างเครือข่ายและประสานการต่อสู้ในรอบต่อไป โดยที่แต่ละกลุ่มควรจะเลือกผู้นำของตนเองและร่วมกันนำตนเองภายใต้จุดยืนร่วมกันที่ตกลงกันไว้



ในการเคลื่อนไหวต่อสู้ เราไม่สามารถพึงพอใจกับการอ่านหรือเขียนบทความในอินเตอร์เน็ด แต่ต้องมีการจัดตั้งจริงในโลกจริง



อนาคตของประชาธิปไตยและความเสมอภาคในประเทศไทยอยู่ในมือของท่าน ไม่มีใครอื่นทำแทนได้



ประชาชนจงเจริญ



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

อุตสาหกรรมเหมืองแร่ในลาวเริ่มพ่นพิษ





คำ พัน พมมะทัด เจ้าแขวงเซกอง ได้แถลงยอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่าแม่น้ำเซกองได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา ต่างๆ อย่างหนักหน่วงในเวลานี้ เนื่องจากว่าโครงการพัฒนาที่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่นั้นได้ พากันปล่อยสิ่งเศษเหลือต่างๆ ลงสู่แม่น้ำแล้วก่อให้เกิดปัญหามลภาวะในแม่น้ำและได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ลาวทั้งในแขวงเซกองและแขวงใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ปรากฏว่าทางการลาวได้อนุญาตสัมปทานการขุดค้นและร่อนหาแร่ทองคำในแนว แม่น้ำเซกองมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ก็ยังได้เป็นผลทำให้เกิด การขุ่นของน้ำและกลายเป็นปัญหามลภาวะในตลอดสายน้ำอีกด้วย ดังที่เจ้าแขวงเซกอง ได้ให้การชี้แจงถึงสภาวะที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างชัดถ่อยชัดคำในตอนหนึ่ง ว่า
ในนั่นมันก็มีบรรดาโครงการแนวนี่ โครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3 อยู่เมืองดากจึง กับโครง การเขื่อนเซกะหมาน 1 อยู่แขวงอัตตะปืออีกก็มีการเคลื่อนไหว ของว่าเฮ็ดใส่น้ำเด้ มันก็ต้องได้เจาะทางระบายน้ำ มันต้องได้เจาะได้จกได้ระเบิดอีหยังต่างๆ แล้วทั้งหมดนี่มันก็ได้เป็นผลที่สะท้อนที่ตกใส่น้ำ พร้อมกันนั้น การเฮ็ดทางเดี๋ยวนี้อยู่เบื้องลาวก็ได้เฮ็ดทางไปชายแดนติดกับเวียดนาม ส่วนอยู่เบื้องเวียดนามก็มีการเฮ็ดทางเช่นเดียวกัน มันก็ต้องมีการจกการระเบิด ต้องได้ดุดดินออก ทั้งหมดนี้ก็เฮ็ดให้ดินปิ้นขึ้นมา นอกจากนี้อีก ทางรัฐบาลก็ได้อนุญาตให้มีการขุดค้นคำ ก็เฮ็ดใส่น้ำหั่นแหละ
โดยสภาพการณ์อย่างเดียวกันนี้มิได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะในเขตแขวงเซกองเท่า นั้น หากแต่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาลลาวนั้นไม่ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างจริงจัง โดยถ้าหากว่าพิจารณาจากรายงานของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของลาว ซึ่งได้ระบุว่าการละเมิดกฎหมายและข้อตกลงหรือสัญญาต่างๆ ในตลอดปี 2009 ที่ผ่านมานั้นยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งจะเห็นได้จากการฟ้องร้องเป็นคดีความต่างๆ ต่อศาลประชาชนลาวในปีที่ผ่านมานั้นมีมากกว่า 8,000 คดี
ยิ่งไปกว่านั้น ผลที่ได้รับจากการสืบสวนสอบสวนในทางลับตามการร้องเรียนของประชาชนลาวในท้อง ถิ่นต่างๆ ก็ยังทำให้รู้ด้วยว่าได้มีการละเมิดกฎหมายและข้อตกลงในสัญญาลงทุนต่างๆ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การละเมิดสัญญาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการขุดค้นแร่ธาตุนั้นยังได้ส่งผลกระทบ ต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติของลาวอย่างกว้างขวางอีกด้วย
ทั้งนี้โดยนอกจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในแขวงเซกองและแขวงข้างเคียงแล้วก็ ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขุดค้นแร่ทองคำในเขตแขวงเซียงขวาง การขุดค้นแร่เหล็ก และการก่อสร้างโรงงานหลอมแร่เหล็ก ทองแดง ดีบุก สังกะสี และแร่โปรแตสในแขวงเวียงจันทน์ ที่กำลังเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนลาวในท้องถิ่นนั้นๆ อย่างกว้างขวาง
โดยในปัจจุบันนี้ ทางการลาวได้อนุมัติให้บริษัทเอกชนลาวและต่างประเทศจำนวน 154 รายดำเนินการสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุในทั่วประเทศลาวจำนวนรวมกันถึง 268 โครงการและเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมดเหล่านี้ก็เป็นการอนุมัติให้ กับบริษัทจากต่างประเทศถึง 118 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือบรรดาบริษัทจากจีนและเวียดนามเป็นหลัก
ยิ่งไปกว่านั้น จากรายงานของกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาวเองยังได้ระบุด้วยว่าในจำนวนโครง การทั้งหมดที่ได้อนุมัติสัมปทานให้กับบริษัทเอกชนไปแล้วนั้นก็มีเพียง 49 โครงการเท่านั้นที่ได้ทำการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุต่างๆออกสู่ตลาดทั้งในและ ต่างประเทศแล้ว
ส่วนอีก 219 โครงการที่เหลือนั้นยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสำรวจและจัดทำบทวิพากษ์ เศรษฐกิจเพื่อเสนอขออนุมัติสัมปทานในขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลลาวอย่างเป็นทาง การต่อไป ซึ่งในที่นี้รวมถึงโครงการสำรวจน้ำมันและแก็สธรรมชาติในแขวงสะหวันนะเขตและ สาระวัน กับโครงการขุดค้นแร่บ็อกไซด์และการก่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่อลูมิเนี่ยมที่ แขวงสาระวัน จำปาสักและอัตตะปือในภาคใต้ของลาวด้วย

ซึ่งก็ทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของลาวในปัจจุบันนี้มีส่วนประกอบที่มา จากการส่งออกแร่ธาตุต่างๆไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แร่ทองคำและทองแดงนั้นถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่มีมูลค่าการส่งออก เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาแล้ว และสำหรับในตลอดปี 2010 นี้ทางการลาวยังเชื่อมั่นด้วยว่ารายได้จากการส่งออกแร่ทองคำและทองแดงนั้นจะ ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก กว่า 38% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าได้รับผลดีจาก 2 เงื่อนไขที่สำคัญด้วยกัน กล่าวคือการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำและทองแดงในตลาดโลก และการที่บรรดาบริษัทผู้ลงทุนในการขุดค้นแร่ธาตุในลาวนั้นต่างก็ได้พากันวาง เป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตจากการขุดค้นแร่ธาตุต่างๆ ให้ได้มากขึ้นกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมานั่นเอง
พร้อมกันนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขและลดปัญหาความยากจนของประชาชนลาวให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ด้วยนั้น รัฐบาลลาวยังได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ให้เข้ามาในภาคอุตสาหกรรมขุดค้นแร่ธาตุนี้ให้มากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งอีก ด้วย
โดยการลงทุนของต่างชาติในการขุดค้นแร่ธาตุที่ถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่สุดในลาวและก็ได้ส่งออกแร่ธาตุไปต่างประเทศแล้วนั้น ก็คือการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงที่เมืองเซโปน และวีละบุลีในแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งนับจากปี 2003 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่ากลุ่มผู้ลงทุนในโครงการดังกล่าวนี้ (เดิมก็คือกลุ่ม Oxiana Resources จากออสเตรเลีย แต่ในปัจจุบันนี้กลุ่ม MMG จากจีนได้เข้าควบคุมกิจการทั้งหมดแล้ว) ได้ชำระพันธะภาษีอากรต่างๆ ให้กับทางการลาวไปแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมเกินกว่า 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่ได้เริ่มส่งออกแร่ทองคำและทองแดงไปต่างประเทศนับ จากปี 2009 เป็นต้นมาแล้วนั้น ก็คือการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงบนเขตภูเบี้ยในแขวงเวียงจันทน์และแขวงเซียง ขวางในภาคเหนือตอนล่างของลาว ซึ่งก็ทำให้รัฐบาลลาวมีรายรับจากค่าสัมปทานและภาษีต่างๆเพิ่มขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีบรรดาบริษัทต่างชาติอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังดำเนินการสำรวจและก็ขุด ค้นหาแหล่งแร่ธาตุต่างๆอยู่ในลาวอย่างกว้างขวางในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการขุดค้นแร่บ็อกไซด์และโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตโลหะอลูมิเนียมในเขต แขวงจำปาสัก สาระวันและเซกอง ซึ่งกำหนดที่จะเริ่มการขุดค้นและผลิตแร่ธาตุดังกล่าวภายในปี 2012 และปี 2015 ตามลำดับนั้น ก็ยังจะทำให้รัฐบาลลาวมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากว่าทั้งสองโครงการดังกล่าวจะต้องใช้เงินลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวมกัน มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง
นอกจากนี้ ก็มีโครงการขุดค้นแร่เหล็กอยู่ในแขวงเซียงขวาง โครงการขุดค้นและก่อสร้างโรงงานหลอมเหล็กกล้าในเขตเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่ดีบุกในแขวงคำม่วน โครงการขุดค้นแร่สังกะสีในเขตเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่โปแตสเซียมในแขวงเวียงจันทน์ และโครงการขุดค้นแร่ทองคำและทองแดงในแขวงหลวงพระบางและแขวงอุดมไซ โดยที่ทางการลาวได้มีกำหนดการที่จะให้ขุดค้นและผลิตแร่ธาตุเหล่านี้ขึ้นมา ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ได้ภายในปี 2015 เป็นอย่างช้า จึงทำให้ทางการลาวคาดหวังไว้ว่าภาคอุตสาหกรรมขุดค้นแร่ธาตุนี่แหละที่จะเป็น แหล่งรายได้หลักที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของลาวที่ไม่ต้องผูก ติดและคอยรองรับผลกระทบด้านลบจากปัญหาวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองไทย อีกต่อไปด้วย
แต่ที่แน่ๆ บรรดาผู้นำของลาวในเวลานี้ ต่างก็ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบพิเศษกับ เวียดนามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และในขณะเดียวกันก็ได้ยึดถือว่าจีนนั้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของลาวใน การพัฒนาในทุกๆ ด้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยประจักษ์พยานที่สามารถชี้วัดถึงความสำคัญดังกล่าวนี้ได้อย่างชัดเจน ที่สุด ก็คือจีนได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในฐานะผู้ลงทุนในลาวมากที่สุดแล้วในปัจจุบันนี้ ส่วนเวียดนามนั้นก็กำลังตามหลังไทยมาติดๆ และก็ได้คาดหวังเอาไว้ว่าจะสามารถแซงหน้าไทยในลาวได้ภายในเวลาอันใกล้นี้ อย่างแน่นอน
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเวียดนามนั้นไม่เพียงจะได้เปรียบไทยในฐานะที่มี ความสัมพันธ์พิเศษกับลาวเท่า นั้น หากยังได้เปรียบเพราะการต่อสู้แย่งชิงและขัดแย้งซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องเอา กันให้ตายไปข้างหนึ่งระหว่างเหล่านักธุรกิจการเมืองที่ฉ้อฉลในไทยอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม โครงการลงทุนของจีนและเวียดนามในลาวนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นโครงการที่มีแนวโน้ม และเสี่ยงอย่างมากที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติในลาวอย่างกว้าง ขวางในระยะต่อไป โดยกรณีตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนลาวกว่า 2 แสนคนในแขวงเซกองและแขวงอัตตะปือ ก็คือการพังถล่มของคันเขื่อนกักเก็บน้ำของโครงการเขื่อนเซกะหมาน 3 ที่เป็นการลงทุนก่อสร้างโดยบริษัทจากเวียดนาม โดยมีสาเหตุมาจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวางและรวดเร็วจนทำให้ไม่มี ป่าไม้คอยอุ้มน้ำในปริมาณมากๆที่มากับพายุโซนร้อนเกดสะหนาเอาไว้ได้
ส่วนการขุดค้นแร่ธาตุโดยบรรดาบริษัทจากจีนนั้นก็มีความเสี่ยงไม่น้อยไป กว่ากันเลย เนื่องเพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าการทำเหมืองแร่ที่ไม่ได้มาตรฐาน และได้ยังผลทำให้มีผู้คนล้มตายไปมากที่สุดในทุกๆปีนั้น ก็คือเหมืองแร่ที่ดำเนินการโดยบรรดาบริษัทจากจีนนั่นเอง
เพราะฉะนั้น ในเมื่อว่าบรรดาบริษัทจากจีนเป็นภาคส่วนที่ได้ลงทุนขุดค้นและทำเหมืองแร่ใน ลาวมากที่สุดในเวลานี้ ก็ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่คนลาวนั้นจะต้องรองรับความเสี่ยงเช่นว่านี้อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ และถ้าหากว่ามลพิษจากเหมืองแร่เหล่านั้นของจีนในลาวได้มีการรั่วไหลลงสู่แม่ น้ำโขงด้วยแล้ว ก็ย่อมจะหมายถึงภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงด้านเสบียงอาหารที่จะ เกิดขึ้นกับประชากรกว่า 60 ล้านคนในลุ่มน้ำสายนี้อีกด้วย!!!



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Nepotism à la Lao Deang

Xaysomphone PHOMVIHANE lao NA's VICE - President
Santiphab PHOMVIHANE deputy Minister of Finances
Thongsavanh PHOMVIHANE LaoDeang Ambassador in Moscow
Mrs Vienthong Siphandone deputy Minister of Finances
Mrs khemphèng POLSENA MINISTER IN PM CABINET
Mrs Khemmany POLSENA deputy Minister of Industry and Trade
Mr Sommad POLSENA Minister of Transport
Dr Phonethep POLSENA Sédone 's deputy and President of social and cultural Commission in AN
Nam VIYAKET Ministe of Industry and Trade
Khampho KHAIKHAMPITHOUN Laodeang Ambassador in Cuba and Nigaragua
Mrs Viengsavanh SIPRASEUTH Laodeang Ambassador in Singapore


ແລະຢ່າລືມ

ບັກສອນໄຊ ສິພັນດອນ ເຈົ້າແຂວງຈຳປາສັກ ລູກຊາຍບັກແກວຫ້ນາແຫ້ລສົບເວີ ຄຳຕາຍ ອະດິດ ຣມຕ ປ້ອງກັນ ປທ 17 ປິ ຂ້າລາວຝ່າຍຂວາກ່ວາສອງແສນຄົນ

ຫມຍເຫດ ກ່ອນປິ 1975 ພວກເຣົາບໍ່ເຄີຍເຫັນລະບົບເຄືອຍາດບ້າໆບໍໆແບບພວກໂຈນລາວແດງເດັດຂາດ
ຣາຊວົງລາວ ນຍ ສຸວັນນາ ຜູຍຊະນະນີກອນ ຕະກຸນອະພັຍ ແລະ ອື່ນ ໆ ບໍ່ກ້າແມ່ນຈະລາກຕະກູນ ພວກເຂົາ ເຂົ້າສູ່ວົງການຣັຖບານ ແບບ ຍຸກຂ້າປໍສາມປໍສີ່ຄອງເມືອງໄດ້ ແບບຈົ່ງແຈ້ງບໍ່ສະທ້ານຢ້ານກັວຫຍັງຫົມດ ເດິ
ລູກຫລານເອີຍ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ครอบครัวบักบอด ถูกคณะราษฏร์กระทืบหนีไปอยู่ต่างประเทศ แผ่นดินแม้กระผีกเป็นของตัวเองก็ไม่มี พอเขาเชิญมาเป็นประมุข แต่ละคนหอบกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ได้ทำมาหากินอะไร เผลอแผล็บเดียว แม่งรวยอันดับหนึ่งของโลก 4 ปีซ้อนเสียงั้น ไอ้สัดเย็ ดกะหมา โกงประชาชนจนโงหัวไม่ขึ้นทั้งประเทศ แล้วยังอำมหิตสั่งฆ่ าประชาชนเสียงั้น เลวได้ใจนรกจริงๆ พับผ่า!
9 Dec 11, 09:36 AM
RED_WING: ทหารกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน บักบอดและนังชะนี แม่งยึดไปเป็นของมันเฉย เรียกทหารรักษาพระองค์บ้างล่ะ เรียกทหารเสือพระราชินีเสียงั้น แม่งแย่งเอาไปแบบหน้าด้านๆ ไม่อายฟ้าเกรงดินบ้างเลย ชั่วสุดๆ
9 Dec 11, 09:34 AM
RED_WING: วาทกรรมบักบอด (ราโชวาท ความจริงคนอื่นเขียนให้ทั้งหมด) มีว่า ให้ทุกคนทำหน้าที่ตนให้สมบูรณ์ อย่าก้าวก่ายหน้าที่กัน ประเทศชาติก็จะรุ่งเรืองไพบูลย์ แต่ความจริงกับการกระทำของมัน แม่งเสือกไปทุกเรื่อง
9 Dec 11, 09:34 AM
มาร์คครับ: มึนจังกู: ไม่เอา112: คนที่อยู่เมืองไทยต้องใช้ proxy เข้ามาตั้งแต่รบ.ไอ้มาร์ค// รบ.เพื่อไทยก็ยังหาทางเข้าไม่เจอ เพื่อนๆ รายงานมา ///เข้าดูได้แต่ post ไม่ได้
9 Dec 11, 09:33 AM
RED_WING: เศรษฐกิจพอเพียงของบักบอด คือการติดป้ายโฆษณามันและตระกูลทุกหมู่บ้านตำบลเมือง กระทั่งในโบสถ์วิหารก็ไม่เว้น แสบสุดๆ คือพิมพ์บนธนบัตรที่เราต้องใช้ จะเผ าทิ้งก็ไม่ได้ เวรกรรม!
9 Dec 11, 09:33 AM
ยาจก: วันนี้ใน if ไม่มีบทความเลย
9 Dec 11, 09:32 AM
แดงขาว: มันหอบเงินที่ใด้มาจากอีกะหรี่กิตไปอยู่ฮองกง

ກ່າຍຈາກ ນປຊ ອມຣກ ທີ່ ນີວຍອກ
http://www.norporchorusa.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.shanghaidaily.com/article/article_xinhua.asp?id=36692

China, Laos vows to further enhance military relations
Source: XINHUA | 2011-12-6 | ONLINE EDITION

VIENTIANE, Dec. 5 (Xinhua) -- Laos and China pledged on Monday to deepen military exchanges and cooperation, strengthen unity and friendship between the two countries'militaries and work together to maintain regional peace and stability.

The vows came out of the meeting between the Lao Deputy Prime Minister, Minister of National Defense Douangchay Phichith,
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
Lao Deputy Minister of National Defense Sanyahak Phomvihane (36 years )
and the visiting Deputy Chief of General Staff of the Chinese People's Liberation Army (PLA) Cai Yingting.

Douangchay said the Lao side appreciates the Chinese side's long-term support and help which have contributed to the Lao social economic development and national defense building. The Lao Party, government and military attach great importance to developing relations with China, and are willing to make joint efforts with the Chinese side to further promote the two states and militaries' ties to a new level.

Sanyahak said that no matter how changes in the international and regional situation, the solid traditional friendship between the two countries' people and militaries won't change. Laos is willing to cooperate with China closely, deepen communication and cooperation between the two militaries, and constantly strengthen unity and friendship of the two sides.

Cai said that China and Laos are friendly neighbors, the peoples of the two countries have forged a profound friendship since ancient times. In recent years, the bilateral ties continue to see a healthier and stabler development, especially after the two countries have established a comprehensive strategic and cooperative partnership.

The Chinese side will continue to maintain close high-level contacts with Laos, enhance substantial cooperation, and strengthen friendly coordination, in order to contribute to the bilateral ties, and regional peace, stability and prosperity, Cai added.

The Cai-led Chinese PLA delegation arrived in Lao's capital of Vientiane on Monday at the invitation of the Lao Ministry of National Defense, kicking off their friendly visit to Laos.



Nepotism à la Lao Deang
Nepotism à la Lao Deang
Nepotism à la Lao Deang

Xaysomphone PHOMVIHANE lao NA's VICE - President

Santiphab PHOMVIHANE deputy Minister of Finances

Thongsavanh PHOMVIHANE LaoDeang Ambassador in Moscow

Mrs Vienthong Siphandone deputy Minister of Finances

Mrs khemphèng POLSENA MINISTER IN PM CABINET

Mrs Khemmany POLSENA deputy Minister of Industry and Trade

Mr Sommad POLSENA Minister of Transport

Dr Phonethep POLSENA Sédone 's deputy and President of social and cultural Commission in AN

Nam VIYAKET Ministe of Industry and Trade

Khampho KHAIKHAMPITHOUN Laodeang Ambassador in Cuba and Nigaragua

Mrs Viengsavanh SIPRASEUTH Laodeang Ambassador in Singapore

__________________
Anonymous

Date:
  
 

การปลูกฝังมาว่าถ้าดูหมิ่นราชวง­­ค์ จะบาป บาปโคตรแม่มันอะไร บักบอด อี่อ้วนปากแดง อี่เสือ11โตแดกไม่หมด สั่งทหารราบ11 มันฆ่าคนลาวกูก่วา1มื่นคน ในราชการครองเมือง60ปีมัน มันเป็นอะไรที่ปัญญาอ่อนสิ้นดี ศาสนาพุทคือศาสนาที่ว่ากันด้วยเหตุผล ผิดย่อมว่ากันไปตามผิด แต่นี่มีที่ไหน ห้ามประท้วง ห้ามถาม ให้ยกย่องชมเชยพวกไอ้เหี้ยสั่งฆ­­่าอี่ห่าสั่งยีงอย่างเดียว นี่คือ ตายแลนด์ อยากมีชีวิตรอดต้องตอแหล.กระสัด­­ตายแลนด์ ปท เดียวในโลก ที่ ออก 112 มาบีบึอหอยให้ึลาวกุก่วา40ล้าน(­­ไถนาเลี้ยงมันมาแล้ว ก่วา300ร้อยปี)รักโคตรมัน

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເວົ້າຖືກກ່ຽວກັບປະທ້ວງ
ສະນັ້ນ ເນື່ອງໃນວັນຄົບຮອບ 63 ປີ ຂອງ”ປະກາດສາກົນກ່ຽວກັບສິດທິມະນຸດ”ຈື່ງເຊີນ
ທ່ານຜູ້ຮັກຊາດໄປປະທ້ວງໃນວັນທີ10 ທັນວາ (12) 2011 ເວລາ 18ໂມງ ທີ່ເດີ່ນນ້ຳພຸ
”ແຊງມີແຊລ” ປາຣີສ ຄຸ້ມ 5 .
Le 10.12.2011 à 18h à la Fontaine Place Saint Michel,
Métro : St Michel-Notre Dame, Paris 5°
Cordialement

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ICT เตือน ! อย่ากด Like, Share, Comment เว็บหมิ่นสถาบันฯ ระวังเจอคุก 5 ปี, ปรับ 1 แสนบาท
http://www.9tana.com/node/ict-caution-facebook/

ປທທ ປທ ດຽວໃນໂລກ ທີ່ ກະສັດບ້າໆ ອອກ 112 ມາບັງຄັບໃຫ້ຄົນຣັກ
ເມື່ອເອົາສີ່ງມາເປັນສີ່ງຄຳປະກັນຄວາມ ປອດພັຍໃຫ້ຣາຊວົງເຂົາແລ້ວ
ກະເລີມ ທຳທຸກຢ່າງເພື່ອຄວາມຢູ່ລອດ
ໃນຣາຊການ60ປິ ຂອງມັນ ຊຊຊ ລາວ ກ່ວາ 1ມື່ນຄົນຖືກຂ້າ
ແລ້ວ ມັນບອກວ່າ ໃຜ ດ່າໂຄດມັນ ຈະໄດ້ຣັບບາບ
ຊາວພຸດແບບນີ້ກູກະຢາກເປັນເດ
ບາດມັນຂ້າເພື່ອນຮ່ວມຊາດມັນ ກ່ວາ10ພັນ ມັນບໍ່ເກິນບາບ ບໍ??
ຕອບໃຫ້ກູແດ່ ພວກ ຫມາສຍາມທັງຫລາຍ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Subject: ເປັນວັນມະຫາອຸບາດ, ຊຶ່ງເປັນວັນ ທີ່ຊາຕລາວ ເສັຍເອກຣາຊ ທີ່ຄົບຮອບ 36 ປີ


ເຊີນອ່ານສ່ວນນຶ່ງຂອງ ສ ແສນໄຕ້ຂຽນລົງໃນແວບໃບລານ

ວັນທີ 2 ທັນວາ 2011 ທີ່ຈະມາເຖິງນີ້ ເປັນວັນມະຫາອຸບາດ ທີ່ຄົບຮອບ 36 ປີ, ຊຶ່ງເປັນວັນ ທີ່ຊາຕລາວ ເສັຍເອກຣາຊ ເສັຍອະທິປະໄຕ ເສັຽເຂດນໍ້າແດນດິນໃຫ້ແກ່ຕ່າງຊາຕ ຄື ວຽດນາມ,


- 36 ປີ ກັບຄໍາວ່າ ສິ້ນຊາຕໄຮ້ແຜ່ນດິນ.
- 36 ປີ ທີ່ຊາວລາວ 5 – 6 ແສນ ຄົນເປັນກ້ໍາພ້າແຜ່ນດິນ,
- 36 ທີ່ ຣັຖບານຜເດັດການ ສປປ ລາວ ໄດ້ ຂ້າລ້າງໂຄຕ ພຣະບາຕສົມເດັດມະຫາຊີວິດ, ພຣະອັຄມະເຫສີ ແລະ
ພຣະຍາຕຕິວົງ ພອ້ມທັງ ຂ້າຣາຊການ ທະຫານ ຕໍາຣວຈ
ນັກຮຽນ ນັກສຶກສາ ຂອງອະດິດ ພຣະຣາຊອານາຈັກລາວ.
- 36 ປີ ທີ່ພີ່ນອ້ງຊາວລາວທີ່ຢູ່ພາຍໃນປະເທດ ໄດ້ຮັບຄວາມທຸກຍາກທໍຣະມານອັນແສນສາຫັດ,
- 36 ປີ ທີ່ຣັຖບານຜເດັດການ ສປປລາວ ຄອບງໍາປະເທດ.
- 36 ປີ ທີ່ພີ່ນອ້ງຊາວລາວ ຫຼາຍແສນຄົນ ໄປຊອກຫາແລກປ່ຽນແຮງງານໜັກໃນຕ່າງປະເທດ.
- 36 ປີ ທີ່ຊາວຕ່າງປະເທດ ເຂົ້າມາບຸກລຸກເຂດນ້ໍາແດນດິນລາວເຮົາແລະຂົນເອົາຊັພສິນສົມບັດ
ຂອງຊາຕ ໂດຍການອະນຸຍາຕ ຈາກຜູ້ນໍາຜເດັດການ ສປປລາວ.

ສລູບແລ້ວກໍເປັນການສລອງວັນຫາຍະນະຂອງຊາຕລາວ
ເມື່ອ 36 ປີຜ່ານມາ ເປັນປະຫວັດສາດທີ່ແສນເຈັບແສບ.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ปัญหาของ 112 มากกว่าการใช้ในทางที่ผิด

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

คดีอากงทำให้เราเห็นว่าผู้บริสุทธิ์กลายเป็นเหยื่อของกฏหมาย 112 และกระบวนการในศาลที่พร้อมจะจำคุกคนชราด้วยข้ออ้างว่าส่งแค่ sms โดยไม่ค่อยมีหลักฐานอะไรเลยอีกด้วย และการที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยพร้อมจะใช้กฏหมายนี้ในการจับผิดลงโทษคนที่แค่กด like ใน facebook ก็พิสูจน์ว่าในเรื่องกฏหมาย 112 รัฐบาลใหม่ไม่ต่างจากรัฐบาลพรรคทหารของอภิสิทธิ์

คดีของคุณสมยศ และอ.สุรชัย ซึ่งตามหลักสากลต้องถือว่าสองคนนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะยังไม่มีการตัดสินคดี แต่กลับถูกปฏิเสธการประกันตัว และถูกกลั่นแกล้งให้เดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา เปิดโปงการใช้ 112 เพื่อบิดเบือนความยุติธรรมโดยระบบตุลากรไทย ยิ่งกว่านั้นคดีต่างๆ เหล่านี้เปิดโปงสภาพคุกในประเทศไทยต่อชาวโลกว่าย่ำแย่แค่ไหน ไม่ว่าจะเรื่องจำนวนคนในห้องขัง สภาพห้องน้ำ การถูกล่ามโซ่ และการไม่ดูแลนักโทษเวลาน้ำท่วมหรืออากาศเย็น ทั้งหมดนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นที่อับอายขายหน้าทั่วโลก

คดีของคุณดาร์ ตอบิโด ทำให้เราเห็นว่ากระบวนการในศาลขาดความโปร่งใสโดยสิ้นเชิง ซึ่งแปลว่าตุลาการทำอะไรก็ได้ตามอคติของตนเอง โดยที่ไม่ต้องได้รับการตรวจสอบโดยสื่อหรือประชาชนแต่อย่างใด เพราะเป็นคดีลับ และโทษที่ตุลากรให้มา ไม่สมเหตุสมผลแต่อย่างใด เพราะได้โทษมากกว่าฆาตกร ทั้งๆ ที่คุณดาร์และนักโทษ 112 ทุกคน ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับใคร และฆาตรกรที่สั่งให้มีการยิงประชาชนเมื่อปีที่แล้วก็ยังลอยนวล

มีนักโทษกฏหมายอธรรม 112 อีกมากมายที่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่เราจะไม่ลืมเขา

การที่หลายคนและหลายองค์กรที่รักประชาธิปไตยออกมาเสนอให้ “แก้” กฏหมาย 112 เป็นเรื่องดี และผมเข้าใจว่าในบรรยากาศเผด็จการของไทย บางคนหรือบางกลุ่มอาจไม่กล้าเสนอให้ยกเลิกกฏหมาย 112 นี้ไปเลย แต่ก็ยังมีหลายคนที่กล้าเสี่ยงด้วย ตรงนี้เราเข้าใจกันได้ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าการแก้ปัญหาคือการแค่แก้กฏหมายหรือปฏิรูปกฏหมายนี้แต่อย่างใด

กฏหมาย 112 เป็นกฏหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยสิ้นเชิง และสังคมใดที่เราไม่สามารถพูดอะไรบางอย่างได้ ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย มันง่ายมาก ใครแกล้งไม่เข้าใจต้องมีเงื่อนไขแอบแฝงที่จะทำลายประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

การแก้กฏหมาย 112 ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องแต่ฝ่ายเดียว ควบคู่กับการลดโทษ ไม่สามารถแก้ปัญหาว่า 112 เป็นกฏหมายที่ปิดปากประชาชน ใช้กระบวนการลับในศาล และทำให้การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ผิดได้ ตรงนี้ต่างจากกฏหมายหมิ่นประมาทธรรมดา ที่ปกป้องทุกคนจากการใส่ร้ายเท็จได้ ถ้าผู้ที่ถูกใส่ร้ายมีเงินพอที่จะฟ้องผู้กล่าวเท็จ

เราต้องฟันธงให้ชัดเจนว่า ในประเทศที่มีประชาธิปไตย ไม่ว่าจะที่ไหนในโลก พลเมืองต้องมีสิทธิ์ที่จะเสนอการปกครองแบบสาธารณรัฐ มันเป็นการถกเถียงธรรมดาในเรื่องระบบการปกครอง มันไม่ใช่อาชญากรรมแต่อย่างใด

และในไทยเราต้องมีสิทธิ์ถามอีกด้วยว่า....

1. เมื่อทหารทำรัฐประหาร หรือฆ่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตย โดยอ้างว่าทำเพื่อปกป้องกษัตริย์ผู้เป็นประมุข ทำไมประมุขไม่ออกมาวิจารณ์ทหารและปกป้องรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย การถามคำถามแบบนี้ทำให้ผมโดนกฏหมาย 112 แต่มันไม่ใช่คำถามที่เสนอว่ากษัตริย์ผู้เป็นประมุขเป็นผู้สั่งฆ่าประชาชนหรือสั่งให้มีรัฐประหารแต่อย่างใด มันเป็นคำถามเรื่องบทบาทหน้าที่ของประมุข มันเป็นคำถามที่มีความชอบธรรม และเป็นคำถามที่เรายังไม่ได้รับคำตอบในประเทศไทย

2. เวลาประมุขเสนอลัทธิเศรษฐกิจพอเพียง มันเป็นข้อเสนอให้แช่แข็งความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนในสังคมใช่ไหม? และเป็นข้อเสนอจากบุคคลคนหนึ่งที่รวยที่สุดในประเทศใช่ไหม? คำถามแบบนี้ถูกตั้งขึ้นกับนักการเมืองเศรษฐีฝ่ายขวาในตะวันตกทุกวัน เมื่อเขาเสนอแนวเสรีนิยมกลไกตลาด มันเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงทางเศรษฐศาสตร์ และเป็นคำถามที่มีความชอบธรรมเช่นกัน แต่ถ้าถามในไทยก็จะโดน 112

3. ทำไมเราต้องใช้ราชาศัพท์กับประมุขและทุกคนในครอบครัว และทำไมต้องปิดการจราจรให้กับเขาด้วยเมื่อเขาเดินทาง โดยเฉพาะในกรณีที่รถพยาบาลฉุกเฉินไม่เคยได้รับ “อภิสิทธิ์พิเศษ” แบบนี้ เราควรถามถ้าอยากสร้างวัฒนธรรมพลเมืองประชาธิปไตย แต่ถ้าถามแค่นี้ก็จะติดคุกในไทย หรือถ้าไม่ใช้ราชาศัพท์ ไม่ยืนเคารพ ก็จะเสี่ยงติดคุกเช่นกัน



ทั้งหมดที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างเหล่านี้ คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องยกเลิก ไม่ใช่แค่แก้ กฏหมาย 112 เพื่อให้ประเทศไทยมีสิทธิเสรีภาพเท่ากับประชาธิปไตยในประเทศสากล



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/


__________________
Anonymous

Date:
  
 

วิจารณ์แถลงการณ์ของ นปช. 30 พ.ย. 54

นปช. ตั้งใจสลายพลังมวลชนเสื้อแดง



๑) อ.ธิดาเน้นเลือกการเมืองแบบ “ลอบบี้” คือต่อสายไปสู่คนมีอำนาจ เพื่อช่วยนักโทษเสื้อแดง ซึ่งเป็นการหันหลังปฏิเสธพลังมวลชนเสื้อแดง ให้เสื้อแดงจำนวนมากหยุดนิ่งรอให้ “ผู้ใหญ่” คุยกัน และในที่สุดจะนำไปสู่การสลายพลังมวลชนท่ามกลางการรุกสู้ของฝ่ายอำมาตย์

อ.ธิดา อาจเสนอว่านักโทษการเมืองจะถูกย้ายไปสู่ “คุกการเมือง” ซึ่งจะทำให้สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นแน่ แต่ประเด็นใหญ่กว่านั้นคือต้องมีการรณรงค์ให้ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนอย่างเปิดเผย ผ่านการเคลื่อนไหวของมวลชน ถ้าไม่รณรงค์แบบนั้นหนทางที่จะได้รับการปล่อยตัวมีน้อย โดยเฉพาะกรณี 112 อย่าลืมว่าในระบบประชาธิปไตยจะมีนักโทษการเมืองไม่ได้ ถ้ายอมรับว่ามีได้ ก็เท่ากับยอมรับว่าจะไม่มีประชาธิปไตยในประเทศไทย

๒) อ.ธิดาพูดแต่เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเสื้อแดงทุกคนเห็นด้วย แต่การพูดลอยๆ แบบนี้ เป็นหารหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องกฏหมาย 112 หรือการพูดอะไรเป็นรูปธรรม พร้อมขั้นตอน เรื่องข้อเสนอของกลุ่มนิธิราษฏ์ และการพูดแค่นี้ไม่สร้างบทบาทอะไรสำหรับมวลชนเสื้อแดง สรุปแล้ว นปช. ไม่ยอมพูดอะไรเลยเรื่อง 112 หรือแม้แต่คดีอากง ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สนนท. และกลุ่มประชาธรรมกล้าออกมาพูด คือ นปช.ล้าหลังกว่ากลุ่มเหล่านั้น

๓) จตุพรอาจไม่หวงตำแหน่งสส. นั้นก็ดีเพราะถือว่ามีอุดมการณ์ แต่เรื่องการถอดถอนการเป็นสส.ของจตุพรไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของเขา มันเป็นการถอดถอนสส.ที่ประชาชนเลือกมาโดยเฉพาะที่เป็นแกนนำเสื้อแดง ดังนั้นตามหลักการณ์เรายอมไม่ได้ และการบอกให้เสื้อแดงใจเย็นๆ เสมอ ถือว่าเป็นการสลายอำนาจต่อรองที่เราจะมีกับอำมาตย์ การเคลื่อนไหวไม่ใช่การหลงกลตกหลุมของอำมาตย์แต่อย่างใด แต่อำมาตย์กำลังวัดใจเสื้อแดงต่างหาก ถ้านิ่งเฉยตามคำแนะนำของ นปช. ก็ถือว่ายอมจำนน

๔) การไม่ยอมชูประเด็นการเมืองกว้างๆ เรื่องประชาธิปไตย การไม่วิจารณ์ 112 การไม่พูดถึงนโยบายสำคัญในการฟื้นชีวิตพลเมืองหลังน้ำท่วม การไม่รณรงค์ให้นำอาชญากรในกองทัพและประชาธิปัตย์มาขึ้นศาล ของ นปช. ถือว่าเป็นการลดระดับการเมืองและจิตสำนึกในการต่อสู้ เพื่อให้เสื้อแดงสยบยอมต่ออำมาตย์



ดูแถลงการณ์ นปช. ได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=CWimnSw0Oxs&feature=youtu.be



--
ใจ อึ๊งภากรณ์
+44(0)7817034432
http://redthaisocialist.com/



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຖ້າພະບາງເປັນຂອງສັດສິດເນຣະມິດຄວ­າມສມັກຄິກົມກ້ຽວສ້າງຄວາມເປັນທັມ­ໃຫ້ເຈົ້າຂອງຄືອີ່ບ້າຫນໍ່ຄຳ ເປັນຫຍັງ ຈື່ງຕົກເປັນບັນຫາຂອງສັງຄົມ ໃຫ້ເດັກນ້ອຍທໍ່ຫັວຫມາກກອກຄຶໂຈໂຈ­ມາຜິດນັດEpson-21ດ່າຄືຫມູຄືຫມາແ­ທ້ໆ
ມີຄວາມສຸກຫລາຍນໍກັບພະບາງມືງ
ແລະ
ຖ້າພະບາງເອົາຄວາມຮັ່ງມີ ໃຫ້ເຈົ້າຂອງແທ້ ເປັນຫຍັງຍັງຢູ່ກະຕູບຄືເກົ່າລະ ??
ແລະ ເປັນຢືມເງີນ ຍງງ ວັນນາສອນ(ຕາວັນຂື່ໃນ ພັນໂທກ) 20ພັນ ຝຣັ່ງ ປາງນັ້ນ
ຍັງໃຊ້ບໍ່ທັນຫົມດລະ ??


http://www.youtube.com/watch?v=O66zCGlRCvM
Lao's Millionaire.mpg
www.youtube.com
Laotian are very poor but lao leader are millionaire

__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

อาณาจักรลาวล้านช้างเข้าสู่ยุคเสื่อมโทรม เพราะ ?



หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอนุเสด็จหนีไปแล้ว 5 วัน กองทัพไทยจึงยกทัพมาถึงเมืองพันพ้าว ..หมื่นนเรศโยธิน หมื่นเสมียนวัลลภ แม่ทัพไทยพาทหารข้ามมาเวียงจันทน์ เข้าเก็บกวาดเอาทรัพย์สมบัติในพระราชวัง บ้านเรือนก็ถูกเผาทำลาย นครเวียงจันทน์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองสวยงามมาแต่โบราณหลายร้อยปี คงเหลือแต่เถ้าถ่านตั้งแต่นั้นมา ไพร่ฟ้าราษฎรจำนวนมากถูกพระยาราชสุภาวดีกวาดต้อนไป เหลือไว้เป็นพลเมืองเวียงจันทน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ครั้นถึงเดือน 3 (กุมภาพันธ์ 1827) พระราชสุภาวดีก็ลงไปถึงกรุงเทพฯ พระเจ้าแผ่นดินไทยตรัสว่า “ตัวเจ้าอนุวงศ์ยังจับไม่ได้ จะกลับมาตั้งบ้านเมืองอีกประการใดยังไม่ชัดแจ้ง เมืองเวียงจันทน์ไม่เอาไว้เป็นบ้านเมืองอีกต่อไป ให้กลับคืนไปทำลายล้างเสียให้หมด อย่าให้กลับเป็นบ้านเมืองได้” และครอบครัวลาวที่กวาดต้อนมานั้นส่งไปเมืองลพบุรี, สระบุรี, สุวรรณภูมิ และเมืองนครชัยศรี ส่วนครัวพวกนครพนมเอาไปไว้พนัสนิคม ฝ่ายพระยาราชสุภาวดี เมื่อได้รับคำสั่งของพระเจ้าแผ่นดินว่า ให้ขึ้นมาทำลายเมืองเวียงจันทน์อีก ครั้นถึงเดือน 8 (กรกฎาคม 1828) ก็ยกทัพมาทางหนองบัวลำภู แล้วแต่งให้พระยาราชรองเมือง, พระยาพิชัยสงคราม, คุมทหาร 500 นาย ยกมาตั้งอยู่เมืองพันพ้าวก่อน แล้วพระยารองเมืองจึงให้พระยาพิชัยสงคราม คุมบ่าว 300 นาย ข้ามมาเวียงจันทน์และได้ตั้งทัพอยู่วัดกลาง
ฝ่ายเจ้าอนุที่หนีไปเวียตนามก็กลับมายัง เวียงจันทน์อีก ในวันที่ 1 กันยายน 1828 พร้อมด้วยทหารลาวประมาณ 1,000 นาย ทหารเวียตนาม 80 นาย และล่าม 2 คน เมื่อทราบข่าวว่า แม่ทัพไทยได้สร้างเจดีย์ปราบเวียงไว้ที่เมืองพันพ้าว และได้จารึกภาพการกระทำของพระองค์ไว้ด้วย จึงมีความแค้นเป็นอันมาก เพื่อลบล้างความแค้นนั้นให้หายไปและเพื่อทำการต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย จึงบุกเข้าโจมตีทหารไทยที่อยู่ท้ายวัดกลาง ในเดือน 8 แรม 7 ค่ำ นั่นเอง (วันที่ 2 สิงหาคม 1828) พวกทหารไทยจำนวนหนึ่งได้หลบหนีไปได้ และได้แจ้งแก่พระยาราชสุภาวดี พระยาราชสุภาวดีได้ทราบดังนั้น จึงปรึกษากับแม่ทัพนายกอง ว่าควรถอยทัพไปตั้งอยู่เมืองยโสธร เมื่อปรึกษากันแล้ว พระยาเชียงสาก็พาเจ้าพระยาราชสุภาวดีหนีออกจากเมืองพันพ้าวในคืนนั้น
ฝ่ายเจ้าอนุเมื่อได้รับทราบว่า กองทัพของพระยาราชสุภาวดียกหนีจากเมืองพันพ้าว จึงสั่งให้ทหารข้ามไปรื้อถอนพระเจดีย์ปราบเวียง ที่แม่ทัพใหญ่ของไทยได้สร้างไว้ที่เมืองพันพ้าว ส่วนเจ้าราชวงศ์ได้ยกกองทหารมาตีกองทัพไทยที่ไปพักอยู่ที่บ้านบกหวาน เมืองหนองคาย ในวันที่ 18 ตุลาคม 1828 ได้สู้รบกันจนขั้นประชิดตัว เจ้าราชวงศ์ขี่ม้าใช้หอกแทงพระยาราชสุภาวดีที่ท้องล้มลง หลวงพิชิตน้องชายเจ้าพระยาราชสุภาวดีวิ่งเข้ามาช่วย เจ้าราชวงศ์จึงหันเข้ามาสู้กับหลวงพิชิตและฟันหลวงพิชิตตาย พอจะกระโดดเข้าฟันเจ้าพระยาราชสุภาวดีอีกครั้ง เจ้าราชวงศ์ก็ถูกนายทหารไทยคนหนึ่งยิ่งปืนมาถูกศีรษะเจ้าราชวงศ์ล้มลง พวกบ่าวไพร่จึงเข้าไปห้ามเอาเจ้าราชวงศ์พาหนีมาเวียงจันทน์ และได้ปรึกษากับพระบิดาว่า พวกเราควรละทิ้งเมืองหนีไปอยู่เวียตนามอีก เมื่อปรึกษากันแล้ว เจ้าอนุวงศ์ก็พาครอบครัวหนีจากเวียงจันทน์อีก ในวันที่ 19 กันยายน 1828 ส่วนเจ้าราชวงศ์ลงเรือล่องไปขึ้นทางมหาไชยกองแก้ว เจ้าอนุวงศ์ออกจากเวียงจันทน์ไปทางเชียงขวาง ด้านเจ้าผู้ครองเชียงขวางก็ไปดักไว้ โดยสั่งให้ทหาร 50 นาย ล้อมไว้ ฝ่ายแม่ทัพไทยก็ให้พระอินทรเดช พระสุพันเชียงสากับพระเมืองกลางยกพล 300 นาย ขึ้นไปจับเจ้าอนุวงศ์ ฝ่ายเจ้ามันทาตุราช เจ้าหลวงพระบางก็แต่งตั้งให้ท้าวมหาพิมพ์ และหนานขัตติยะ คุมทหารออกตามจับเจ้าอนุเช่นกัน ท้าวมหาพิมพ์กับหนานขัตติยะไปพบนายด่านเมืองพวน พวกนายด่านเมืองพวนจึงพาไปจับเจ้าอนุวงศ์ได้ พร้อมด้วยลูกเมียและหลาน ท้าวมหาพิมพ์คุมตัวลงมาให้กองทหารของพระอินทรเดช คุมตัวส่งต่อไปให้พระยาราชสุภาวดีที่เวียงจันทน์ ในวันที่ 21 ธันวาคม 1828 แล้วส่งไปถึงกรุงเทพ วันที่ 15 มกราคม 1829 พระเจ้าแผ่นดินไทยสั่งให้ขังไว้ในกรงเหล็กใหญ่ และกรงเหล็กเล็ก สำหรับราชบุตรธิดา และพระยาอีก 13 กรง มีเครื่องลงโทษต่างๆ แต่ละเช้าจะถูกนำมาประจานให้ประชาชนด่าทุกวัน พอถึงเวลาค่ำ ก็นำไปขังไว้เช่นเดิม หลังถูกทรมานได้ 8 วัน พระเจ้าอนุวงศ์ก็ทรงอาพาธลงแดง แล้วสิ้นพระชนม์ หลังจากนั้น พระเจ้าแผ่นดินไทยก็ให้เอาศพไปเสียบประจานไว้ในกรุงเทพฯ นั่นเอง
สมเด็จเจ้าอนุเกิดปีกุน ค.ศ. 1767 สิ้นพระชนม์เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1829 รวมพระชนมายุได้ 62 พรรษา นี้คือกาลอวสานชะตากรรมแห่งนครหลวงจัทนบุรีศรีสัตตนาคนหุต พร้อมๆ กับการสิ้นพระชนชีพของเจ้าอนุ ตลอดจนถึงเชื้อสายวงศ์กษัตริย์นครเวียงจันทน์ ก็สิ้นสุดลงจนหมดสิ้นในคราวนี้ด้วย ประชาชนพลเมืองชาวลาวเวียงจันทน์หลายแสนคน ก็ถูกกวาดต้อนลงไปเมืองไทย และเป็นพลเมืองของไทยต่อมาจนถึงทุกวันนี้
สารลึบพะสูน ได้แสดงให้พวกเราเห็นถึงสภาพความโกลาหลวุ่นวายของบ้านเมืองเพียงเพราะว่าชน ชั้นศักดินาภายในพากันแก่งแย่งแข่งขันชิงกันขึ้นครองบัลลังก์ อันเป็นสาเหตุให้พวกชนชั้นศักดินาต่างด้าวเข้ามารุกราน และยึดครองประเทศ หลังจากรัชกาลของเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชสิ้นสุดลง การแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจของพวกชนชั้นศักดินาภายใน บางครั้งรุนแรงจนถึงขั้นประหัตประหารซึ่งกันและกัน อันทำให้เจ้าขุนมูลนายบางคน จำต้องแตกหนีไปพึ่งพาอาศัยอยู่เมืองต่างๆ ที่ห่างไกลจากนครหลวง หรือไปขอพึ่งบารมีของชนชั้นศักดินาต่างด้าว เมื่อได้โอกาสพวกคนเหล่านั้นก็หวนกลับมาตียึดเอาผู้คนแล้วก็ยกตนเองขึ้นเป็น เจ้า สภาพดั่งกล่าวได้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วคน ชนชั้นปกครองแม้มีสายเลือดเดียวกัน ก็ได้ฆ่าฟันกันล้มตายลงหลายต่อหลายองค์ จนในที่สุดประเทศชาติได้แบ่งแยกออกเป็นหลายอาณาจักร เช่น อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง (1707) และจำปาศักดิ์ ในปี 1713 นอกจากการแยกตัวออกเป็นเอกเทศแล้ว ก็ยังมีขุนนางผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งไม่พอใจในราชสำนัก จึงยกพรรคพวกของตนไปตั้งบ้านเมืองขึ้นใหม่ ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ตั้งตนเป็นเอกเทศ และสุดท้ายก็ถูกสภาพบังคับให้ไปขึ้นกับประเทศอื่น เช่น กลุ่มอุปราชวรราช ไปขอขึ้นกับสยามเป็นต้น ซึ่งได้กลายเป็นต้นเหตุและเป็นชนวนชักนำให้ชนชั้นศักดินาต่างด้าวเข้ามายึด ครองทำลาย สารลึบพะสูนได้สะท้อนภาพต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นให้พวกเราเห็นดั่งนี้
ก. แสดงให้เห็นถึงการรุกรานของสยาม
ในตอนต้นของสารได้ชี้ให้เห็นถึงการแผ่ขยายอำนาจของสยาม เข้าสู่อาณาจักรลาวล้านช้าง ซึ่งทำให้นครเวียงจันทน์อันเป็นหัวใจของอาณาจักรลาวล้านช้างต้องเสื่อมอำนาจลง ดั่งสารกล่าวว่า
คุดทะ อ้าปีกขึ้น ขำเมกเรืองลด
จันโท เมามัวมุด มืดแสงสูนอ้ำ
สารได้ยกเอาครุฑอันเป็นสัญลักษณ์ของสยาม ขึ้นมาเป็นตัวละครที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีพลัง และการแผ่อำนาจเข้ายึดครอง อันทำให้พระจันทร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลาวต้องอับแสงลง ทำให้ไพร่ฟ้าราษฎรและเสนาอำมาตย์ต้องล้มตายลง ดังสารว่า
ไฟก็ ลุกวืบไหม้ เสนาทะเมามุด
เปลวเป่ง เฮืองอาลุน ขอบแสงสูนฟ้า
ในประวัติศาสตร์ สมัยลาวตกเป็นหัวเมืองขึ้นของสยาม ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์แห่งความขมขื่น มีพลเมืองลาวจำนวนไม่น้อย ได้ถูกกวาดต้อนไปสยาม ดั่งสารกล่าวว่า
อามม เมาแบบพื้น เฟือนฟาดฟองสมุทร
นาโคคะ คาดโฮงฮามย้อง
หมายความว่า เมื่อสยามเข้ามายึดครองแล้วเขาได้ก่อกรรมทำเข็ญ และกวาดต้อนเอาคนลาวไปสยาม เพื่อจุดประสงค์ลบล้างความเป็นชาติ นำเอาประชาชนไปเป็นพลเมืองของตน เพื่อให้ตนมีกำลังยิ่งกว่าพวกอื่น นี้เป็นจุดพิเศษของสงครามศักดินาสมัยนโยบาย ซึ่งได้ทำให้ไพร่ฟ้าราษฎรลาวจำนวนหนึ่ง ต้องได้พลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนด้วยความอาลัยอาวร
ข. แสดงถึงภาพที่เจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรลาวล้านช้าง
ก่อนที่สยามจะเข้ามารุกรานอาณาจักรลาวล้านช้าง ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนพลเมืองลาวมีความสงบอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศชาติบ้านเมืองได้รับการพัฒนาในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม สังคม และพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาได้พัฒนามาจนกลายเป็นศาสนาประจำชาติ อาณาจักรลาวล้านช้างในสมัยนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม นั่นก็คือพระพุทธศาสนา บรรดาประเทศหรืออาณาจักรรอบข้าง เคยได้เข้ามาเล่าเรียนเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่บรรจุในคัมภีร์พระไตรปิฎกในอาณาจักรลาวล้านช้าง สมัยรัชกาลของเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช (ค.ศ.1637-1694) ฉะนั้น ในเมื่อประเทศชาติถูกรุกรานทำลาย ไพร่ฟ้าราษฎรก็คือเจ้าขุนมูลนายที่รักชาติทั้งหลาย ต่างก็พากันคร่ำครวญ และนึกถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองในครั้งอดีต ดั่งสารกล่าวว่า
คิดเมื่อ บาลังซ้อน ไสยาอินทิราด
สนุกยิ่งล้ำ ลมเบื้องบ่มไกว หรือว่า
ยูท่าง รักร่วมฝั้น สมสิ่งใจประสงค์
ปันทม ถวายจามมะลี ราชะสิงหาห้อง
ค. แสดงถึงเชื้อชาติที่อาจหาญ ไม่ยอมจำนน และกล่าวประนามผู้ขายชาติ
ชาติลาวเป็นชาติหนึ่ง ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้น และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานสามารถผ่านมรสุมมาอย่างทะนงองอาจ หลายยุคหลายสมัย โดยผ่านหน้าประวัติศาสตร์สามารถยืนหยัดให้พวกเราได้รู้ว่า คนลาวสามารถนำพาประเทศชาติ และสร้างประเทศชาติมาถึงปัจจุบัน ก็เพราะมีความสามัคคี มีจิตใจนักสู้ไม่ยอมจำนนของบรรพบุรุษลาว สารได้ชี้ให้พวกเราเห็นเกี่ยวกับมรดกดังกล่าวนี้ว่า
ชาติที่ ภาษาเชื้อ อานนนามมาก
เนาเน่ง พันทะเมกเกี้ยว สะเหมือนค้านโค่มคอม
ปุนแปง ยวงยังหน้า พาสาบ้วงบาด
มนตะลาดต้อง ตึงใต้เพื่อลิดที
เชื้อชาติลาวมีชื่อว่า “มาก” ซึ่งมีพลังอันแข็งแกร่งมีอิทธิฤทธิ์ อันเป็นที่สะท้านหวาดกลัวกว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้ปกป้องรักษาบ้านเมืองอย่างองอาจ สามารถคงตัวเป็นรัฐหนึ่งที่มีเอกราช และอธิปไตยอย่างครบถ้วน ถึงแม้ว่าในสมัยศักดินาปกครองในภูมิภาคนี้ จะมีการแย่งชิงดินแดนกันอย่างดุเดือด แต่ชาติลาวก็ยังรักษาความเป็นชาติ และรวมหัวเมืองต่างๆ ที่เป็นศักดินากระจัดกระจาย ให้เป็นรัฐเดียวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยเจ้าฟ้างุ่มรวมประเทศชาติ อันนี้มันเป็นเชื้อชาติที่อาจหาญ และในสารก็ยังได้เปรียบเทียบชาติเชื้อที่อาจหาญนั้นเหมือนกับม้าบิน อันทรงพลังไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ดังสารเขียนว่า
ธรรมดาม้า อาสะนัยมะนีกาบ
หรือห่อน โยมยศค้าน ฤทธีเต้นถีบผยอง
นี้หมายถึง ความแก่งกล้าสามารถที่เป็นมรดกของชาติ ไม่ว่าเวลาใดก็มิยอมจำนนและหวาดกลัวต่อศัตรูหมู่มารใดๆ ทั้งสิ้น ในประวัติศาสตร์แห่งการปกปักรักษา และการต่อสู้เพื่อความยืนยงคงตัวของชาติ มีหลายระยะที่ชาติมีปัญหาความขัดแย้งภายใน ความขัดแย้งนี้ส่วนมากก็เป็นความขัดแย้งภายในวงศาคณาญาติ ชนชั้นปกครอง เสนาผู้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการแตกแยกล่มสลายของชาติ ในส่วนนี้สารก็ได้สะท้อนให้พวกเราเห็นอย่างจะแจ้งว่า
สังบ่ หลงเห็นเชื้อ สกุลวงมารชาติ ตนเด
มาคั่ว ก้มกราบไหว้ คนใบ้ซั่วซาม
สารได้กล่าวประณามบุคคลผู้ที่เห็นแก่ตัว ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่น โดยไม่ได้คำนึงถึงสิทธิผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

อันเป็นสาเหตุนำเอาความหายนะมาสู่บ้านเมือง จนเกิดมีคำพังเพยว่า “ชักน้ำเข้าเรือ ชักเสือเข้าบ้าน” ในส่วนนี้ สารก็ได้กล่าวไว้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า
คันบ่ มีเฟือยไม้ ไฟบ่ลามไหม้ป่า
มือบ่ ใส่ต่อจ้ำ เฮือซิขึ้นเผ่นผาย พี่ลือ
นี้ก็ชี้ให้เห็นว่า ถ้าไม่มีคนในชาติเป็นผู้ชักใยให้คนชาติอื่นเข้ามาแล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ เปรียบเหมือนกับไฟไหม้ป่า ถ้าไม่มีใบไม้แห้ง กิ่งก้านโดนโคนล้มลงแล้ว ไฟก็ไม่สามารถจะไหม้ลุกลามไปทั่วป่าดงพงไพรได้
ในสมัยที่ประเทศชาติสูญเสียความเป็นเอกราช ตกเป็นหัวเมืองขึ้นให้แก่ชาติอื่นนั้น ผู้ที่มีจิตใจรักชาติ รักบ้านเกิดเมืองนอน สามารถจำแนกคนในชาติได้ว่า ใครเป็นผู้ขายชาติยอมก้มหัวรับใช้ชาติอื่น และใครเป็นคนรักชาติบ้าง ในส่วนนี้ สารก็ได้ชี้ให้เห็นปัญหาอย่างชัดเจนว่า
ไม้ก็ ยังต่างไม้ แก้วแก่นจันโท
สังว่า เอามาเทียบ หมู่ขอนลอยน้ำ
สารได้เปรียบเทียบว่า อยู่ในป่าดงมีไม้หลายชนิด บางชนิดก็มีคุณค่าราคาแพง บางชนิดก็ราคาถูก จะเอามาเปรียบกันไม่ได้ คนในชาติก็เช่นกัน ผู้ดีมีน้ำใจรักชาติสร้างชาติก็มี

ผู้ที่ชั่วหลงมัวเมาในลาภยศ และความสุขส่วนตัว ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่นก็มี ผู้แต่งยังได้ยกปัญหานี้ขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า
อ้อยหวาน พอยว่าส้ม ให้ลองชิมพอรู้ข่าว
เขาฮอ เจ้าว่าหวานอ้อย ตามเจ้าขิเบิ่งเอา
หรือว่า หินแร่ เจ้าหากุมว่าแท้ ความเจ้าขิเบิ่งเอา
สารได้เปรียบเทียบว่า อ้อยธรรมดามันมีรสหวาน แต่กลับว่าส้ม เถาบอระเพ็ดขม แต่กลับชมว่าหวาน นี้ก็เป็นการยากที่จะให้ทุกคนมีความเข้าอกเข้าใจว่า คนที่ขายชาติยอมก้มหัวให้ชาติอื่น แต่กลับเข้าใจว่าเป็นคนดี มีศีลธรรม คนที่มีจิตใจรักชาติแต่เห็นว่าเป็นคนไม่ดีขายชาติ ในความเป็นจริงประวัติศาสตร์สมัยที่ตกเป็นหัวเมืองขึ้นของประเทศไทยก็เป็นเช่นนั้นแท้ บรรดาเจ้านายชนชั้นปกครองของลาวจำนวนหนึ่ง ก็ยอมก้มหัวให้แก่ชาติอื่น เป็นปรปักษ์ต่อคนภายในชาติตนที่หวังอยากกอบกู้เอาเอกราชกลับขึ้นมาให้แก่ชาติตน
ง. แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยของผู้แต่งต่อประเทศชาติ
ในยามที่ชาติตกอยู่ใต้แอกคือถูกครอบครองโดยชาติอื่น ก็มีเจ้าปกครอง และประชาชนผู้ที่รักชาติจำนวนไม่น้อยซึ่งได้คิดแสวงหาช่องทางเพื่อกอบกู้เอกราชอยู่ตลอดเวลา

คนเหล่านี้ได้มีความพยายามปรับปรุงบูรณะ และสร้างสรรค์ประเทศชาติ พร้อมกันนั้นก็สร้างกองกำลังป้องกันชาติให้เข้มแข็ง ดั่งสารลึบพะสูนที่คิดได้แสดงให้เห็นถึงปัญหานี้ว่า
ใจประสงค์ข้อย อยากไถนาเฮื้อเก่า
น่าซ่าว มีบ่แพ้ พะอวนอ้ายบ่ประสงค์
นักประพันธ์ท่านนี้ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใย ต่อประเทศชาติที่สูญเสียความเป็นชาติไป แต่เดิมก็คือผืนแผ่นดินลาว ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน เคยมีสิทธิเต็มที่ในการเป็นเจ้าของ แต่มาบัดนี้ ได้ถูกย้ำยีปี้บ่น และถูกยึดเอาสิทธิแห่งความเป็นเจ้าของไป ประชาชนคนในชาติถูกกวาดต้อนไปเป็นทาส เป็นข้ารับใช้ของชาติอื่น ฉะนั้น ผู้แต่งจึงอยากจะกอบกู้เอาชาติคืนมาให้ได้
แต่จะทำอย่างไรจึงจะสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ ผู้แต่งก็ได้ปลุกระดมว่า
เชิญแม่ มาช่วยขัดสีแก้ว ทำมะโฮงให้แจ้งรุ่ง แด่ท้อน
ห่อนว่า บุญส่งให้ แสงเท้าทั่วเมือง บ่ฮู้
นี้หมายความว่า ผู้แต่งเรียกร้องให้คนในชาติมาร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อกอบกู้เอกราช ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ประเทศชาติถ้าตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นแล้วจะไม่มีโอกาสได้รับการบูรณะและพัฒนาให้เจริญรุ่งเรื่อง นอกจากนั้นก็จะทำให้บ้านเมืองนี้เสื่อมลงไป เช่นว่า
อันว่า ผักตบเข้ม มะหานินน้ำคั่ง พิลานั้น
ปะละ เสียหมั่นเส้า แสงกั้วฝุ่นดิน
ผู้แต่งเปรียบเทียบแก้วมหานิลสีผักตบ ซึ่งมีราคาแพงนั้น หากปล่อยให้เกือกกลั้วฝุ่นแสงของมันก็จะเศร้าหมอง นอกจากนั้น ผู้แต่งยังแสดงให้เห็นการตัดสินใจว่า
มันหาก เคยตายย้อน ดอมขันเดือนแปด
พี่บ่ แหนงหน่ายเอื้อ ชีวังไว้ท่อใย
เพิ่นหาก ลือว่าฮ้าย ใจอ้ายหากประสงค์
ผู้แต่งได้ยกเอาคำสอน (เพิ่นหากเคยตายย้อน ดอมขันเดือนแปด) “ขัน” หมายถึง ที่ที่น้ำไหลวนอย่างแรงหรือวังวน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินเรือ โดยเฉพาะวังวนในฤดูฝนกลางเดือนแปด กลางเดือนเก้า เป็นอันตรายที่สุด แต่ผู้แต่งก็ไม่หวั่นไหวหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เมื่อมีความตั้งใจที่จะต่อสู้กอบกู้เอกราชแล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่อาจจะต้องสละทั้งเลือดเนื้อและชีวิต แม้จะเป็นอันตรายร้ายแรงจนถึงขั้นต้องเสียชีวิต ผู้แต่งก็ยอมสละได้ ในความเป็นจริงประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้และกอบกู้เอกราชจากสยาม ในระยะต่อมา ก็คือผลแห่งความคิด ความหวังของคนลาว ผู้นำ แม่ทัพนายกองที่แสวงหาช่องทางในการปลดปล่อยตนเองออกจากแอกคือการถูกครอบครองโดยสยาม ที่แสดงออกอยู่ใน “สารลึบพะสูน” นั่นเอง.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Sabaidii Thane Ath,

Non, Non ! Si je ne m'exprime pas souvent, ce n'est pas du tout parce que j'ai peur de Mister YONG (Bood ບອດ). Ce Mister n'a rien, absolument rien à me ou à nous effrayer.
Il est un diplomate. Je suis un ancien commando expérimenté qui a connu des coups durs. Avez-vous connu un commando qui a peur d'un diplomate !
Bref, je m'amuse ! Quand on n'a pas d'idées ou pas de bonnes idées, il vaut mieux se taire, écouter, observer... au lieu de dire n'importe quoi. Autrement dit, parler pour ne rien dire
ou raconter toujours la même chose, ce n'est pas intéressant. Ce serait même pénible pour les internautes qui reçoivent plus de 50 messages inutiles par jour. Il y en a qui s'exprime bien,
très bien même. Je les apprécie mais je ne dis pas leurs noms. J'avoue que j'ai supprimé sans les ouvrir, des messages que je juge sans intérêts. Moi même, quand je n'ai pas des idées neuves,
je ne veux tout simplement pas déranger les autres. Je n'ai jamais peur des agents de la RDPL ! En plus, j'ai dépassé l'âge d'avoir peur. Malgré mon âge avancé, s'il fallait refaire
ce que j'ai fait il y a 40 ans, je n'hésiterai pas une seconde ! Mister YONGBLOOD (ຍົງບອດ ແກວແຂ້ວດຳຫ້ນາແຫລ້)dirait : Oh ! Khonh Thaô Khi Khouy ຄົນເຖົ້າຂີ້ຄູຍ! Euh,ເອີຍKhouy Mô Pay xanh léo ຄູຍໂມ້ໄປຊັ້ນແລ້ວ
Une chose importante : Il y a des patriotes du forum qui n'apprécient pas l'usage d'une langue étrangère. En ce moment, je ne suis pas équipé pour m'exprimer en LAO !
Soyez sûr, cher Thane Ath, mon propos ici n'a rien contre vous. Nous sommes amis, n'est-ce pas ! C'est simplement pour dire mes raisons de ne pas m'exprimer régulièrement.
Nab thu,
SOUY

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໃນວັນທີ 6/12/2011 ປະຊາຊົນລາວແຂວງສາຣະວັນ ບໍ່ດີໃຈຕໍ່ບໍຣິສັດວຽດນາມ ເຂົ້າມາຕັດໄມ້ ທຳລາຍປ່າ ຢ່າງຊະຊາຍ ແບບບໍ່ເກງໃຈປະຊາຊົນລາວ ດ້ວຍຄວາມບໍ່ພໍໃຈຕໍ່ເຫດການດັ່ງກ່າວ ປະຊາຊົນລາວເມືອງຕະໂອຍ ໄດ້ຈູດລົດຂົນໄມ້ຖ່ອນ 6 ຄັນ.
ວັນທີ 28-10-2011 ປະຊາຊົນລາວທີ່ເມືອງເລົ່າງາມ ໄດ້ແກວ່ງລະເບີດໃສ່ທີ່ພັກແຄ້ມຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 5 ເຈັບ 10 ຄົນ.
ວັນທີ 30-10-2011 ປະຊາຊົນລາວ ທີ່ບ້ານໄຊ ເມືອງສາຣະວັນ ໄດ້ຍີງພໍ່ຄ້າໄມ້ຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 2 ຄົນ.

__________________
Blacksaphire

Date:
  
 

From: blacksaphire@hotmail.fr
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Subject: RE: ລາວນອກ ແລະ ວຽດນອກ ຕ່າງກັນແນວໃດ ?
Date: Wed, 7 Dec 2011 17:18:15 +0100



นิสัยของคนลาวจำนวนมากอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขงคือทิศตะวันออก และ ทิศตะวันตก(ไทอิสาน)ีความคิดยอมจำนนไม่กล้าต่อสู้ไห้กับศัตรูของชาติและของตนเอง
ยอมเป็นไพร่,ยอมเ็ป็นข้าทาส,ยอมไห้คนต่างชาติเป็นเ้จ้าทาสของพวกตนเองนั้น เพราะความกลัว,ขี้ขลาดตาขาว,อ่อนแอ,กลัวบาปกรรม ยกตัวอย่างคนลาวจะ
ตกไปอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกนี้ ยอมไห้คนต่างชาติเป็นนายผู้บังคับ ยอมก้มหัวรับไช้จนตายไม่กล้าถกเถียงทั้งๆที่ตนเองจะเป็นฝ่ายที่ถูกต้องก็ตาม เช่นในปัจจุบันนี้
ลาวฝั่งตะวนออกเวียงจันทน์สี่ล้านคนอยู่กับเวียตนามยอมตัวเป็นคนรับไช้,ไพร่,ขี้ข้า,ทาส ไห้กับเวียตนาม ไม่กล้าต่อสู้ เีวียตนามอยากได้อะไรใน
แผ่นดินก็ยกเอาไปได้เลยไม่จำเป็นต้องขอเจ้าของแผ่นดิน เ่ช่นไม้,บ่อแร่เงิน,ทองแดง,ทองคำฯลฯ...ส่วนลาวตะวันตกฝั่งแม่น้ำโขงสี่สิบล้านคนก็ยอมเป็นไพร่
ขี้ข้า,ข้าทาสไห้คนไทยสยามบางกอกจำนวนน้อยๆมานับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1893 เป็นต้นมา ไม่กล้าลุกขื้นมาต่อสู้เรียกร้องเอาเอกราชของตนเองเลย
ผู้ชายยอมทำงานแบบข้าทาสในเรือนเบี้ย,ยอมเป็นทหารตายแทนเพื่อปกป้องเจ้านายทาสของตนเอง ส่วนผู้หญิงลาวอิสานก็ทำงานเป็นกรรมกรในโรงงาน,
หญิงเสิฟตามโรงแรม,ร้านอาหาร,อาบอบนวด,โสเภณี หรือ กะหรี่ เพื่อต้อนรับแขกภายในประเทศ และ ส่งนอกเพื่อนำเงินเข้าประเทศอีก ใน สปป ลาว ปัจจุ
บันนี้หญิงสาวลาวฝั่งซ้ายเวียงจันทน์ที่มีเวียตนามปกครองมานับตั้งแต่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1975 ก็เอาแบบอย่างหญิงลาวอิสานทำงานเ็ป็นโสเภณี,อาบอบนวด,
คนรับไช้ในบ้านไห้คนต่างด้าว และออกมาเป็นโสเภณีในสยามประเทศไทยเกือบหกแสนคนแล้วทังหญิงและชาย เหตุผลทังหมดเพราะว่า:=คนลาวถูกเล่ห์
กลของต่างชาติหลอกลวง,ฉวยไช้จุดอ่อนแอของคนลาวคือ 1.ด้านความเชื่อถือไสยศาสตร เช่น พญางู,พญานาค,ผีสางนางไม้,ผีฟ้า,ผีแถน,ผีบ้าน,ผีป่า คน
ต่างชาติเอาไปสอนไห้คนลาวทั่วไปเกีดความกลัวไม่ไห้มีความคิดต่อสู้กบศัตรูของตนเอง. 2.ด้านศาสนา คนต่างชาติผู้มาปกครองสอนไห้มความกลัวต่อบาป
ไห้ทำบาป สอนไห้อยู่ในศิลห้าข้อ,ไห้ทาน,ไห้สร้างวัดเอาไว้มากๆเพื่อได้บุญกุศลเมื่อตายไปแล้วจะได้ไปสวรร์บนฟ้าเกีดชาติหน้าเป็นเศรษฐี,เป็นเจ้านาย...
พวกท่านทังหลายจะเห็นว่าคนลาวไม่ว่าจะตกไปเป็นข้าทาสประเทศไหนก็ตามสิ่งที่ช่วยกันสร้างคือ วัด,รูปพญาูงู-พญานาค ก่อนเรื่องอื่นๆหมด ส่วนเรื่องการ
ศึกษาด้านวิทธยาศาสตรเช่น การปกครอง,แพทย์,พยาบาล อื่นๆไห้กับลูกๆเป็นเรื่องไม่สำคัญ นี้คือนิสัยอันแท้จริงของคนลาวในอดิตรจนถึงเท่าทุกวันนี้...
ถ้ามื่อใดคนลาวมีการจัดตั้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดร่วมกันขื้นมาก็ถกเถียง-แตกแยก ไม่ยอมฟังเหตุผลไดๆกันเลย กรุณาเข้าไปรับฟังได้ที่ WWW.PALTALK.COM
ท่านลาวทังหลายคงเข้าใจดีของคนลาวแต่ละกลุ่มดี...Black Saphire.

__________________
Anonymous

Date:
  
 

news from facebook khonh lao huk xat

ໃນວັນທີ 6/12/2011 ປະຊາຊົນລາວແຂວງສາຣະວັນ ບໍ່ດີໃຈຕໍ່ບໍຣິສັດວຽດນາມ ເຂົ້າມາຕັດໄມ້ ທຳລາຍປ່າ ຢ່າງຊະຊາຍ ແບບບໍ່ເກງໃຈປະຊາຊົນລາວ ດ້ວຍຄວາມບໍ່ພໍໃຈຕໍ່ເຫດການດັ່ງກ່າວ ປະຊາຊົນລາວເມືອງຕະໂອຍ ໄດ້ຈູດລົດຂົນໄມ້ຖ່ອນ 6 ຄັນ. ວັນທີ 28-10-2011 ປະຊາຊົນລາວທີ່ເມືອງເລົ່າງາມ ໄດ້ແກວ່ງລະເບີດໃສ່ທີ່ພັກແຄ້ມຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 5 ເຈັບ 10 ຄົນ. ວັນທີ 30-10-2011 ປະຊາຊົນລາວ ທີ່ບ້ານໄຊ ເມືອງສາຣະວັນ ໄດ້ຍີງພໍ່ຄ້າໄມ້ຂອງວຽດນາມ ຕາຍ 2 ຄົນ.


-----------------
ຖ້າຕະບະປຊຊົນລາວແຕກ ຢ້ານແກວໃສ່ເກັຽຫມາອອກຈາກລາວແທ້ແລ້ວ ຂອງຂວັນສົ່ງທ້າຍປີເກົ່າໃຫ້ພວກກໍ່ກວນໄດ້ຮູ້

--- En date de : Jeu 8.12.11, Souy Sengsay a écrit :


De: Souy Sengsay
Objet: RE: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ
À: laosnetworkroom@googlegroups.com
Date: Jeudi 8 décembre 2011, 17h39


Sabaidii Thane Ath,

Non, Non ! Si je ne m'exprime pas souvent, ce n'est pas du tout parce que j'ai peur de Mister YONG (Bood). Ce Mister n'a rien, absolument rien à me ou à nous effrayer.
Il est un diplomate. Je suis un ancien commando expérimenté qui a connu des coups durs. Avez-vous connu un commando qui a peur d'un diplomate !
Bref, je m'amuse ! Quand on n'a pas d'idées ou pas de bonnes idées, il vaut mieux se taire, écouter, observer... au lieu de dire n'importe quoi. Autrement dit, parler pour ne rien dire
ou raconter toujours la même chose, ce n'est pas intéressant. Ce serait même pénible pour les internautes qui reçoivent plus de 50 messages inutiles par jour. Il y en a qui s'exprime bien,
très bien même. Je les apprécie mais je ne dis pas leurs noms. J'avoue que j'ai supprimé sans les ouvrir, des messages que je juge sans intérêts. Moi même, quand je n'ai pas des idées neuves,
je ne veux tout simplement pas déranger les autres. Je n'ai jamais peur des agents de la RDPL ! En plus, j'ai dépassé l'âge d'avoir peur. Malgré mon âge avancé, s'il fallait refaire
ce que j'ai fait il y a 40 ans, je n'hésiterai pas une seconde ! Mister YONGBLOOD dirait : Oh ! Khonh Thaô Khi Khouy ! Euh, Khouy Mô Pay xanh léo !
Une chose importante : Il y a des patriotes du forum qui n'apprécient pas l'usage d'une langue étrangère. En ce moment, je ne suis pas équipé pour m'exprimer en LAO !
Soyez sûr, cher Thane Ath, mon propos ici n'a rien contre vous. Nous sommes amis, n'est-ce pas ! C'est simplement pour dire mes raisons de ne pas m'exprimer régulièrement.
Nab thu,
SOUY



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Tue, 6 Dec 2011 04:51:23 -0800
From: ath_dhatpa@yahoo.com
Subject: Re: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ທ່ານ ທັງຫລາຍ ທີ່ເຄົາຣົບ ແລະນັບຖື,


ຍ້ອນທ່ານຢົງກວດກາ ຫລື ເກັບກຳຂໍ້ມູນນຳລາວນອກ ເພື່ອໄປຣາຍງານ ສປປລ ກ່ຽວກັບຄົນລາວ ຕ່າງປະເທດ.
ຈຶ່ງເປັນເຫດໃຫ້ ບັນດານັກການເມືອງລາວນອກ ມີຄວາມເກງໃຈ ແລະ ຢ້ານ.
ດັ່ງນັ້ນ ການອອກຄວາມເຫັນ ຈຶ່ງຈະບໍ່ມີ ຫລາຍຄົນ ຈະອອກຄວາມເຫັນ.
ເຖິງຢ່າງໃດກໍດີ ກໍຍັງມີ ຕາງຫນ້າ ຂອງພັກການເມືອງ ຫລາຍຯ ພັກ ທີ່ຍັງມີການ ເຄື່ອນໄຫວຢູ່ ມາປະກອບ
ສ່ວນອອກຄວາມເຫັນບໍ່ ໄດ້ຂາດ.
ບາງພັກການເມືອງຄົງຈະຢຸດເຊົາກິຈການ ເພາະ ມີຄົນເຫັນຫົວຫນ້າ ຍ່າງ ຢົ້ງຯ ຢູ່ວຽງຈັນ.
ບໍ່ມີຫັຽງແນ່ນອນ ມີເທົ່າໃດເຮັດທໍ່ນັ້ນ.


ມິຕພາບ.
ອາຕ



--------------------------------------------------------------------------------
From: A. Bounkhong.
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Sent: Tuesday, 6 December 2011 12:41 PM
Subject: Re: ທ່ານ ຫມໍ ຢົງ


Mr Toum Rasika,


Lao PDR Gov. watches his report only but not trust some body else.
The idea should be updated.


Best Regards,
A. Bounkhong









2011/12/5 Toum Rasika

ທ່ານພີ່ນ້ອງລາວທີ່ນັບຖື.


ທຸກຂ່າວ ແລະ ຫນັງສື ທີ່ຂຽນເປັນ ພາສາອັງກິດ, ຝຣັ່ງ ແລະ ລາວ ທ່ານຫມໍ ຮຸ່ນຍົນ ບິດລານ ອ່ານໄດ້
ແຕ່ລະມື້ຕ້ອງກຸມອ່ານຂ່າວ ທີ່ຄົນລາວນອກຂຽນລົງໃນຟໍຣຳ. ເວທີສະພາກາເຟບໍ່ອານເສັຽເວລາ ເພາະວ່າ
ແນວໃດເຂົາກໍຫມົ້ນຢູ່ກ້ອງໂຕະກ້ອງຕັ່ງຂອງ ຫມໍຢູ່ແລ້ວ.


ທ່ານ ຫມໍ ບໍ່ສະບາຍປານໃດ ເພາະ ຫລານຊາຍພໍ່ກະດວດ ຂີດຈວາດຯ ຈາດ ໃສ່ທຸງພັກ ບາດຮ້ອງເພງ
ຊ້ຳໄປຮ້ອງເພງຊາດກ່ອນປີ 1975 ນັ້ນ ລະ ຂີ້ທີ່ຫລຽນຫລາຍ ຢາຍບໍ່ໄຂວ່ ມັນຈຶ່ງມີບັນຫາ.


ລອງພິມເອກສານແບ່ງເຂດແດນລາວວຽດນາມ ມາໃຫ້ເບິ່ງແມ໌ ຈະອັດປາກງຽບ ມິດຈີ່ລີ່.


ບາດລາວນອກໂວຍວາຍມັນບໍ່ງາມເຫັນບໍ່ລ໌າ.
Message flagged
Saturday, 3 December 2011 6:29 PM
Message Body
ແຕ່ກອ່ນໄດ້ຍິນໝໍຢົ້ງ ຈັນທະລັງສີ ເວົ້າວ່າຈະສ້າງຮູບປັ້ນລຸງໂຮ່ ໄວ້ເປັນສັນຍາລັກແຕ່ລະແຂວງ
ແຕ່ຖືກຫາງສຽງຄັດຄ້ານໂຈມຕີໂວຍວາຍ ...ໝໍເວົ້າວ່າຢູ່ປະເທດໄທຍ໌ຮູູບລຸງໂຮ້ຈິມິນຕິດຢູ່ຕາມ
ຝາຮົ້ວອອ້ມບ້ານບໍ່ມີໃຜເວົ້າຫຍັງ?. ສູນສແວງ


ລາວນອກເຂົາຢາກໃຫ້ລາວເອກຣາຊທີ່ແທ້ຈິງ.


ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ລັດຖະບານ ໂຈນລາວແດງ ໄຈຂາດຕາຍແລ້ວເດິຕ້ອງບັງຄັບໃຫ້ ລາວກ່ວາ5ແສນກິນເກືອ ຄືພວກເຂົາປາງສົງຄາມໃນຖ້ຳຊຳເຫນຶອ
.......................................


(ຂປລ) ກອງປະຊຸມສະໄໝສາມັນເທື່ອທີ 2 ຂອງສະພາແຫ່ງຊາດຊຸດທີ VII ໄດ້ດຳເນີນມາເປັນວັນທີ 2 ໃນວັນທີ 8 ທັນວາ 2011 ນີ້ ໂດຍການເປັນປະທານ ຂອງທ່ານ ນາງປານີ ຢາທໍ່ຕູ້ ປະທານສະພາແຫ່ງຊາດ, ກອງປະຊຸມໄດ້ຮັບຟັງບົດລາຍງານ ກ່ຽວກັບການແກ້ໄຂຜົນກະທົບຈາກໄພນ້ຳຖ້ວມ ແລະ ແຜນຟື້ນ ຟູໃນຕໍ່ໜ້າ ຈາກທ່ານ ພົນໂທ ດວງໃຈ ພິຈິດ, ຮອງນາຍົກລັດຖະມົນຕີ, ລັດຖະມົນຕີວ່າການກະຊວງປ້ອງກັນປະເທດ, ປະທານຄະນະກຳມະການປ້ອງກັນ ແລະ ຄຸ້ມຄອງໄພພິບັດແຫ່ງຊາດ.

ທ່ານ ພົນໂທ ດວງໃຈ ພິຈິດ ໄດ້ຍົກໃຫ້ເຫັນໄພນ້ຳຖ້ວມທີ່ເກີດຈາກພາຍຸໄຮມາ ແລະ ນົກເຕັນ ທີ່ໄດ້ສ້າງຜົນເສຍຫາຍອັນໜັກໜ່ວງແກ່ຍາວເວລາ ແລະ ກວມ ພື້ນທີ່ກວ້າງ ສົ່ງຜົນກະທົບ ເຖິງ 12 ແຂວງ, 96 ຕົວເມືອງ 1.790 ບ້ານ ແລະ 500.000 ກວ່າຄົນ, ນອກຈາກພາຍຸ 2 ຮ່າ ນັ້ນແລ້ວ ຍັງມີຝົນຕົກໜັກທະລົ່ມໃນ 3 ແຂວງພາກເໜືອ ຊຶ່ງລວມພື້ນທີ່ທີ່ຖືກຜົນກະທົບແມ່ນ 15 ແຂວງ, ມີເນື້ອທີ່ທຳການຜະລິດຖືກນ້ຳຖ້ວມ ແລະ ເສຍຫາຍ 64.400 ກວ່າເຮັກຕາ, ເສັ້ນທາງ ຄົມມະນາຄົມເປ່ເພ 323 ເສັ້ນ, ຂົວ 42 ແຫ່ງ, ຊົນລະປະທານເສຍຫາຍ 515 ໂຄງການ, ໂຮງຮຽນ, ໂຮງໝໍ ແລະ ສຸກສາລາ 281 ແຫ່ງ, ນອກຈາກນັ້ນ ຍັງມີລະ ບົບໄຟຟ້າ, ນ້ຳປະປາ, ສະຖານທີ່ທ່ອງທ່ຽວ, ພື້ນຖານການຜະລິດ, ບັນດາພື້ນຖານອຸດສະຫະກຳປຸງແຕ່ງ ແລະ ເຮືອນຢູ່ອາໄສ ຂອງປະຊາຊົນ ເປັນຈຳ ນວນຫລວງຫລາຍ ລວມມູນຄ່າເສຍຫາຍຫລາຍກວ່າ 1.400 ຕື້ກວ່າກີບ(1400ລ້ານ ດລ), ແລະ ມີຜູ້ເສຍຊີວິດ ຈຳນວນ 30 ຄົນ, ຕໍ່ກັບບັນຫາດັ່ງກ່າວ ລັດຖະບານ ແລະ ອົງການ ປົກຄອງທ້ອງຖິ່ນ ໄດ້ເອົາໃຈໃສ່ປຸກລະດົມ ທຸກພາກສ່ວນ ທັງພາຍໃນ ແລະ ຕ່າງປະເທດ, ປະຊາຊົນຊັ້ນຄົນຕ່າງໆ ເຂົ້າຮ່ວມໃນການຊ່ວຍ ເຫລືອສົງເຄາະດ້ານ ຕ່າງໆ ຕໍ່ຜູ້ປະສົບເຄາະຮ້າຍ ດັ່ງກ່າວ, ເຊິ່ງມາຮອດປະຈຸບັນ ໄດ້ຮັບການບໍລິຈາກທັງໝົດ 4,1 ຕື້ກວ່າກີບ, ລັດຖະບານໄດ້ ອານຸມັດ ເງິນແຮສຸກເສີນໄປ ຊ່ວຍ ຈຳນວນ 350 ລ້ານກີບ, ເຊິ່ງໄດ້ແຈກຈາຍໃຫ້ປະຊາຊົນຜູ້ຖືກຜົນກະທົບແລ້ວລວມທັງເງິນ ແລະ ວັດຖຸ, ອົງການຈັດຕັ້ງສາກົນ ປະ ເທດເພື່ອນມິດ ສສ ຫວຽດນາມ, ສປ ຈີນ, ໄທ, ລັດເຊຍ ແລະ ພາກສ່ວນຕ່າງໆ ໄດ້ລົງສຳຫລວດຜົນເສຍຫາຍ ແລະ ມາຮອດປະຈຸບັນ ໄດ້ຮັບການຊ່ວຍເຫລືອ ປະມານ 12 ລ້ານໂດລາສະຫະລັດ, ຊື່ງຜ່ານການຈັດຕັ້ງປະຕິບັດຕົວຈິງ ມາຮອດປະຈຸບັນ ດ້ວຍຄວາມບຸກບືນສູ້ຊົນຂອງທົ່ວພັກ-ກອງທັບ ແລະ ປວງຊົນ ກໍຄືຂະແໜງການ ແລະ ທ້ອງຖິ່ນ ໄດ້ເຮັດ ໃຫ້ຊີວິດການເປັນຢູ ່ຂອງປະຊາຊົນຜູ້ປະສົບໄພນ້ຳຖ້ວມ ໄດ້ກັບຄືນສູ່ສະພາບ ປົກກະຕິໂດຍພື້ນຖານແລ້ວ, ພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ແລະ ພື້ນຖານການຜະລິດ ເປັນຕົ້ນແມ່ນຖະໜົນຫົນທາງ, ຂົວ, ໂຮງຮຽນ, ໂຮງໝໍ, ສຸກສາລາ, ນ້ຳປະປາ, ຊົນລະປະທານ ແລະ ບ່ອນ ທຳການຜະລິດຈຳນວນໜຶ່ງ ໄດ້ຮັບການປັບປຸງປົວແປງ ຄຶນສູ່ສະພາບປົກກະຕິ ແລະ ສືບຕໍ່ຕັ້ງໜ້າກະກຽມໃຫ້ການຜະລິດລະດູແລ້ງໃຫ້ໄດ້ຕາມ ມາດຖານ ທີ່ວາງໄວ້, ສຳລັບທິດທາງ ແລະ ມາດຕະການໃນຕໍ່ໜ້າລັດ ຖະບານຈະເຮັດທຸກສິ່ງທຸກຢ່າງ ເພື່ອຟື້ນຟູພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ແລະ ພື້ນຖານການຜະລິດ, ທີ່ຢູ່ອາໄສ, ແລະ ຊີວິດການເປັນຢູ່ຂອງ ປະຊາຊົນໃນເຂດ ທີ່ຖືກນ້ຳ ຖ້ວມໃຫ້ກັບຄືນສະພາບປົກກະຕິໂດຍໄວ, ເລັ່ງໃສ່ສົງເຄາະຊ່ວຍເຫລືອຄອບຄົວບ້ານ ທີ່ຖືກເຄາະຮ້າຍ, ຮັບປະກັບໃຫ້ທົ່ວປະເທດ ສືບຕໍ່ມີສະຖຽນລະພາບ ທາງດ້ານການເມືອງມີຄວາມສະຫງົບ, ຄວາມເປັນລະບຽບ ຮຽບຮ້ອຍໃນສັງຄົມຢ່າງ ໜັກແໜ້ນ, ຄວາມເປັນປຶກແຜ່ນ, ຄວາມມີນ້ຳໃຈ, ແບ່ງທຸກແບ່ງສຸກ ຂອງປະຊາຊົນທົ່ວປະເທດໄປໃຫ້ເຂດທີ່ທຸກຍາກ, ເອົາໃຈໃສ່ສ້ອມແປງຊົນລະປະທານ ທີ່ເປ່ເພ ໃຫ້ສາມາດຮັບໃຊ້ການຜະລິດ, ສະໜອງ ແນວພັນພືດ, ແນວພັນສັດ ໃຫ້ພຽງພໍ ຕາມຄາດໝາຍການຜະລິດ ໃນລະດູແລ້ງ ເນື້ອທີ່ 170.000 ເຮັກຕາ, ນາແຊງ 135.000 ເຮັກຕາ, ແລະ ປູກພືດຕາມລະດູ 35.000 ເຮັກຕາ, ໂດຍລັດຖະບານ ຈັດສັນທຶນທັງໝົດ 130 ຕື້ກວ່າກີບ, ສ້ອມແປງເສັ້ນ ທາງທີ່ເປ່ເພໃຫ້ສາມາດສັນຈອນໄປມາ, ໃຫ້ຫລຸດຄ່າກະແສໄຟຟ້າ ສະເພາະການຜະລິດນາແຊງ, ສົກປີ 2011-2012 ລົງ 50%, ໃຫ້ເຂດທີ່ໄດ້ຮັບ ຜົນກະທົບ, ຈຳນວນ 346 ໂຄງການ ໂດຍລັດຖະບານ ເປັນຜູ້ຖົມຂຸມ ໃຫ້ບໍລິສັດໄຟຟ້າ, ໃຫ້ທະນາຄານຜ່ອນຜັນ ຫລື ເລື່ອນດອກເບ້ຍເງິນກູ້ ໃຫ້ຜູ້ປະ ກອບການໃນເຂດທີ່ຖືກຜົນກະທົບ ແລະ ສະໜອງທຶນ ທີ່ຈຳເປັນປະກອບ ເຂົ້າໃນແຜນຟື້ນຟູຢ່າງຕັ້ງໜ້າ, ຍົກເວັ້ນພາສີ-ອາກອນ ນຳເຂົ້າແນວພັນເຂົ້າ, ປຸ່ຍເຄມີ ແລະ ຢາປາບສັດຕູພືດ. ຈັດຫາແຫລ່ງທຶນໃໝ່ ເພື່ອຟື້ນຟູໄພ ນ້ຳຖ້ວມ ບໍ່ໃຫ້ຫລຸດ 400 ຕື້ກີບ, ໂດຍບໍ່ຕັດງົບປະມານ, ປຸກລະດົມປະຊາຊົນ ໄດ້ຮັບຜົນກະທົບເປັນເຈົ້າຕົນເອງ, ລະດົມທົ່ວສັງຄົມ ແລະ ຊາວບ້ານໃກ້ຄຽງຊ່ວຍເຫລືອ ເຊິ່ງກັນ ແລະ ກັນ, ໃນໂອກາດດຽວກັນ ທ່ານ ນາງ ດຣ ສຸວັນເພັງ ບຸບຜານຸວົງ, ປະທານກຳມາທິການ ເສດຖະກິດ-ແຜນການ ແລະ ການເງິນ, ແລະ ສະມາຊິກສະພາແຫ່ງຊາດຈາກເຂດ ເລືອກຕັ້ງຕ່າງໆ ເປັນຕົ້ນຈາກເຂດ ເລືອກຕັ້ງທີ 11 ແຂວງບໍລິຄຳໄຊ, ເຂດເລືກຕັ້ງທີ 4 ແຂວງອຸດົມໄຊ ແລະ ເຂດເລືອກຕັ້ງອື່ນໆ ກໍໄດ້ປະກອບຄຳຄິດຄຳເຫັນ ຕໍ່ບົດລາຍງານກ່ຽວກັບການ ແກ້ໄຂໄພນ້ຳຖວ້ມ ແລະ ແຜນຟື້ນຟູໃນຕໍ່ໜ້າ ຂອງລັດຖະບານ ໂດຍສ່ວນໃຫຍ່ ບັນດາສະມາຊິກສະພາແຫ່ງຊາດ ແມ່ນເຫັນດີກັບບົດລາຍຂອງລັດຖະບານ ພ້ອມດຽວກັນນີ້ ບັນດາສະມາ ຊິກສະພາແຫ່ງຊາດ ຈາກເຂດເລືອກຕັ້ງຕ່າງໆ ໄດ້ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ເອົາໃຈໃສ່ຟື້ນຟູພື້ນຖານໂຄງລ່າງ ຢ່າງມີຈຸສຸມ ເປັນຕົ້ນ ແມ່ນໂຄງລ່າງ ທີ່ຮັບໃຊ້ໃຫ້ແກ່ການຜະລິດລະດູແລ້ງ, ຜະລິດນາແຊງ, ແລະ ເຮັດການຜະລິດລະດູແລ້ງ ຂອງປະຊາຊົນເຂົ້າສູ່ປົກກະຕິ, ຮັບປະກັນ ທາງດ້ານສະບຽງອາຫານ, ເອົາໃຈໃສ່ສະໜອງແນວພັນພືດ, ພັນສັດ, ປຸ່ຍ ອຸປະກອນການຜະລິດ ທີ່ຈຳເປັນແກ່ປະຊາຊົນຢ່າງທັນການ, ສະເໜີໃຫ້ລັດ ຖະບານ ຍົກເວັ້ນພາສີນຳເຂົ້າ, ວັດສະດຸ ກໍ່ສ້າງບາງປະເພດ, ແນວພັນພືດ, ພັນສັດ, ຢາປາບສັດຕູພືດ ເພື່ອນຳໃຊ້ເຂົ້າໃນການຟື້ນຟູເຂົ້າໃນ ລະບົບ ການຜະລິດ ແລະ ຊົນລະປະທານ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ຊອກຫາແຫ່ຼງທຶນເງິນກູ້ໃຫ້ຊາວກະສິກອນ ໃນເຂດທີ່ຖືກຜົນກະທົບ, ຄົ້ນຄວ້ານະໂຍບາຍຊ່ວຍ ໜູນປະຊາຊົນ ເພື່ອໃຫ້ເຂົາເຈົ້າກັບຄືນສູ່ການຜະລິດປົກກະຕິ, ເອົາໃຈໃສ່ການຊ່ວຍເຫລືອ ດ້ານວິຊາການຜະລິດກະສິກຳ. ປູກຝັງລ້ຽງສັດ ແລະ ການ ຜະລິດເປັນສິນຄ້າ, ໄປຄຽງຄູ່ກັບການມີນະໂຍບາຍສົ່ງ ເສີມດ້ານການເງິນ, ສິນເຊື່ອທະນາຄານ, ການຕະຫລາດ ແລະ ລາຄາ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານ ກໍຄືຂະແໜງການຕ່າງໆ ເອົາໃຈໃສ່ສຶກສາອົບຮົມໃນການປົກປັກຮັກສາສິ່ງແວດລ້ອມ ແລະ ການນຳໃຊ້ຊັບພະຍາກອນທຳມະຊາດຢ່າງສົມເຫດສົມຜົນ, ສ້າງຍຸດທະສາດການຮ່ວມມືກັບ ການປ່ຽນແປງດິນຟ້າອາກາດ ແລະ ຍຸດທະສາດປົກປັກຮັກສາສິ່ງແວດລ້ອມ, ສ້າງໃຫ້ໄດ້ຍຸດທະສາດການຮັບມື ກັບໄພທຳມະຊາດ ແລະ ສ້າງລະບົບເຕືອນໄພທຳມະຊາດຕາມຈຸດຫລໍ້ແຫລມ ແລະ ຈຸດຕ່າງໆທີ່ເຫັນວ່າມີຄວາມຈຳເປັນ, ສະເໜີໃຫ້ລັດຖະບານສ້າງກອງທຶນ ເພື່ອກຽມພ້ອມຮັບມື ກັບໄພພິບັດທາງທຳມະຊາດ, ໃຫ້ລັດຖະບານຮີບຮ້ອນ ຊີ້ນຳຂະແໜງການທີ່ກ່ຽວຂ້ອງ ໃນການຈັດຕັ້ງ ປະຕິບັດ ການຄົ້ນຄ້ວາ ສ້າງໃຫ້ສຳເລັດນະໂຍບາຍນຳໃຊ້ທີ່ດິນ, ຈັດສັນທີ່ດິນ, ການຄຸ້ມຄອງ ແລະ ນຳໃຊ້ຊັບ ພະຍາກອນທຳມະຊາດ ເປັນຕົ້ນແມ່ນ ການຄຸ້ມຄອງທີ່ດິນປ່າໄມ້, ທີ່ດິນກະສິກຳ, ທີ່ດິນກໍ່ສ້າງເຄຫະສະຖານ, ທີ່ດິນເຂດແຮ່ທາດ, ບໍລິເວນນ້ຳ, ໂຄງການໄຟຟ້າ, ທ່ອງທ່ຽວ ແລະ ອື່ນໆ ເພື່ອເຮັດແນວໃດ ເຮັດໃຫ້ການຄຸ້ມຄອງ ແລະ ນຳໃຊ້ຊັບພະຍາກອນທຳມະຊາດ ລວມທັງການຈັດສັນທີ່ດິນ ແລະ ພັດທະນາຕົວເມືອງຢ່າງມີວິທະຍາສາດ ແລະ ມີປະສິດທິຜົນສູງສຸດ./.



__________________
Anonymous

Date:
  
 

http://www.youtube.com/watch?v=ebNwl9K5gbs

For immediate release
December 8, 2011

Mekong Governments Delay the Xayaburi Dam Pending Further Study
Civil Society Demands Clear Commitment from Laos to Stop All Construction Activities

Siem Reap, Cambodia – In a crucial decision for the people and ecosystems of the Mekong River Basin, the governments of Cambodia, Laos, Thailand, and Vietnam agreed today to delay the Xayaburi Dam, the first of eleven dams proposed for the Mekong River, pending further study on the impacts of the proposed Mekong mainstream dams. Japan and other international donors will be asked to assist in conducting the studies. No timetable for the delay was announced.

The government representatives did not give a joint press conference, but rather spoke to journalists separately. Te Navuth, Secretary General of the Cambodian National Mekong Committee told reporters, "When the four member countries agreed to conduct a further study, this meant the construction would not start until we have a clear result."

“Today the Mekong governments responded to the will of the people of the region. We welcome the recognition that not nearly enough is known about the impacts of mainstream dams to be able to make a decision about the Xayaburi Dam,” said Ms. Ame Trandem, Southeast Asia Program Director for International Rivers. “In line with today’s important decision, we expect that construction on the Xayaburi Dam will immediately stop and equipment will be cleared from the site. We expect the governments will provide a clear timeline and consultation process for the studies, and that the prior consultation process will remain open.”

“The Mekong governments made the right decision today, but it is only the beginning,” said Ms. Nguy Thi Khanh of Vietnam Rivers Network. “The governments need to take further steps to make their joint commitment a reality. They should agree on a roadmap for conducting further scientific studies to understand the Mekong River, building on the recommendations of the Strategic Environmental Assessment. They should commit not to pursue any mainstream dams until these studies are complete and meaningful public consultation occurs. We hope the Lao government will act in good faith and immediately halt all construction activities at the dam site and withdraw all construction equipment.”

The agreement to delay the Xayaburi Dam and conduct further studies was confirmed at a meeting of the Mekong River Commission (MRC) Council today in Siem Reap, Cambodia. The agreement was reportedly first made by the four Prime Ministers of the MRC Member Countries at the 3rd Mekong-Japan Summit held on the sideline of the 19th ASEAN Summit in Bali, Indonesia in November 2011.

“Ultimately the only responsible solution is to cancel the Xayaburi Dam and other dams planned for the Mekong River. We are confident that scientific studies on the Xayaburi Dam’s impacts, conducted in a transparent, participatory, and independent manner, will reach the same conclusion,” said Mr. Teerapong Pomun, Director of Living River Siam, a Thai NGO working to protect rivers and people.

The decision builds on the outcomes of a meeting of the four governments last April, when Cambodia, Thailand, and Vietnam called for further studies of the project’s transboundary impacts and public consultations before deciding on the dam. At that time, Vietnam also called for a ten-year moratorium on all mainstream dams in line with the recommendations of a 2010 Strategic Environmental Assessment prepared for the Mekong River Commission.

“While the governments have agreed to a delay, they will eventually need to make a final decision on whether to proceed with the dam,” said Mr. Chhith Sam Ath, Executive Director of the NGO Forum on Cambodia. “We believe that scientific evidence and the voices of the people must be taken into account in any further decisions. Alternative energy options exist that are cheaper and cleaner than these dams. The Mekong governments have succeeded at this first test of regional cooperation, but we cannot stop and rest yet.”

A study released this week demonstrated that power from Xayaburi and other mainstream dams was not needed to meet Thailand’s energy demand, and that cheaper and cleaner options exist that would lower electricity bills and reduce greenhouse gas emissions.

The Xayaburi Dam and the other dams proposed for the Mekong River have come under intense local and international scrutiny in the past year. Numerous scientific studies have warned about the potentially harmful impacts of these projects to the region’s fisheries, farmers, and local communities. Nevertheless, between April and December, Laos proceeded with preliminary construction and Thailand pursued agreements to purchase 95% of the dam’s electricity.

Media Contacts:

Ms. Ame Trandem, Southeast Asia Program Director, International Rivers: +66 868822426, ame@internationalrivers.org

Ms. Pianporn Deetes, Thailand Campaign Coordinator, International Rivers: +66 814220111, pai@internationalrivers.org

Mr. Teerapong Pomun, Director, Living River Siam: +66 814477969, teary99@hotmail.com

Ms. Nguy Thi Khanh, Coordinator, Vietnam Rivers Network: +84 912713229, khanh@warecod.org.vn

Mr. Chhith Sam Ath, Executive Director, The NGO Forum on Cambodia, +855 12928585, samath@ngoforum.org.kh

More information:

• Read the Media Kit on the Xayaburi Dam
• Learn more about the Save the Mekong Coalition




International Rivers is an environmental and human rights organization with staff in four continents. For over two decades, International Rivers has been at the heart of the global struggle to protect rivers and the rights of communities that depend on them.


2150 Allston Way, Suite 300, Berkeley, CA 94704, USA
Tel: +1 510 848 1155 | Fax: +1 510 848 1008 | info@internationalrivers.org | www.internationalrivers.org

Click here to unsubscribe



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Sent: Thursday, December 08, 2011 2:03 AM
Subject: Sabaydi de Montreal.


Hello ai Gnay
Merci de votre excllente emission patriotique de Radio Lao Siengserixon.Bravo de votre courage d'attaquer les dictateurs lao-viets sans scrupuke qui ont detruit notre patrie lao depuis 36 ans.SVP continuer.Vive et longue vie a votre emission bien precieuse,bravo encore!.
Dara Baccam est une femme(pas un homme)elle est directrice de VOA section Lao a Wash DC.Son mari est origine Thai-dam -Lao ,ex-professeur Thuyen Baccam.
Xokdi et HP sabaydi.

http://www.youtube.com/watch?v=O66zCGlRCvM
Lao's Millionaire.mpg
www.youtube.com
Laotian are very poor but lao leader are millionaire

__________________
Anonymous

Date:
  
 

www.siengserixonlao.com

ມີການເວົ້າເຖີງບັກຈົງອາງໄຟ ກັບບັກວີຣະຊົນ ເປັນບ້າ ຢືນຝັນຫວານຊີຮັ່ງຊິມີ ໂດຍອີ່ຫນໍ່ຄຳເອົາພະບາງມາຫລອກ

__________________
ຮັກຄວາມຈີງ!!

Date:
  
 

Anonymous wrote:

Dear to all phinong Lao patriots

Live in hamony with one another. Do not be pound but be willing to assosiate with people of low position. Do not be conceited. Do not be overcome by evil, but overcome evil with good

ອ່ານຄຳທຳນາຍ ດວງຈຳປາເມືອງລາວ

ອັດສຈັນໃຈໂອ້ ຕັກແຕນໂມ ປອ້ງໝູ່ມັ່ງ
ຂຽດກະແລປອ້ງໝູ່ຊ້າງ ໄປຢືນຈັ່ງຢູ່ທົ່ງຫລວງ

ນີ້ເປັນຄຳເວົ້າພະຍາທັມອົງເອກ
ອໍຣະຫັນຕັດກ່າວໄວ້ ໃນໃບລານນັ້ນກ່າວມາ

ວ່າຝູງລີງແດງຈະມາບ້ານ ໝາພານຈະຖືກນ່າງ
ນາຽຈະຖືກບ້ວງແຮ້ວ ແກວເຂົ້າອັ່ງນະຄອນ

ຕົກມາຄອນສຸດທ້າຽ ພະຍາທັມຈະມາໂປດ
ຊື່ວ່າເມກະຣາດທ້າວ ນຳດາວເຊື້ອເຂົ້າຮ່ວມກັນ

ຟ້າສຫວັນຈີ່ງອວຽພອນໄຫ້ ມະຫາໃຊໂຊກໄຫ່ຽ
ສີວິໃລລາບລົ້ນ ຖາວອນນັ້ນຕຣອດໄປ

ໃຫ້ພີຈາຣະນາຮູ້ແຈ້ງ ດູຕາໃຈໄຫ້ໂປດໂປ່ງ ຖ້າບໍ່ຍອມຕົກລົງເອົາເສຣີທັມ ມາປົກຄອງຊາຕເຊື້ອ

ເມື່ອໜ້າຫາກຈະເຫັນ ບ້ານເມືອງກໍ່ຈະເສົ້າ
ປະຊາຊົນເຫງົາຫງ່ວມ

ເຂົ້າຂາດນາປາຂາດນ້ຳ ດົ່ງໄມ້ເປົ່າແປນ
ດີນແດນມີແຕ່ໂຈນມານຮ້າຽ

ຝູງແກວ ໃທຈະມາເຂົ້າສູນພັນເຊື້ອເຜົ່າ(lao) ເຈົ້າເຮັດຫຍັງບໍ່ໄດ້ເພາະຄວາມໄຮ່ຍາກຈົນ

ຢ່າໄດ້ດົນລໍຊ້າ ກັບໃຈມາເອົາໃຈໃໝ່ ລັບເອົາເສຣິທັມມາປົກຄອງຊາຕເຊື້ອ

ສີນທັມເຂົ້າສູ່ໃຈ ຣິດພຣະທັມຈະໄດ້ ເປີດຕາໃຈແຈ້ງສຫວ່າງ ຮູ້ແຫ່ງທາງລອດພົ້ນ

ຈົນປັນຍາເຈົ້າແມ່ນບໍ່ມີ ມາທາງດີມີສີນທັມແລ້ວ ຫາກມີແນວມາຊ່ອຽອ້າຽດາວເອີຽ

ເຈົ້າບໍ່ໄດ້ກົ່ວຢ່ອນຢ້ານມານຮ້າຽທໍ່ເມັດງາ ຈົ່ງມາຮ່ວມກັນເຂົ້າລາວເຮົານ້ອງພີ້

ຕີກັບຜີເພດຮ້າຽ ມັນກົວຢ້ານຜ່າຽໜີ ເອົາເສຣິທັມມາຄອງສ້າງເມືອງລາວເຮືອງຮຸ້ງ

ຝູງພໍ່ລູງແມ່ປ້າປະຊາເຊື້ອຢູ່ສະບາຽ ເຈົ້າເອີຍ. ສະບາຽດີພີ້ນ້ອງລາວ


 ອາຮ່າ ຄຳທຳນວຽ ທ່ານນີ້ ດີແທ້ອີຫຼີ ລູງຂໍອານຸຍາດເພີ່ມຕໍ່ຍອດດໍ່ແດ້ ເປັນການທຳນາຽແທ້ ຈາກສາກົນ ເພີ່ນວ່າ 2500 ໂລກາໃດ້ຫວັນໃຫວ ຄົນສີຕາຽຮ້ອຽເທົ້າ ພະອີນເຈົ້າໃສກຳ ຍັງຈະຄຳ້ຢູ້ໃດ ແຕ່ຜູ້ເພີ່ນປະຕິບັດສີນ  ພະອີນສີລົງຈອງກັມຈອງເວນ ພວກທີ່ກີນເມືອງບາ້ນ ທັງລາວນອກລາວໃນບໍ່ມີບ່ອນຊົ້ນ ບາມສົງຄາມ ອາມະເກດດົນມາຮອດ ໃຜຈະລອດຢູ່ໃດ້ ໃຫ້ລໍຖ້າເບີ່ງເອົາ ນັບແຕ່ 1914 ຢ່າງເຂົ້າ ສົງຄາມໃຫ່ຽາມາເຖີງ ມະນຸດຕາຽເປັນແຖວເພະສົງຄາມທຳລາຽມ້າງ, ຍັງບໍ່ແລ້ວເົທົ້ານັ້ນ ຄວາມອືດຢາກ ຫີວໂຫຍ ພະຍາດໂລຄາລັດລວບກີນຈົນເກືອບກ້ຽງ, ຍັງມີແຜນດີນກວ້າງ ຂະເຢົ່າໂລກໂລກມະນຸດເກືອບຕາຽດັບ ທັງແຜນດີນໃຫວ ອູທົກະໃພຫຼາຽຄັ້ງ ຕາມມາມໍລະສູມກວ້າງ ພະຍຸໃຫ່ຽຫຼາຽຫົວ ກວດເອົາຄົນອະທຳ ມອດວາຽຕາຽສ້ຽງ ໃຜຈະເກັ່ງແຂງກ້າ ລອງເບີງສີ່ງເປັນມາ ເພາະພະຍາ ເມືອງແມນ ທຳສົງຄາມກັບພະຍາມານເຈົ້າ ຕໍ່ຈາກນີ້ຍີ່ງທະວີຍີງຈອມມານ ເພາະຫັວງຊີງບັນລັງ ຂອງສົມເດັດເຈົ້າອົງສ້າງມະນຸດຊາຽຍີງ ຫວັງຊີງຈະທຳລາຽມ້າງ ແຜ່ນດີນແລະຄົນທັງຊາດ ຈັບຜູ້ນັ້ນໃຫ້ເປັນປ່ວງບ້າ ຫວັງຂ້າໃຫ້ຕາຽ, ສະນັ້ນ ເຮັດແນວໃດເຮົາຈະລອດຢູ່ໃດ້ ໃນຊ່ວງອາວະສານຂອງສັງຄົມມະນຸດ ທີ່ກຳລັງປ່ວງບ້າ ທັງສາສນາກໍ່ຢາກໃດ້ເປັນໃຫ່ຽຄອງຄົນ, ທັງການເມືອງ ກໍ່ສອດແນມປ້ອງຂ້າ ທັງລະບົບໃອທີຊຳ້ ຕາມຈັບທຸກຄົນໃຫ້ຈ່າຽເພີ່ມ ຫາເງີນມາທຸກມື້ຄອຽໃຊ້ເພີອສັງຄົມ ເບີ່ງອາຍຸຄົນເຮົາແກ່ເຂົາ ແລ້ວກໍ່ຕາຽຈາກ ລູກຫຼານ ທັງເມັຽຮັກ ທີ່ເຄີຽຢູ່ຊົມດົມແກ້ມ ນັ້ນລະ ການທຳນາຽບອກໃວ້ ໃຫ້ຮີບປ່ຽນຈິດໃຈ ຢ່າໄປຫວັງເປັນນາຽ ຫຫຼີກຽດຊັງພີ່ນ້ອງ ລາວດຽວຕາມສາຽເລືອດ ເມື່ອໃດຟ້າແຖນເປັນໃຈໃຫ້ ໃນລະບົບໃໝ່ສາກົນ ຕາມສັນຍາຂອງ ການປົກຄອງສູງ ຂອງ ຍູເອນ ສັນຍາໃວ້ ໃນ ຍະສາຍາ 2:4 ນັ້ນ ກຳລັງຫັນກ້າວຢ່າງແຂງແຮງ ເພື່ອໃຫ້ໃຈຄົນແຂງກະດ້າງ ເຂົ້າມາ້ງ ພອ້ມຫົວໃຈມານແທ້ເນີ....  



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Monsieur Tou Sitha,
Votre description sur les attitudes de nos compatriotes résidant en Australie reflète la réalité de toutes les communautés laotiennes vivant à l'étranger.
L'ouverture et la "tolérance"entre nous constituent un facteur "déterminant"pour la recherche d'une "véritable"réconciliation nationale "à la laotienne"
En effet nos parents ont peut-être fréquenté les mêmes Groupes Scolaires,les mêmes collèges,et les mêmes Lycées,voire les mêmes Universités.Cette connaissance mutuelle facilite parfois le "rapprochement des idées et renforce notre amitié,si chère aux Laotiens.
En France,lors des obsèques de nos Anés,j'ai rencontré beaucoup d'Ambassadeurs,anciens étudiants fréquentant l'Université de Paris ou des Ecoles d'ingénieurs de France se comportent comme ils étaient Etudiants de l'époque,de la Maison de l'Indochine,puis maison du Laos et du Vietnam,enfin Maison de l'Asie du Sud-Est.
Je m'intéresse actuellement aux émissions de la Télévision Chinoise qui ont des programmes très bien documentés:pièces de théatre,politique étrangère,politique culturelle actuelle.
Je regarde d'une manière quotidienne les télévisions thailandaises qui nous renseignent sur les activités des Pays de l'ASEAN..
Notre pays a besoin de tout le monde.L'essentiel c'est d'offrir à notre jeunesse une bonne formation capable de constituer une classe des'Chefs d'entreprises"innovantes".
Demain les Autorités Laotienne et Thailandaise vont inaugurer un pont entre le Laos et la Thailande.
Ce sont mes opinions "personnelles"lesquelles sont le fruit d'une réflexion d'un vieux "prof"qui n'a rien à voir avec les analyses sinon les études"up to date"de la plupart de nos "penseurs"beaucoup plus dynamiques et beaucoup plus récents sur la société laotienne actuelle.
Je voudrais remercier toutes les personnalités Laotiennes qui m'ont appris sur la réalité sur nos concitoyens.
Je vous souheite une Bonne Jounée"



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Wed, 9 Nov 2011 18:22:21 -0800
From: tou.sitha@yahoo.com
Subject: Re: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ຮຽນ ທ່ານທີ່ສົນໃຈ ລູກຂອງທ້າວ ແກ້ວ ແກວ ( ຊື່ສໄມຮຽນຢູ່ ໄຊງອ່ນ ຫມໍ ໄດ້ເຂົ້າເປັນ ສະມາຊິກພັກອິນໂດຈີນ ຕອນຢູ່
Premiere.)


ມີຜູ້ເຂົ້າຮ່ວມງານລ້ຽງ ແຈ້ງວ່າ ແມ່ນ ທ່ານ ໄຊສົມພອນ ພົມວິຫານ ຣອງປະທານສະພາ ແນວລາວ ນາງນົກຕໍ່ ຊື່ ວັນ
ຄາດວ່າ ທ່ານ ສິໄສ ຄົງຊີ່ບໍຮູ້ລາວດອກ. ເວລາສຳພາດມາ ປະເທດ ອອສເຕຣເລັຽ ລາວຕົວະ ຣັຖບານ ອອສເຕຣເລັຽ ວ່າລາວຫນີໄພການເມືອງ ບາດມາຢູ່ ແລ້ວ. ລາວຊ້ຳສມັກເປັນໄສ້ເສິກໃຫ້ແນວລາວ ເດັກນ້ອຍນັກຮຽນລາວ ມາຮຽນ ລາວກໍລ້ຽງດູເຂົາ ໂດຍແມ່ນເງິນ ຂອງລາວເອງ.


ເວລາປະຊາຊົນຮັກຊາດ ປະທ້ວງສຖານທູດລາວ ໄດ້ສອງສາມອາທິດ ນາງ ເຈົ້າຫລານສຸພານຸວົງ ກໍຈັດລ້ຽງປອບຂວັນ
ສຖານທູດ ຖ້າຮ້ອງຄົນໃດເຂົາກໍມັດກາຣະວັດໄປກິນ ແລະ ຮ່ວມມ່ວນຊື່ນໂລດ.


ຖ້າມີການເຮັດວຽກບ້ານການເມືອງ ແມ່ນເຊີນເຂົາກໍມາຮ່ວມ ບາດເພິ່ນຂຶ້ນຕົບໂຕະດັ່ງ ເປັຽະ ຯ ພຸ້ນ ເວົ້ານຳລາວຄົນສລາດ
ອ່ານໄຕເຂົາເຈົ້າຍາກ.


ບາງເທືອ ສະມາຄົມລາວເອຊີທີ ແລະ ສຖານທູດເຮັດບຸນຖືກມື້ ດຽວກັນ ເຂົາເຈົ້າມີການຟ້າວຟັ່ງຫລາຍ ໄປກິນລ້ຽງ
ຢູ່ສຖານທູດ ເພາະກິນຟຣີ ກິ່ນອິ່ມແລ້ວລາພາກັນຫນີ ແບບມະລ່ຳ ມະລອ່ມ ແລ້ວພາກັນຟ້າວມາຊື້ປິ້ເຂົ້າບຸນ ສະມາຄົມ ມີຄົນ
ຖາມເປັນຫຽງພາກັນມາ ເຂົາເຈົ້າຕອບຫນ້າຕາເສີຍຯ ບາດຕາຍແມ່ນ ສະມາຄົມລາວ ເປັນຜູ້ມ້ຽນ ທູດມັນກໍໄປບ້ານມັນ
ອັນນີ້ເຂົາຮ້ອງໄປກິນຟຣີກໍໄປ ຢາກໃຫ້ມັນເຊິນ ທຸກອາທິດພຸ້ນລະ.


ແຄນເບີຣາເປັນເມືອງທີ່ແປກທີ່ສຸດ ສຳນັກງານການຕໍ່ຕ້ານ ສປປລ ກໍຕັ້ງຢູ່ນີ້,
ທູດລາວຈັດງານລ້ຽງ ເຊີນຄົນໄປກິນ ກໍແມ່ນຄົນຢູ່ນີ້ໄປຮ່ວມ ນຳໄທບ້ານໄກມາແຕ່ເຂດອື່ນ.
ໄປປະທ້ວງສະຖານທູດລາວ ຮ່ວມກັບປະຊາຊົນຕ່າງຣັດ ກໍ່ແມ່ນຄົນຢູ່ນີ້
( ບໍ່ແມ່ນອັດປະຕູປະທ້ວງ ແມ່ນ ມີການຖື ປ້າຍຄຳຂວັນ ໃຊ້ ໄມໂຄຣໂຟນ ດ່າທັງພາສາລາວ, ພາສາອັງກິດ
ແລະ ພາສາວຽດ. ທາງທູດກໍຖ່າຍວີດີໂອເອົ້າ ທາງຝ່າຍປະທ້ວງ ກໍຖ່າຍ ວິດີໂອຄືນ )


ບໍ່ມີຄຳວ່າໃບປີວ ແມ່ນເຮັດແທ້ທຳຈິງ ຂຽນຫນັງສື ໄປຫາຣັຖບານ ໄປພົບຣັຖບານ ແມ່ນຄົນຕໍ່ສູ້ຈິງ.
ທາງຣັຖບານຈະສົ່ງ ຄົນໄປຊ່ວຍລາວ ກໍເຊິນຄົນຈຳພວກນີ້ໄປພົບເພື່ອຂໍຄຳແນະນຳ ພວກນີ້ກໍແຕ່ງຄົນໄປພົບ
ແລະ ໃຫ້ຄວາມເຫັນ. ການອອກຄວາມເຫັນໃນຟໍຣັມ ກຸ່ມນີ້ຈະອອກເວົ້າທຸກຯວັນ ບໍ່ແມ່ນ 2 ວັນ, 5 ວັນ ແລະ ອະທິດນຶ່ງ
ມາເວົ້າຄັ້ງນື່ງ


ຮັກແພງ ແລະ ມິຕພາບອັນດູດດຶ່ມ
ຕູ່















--------------------------------------------------------------------------------
From: Sisavanh Phamy
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Sent: Thursday, 10 November 2011 9:07 AM
Subject: RE: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.


ແມ່ນແລ້ວ ທ່ານ ສີໄສ, ຂ່າວແບບນີ້ຄ້າຍກັບ ໃບປິວ ໃນອາທິດທີ່ຜ່ານມາ

From: laosnetworkroom@googlegroups.com [mailto:laosnetworkroom@googlegroups.com] On Behalf Of sysay chanthavixay
Sent: Wednesday, November 09, 2011 9:53 AM
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Subject: Re: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.

ກະຣະນາ ເປີດເຜີຍ ຊື່ ລູກໄກສອນ ແລະ ນາງນົກຕໍໃຫ້ ຖ້າບໍ່ດັ່ງນັ້ນ ຈົຫມາຍນີ້ ຈະເປັນລົມລົມແລ້ງ
ການຕໍສູ້ກັບຄອມມຸຍນິດ ຕ້ອງເປີດຫນ້າກາກຄວາມຈິງ ບໍ່ຕ້ອງອຳ ຖ້າອຳ ແມ່ນ ມັນກໍບໍ່ຕ່າງກັບຄອມມຸຍນິດ ໃນທີ່ສຸດສຸດ ຖ້າເຂົາປິ້ນມາ ກໍເສັຍບົດບາດຂອງ ຂບວນການລາວເສຣີພາບ
ສຈັນທະວິໄຊ


--------------------------------------------------------------------------------

From: Toum Rasika
To: Networkroom
Sent: Wed, November 9, 2011 3:40:16 AM
Subject: ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ຢ້ຽມຢາມ Australia ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ.
ທ່ານ ພີ່ນ້ອງລາວນອກ ທີ່ຮັກແພງ.

ກ້ອນຫນ້າ ການມາຢຽມ ປະເທດ Australia ຂອງ ຣັຖມົນຕຣີ ລູກໄກສອນ ພົມວິຫານ ເພື່ອຂໍການຊ່ວຍເຫລືອ ໃນ ວັນທີ່ 3 ພຶສຈິກາ; ໄດ້ມີ ນາງ ນົກຕໍ່ ຕິດຕໍ່ມາຫາ ທາງທິມ ຂອງພວກຂ້າພະເຈົ້າ ຈະເປັນຜູ້ ປະສານງານລາວໃນລາວນອກ ໃຫ້ໄດ້ລົມກັນ.

ຕາງຫນ້າທິມໄດ້ແຈ້ງການໄປວ່າ ຖ້າຈະລົມກັນຕ້ອງຜ່ານ ທາງກະຊວງຕ່າງປະເທດ ຂອງ Australia. ຖ້າຈະມາຂົນຂວາຍໃຫ້
ຄົນລາວກັບຄືນປະເທດແລ້ວ ໃຫ້ຮ້ອງພວກສມຸນແນວລາວໄປຮ່ວມຟັງໂລດ.

ແລ້ວກໍມິດງຽບໄປ ປາກົດວ່າໄດ້ມີການເຈາະຈົງ ໂທໄປບອກ ຄົນທີ່ໄດ້ຫລຽນຈຳນວນນຶ່ງໄປຟັງຢ່າງງຽບຯ .
ທາງພວກ ຂພຈ ຕຽມສາກຫນ້າກາກຢູ່ ເພາະຈະເຮັດຫນັງສືແຈ້ງຂ່າວ ໃຫ້ຣັຖບານ ແລະ ຝ່າຍຄ້ານ ແລະ ສາກົລ
ພ້ອມກັນບາດດຽວ ເລີຍພາດໂອກາດ ທາງການ ຂອງ Australia ກໍປິດງຽບໄວ້ເຫມຶອນກັນ ເພາະເຂົາຮູ້ສູນກາງ
Laotians Freedom of Movement ຕັ້ງຢູ່ ແຄນເບີຣາ.

ນັບຖື
ຕ. ຣາສິກາ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ຕາມໂຫຣາຈານ ກໍ່ຫາກເປັນຢ່າງນັ້ນ 11,ຫລີກບໍ່ໄດ້ ເຖີງຄາວ ວັນເວລາມາເຖີງ ເຂົາຈະໄປສ້າງຄວາມດີ ຫຼື ບະບານໃສຍະສາດ ກົນເວດມົນຄາຖາ ກໍ່ບໍ່ໄດ້ຜົລ ຖືກຫາຽໂລ 555555555, ບາດຊີແລ້ວສັກຊຸ່ມໜອງຫານ ລາວອີສານຕ່າວຄືນຈັງແລ້ວ, ຕີໄທສຍາມແລ້ວ ຕີແກວນຳສົ່ງ ຄວາມປະສົງມາດມຸ້ງລຸງປ້າຈັງຢູ່ເຢັນ ວ່າໄດ ຕາມຄຳທຳນວຽ ປະເທດໃດ ປົກຄອງປະເທດນັ້ນ ຊົນຊາຕໃດກໍ່ປົກຄອງຊາຕນັ້ນ ມີສິດທີສເມີພາບກັນ ບໍ່ກົດຂີ່ຂົ່ມເຫັງກັນ ເອົາລັດເອົາປຽບກັນ

Quoting "specom2009@comcast.net" :


ເລຂ 11 ເປັນເລຂທີ່ພວກນັກເລງ, ໂຈນໄຊ້ສໍ້ໂກງກິນພວກໂງ່ໃນການຫລີ້ນໝາກ ຕໍ່າ-ສູງ
ຄັ້ນອອກ 11 ແມ່ນເຂົາກິນ ຕໍ່າ ກິນສູງ ຄືກັນກັບລັດກິນປະຊາຊົນ ອອກຫຍັງມາກໍກີນໝົດນັ້ນເອງ.

ສນັ້ນ ນໍ້າເບີ11 ຈຶ່ງເປັນນໍ້າເບີ້ ອຸບາດ ໃຜຄິດ ນໍາເອົາເບີນີ້ໄປໄຊ້ປະກອບກິດອັນສໍາຄັນ ຜູ້ນັ້ນຈະຖືກອາຖັນ.


Best Regards,

Specom



__________________
Anonymous

Date:
  
 


ຫມໍລຳປ້າຍແດງ
http://tiny.cc/xr1p1

http://k003.kiwi6.com/hotlink/e51k4iuyjb/view3000.htm

www.siengserixonlao.com

facebook : anourak anourak
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002868526558&ref=ts

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Source: http://www.thejakartaglobe.com/opinion/as-the-floodwaters-rise-in-thailand-an-ideological-debate-comes-to-the-surface/474273




Both in their scale and in their impact on people’s lives, the ongoing floods have brought to Thailand a tragedy whose dimensions can be hard to grasp. Thousands of factories have closed. Hundreds of thousands of jobs are in jeopardy. Millions of people dependent on the workers who held those jobs now face financial uncertainty.

At least 350 people have lost their lives and there are fears that afflictions such as diarrhoea, typhoid, leptospirosis and skin infections will add to this suffering in the weeks and months ahead.

The Thai government expects to spend billions of dollars on post-flood cleanup, recovery and reconstruction. Yet how to go about those tasks, how long they will take and whether foreign investors will have the confidence to return to the major industrial estates in Chao Phraya Delta provinces like Ayutthaya are open questions.

All of this is bad enough. But media coverage of the Thai floods has ignored an additional important dimension of the unfolding situation: The floods have triggered a political and ideological contest concerning the role of the Thai monarchy. This contest is playing out on a number of levels.

On one level, it is about who offers symbolic leadership to Thailand during times of crisis. During the second week of August, Prime Minister Yingluck Shinawatra visited the northern provinces of Sukhothai, Uttaradit, Phrae and Nan in one of her first high-visibility acts after taking office.

In the first of those provinces, she was photographed walking through flood waters in rubber boots. While in most countries such an act by a head of government would appear routine and reassuring, in the Thai context it had other meanings. For many decades, the national leader that Thais were most accustomed to seeing photographed on visits to rural people under adverse conditions was their king. Today, King Bhumibol Adulyadej has reached an age at which such visits are no longer possible. At the same time, younger members of the royal family — the king’s children and grandchildren — have opted to make their marks in the realms of scientific research, military aviation, scholarship, literature, music, fashion and the law. None has come to be associated as directly with the welfare of rural Thailand as the king.

In one sense, the visibility of Yingluck’s August trip had an encouraging dimension. It underlined the fact that the leader of Thailand’s elected government was prepared to shoulder responsibility in times of crisis. In another sense, however, it presented a potentially jarring image to Thais accustomed to the long-dominant royal order in their country.

On a second level, the events are more nakedly political. Thais unreconciled to the victory of Yingluck’s Red-Shirt-supported Pheu Thai Party in July’s polls have in recent weeks tried to turn her government’s current struggle to partisan political advantage. They have criticized the prime minister as favoring photo opportunities over effective measures to address the crisis. They have claimed that she remained more focused on enacting policies to enrich people and firms close to her government than on dealing with the mounting disaster facing the country. They have decried her government’s state of apparent confusion in the face of the vast sea of floodwaters that has now overrun its crisis center at the Don Mueang airport.

Such criticism, justified or not, is natural in a free-wheeling political culture like Thailand’s. But it has in this instance been accompanied, in cyberspace in particular , by another form of criticism: faulting Yingluck for, in essence, not having the wisdom and expertise of King Bhumibol in matters relating to water — or at least for not drawing sufficiently on that wisdom and expertise and therefore showing disrespect for the king.

Thais on the Yellow, anti-Thaksinite side of their country’s deep political divide have taken to the Internet to assure one another that the king has set up an alternate crisis center to meet the challenge posed by the flooding. To prove their case, they have even circulated on Facebook a photograph of the king meeting with a group of officials, with a large map spread out in front of them. It turns out, however, that the photograph comes from a TV news report from June on the king’s meeting with the leadership of the hospital in which he has stayed since 2009 to discuss road construction and drainage in the area around the hospital.

Attacks of this nature exemplify the longstanding determination of anti-Thaksinite, anti-Red-Shirt political elements in Thailand to accuse their opponents of disrespect for the monarchy. What gives these attacks particular force among those elements, however, is King Bhumibol’s long history of interest in water issues. Perhaps to pre-empt such attacks, Yingluck used her late-September audience with the king not only to report on her government’s efforts to manage the flooding but also to solicit his advice on appropriate measures to take.

In many respects, the third level on which Thailand’s flood crisis has occasioned an ideological contest over the monarchy is the most dangerous. It relates directly to the king’s decades-old interest in and association with management of Thai water resources.

The king has repeatedly offered ideas about those resources in his birthday speech to the nation each December. Major dams in northern Thailand are named for King Bhumibol and Queen Sirikit, while those in the northeast of the country carry the names of their three daughters. The Royal Irrigation Department celebrated King Bhumibol’s 60th birthday in 1987 with the publication of a book on water resources development compiled by the department’s then director general, who later served as an adviser to the king on water projects. In 2006, events marking the king’s 60th year on the throne included a lecture on “His Majesty the King and Hydropower.” In the same year, The Bangkok Post published a photograph captioned, “While playing in a Swiss forest as a boy, His Majesty shows his keenness for water management by building a dam with clay.” The reverse side of a 1,000 baht note pictures the king in front of another dam, one whose construction he advocated with unusual directness in his birthday speech of 1993.

Smith Dharmasoraoja, a former director general of the Department of Meteorology, has spoken in recent days of the flooding crisis as a reflection of the country’s flawed approach to water management. There is a growing understanding in Thailand that such long-term factors as the degradation of watersheds and water catchment areas, urban sprawl and industrialization and an inflexible water bureaucracy with little idea of how best to manage its dams explain the current disaster far more than do heavy rains in recent months.

Concern that these factors will come to be associated with King Bhumibol’s own legacy of interest in and influence over the management of water resources is growing among observers of Thai affairs. Many worry that the ideological strife to which that association might lead could prove almost as destructive to the country as the floods themselves.

Michael J. Montesano is a visiting research fellow at the Institute of Southeast Asian Studies in Singapore.


__________________
Anonymous

Date:
  
 



อักษรอีสานในภาษาเขียนและพูดอยู่ในโลกนี้ไม่มี คำว่า"อิสาน แปลว่า ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศ"สยาม"หรือชื่อไหม่ว่า"ประเทศไทย"เปลี่ยนเมื่อ
ปี ค.ศ.1939 ตามลัทธิ"ไทยไหญ่ หรือ สยามไหญ่"ของ จอมพล.แปลก พิบูลสงคราม เพื่อครอบครอง"ชนชาติลาว"ไว้ไห้หมด เพราะคนเชื้อชาติลาวเรียกตนเอง
ว่า"ไทลาว หรือ ไทเฮา"เป็นคำสรรพนามเรียกชื่อคน,บ้าน,สถานที่อยู่ เพราะในประวัติศาสตรสยามได้เคยยึดครอง"ลาวล้านช้าง"ได้เป็นจำนวนมากในปี 1778
เป็นต้นมาจึ่งอยากได้มาผนวกเข้ากับ"สยามประเทศ"ไห้หมดเลยเปลี่ยนชื่อไหม่ว่า"ประเทศของ"คนไท(ย)" หรือ เรียกว่า"ลัทธิล่าแผ่นดิน" คนอิสาน นั้นหมาย
ถึงคนลาวล้านช้างตะวันตกที่ถูกแบ่งปันกับฝรั่งเศสในยุค"สงครามล่าอาณานิคมชาวตะวันตก"ในปี ค.ศ.03 Oct 1893 มี19แขวงที่เีสียไห้"สยามประเทศ"
จนเท่าทุกวันนี้.อักษรอีสาน หรือ "อักษรไทยน้อย"นั้น ความเป็นจริงแล้วก็คือ"ภาษาลาว"แท้ๆนั้นเอง แต่คนสยามผู้ชนะสงครามเป็นผู้เขียน,เปลี่ยนแปลง
ประวัติาสตรไหม่หมดเพื่อต้องการ"ลบล้าง"คำว่า"ภาษาลาว,คนชาติลาว"ไห้ศูนย์หายไปจากโลกนี้ เช่นในยุค"พระจุลจอมเกล้า=ร.5"ห้ามไม่ไห้คนลาวในตะ
วันออกเฉียงเหนือสอนภาษาลาว,ไม่ไห้มีโรงเรียนลาว,ห้ามพูดภาษาลาวในสถานที่ราชการทั่วไป เป็นต้น...


เบิ่งนครพนม : อักษร ลาว V.1


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເຣື້ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດແລະພຣະພຸທຮູບຕ່າງໆອັນສັກສິດທີ່ສຍາມກວາດເອົາໄປຈາກລາວນັ້ນກໍ່ເປັນພາກສ່ວນ
ສ່ວນຫນຶ່ງສຳຄັນກ່ຽວກັບການເມືອງຣະຫວ່າງສອງປເທດ.ແຕ່ສິ່ງສຳຄັນທີ່ສຸດ ສຳລັບພວກເຮົາທີ່ຕໍ່ສູ້ເພື່ອ
ຄວາມເປັນລາວນັ້ນ ແມ່ນຢາກໄດ້ເອກສານອັນເກົ່າແກ່ກ່ຽວກັບ ພົງສາວະດານ ວັນນະຄະດີແລະອື່ນໆ....
ທີ່ສຍາມໄດ້ກວາດລ້າງຕ່າງໃສ່ຫລັງຊ້າງຫລາຍຮ້ອຍຕົວ, ດວ້ຍເຫດນີ້ ລາວເຮົາຈຶ່ງຢູ່ແບບກຳຕາ ເພາະບໍ່ຮູ້
ເຄົ້າມູນ ວ່າສໄມກ່ອນລາວມີຄວາມຈະເຣີນ ຮັ່ງມີ ສີວິໄລຂນາດໃດ ? ມີ່ແຕ່ສໄມ ທ່ານມະຫາສີລາ ວີຣະວົງ
ໄດ້ໄປຄົ້ນຄົ້ວແລະກ່າຍເອົາບາງພາກສ່ວນເຣື້ງຂອງລາວຈາກຫໍສມຸດໄທຕາມທີ່ເຂົາອະນຸຍາດໃຫ້ ຈຶ່ງເອົາ
ມາແຕ່ງເປັນພົງສາວະດານລາວ,ແຕ່ຄວາມແທ້ຈິງກ່ຽວກັບປະວັດສາດລາວ ຍັງບໍ່ຮູ້ແນ່ນອນ. ສະນັ້ນ ພວກ
ເຮົາຂໍຮຽກຮ້ອງຢ່າງເດັດດ່ຽວ ໃຫ້ໄທສົ່ງເອກສານເກົ່າແກ່ທັງຫມົດຄືນໃຫ້ລາວໂດຍດ່ວນ, ເວລານັ້ນເວນ
ກັມກໍ່ຈະຫມົດໄປ ແລະ ລາວ-ໄທກໍ່ຈະຮ່ວມກັນແບບສັນຕິວີທີ ອັນຍາວນານ ຕາມຫລັກ”ປັນຈະສີລາ”.
ຕາງ ”ສະພາຮ່ວມຊາດລາວ”



--------------------------------------------------------------------------------
De : black saphire
À : laosnetworkroom@googlegroups.com
Envoyé le : Jeudi 27 Octobre 2011 12h57
Objet : RE: ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ


ตำนานพระแก้วมรกตมาจากกรุงเวียงจันทน์

พ.ศ.๕๐๐ พระอรหันต์ชื่อ พระนาคะเสนเถระ สร้างพระแก้วมรกตที่เมืองนครปาตาลีบุตร เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ๕๐๐ ปี
พ.ศ.๕๐๐-๘๐๐ ประทับอยู่เมืองนครปาตาลีบุตร ๓๐๐ ปี
พ.ศ.๘๐๐-๑๐๐๐ ประทับอยู่ลังกาทวีป (ศรีลังกา) ๒๐๐ ปี
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่กำพูชา
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่กำแพงเพชร
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่พระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.๑๕๐๖-๑๕๐๘ ประทับอยู่เมืองละโว้ ลพบุรี
พ.ศ. ไม่ทราบ ประทับอยู่เมืองกำแพงเพชร (ครั้งที่สอง)
พ.ศ.๑๙๗๗-๒๐๐๙ ประทับอยู่ลำปาง
พ.ศ.๒๐๐๙-๒๐๙๓ ประทับอยู่เชียงใหม่
พ.ศ.๒๐๙๓-๒๑๐๓ ประทับอยู่นครหลวงพระบาง
พ.ศ.๒๑๐๓-๒๓๒๒ ประทับอยู่นครเวียงจันทน์
พ.ศ.๒๓๒๒-ปัจจุบัน ประทับอยู่กรุงเทพมหานคร (ประมาณ ๒๒๙ ปี)

พระ แก้วมรกตเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกคนในโลก เมื่อถึงเวลาพระองค์จะเสด็จไปเอง โดยกำหนดประทับอยู่แต่ละแห่งไม่เกิน ๒๕๐-๓๐๐ ปี และก่อนจะเสด็จไป จะเกิดเหตุอาเพศภัยขึ้น ๓ ประการคือ๑.น้ำท่วมแรง..
๒.มีเหตุร้ายวุ่นวายในประเทศ
๓.มีชาติอื่นมารุกรานเอาไป..




--------------------------------------------------------------------------------
Date: Thu, 27 Oct 2011 03:12:07 -0700
From: tou.sitha@yahoo.com
Subject: Re: ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ
To: laosnetworkroom@googlegroups.com


ທ່ານ ຕູຊົວ ທີ່ນັບຖື


ເຣຶ່ອງພຣະແກ້ວມໍຣະກົດນັ້ນ ຫາກຢູ່ປະເທດໃດ ປະເທດນັ້ນກໍຈະມີບັນຫາ, ຫ້ຽຸງເຫີຽງ ຢູ່ແບບບໍ່ມີຄວາມສຸກ ເປັນແນວນີ້ ຕລອດໄປ ແຕ່ບໍ່ເຫັນ ຕຳຣາວິທີແກ້ໄຂ.​ ເຄີຍໄດ້ອ່ານຕຳນານ ພຣະ ອໍຣະຫັນສ້າງພຣະ ແກ້ວ, ພຣະບາງ, ພຣະຫີນ, ພຣະໄມ້ ແລະ ພຣະຢົກ ຍ້ອນຄວາມຊົງຈຳມີບໍ່ຫລາຍຈຶ່ງເກັບກຳຣະອຽດບໍ່ໄດ້.


ຄູບາ ແນວລາວ ຈະມີແນວທາງແນ່ນອນ ໃນການຂົນຂວາຍ, ຍົວະເຍົ້າ ເອົາຄົນລາວນອກຮັບໃຊ້ແຜນການຂອງລະບອບ ປ່າເຖື່ອນ ບໍ່ມີມະນຸສຍະທັມ ແລະ ຄູບາເຫລົ່ານີ້ ຈະບໍ່ເຄັ່ງຄັດໃນສາສນາ ເຮັດແບບຫລອກຫນ້າຄົນລາວນອກ ຕໍ່ຫນ້າ ຄືຖືສິລເຄັ່ງຄັດ ເວລາລັບຫລັງ ຈະບໍ່ມີສິລ ຍັງເຮັດຜິດສິລ ແລະ ຈາຮີດສາສນາອີກ ຫລື ທຳລາຍສາສນາ ຄູບາເຫລົ່ານີ້ຫາກສິ້ນອາຍຸໄຂກໍຈະໄປຕົກຢູ່ຫມໍ້ທອງແດງ ທີ່ 8 ຄື ອະເວຈີ ນາຮົກນັ້ນເອງ.


ເອວັງ


ຮັກແພງ,
ຕູ່















--------------------------------------------------------------------------------
From: "Touxoua@aol.com"
To: laosnetworkroom@googlegroups.com
Cc: Touxoua@aol.com
Sent: Thursday, 27 October 2011 7:47 PM
Subject: Re:


Nay saphab patchouban thi Lao hao gnang pène Pathet phadetkane maha-oubath phakdiao, lè gnang thu Satsana pène ya beuah paxasone, khaphachao khit vah Phrakèo Morakot youh nay Pathet seri mi tham di kouah youh nay Pathet thi bo mi kotmay.

Thouk mu ni, phouark laodèng moune say Satsana Phout pène kheuang mu khosana chop oy ao Lao-Nork kap meua thay-na liang phouark kèodèng. Tè vah phinong Lao-Nork phouark chep bo lab lè bo hou phènekane gnao nane khong sattrou, gnang phakan mi sattha ao thè ai vah nam banda khouba phaleuang houadèng.

Meua day Ban Muong Lao hao kap ma pène Pathet séri lèo, mu nane hao ching toh lun kap Lathaban Thai, kho Phrakèo Morakot khun, tha hark vah Lao hao mi lak-thane pène lay lak aksone phiengpho vah Sagnam day ma khomhéng lè pounchi ao moun-moradok khong Sat Lao hao pay thè. Ban-ha papheth ni, Lao hao mi sith saneu tog ongkane UNESCO hay khao soy phicharana ha khouam pène tham hay hao.

TXLF


Dans un e-mail daté du 10/25/2011 4:19:36 a.m. Paris, Madrid (heure d'ét, tou.sitha@yahoo.com a écrit :
From: mothana
Date: 2011/10/24
Subject: Phra KEOMORAKOD
To: Bantheungsilp@yahoogroupes.fr




ພຣະແກ້ວ...
ໃນອາດີຕກາລ ຄົນຕ່າງຊາຕຫລອກລາວຫຍັງແດ່?,
ວັນນີ້,ຄວຣແກ່ລາວຣຸ່ນໃໝ່ຈະໃຫ້ ເຂົາຫລອກອີກຕໍ່
ໄປຫລືບໍ?.
ໂມທນາ




ພຣະແກ້ວ...
ໃນອາດີຕກາລ ຄົນຕ່າງຊາຕຫລອກລາວຫຍັງແດ່?,
ວັນນີ້,ຄວຣແກ່ລາວຣຸ່ນໃໝ່ຈະໃຫ້ເຂົາຫລອກອີກຕໍ່
ໄປຫລືບໍ?.
ໂມທນາ


ຄຳຕອບ:
ເປັນດ້ວຍເຫດໃດ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງ ຈຶ່ງໄປຢູ່ໄທ ?
ພາຍຫລັງເຈົ້າອານຸ ເສັຽໄຊໃຫ້ແກ່ສຍາມແລ້ວ ສັກດີນາສຍາມ ກໍໃຊ້ຄວາມ ພຍາຍາມຫລາຍວິທີ ແຕ່ກໍບໍ່ສາມາດຍົກພະແກ້ວມໍຣະກົດຂຶ້ນ
ສນັ້ນ ເຂົາຈ່ອງໃຫ້ຫມໍໂຫນລາວ ຈຳນວນ 5 ຄົນ ເພື່ອໄປອອ້ນວອນຊ່ວຍພວກເຂົາ ໂດຍມີເຫດຜົນອ້າງອິງວ່າ:
ເປັນດ້ວຍເຫດໃດ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງ ຈຶ່ງໄປຢູ່ໄທ ?
ພາຍຫລັງເຈົ້າອານຸ ເສັຽໄຊໃຫ້ແກ່ສຍາມແລ້ວ ສັກດີນາສຍາມ ກໍໃຊ້ຄວາມ ພຍາຍາມຫລາຍວິທີ ແຕ່ກໍບໍ່ສາມາດຍົກພະແກ້ວມໍຣະກົດຂຶ້ນ
ສນັ້ນ ເຂົາຈ່ອງໃຫ້ຫມໍໂຫນລາວ ຈຳນວນ 5 ຄົນ ເພື່ອໄປອອ້ນວອນຊ່ວຍພວກເຂົາ ໂດຍມີເຫດຜົນອ້າງອິງວ່າ:
ປັດຈຸບັນນີ້ ເມືອງລາວຍັງບໍ່ມີຄວາມສງົບເທື່ອ ສນັ້ນ ຈຶ່ງຂໍອັງເຊີນ ເອົາພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ ນີ້ຍ້າຍໄປປະດິດສະຖານໄວ້ຢູ່ ກຸງເທບ ປະເທດໄທສາກ່ອນ.


ຖ້າຫາກວ່າເມື່ອໃດ ເມືອງລາວມີຄວາມສງົບແລ້ວ ຈຶ່ງຂໍອັງເຊີນ ກັບຄືນມາປະດິດສຖານໄວ້ຢູ່ລາວຄືເກົ່າ
ເພື່ອເປັນການຢັ້ງຢືນອັນສັກສິດຂອງສັກດີນາສຍາມ ໃນເວລານັ້ນ ພວກເຂົາຈຶ່ງໄດ້ສາບານໄວ້ວ່າ:


ຖ້າຫາກວ່າໄທ ບໍ່ປະຕິບັດຕາມ ຄຳສາບານ ດັ່ງກ່າວນີ້ແລ້ວ ຂໍໃຫ້ມີໄພອັນຕລາຍ 5 ຢ່າງເກີດຂຶ້ນ ແດ່ປະເທດໄທດັງນີ້:.
1/ ນາຄາຂໍໃຫ້ສະດຸ້ງຕື່ນ ເຮັດໃຫ້ນ້ຳເປັນຄື່ນຖ້ວມບ້ານເມືອງຖ້ວມບ້ານເມືອງ,
2/ ປະເທດໄທບໍ່ໃຫ້ມີຄວາມສງົບ ຈເຣີນຮຸ່ງເຮືອງ ການເມືອງໃຫ້ມີຄວາມສັບສົນອົນລະເວງ.
​3/ ອານາຈັກດຽວ ຂໍໃຫ້ແບ່ງເປັນຫລາຍຯ​ ຊາດ ຄວາມເປັນເອກຣາຊ ຂໍໃຫ້ມຸ່ນສະລາຍ.
​4/ ຣາຊບັນລັງຂໍໃຫ້ຖືກໂຄ່ນລົ້ມ.
5/ ດິນສ່ວນນຶ່ງ ຂໍໃຫ້ຈົມລົງໃນນ້ຳທະເລ.



ເມື່ອສັກດີນາ ສຍາມ ຢັ້ງຢ້ືນ ຄຳສາບານດັ່ງກ່າວແລ້ວຫມໍໂນລາວ ທັງ 5 ຄົນ ຈຶ່ງໄດ້ພ້ອມກັນກ່າວ ອັງເຊີນ ພຣະແກ້ວມໍຣະກົດ
ຕາມຈຸກປະສົງຂອງໄທ, ຈາກນັ້ນ ພວກສັກດີນາສຍາມ ຈ່ຶງສາມາດເອົາພຣະແກ້ວມໍຣະກົດຂອງລາວ ໄປປະດິດສຖານ ຢູ່ກຸງເທບປະເທດໄທ
ຈົນເຖິງປັດຈຸບັນນີ້.
ຄຳສາບົດ ສາບານນີ້ ແມ່ນ ຜູ້ນຳໄທສຍາມໃນສໄມນັ້ນ ເປັນຜູ້ ເຮັດເອງ.


ລາວເຮົາ ມົ້ມຄຳສາບແລ້ວ ໄທສຍາມ ຮັບກັມເວລສືບຕໍ່ ຊົ່ວກາຣະນານພຸ້ນ.
ລາວນອກ ລາວໃນ ຮວມກັນເຂົ້າ ແຂ່ງຂັນກັນ ເລືອກຕັ້ງແບບເສຣີ ມີຫລາຍພັກການເມືອງໃຫມ່.
ກຸ່ມໃດມີ ຜູ້ແທນຫລາຍ ກໍຈະໄດ້ເປັນຜູ້ນຳ ປົກຄອງ ເມືງບ້ານ ກຸ້ມໄຜ່ພົນ
ລາວ ຫມົດທຸກຝ່າຍ ໂຮມກັນສ້າງ ເມືອງລາວ ຫມົດທຸກບອ່ນ ໃຫ້ກ້າວຫນ້າເມືອງ ລາວນີ້ຈຶ່ງຈະເຣີນ.


ຮັກແພງ
ຕູ່.



--------------------------------------------------------------------------------
From: Tou Sitha
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Sunday, 23 October 2011 10:51 PM
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ


ທ່ານ ບຣູແມກ ທີ່ຮັກແພງ


ດິນດອນຕອນຫ້ຍາ ຂອງກູ່ມຈັກກຣີຈະໄດ້ຮັບຜົນສະທ້ອນຈາກເວດມົນ ຂອງຕົນເອງ, ມົນຂລັງຕ່າງຯກໍຈະເຊື່ອມຄາຍ
ຄຳສາບຂອງບູຮານຈະປາກົດເປັນຈິງ ວ່າກຸງເທບຈະເກີດສູ່ຍຸກ ຫາຍນະ ແລະ ອັບປາງ ຍ້ອນຂອງຕ່ຳປາກົດ ຕົວຢູ່ສູງ ກວ່າຂອງ ສັກສິດ ຄູ່ບ້ິານຄູ່ເມືອງ. ຮອດບັ້ນກຸງເທບຈະຈົມລົງສູ່ທໍຣະນີແລ້ວ.


ຮັກແພງ
ຕູ່



--------------------------------------------------------------------------------
From: blue max
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Cc: "laodemocracy@googlegroups.com"
Sent: Sunday, 23 October 2011 8:37 AM
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ


ເຂື່ອນນ້ຳສອງອັນຊື່ວ່າ ເຂື່ອນພູມິພົລ ແລະ ເຂື່ອນສິຣິກິຕ ເຂື່ອນສອງອັນນີ້ປັ່ນໄຟໄປລ້ອງສູນການຄ້າ ພາຣາກອນ ແລະ ຫລາຍອັນ ທີ່ເປັນຂອງໃນຫລວງພູມິພົລ ທັງເປັນເຈົ້າຂອງໂຣງຊີມັງ ອອກສ້າງເຂື່ອນໄທເຂື່ອນລາວ


ຖ້າວ່າອັດເຂື່ອນ ສູນຄ້າກໍຂາດໄຟ ຕ້ອງປ່ອຍນ້ຳອອກເຂື່ອນຈັ່ງສົ່ງໄຟໄດ້ ອີກຢ່າງນື່ງຄັນປ່ອຍນ້ຳລົງຮ່ອງໄຫລອອກທະເລຕ້ອງຜ່ານບາງກອກ ເລີຍຕ້ອງອັດຄອງ ກັ້ນໄປບ່ອນໃຫມ່ ໄຫລຖ້ວມປະຊາຊົນ ທາງວັງສວນຈິດລະດານັ້ນມີສິທພິເສດສູງສຸດຕ້ອງປ້ອງກັນໄວ້ບໍ່ໃຫ້ນ້ຳກາຍ
ແຕ່ແລ້ວ ຖ້າອັດກຸງເທບ ນ້ຳມັນຈະບໍ່ໄປໄສ ສິອັ່ງຢູ່ຫັ້ນລ່ະ ເພາະມັນເປັນຍາມຫນາວແລ້ວ ນ້ຳບໍ່ເຫີຍຂຶ້ນຟ້າຫຣືຊຶມລົງດິນ ນັບມື້ນັບເນົ່າເຫມັນ ຈາກສິ່ງເສດເຫລືອມະນຸສແລະສັຕວ໌ ສ່ຽງອັນຕຣາຍຈາກໂຣຄອະຫິວາຖອກທ້ອງ


ຣາງວົງສ໌ຈັກກີສຍາມນີ້ຖືສາສນາພຼາໝ໌ໃຊ້ເວທມົນຕຼຼ໌ຄາຖາ ດັ່ງຕົວຢ່າງພາກັນເຮັດພິທີໄສຍສາຕຼ໌ໄລ່ນ້ຳ ແຕ່ຈະສັງເກຕດີແລ້ວນ້ຳຄຶສັຕຣູຂອງດິນຫຣື ພູມ ຕ່າງໆ ຖ້າຢູ່ສູງກ່ວາ ຫລານຊາຍຣາຊວົງສ໌ນີ້ເຄີຍຖື່ກພາຍຸສຶນາມິເອົາໄປຈົມລົງນ້ຳ ແລະດຽວນີ້ກຳລັງ ພຍາຍາມຈະໄປໃຫ້ເຖີງຣາຊວັງໃຫ້ໄດ້ເປັນການລ້າງອາຖັນຈັກກີ ທີ່ເອົານົກຄຣູທເປັນສັນຍລັກສນ໌ປະຈຳຕະກູລ ເມືອໃດນ້ຳພຍານາຄໄປຮອດມັນຈະເປັນການລ້າງມົລທິນເວທມົນຕຼ໌ໃຫຫລຸ້ຍລົງ ເວລານັ້ນຣາຊວົງນີ້ ກໍຈະຫມົດໄປທັນທີ ນາຄກັບຄຣຸທ ເປັນສັຕຣູກັນ ພວກເຂົາຮູ້ດີແລະກໍ່ຢ້ານພຍານາຄແທ້ໆ


ຣັຊກາລທີ່ນຶ່ງ ນາຍພົນທອງດ້ວງເອົາພຣະແກ້ວ ແລະຫລັກເມືອງຈຳປາສັກໄປປຸກເສກສ້າງກຸງເທພເສກເວທມົນຕຼ໌ຄາຖາປົກປ້ອງໄວ້ບໍ່ໃຫ້ຫລົ້ມຈົມ ແຕ່ພວກເຂົາລືມກົດຂອງທັມມະຊາຕ ທີ່ພຣະສັມມາສັມພຸທເຈົ້າເວົ້າວ່າ 'ອນິຈຈັງ ວຕສັງຂາຣາ' ສິ່ງທີ່ທ່ຽງຄືຄວາມບໍ່ທ່ຽງ ບໍ່ມີຫຍັງຄົງຟ້າຕລອດໄປ
ບາງທີພວກເຮົາອາດຈະເຫັນພາຍໃນຊາຕນີ້ວ່າ ຣາຊວົງນີ້ຈະຢູ່ໄດ້ຕໍ່ໄປຫຼືບໍ່


ຢ່າໃຊ້ເວທມົນຕຼ໌ຫລິ້ນຂອງໄປໃນທາງບໍ່ຖືກ ດັ່ງເລກ 9 21 11 11 11 ຄື ສປປລ ພາກັນເອົາມາໃຊ້ ເພາະມື້ໃດມັນຫລຸ້ຍ ຄວາມທຸກຂ໌ຈະແລ່ນໃສ່ທັນທີ




--------------------------------------------------------------------------------
From: Santy Khammoung
To: laosnetwork group
Sent: Saturday, October 22, 2011 10:09 AM
Subject: RE: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ



ຄິດວ່າ ນໍ້າຖ້ວມປະເທດໄທ ແມ່ນເກີດຂື້ນຍ້ອນຝີມືຂອງມະນຸສ ຫລາຍກວ່າຈາກທັມະຊາດ
ເພາະມະນຸສໄປຂັດຂວາງ, ດັດແປງທັມຊາດຈົນເກີນທັມະຊາດ, ເຄີຍມີນໍ້າຖ້ວມທີ່ຝົນບໍ່ຕົກ.



--------------------------------------------------------------------------------
Date: Sun, 23 Oct 2011 00:38:09 +1100
Subject: Re: ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ
From: souk.thasy@gmail.com
To: laosnetworkroom@googlegroups.com

ທ່ານ ຕູ່ ທີ່​ຮັກ​​ແພງ


ທ່ານ ​ເປັນ​ຄົນ ສລາດ ​ໄຫວ​ພິບ​ດີ ເປັນ​ເລີດ ສາມາດ ມ​ອງການ​ໄກ​ໄດ້​ດີ
ຖ້າ​ທຽບ​​ສ່ກັບ​ຄົນ​ໂບຣານ ກໍ​ເຫມືອນ​ດັ່ງ​ພິ​ເພ​ກ ສາມາດ​ໄລ່​ລືກ​ໄລ່​ຍາມ​ໄດ້​ແມ່ນ​ຢຳ.
ຖ້າ​ທຽບ​ກັບ​ຍຸກ​ສ​ໄມ​ໃຫມ່ ​ແມ່ນ​ມີ​ຄວາມ​ຊຳນິ​ຊຳນານ​ໃນ​ດ້ານ ວິນິດ​ໄສ ວິ​ໄຈ​
ເຫດການ​ໄດ້ ຢ່າງຖືກຕ້ອງ ​ແລະ ​ແນ່ນອນ ​ແຕ່​ກໍ​ຕ້ອງ​ໄດ້​ລໍ​ຟັງ​ເບິ່ງ​ເຫດການ​ໃນ​ຕໍ່ຫນ້າ.


​ໂຊກ​ດີ
ສຸກ


2011/10/22 Tou Sitha

ທ່ານ ທັງຫລາຍ,
ໄພພິບັດຈາກທັມຊາດ: ເຊິ່ງເປັນການຍາກທີ່ຈະແກ້ໄຂດ້ວຍມະນຸດທັງຫມົດ ເຊັ່ນ ອຸຸທົກກະໄພ, ເຄື່ອນມະຫາສມຸດຍັກ, ອັຄຄີໄຟມະຫາການ ແລະ
ຣະບອບຄອມມີວນິສ ມັນຜ່ານມາສັນໃດ ມັນກໍຈະຜ່ານໄປສັນນັ້ນ ຫລື ຕາຍໄປສັນນັ້ນ.
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເສຣີປະຊາທິປະໄຕ ມັນກໍຈະກັບຄືນມາ ໃນລາວເຫມືອນເດີມ ຫາກຊາວລາວນອກປຸ້ມລຸມສາມັກຄີກັນ ຊ່ວຍກັນ ແບກການຕໍ່ສູ້ ເພື່ອປະຊາທິປະໄຕໂດຍບໍ່ລົດລະຄວາມພະຍາຍາມ.
ຣັກແພງ
ຕູ່


ອຸທົກກະໄພ

ນາຍົກລັດຖະມົນຕີໄທ ທ່ານນາງຍິ່ງລັກ ຊິນນະວັດໄດ້ເຕືອນປະຊາຊົນໃນເຂດບາງກອກ ໃຫ້ກຽມຮັບມືກັບໄພນໍ້າຖ້ວມໂດຍເວົ້າວ່າລັດຖະບານບໍ່ສາມາດສະກັດກັ້ນນໍ້າໄດ້ຕະຫຼອດ
ໄປແລະຄອງຕ່າງໆ ທີ່ໄຫຼຜ່ານບາງກອກລົງສູ່ອ່າວໄທນັ້ນ ອາດລົ້ນຂຶ້ນຖ້ວມ ຖະໜົນຫົນ
ທາງກໍເປັນໄດ້.
ປະຊາຊົນເປັນຈຳນວນຫຼວງຫຼາຍ ໃນເຂດບາງກອກ ໄດ້ພາກັນຫຼັ່ງໄປຊື້ອາຫານການກິນ
ແລະນໍ້າດື່ມມາເກັບສະສົມໄວ້ຂະນະທີ່ປະຊາຊົນໃນເຂດຊານເມືອງກໍ້າເໜືອທີ່ຖືກນໍ້າຖ້ວມ
ແລ້ວນັ້ນກໍໄດ້ພາກັນຫຼົບໜີອອກຈາກເຮືອນຊານບ້ານຊ່ອງ ຂອງພວກເຂົາເຈົ້າ.
ໃນວັນສຸກມື້ນີ້ ລັດຖະບານໄທເວົ້າວ່າ ມີຜູ້ເສຍຊີວິດຍ້ອນໄພນໍ້າຖ້ວມໄປແລ້ວ 342 ຄົນ
ຊຶ່ງນັບວ່າເປັນອຸທົກກະໄພທີ່ຮ້າຍແຮງສຸດໃນຮອບຫຼາຍໆທົດສະວັດ.


__________________
Anonymous

Date:
  
 

วันที่ ... มิถุนายน พ.ศ. 2482 เรียน นายกรัฐมนตรี

ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะคิดเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็น "ประเทศไทย" นั้น

ข้าพเจ้าไม่มีความเห็นพ้องด้วยเลย ควรจะให้คงไว้เป็นประเทศสยามเหมาะกว่า

เหตุผลมีดังต่อไปนี้


1. คำว่าประเทศสยามจะมาอย่างไร เกิดขึ้นครั้งไหนนั้น ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ แต่ทุก ๆ คนยอมรับว่า คำว่าประเทศสยามเรียกกันมานมนาน และนักศึกษาทุก ๆ คนย่อมทราบว่าเผ่าพันธุ์ของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศสยามตั้งแต่สมัยโบราณและ มาจนบัดนี้มีหลายเผ่าพันธุ์ และอาณาเขตประเทศสยามก็เคยลดและขยายออกไปตามกาลสมัย เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศสยามครั้งโบราณที่สำคัญก็คือไทย ลาว เขมร แขก และทุกชาติก็เป็นเอกราช แต่เมื่อรบราฆ่าฟันขับเคี่ยวกันมาไทยจึงเป็นผู้รวบรวมเอาลาว เอาเขมร เอาแขก มาขึ้นอยู่กับไทยบางส่วน และแถมมีมอญ มีญวน เชลยมาอยู่ในประเทศสยามก็มาก ดังนั้นลาวก็ดี เขมรก็ดี แขกก็ดี มอญญวนก็ดี ต่างก็รู้สึกของตนเองว่าตนเป็นชาติอะไร ไม่ผิดกับคนไทยที่รู้สึกตามว่าตนเป็นคนไทย ลาวก็ย่อมรู้สึกว่าเขาเป็นลาว แขกก็รู้สึกตนว่าเขาเป็นแขกมาแต่กำเนิด

ความรู้สึกในชาติกำเนิดนี้ย่อมฝังแน่นอยู่ในตัวเราทุก ๆ เผ่าพันธุ์ จะให้เขาเข้าใจนึกคิดว่าเขาเป็นคนไทยนั้นเป็นสิ่งที่ฝืนความรู้สึก เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ข้าพเจ้าคิดว่ามีวิธีเดียวที่จะเปลี่ยนลาว เขมร แขก มอญ ให้เป็นไทยได้ทั้งชีวิตจิตใจก็คือ จับผู้ใหญ่ฆ่าเสีย เหลือแต่ลูกเล็กเด็กแดงที่ไม่รู้เดียงสาไว้ แล้วจึงหลอกเขาว่าเขาเป็นไทย

2. ตามเหตุที่กล่ามาแล้ว จะมีแต่คนที่เกิดมาเป็นคนไทยตั้งแต่คลอดเท่านั้นจึงจะรู้สึกว่าตนเป็นคนไทย ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย หากเราจะไม่เปลี่ยนโดยใช้อำนาจแล้ว ก็ควรจะฟังความเห็นลาว แขก เขมร มอญ ซึ่งเป็นเพื่อนอยู่ร่วมประเทศดูบ้าง จะได้หยั่งทราบถึงความรู้สึกในใจของเขา ถ้าฟังแต่ความเห็นคนไทยแล้ว ก็ต้องได้รับเสียงตั้งร้อยเปอร์เซนต์ว่าเปลี่ยนเป็นประเทศไทยดี ทีนี้เรามาคิดกันดูว่าการที่เปลี่ยนเป็นประเทศไทยนั้นผลได้และผลเสียอย่าง ไหนจะมากกว่ากัน เราไม่ควรคิดถึงประวัติศาสตร์ท่านวรรณฯ หรือหลวงวิจิตรฯ กันให้มากไป จะทำให้คิดลำเอียงไปในทางเปลี่ยนดี

ที่คณะรัฐบาลได้เปลี่ยนเรียกชื่อชนชาวสยามเป็นไทยเหมือนกันหมด คือไทยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค ตอฉหน ภาคใต้ และไทยอิสลามนั้น ก็เพื่อจะให้เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย คิดว่าตนเป็นไทย ไม่ใช่เชลยอย่างแต่ก่อน แต่นั่นได้ผลเต็มตามความประสงค์ของรัฐบาลแล้วหรือ

ข้าพเจ้าคิดว่าเปล่าเลย

คนที่กำเนิดมาเป็นคนไทยเท่านั้นที่จะ ไม่รู้สึกอะไร แต่พวกลาว แขก เขมร มอญ ในใจเขาก็คิดว่าเขาเป็นลาว เป็นแขก เป็นมอญอยู่นั่นเอง จะให้จิตใจเขาคิดว่าเขาเป็นไทยตามที่รัฐบาลเกณฑ์ให้ไปนั้น ย่อมไม่ได้ เพราะความจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น จะฝืนให้คนรู้สึกในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่จริงเป็นจริงได้อย่างไร

ลองคิดกลับมาดูว่าจะเหมาให้ไทยเป็นแขกก็ย่อมจะรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้

นั่นข้าพเจ้าคิดว่ารัฐบาลคณะราษฎรของเราผิดหวังไปอย่างหนึ่ง คือลาวก็ดี แขกก็ดี ก็คิดว่าเป็นเมืองขึ้นหรือชาติเชลยของไทยอยู่ ถ้าเรียกเขาว่าเป็นชาวสยามตามรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะหายจากความน้อยเนื้อต่ำใจไปได้ โดยที่ต่างก็จะได้คิดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิเสรีภาพเท่ากันแล้ว เราก็ควรจะเป็นชาติเดียวกัน ไม่ใช่ชาติไทย ลาว แขก เป็นชาวสยามด้วยกัน การที่จะคิดว่าเป็นนายเป็นทาสก็จะได้สูญสิ้นไป ลาวหรือแขกที่ยังคงเป็นขี้ข้าเขาอยู่ก็อาจอยากมาเป็นชาวสยามผู้มีเกียรติกับ เราด้วย ที่รัฐบาลคิดเปลี่ยนเป็นไทยหมดเพื่อมิให้ใครคิดน้อยเนื้อต่ำใจกันจะได้ สามัคคีกลมเกลียวกันนั้น

ข้าพเจ้าเห็นว่ารัฐบาลคิดจะรวมน้ำใจคนโดยวิธีนั้นไม่ได้ตามที่กล่าวแล้ว

3. เมื่อการคิดรวมน้ำใจคนให้เป็นไทยหมดไม่ได้ผลดังข้าพเจ้ากล่าวแล้ว แล้วจะคิดมาเปลี่ยนนามประเทศอีก ยิ่งจะไปกันใหญ่ ขอให้เราหันไปมองดูตัวอย่างเยอรมันอีกครั้งหนึ่ง ในสมัยที่บิสมาร์กจะรวมเยอรมันนั้น ชาติปรุสเซียนหรือประเทศปรุสเซียมีอำนาจมาก จึงได้ใช้อำนาจรวมเอาประเทศราชมีบาวาเรีย แซกซอนนี่ วีรเตมเบิก ฯลฯ เข้ามาเป็นประเทศเดียว ถ้าจะคิดก็คือประเทศราชเล็ก ๆ เหล่านั้นควรเป็นเมืองขึ้นของปรุสเซีย แต่บิสมาร์กหรือชาวปรุสเซียนมิได้ถือตัวว่าเป็นผู้มีอำนาจหรือชนะ ใครเป็นผู้ชนะ เขาจึงรวมกันได้ทั้งกายทั้งจิตใจ

ลองคิดกลับมาดูคนไทยเรา ไทยก็เป็นผู้มีอำนาจ ได้รวบรวมเอาลาว เอาแขก และเอามอญมาเป็นเชลย คล้ายปรัสเซียสมัยโน้น แต่ไทยเราครั้งโบราณมิได้คิดจะรวมน้ำใจคน จึงมิได้เปลี่ยนนามชาติ มาสมัยนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะรวมน้ำใจคนในชาติ แต่รัฐบาลได้ทำพลาดไป คือเปลี่ยนเป็นชาติไทย คนจึงยังคิดว่ามีผู้ชนะมีเชลยกันอยู่ น้ำใจจึงยังกลมเกลียวกันไม่ได้ ถ้าได้คิดเปลี่ยนเรียกเป็นชนชาวสยามจะเหมาะสมกว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นประเทศไทย ก็คือคนไทยผู้ชนะเท่านั้นที่ดีใจ แขก มอญ ลาว เขมร ญวน ซึ่งอยู่ในประเทศสยามเวลานี้ ท่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ ว่าเป็นชาติเชลยของไทยไปชั่วกัลปาวสาน หาเกียรติมิได้ ไม่ผิดกับแขกพวกเดียวกับในมลายู หรือลาวพวกเดียวกับแคว้นลาว ที่ล้านนา และ ราชอาณาจักรลาว

ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วนี้ ก็หวังเพื่อประโยชน์แก่ชาติประเทศในอันที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับคนซึ่งมีเผ่า พันธุ์ต่าง ๆ กันในประเทศสยามของเราด้วยน้ำใสใจจริง ข้าพเจ้าเป็นชาว ล า ว จาก ภาค ตอฉหน ผู้หนึ่งรู้สึกไม่พอใจมาตั้งแต่รัฐบาลได้เรียกคน ล า ว จากภาค ตอฉหน ว่าไทยภาคอิสานมาแล้วครั้งหนึ่ง คือการที่เรียกเช่นนั้นเป็นการหลอกกันชัด ๆแต่ชาวลาวในภาค ตอฉหน ยังใกล้ไทยมาก สำหรับแขกซึ่งรัฐบาลไทยเรียกว่าไทยอิสลามนั้น ไกลกับไทยลิบลับ พวกนั้นเขาก็รู้ว่าถูกหลอกอย่างช้าพเจ้าเป็นแน่

ขอให้นึกถึงความจริงอีกข้อหนึ่งว่า คนในโลกนี้ไม่มีใครอยากได้รับการเหยียดหยาม ชอบมีเกียรติด้วยกันทุกคน ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาเรื่องการรวมน้ำใจคนในชาติโดยวิธีตามความเห็นที่ว่าไป เช่นนี้เป็นการดีมาก ขออย่าได้ปรึกษากันเฉพาะคนไทยหรือเฉพาะผู้คล้อยตาม จะไม่ได้รู้ความจริง


ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ร.อ.กุหลาบ กาญจนสกุล

__________________
Anonymous

Date:
  
 

สุรชัยสากแดง เขียน::thanks: :thanks:ขอบคุณทั้งดร.เพียงดินและ ดร.ริชาร์ด  ซัยโสมร และ

ทีมงานทุกๆท่านที่ช่วยให้งานสำคัญของพี่น้องผู้รักชาติรักปชต

ได้ถูกจัดขึ้นและดำเนินไปสำเร็จอยางดีและเป็นเกียรติอันนำมาซึ่ง

กำลังใจและความภาคภูมิใจของพี่น้องเสื้อแดงอย่างสูงสุด

ดีใจมากทีTAHR จะเป็นอีกแรงในการสร้างความถูกต้องและ

ความเสมอภาคในการเกิดมาเป็นปชชไทยให้คนไทยทุกคน

ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนสัญชาติไหนเมื่อท่านยืนอยู่บนแผ่นดินไทย

ท่านจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิในความเป็นมนุษย์ของท่าน

เช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้วเค้าได้รับกัน ขอบคุณจากใจจริงๆครับ

ยื่นยันไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของโลกแต่เลือดรักชาติบ้านเกิด

ของคนไทยมันไม่เคยจืดจาง และกราบขอบพระคุณพี่น้องชาว

ลาวผู้เป็นยิ่งกว่าเพื่อนบ้านของคนเสื้อแดงในยามนี้ด้วยครับ

:thanks::love::thanks::love::thanks::love::thanks::love::thanks::love:


สรุปได้ตรงใจครับ คุณสุรชัยสากแดง

_________________
piangdin rakthai (prachathai)


__________________
Anonymous

Date:
  
 

 

พระองค์เป็นพ่อของประชาชนชาวไทยทรงเหนื่อยมามาก 1. ทรงเอาเปรียบประชาชนมาทั้งชีวิต 2. ทรงสังหารประชาชนมาทั้งชีวิต 3. ทรงโกงประชาชนมาทั้งชีวิต แล้วพ่อจะไม่เหนื่อยหรือครับ

ภูมิพลที่สร้างภาพเป็นเทวดา..แต่มันมาจากพ่อที่มียศเป็นเจ้าชายแต่ไปเอาแม่ของมันที่เป็นไพร่ในเรือนย่าของมัน..ถุย สร้างภาพจริงวุ้ยไอ้พันธ์จัลฑาลคนนี้..

 

ความผิดที่มองเห็นชัดที่สุดของไอ้เหี้ยภูมิพลคือ จ่ายเงินเบี้ยยังชีพคนแก่แค่ห้าร้อยบาท ผิดกฏหมายสากลโดยสิ้นเชิง โทษของมันเอาไปตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรก็ยังไม่พอ อย่าว่าแต่ ปล่อยจํ้าท่วมประชาชนเลย ..เคยมีหรือที่นํ้าท่วมขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันเพลี่ยงพล๊้าทางการเมือง นํ้าก็ไม่ท่วมขนาดนี้



__________________
Anonymous

Date:
  
 

www.siengseriyonlao.com
Facebook: anourak anourak
http://pastehtml.com/view/bbj8365jr.html
http://k003.kiwi6.com/hotlink/q5r9unw7h2/view112171.htm

Blue max ໃຫ້ແນວຄິດມີ່ຫ້ນາສົນໄຈກ່ຽວກັບນ້ຳຖ້ວມ ໃນ ປທທ ເວລານີ້
................
ເຂື່ອນນ້ຳສອງອັນຊື່ວ່າ ເຂື່ອນພູມິພົລ ແລະ ເຂື່ອນສິຣິກິຕ ເຂື່ອນສອງອັນນີ້ປັ່ນໄຟໄປລ້ອງສູນການຄ້າ ພາຣາກອນ ແລະ ຫລາຍອັນ ທີ່ເປັນຂອງໃນຫລວງພູມິພົລ ທັງເປັນເຈົ້າຂອງໂຣງຊີມັງ ອອກສ້າງເຂື່ອນໄທເຂື່ອນລາວ
ຖ້າວ່າອັດເຂື່ອນ ສູນຄ້າກໍຂາດໄຟ ຕ້ອງປ່ອຍນ້ຳອອກເຂື່ອນຈັ່ງສົ່ງໄຟໄດ້ ອີກຢ່າງນື່ງຄັນປ່ອຍນ້ຳລົງຮ່ອງໄຫລອອກທະເລຕ້ອງຜ່ານບາງກອກ ເລີຍຕ້ອງອັດຄອງ ກັ້ນໄປ...ບ່ອນໃຫມ່ ໄຫລຖ້ວມປະຊາຊົນ ທາງວັງສວນຈິດລະດານັ້ນມີສິທພິເສດສູງສຸດຕ້ອງປ້ອງກັນໄວ້ບໍ່ໃຫ້ນ້ຳກາຍ
ແຕ່ແລ້ວ ຖ້າອັດກຸງເທບ ນ້ຳມັນຈະບໍ່ໄປໄສ ສິອັ່ງຢູ່ຫັ້ນລ່ະ ເພາະມັນເປັນຍາມຫນາວແລ້ວ ນ້ຳບໍ່ເຫີຍຂຶ້ນຟ້າຫຣືຊຶມລົງດິນ ນັບມື້ນັບເນົ່າເຫມັນ ຈາກສິ່ງເສດເຫລືອມະນຸສແລະສັຕວ໌ ສ່ຽງອັນຕຣາຍຈາກໂຣຄອະຫິວາຖອກທ້ອງ
ຣາຊວົງສ໌ຈັກກີສຍາມນີ້ຖືສາສນາພລາມໃຊ້ເວທມົນຕລາຄາຖາ ດັ່ງຕົວຢ່າງພາກັນເຮັດພິທີໄສຍສາຕໄລ່ນ້ຳ ແຕ່ຈະສັງເກຕດີແລ້ວນ້ຳຄຶສັຕຣູຂອງດິນຫຣື ພູມ ຕ່າງໆ ຖ້າຢູ່ສູງກ່ວາ ຫລານຊາຍຣາຊວົງສ໌(ລູກສາວກົກ ອຸບົນຣັດ)ນີ້ເຄີຍຖື່ກພາຍຸສຶນາມິເອົາໄປຈົມລົງນ້ຳ ແລະດຽວນີ້ກຳລັງ ພຍາຍາມຈະໄປໃຫ້ເຖີງຣາຊວັງໃຫ້ໄດ້ເປັນການລ້າງອາຖັນຈັກກີ ທີ່ເອົານົກຄຣູເປັນສັນຍາລັກສນ໌ປະຈຳຕະກູລ ເມືອໃດນ້ຳພຍານາຄໄປຮອດມັນຈະເປັນການລ້າງມົລທິນເວທມົນຕຼ໌ໃຫ້ລຸ້ຍລົງ ເວລານັ້ນຣາຊວົງນີ້ ກໍຈະຫມົດໄປທັນທີ ນາຄກັບຄຣຸທ ເປັນສັຕຣູກັນ ພວກເຂົາຮູ້ດີແລະກໍ່ຢ້ານພຍານາຄແທ້ໆ
ຣັຊກາລທີ່ນຶ່ງ ນາຍພົນທອງດ້ວງເອົາພຣະແກ້ວ ແລະຫລັກເມືອງຈຳປາສັກໄປປຸກເສກສ້າງກຸງເທພເສກເວທມົນຕຼ໌ຄາຖາປົກປ້ອງໄວ້ບໍ່ໃຫ້ຫລົ້ມຈົມ ແຕ່ພວກເຂົາລືມກົດຂອງທັມມະຊາຕ ທີ່ພຣະສັມມາສັມພຸທເຈົ້າເວົ້າວ່າ 'ອນິຈຈັງ ວຕສັງຂາຣາ'
ສິ່ງທີ່ທ່ຽງຄືຄວາມບໍ່ທ່ຽງ ບໍ່ມີຫຍັງຄົງຟ້າຕລອດໄປ
ບາງທີພວກເຮົາອາດຈະເຫັນພາຍໃນຊາຕນີ້ວ່າ ຣາຊວົງນີ້ຈະຢູ່ໄດ້ຕໍ່ໄປຫຼືບໍ່

ຢ່າໃຊ້ເວທມົນຕຼ໌ຫລິ້ນຂອງໄປໃນທາງບໍ່ຖືກ ດັ່ງເລກ 9 21 11 11 11 ຄື ສປປລ ພາກັນເອົາມາໃຊ້ ເພາະມື້ໃດມັນຫລຸ້ຍ ຄວາມທຸກຂ໌ຈະແລ່ນໃສ່ທັນທີ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ
ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ
ກູ່ມ ພັນໂທກ ລາວນອກ ແມ່ນພັນໂທກ ຮັບໃຊ້ລາວແດງ


ຈົ່ງອາງໄຟ ເຮັດວຽກກັບລາວແດງມາກ່ອນ

ດຣ ບັວຣອຍ ເຄີຍຕໍ່ຕ້ານ ຢູສີສ ທີ່ ປາກເຊ ມາ ອມຣກ ປ່ຽນຊື່ເທົ້ານັ້ນເອງ

ໂຈໂຈ ເປັນຄົນທີ່ມີຄວາມຮັບຜິດຊອບໃນPaltalkSoPoPoLo ມາກ່ອນ ຮຽນການເມືອງຫລັງຫ້ອງແລະເປັນຜູ້ຕ່າງຫ້ນາຂາຍເບັຍໂຈນລາວແດງ ທີ່ ອມຣກ

ມາຕາມນັດ ມີເຊື້ສາຍຄົນແນວລາວ


ເມື່ອ ຫູ່ນມສິໄຄ ແຍກອອກໄປເປິດຫ້ອງໄຫ່ມ ເຂົາກະດ່າ ຈົງອາງໄຟສຸດຂີ ຄວາມຈີງຢ່າງໃດ ຫູ່ນມສີໄຄບໍ່ຈົ່ງ

ເຖີງຈົ່ງອາງໄຟ ປະນາມຫູ່ນມສີໄຄ ທີ່ ເປິດເຜິຍຄວາມຈີງໃນຫ້ອງ ລາວຮວມລາວເຂົາຢ່າງຮູ້ນແຮງທີ່ສຸດໃນວັນທີ່


19ເດືອນ10ນີ້ເອງ


ການເກັບເງີນແມ່ນແຜນຂອງບັກ ດຣ ຂີ້ໂກງ ບັວຣອຍ

ໄປຢູ່ໄສມັນບໍ່ຍອມຖິ້ມສັນດານຊັ່ວໆມັນ

ປານນັ້ນເສຶອກ ລາກຕົນເອງເປັນ ນຍ ຣັຖບານຜັດຖີ່ນ ທີ່ໄຮ້ຄວາມຫມາຍໃນສາຍຍຕາສາກົນ ເພພາະ ໃຜ ໆ ກະຮູ້ວ່າບັກນີ້ ເປັນສາຍໄສ້ໃຫ້ໂຈນລາວແດງ


ເທຶ່ອຫ້ນາຊີເວົ້າເລື້ອງຄູບາຜ້າແດງ ກັບ ດຣ 5ສະຖາບັນ ທີ່ທ່ຽວຫາຫລອກເອົາເງີນຄົນລາວ

ຕົ້ມແມ່ນອາຊີບຂອງບັກ ດຣ ຫ້ນາຫມານີ້






__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໄຊຊນະຂອງ ໂຈນລາວແດງ ເຂົ້າມາທຳລາຍPaltalk LaoNork ພາຍໄຕ້ການຄອບຄູມຂອງຈົ່ງອາງໄຟໂດຍ ໂດຍນ້ຳມືຂອງສາວ Bamboo-29 ຫລື ທີບພາວັນ
ນາຍຄັງຂອງບັກພະຫັວຂີ້ກາກ ສຫວັດ ວີນັຍມອນຈາກວັດ ສີຕະນາກ ແຊງເລີ ລາ ຝໍແຣ ປາຣີສ ທີ່ ມື້ນີ້ ທີ່ 131011 ແຍກຕັວອອກໄປຕັ້ງເວທີໄຫ່ມ ກັບ ຫນູ່ມສີໄຄ ທີ່ມີຊື່ວ່າ Lao huam Lao
ເຫດຜົນຂອງການແຕກແຍກ ວັນທີ່ 30092011 ຈົ່ງອາງໄຟ ຢາກສ້າງຊື່ສຽງ ບອກໃຫ້ ສາວທີບພາວັນ(ບຳບູ29) ໄປສັມພາດ ບັກຫມາສເມີມູ່ນທະລາຍ ທ...ີ່ ປາຣີສ ເອົາຄລີບອອກມາທ້າທາຍກັບຈົ່ງອາງໄຟ ຫາເລື້ອງ ວ່າ ຝ່າຍຂວາ ໄປສັມມະນາດ້ວຍຄວາມສມັກໄຈ ພຣະເຈົ້າແຜ່ນດິນຍອມຈຳນົນອາສາມັກເຊັນສລະຣາຊບັນເອງ ແລະ ໂຕມັນເອງຫລອກໂລກທັງໂລກວ່າ ການພາກັນລຸກຮື້ເດີນຂບວນ21ແກ້ງການເມືອງຮັບໃຊ້ໂຈນປາງນັ້ນ ບໍ່ມີໃຜຢູ່ເບຶ້ອງຫລັງ
ຊື້ງເຫດຜົນສາມຢ່າງນີ້ເຮັດໃຫ້ ແກ້ງຈົ່ງອ່າງໄຟ( ໂຈໂຈ ແອປຊັນ ມາຕາມນັດແລະອື່ນໆ...) ບໍພໍໄຈ
ດ່າປະນາມບັກຜິຫ່າ ສເມີມູ່ນທະລາຍຢ່າງບໍ່ຈົ່ງຫ້ນາແລະຮູນແຮງ ຈົນເຮັດໃຫ້ ສາວ ທິບພາວັນ(ບຳບູ) ບໍ່ພໍໄຈ ລາກ ຫູ່ນມສິໄຄ ໄປຕັ້ງ ເວທີໄຫ່ມ ຊື່ວ່າ ລ າ ວ ຮ່ ວ ມ ລ າ ວ
ຫມາຍເຫດ ມື້ຕໍ່ມາ ສາວບຳບ ເອົາ ທ້າວ ພຸກ ຫລື ສຸວັນນະຣາຊ ມາເວທີດັ່ງກ່າວ ເພື່ອສແດງເຈດຈຳນົງໃນການ ບອກໂລກວ່າ ເຂົາເອງໄດ້ປິ້ນຫລັງໃຫ້ໂຈນລາວແດງແລ້ວ ໂດຍໄດ້ອ່ານຄຳສາຣະພາບຂອງວັນທີ່ 22 06 1994
ແຕ່ເຖິງຢ່າງໃດເຂົາກະຍັງຖືກແກ້ງຂອງ ຈົງອາງໄຟຢຽບຈົນໄດ້
ອັນເປັນຄັ້ງທີ່ສອງເຖິງສາວບຳບູ(ທິບພາວັນ) ຕັດສີນໄຈແຍກກັນໄປກັບຫູ່ນມສີໄຄ

ນີ້ບໍ່ແມ່ນຄັ້ງທຳອິດນະ

ຕໍ່ໄປຈະບອກເຖິງ

ຈຸດຈົບ ພັກໂທກລາວນອກ ຂອງຈົ່ງອາງໄຟ ເລີ້ມຂື້ນເມື່ອໃດ??

ການເປີດໂສມຫ້ນາຕັວຈີງຂອງ ດຣ 5ສະຖາບັນ ບັວຣອຍທີ່ຢືນໃນຄວາມມີສັນດານຫລອກຄົນລາວຕົນເອງ
ຈົ່ງອາງໄຟຄວນຫລືກທາງບໍ??
ແຕ່ບໍ່ເປັນຫຍັງມືນິ້ ຂໍເຕືອນຢ່າງນີ້
ນ້ອງຊາຍຂອງ ນາຍຍົກ ສາມ ຣັຖບານຜັດຖີ່ນ ກະຊີບໄສ່ຫູຊາວລາວທີ່ໄກ້ຊິດກັບອ້າຍເຂົາດັ່ງນີ້
.........ຖ້າອ້າຍເຂົາບໍ່ມີເງີນ ຫິວໂຫດ ບໍ່ມີແນວຈະກິນ
ຈົ່ງຊ່ວຍເຂົາ ໃຫ້ຄວາມເປັນທັມຕາມ ລາວຕໍ່ລາວເຫັນມົກເຫັນໄຈກັນ

ແຕ່ ...ແຕ່....

ຖ້າເຂົາຂໍຢືມເງີນ ຫ້າມເດັດຂາດ ບໍ່ໃຫ້ເວົ້າເຖິງສີ່ງນີ້
ເພາະເຂົາຕົວຕົ້ມໄດ້ແມ່ນກະທັງພໍ່ເກິດເກົ້າເຂົາເອງລົງໄດ້ແທ້ໆ..........
ມາຕາມນັດ ໂຈໂຈ ແມ່ນໃຜ ????

OMCແມ່ນອິຫຍັງ???

ເຣົາຈະເປິດໂປ່ງໃຫ້ຟັງ





__________________
Anonymous

Date:
  
 

Facebook:Anourak Anourak Phiphikasa
ທ່ານດຣ
ຖແລງການມື້ວັນທີ່14.10.2011 ຂອງ ກູ່ມສິດທີມະນຸດຂອງທ່ານ ດຣ ຜ່ານມາເວລາ21 ໂມງ
ມີຂໍ້ ຄວນນຳໄປຄິດບໍ່ໃຫ້ເກິດຂື້ນໃນໂອກາດຫ້ນາດັ່ງນີ້
1. ພາສາລາວເປັນພາສາທີ່ປາກຫລາຍທີ່ສຸດໃນ ປທທ(ຜູ້ຂ້າຂະໂມຍຈາກປື້ມW.A.Smalley:Linguistic Diversity and National Unity. London Chicago 1994)ເດິເວລານີ້ ແຕ່ທ່ານ ດຣ
... ບໍ່ໄດ້ເວົ້າເຖີງການຖືກນາບຂູ່ທາງດ້ານສີດທີມະນຸດຂອງພີ່ນ້ອງລາວເຣົາໃນຂົງເຂດນີ້ເລີຍ ແຕ່ ທ່ານ ດຣກັບຊູພາສາເຈົ້າພໍ່ອານານີຄົມທ້ອງຖີ່ນເຂົ້າມາປະປົນໃນການປາກເວົ້າຢ່າງຫ້ນາລະອາຍ
ໄຈທີ່ສຸດ
2. ໃນຖານະເຈົ້າພາບ ບໍ່ສົມຄວນເລີຍຈະປ່ອຍໃຫ້ ພວກคลั่งชาตีไทย ມາລອຍນວນໃນເວທີທ່ານ
ແລະທ່ານເອງເປັນເຈົ້າພາບບໍ່ມີເວລາເລີຍຈະອະທີບາຍຕ້ານລັດທີໄທຍໄຫ່ຍຂອງເຂົາຄົນນີ້ໄດ້(ກ່ອນປິດລາຍການນະ)
ປິ 1893 ຝຣັ່ງເຂົ້າມາຍຶດຄອງດິນແດນຝັ່ງຊາຍໄປຄອບຄອງມັນດິແລ້ວຈະບໍ່ໄດ້ເປັນອື່ນໄປ ເຫມືອນພີ່ນ້ອງລາວເຣົາກ່ວາ40ລ້ານ ທີ່ຝັ່ງຂວາຖືກລົບລ້າງຄວາມເປັນລາວຢ່າງຫ້ນາດ້ານ
ທີ່ສຸດບໍ່ສົມກັບທີ່ທ່ານຍີ້ມແຍ້ມແຈ່ມໄສອອກປາກວ່າ ລ າ ວ ໄທຍ ສາຍເລຶອດດຽວກັນ (ງາມຫລາຍທີ່ສຸດທີ່ຢືນໃນທ່າທີນີ້.......ຫລາຍຄົນອາດຈະມອງໄປແງ່ອື່ນ)
ແລະ ຢ່າລືມ ປໍພີບູນສົງຄາມ ໂດຍມີເຈັກ ວິຈິດວາທາການເປັນຕັວຊູທີ່ສຳຄັນໃນການແຕ່ງເພັງ
ຂ້າມໂຂງສູ່ແດນໄທຍ ຊື້ງ ຄົນບ້າສຕິໃນງານຂອງທ່ານກ່ອນອັດລາຍການໄດ້ເວົ້າເຖີງຫລາຍຫົນ ໂດຍ ທີ່ ທ່ານດຣ ບໍ່ມີປະຕິກິຣິໂຕຕອບຫຍັງຫົມດ ກະຊີເຫັນເຫັນວ່າ ການຂຍາຍລັດທີໄທຍໄຫ່ຍປາງນັ້ນໄດ້ມາສວມໃຊ້ເວທີຂອງທ່ານໄດ້ຜົນທີ່ສຸດ ເພາະ ມີການຖ່າຍທອດສົດທັ່ວໂລກ
ທ່ານ ດຣ ນັກຊາດນີຍົມເຕັມຮູບແບບຄວນຍັບຍັ້ງລັດທີ່ນີ້ໄດ້ແລ້ວ ຫລືຢ່າງນ້ອຍກະປະຕິເສດປະວັດສາດທີ່ ພະເອກຄົນດຽວແທ້ໆຂຽນໄດ້ນະ
ຂອບໄຈ
ມີການໃຫ້ຄວາມກະຈ່າງແຈ້ງທີ່ສຸດ ໃນວີທຍຸ

www.siengserixonlao.com

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ປະກາດແກ້ຂ່າວMISE AU POINT

ທິມງານວີທຍຸສຽງເສຣີຊົນລາວທີ່ເອິ­ຣົບຂໍປະກາດແກ້ຂ່າວ

ເນື່ອງຈາກວ່າ ທາງວີທຍຸໄດ້ອອກຂ່າວກ່ຽວອາຈານຫັວ­ຂີ້ກາກໂຈນລາວແດງບັກສະຫັວດ ວີລັຍທອນ Wat St.Leu La Forêt Paris ມື້ວັນເສົາ ທີ່8.10.11 ມີ ເມັຍນ້ອຍ ທີ່ ປາຣີສ ຊື່Charlotte ທີ່ ປທທ ມີອິກຄົນແມ່ນຊາວລາວຈາກ ອັຕປື ບ້ານບັກ ຈູມມາລີ ປທປທ ສປປລ ແລະ ທີ່ ບອກໂດພາກກາງປທຝຣັ່ງ ມີເ ມັ ຍ ອິກ ຄົນ ຊື່ ນ າ ງ ຫວັ ນ ແລະຂໍແກ້ວ່າດັ່ງນີ້ທ່ານ ຄຳຫັ້ມນ ພຣະສວັດ ບ...ໍ່ມີຫຍັງທາງຊູ້ສາວ ຫລຶ ເປັນຜັວ ກັບ ນາງຫວັນ ຫຍັງເລິຍ

ຂໍໃຫ້ເຂົ້າໄຈຕາມນີ້ດ້ວຍ


__________________
Anonymous

Date:
  
 


ท่าน "ลาวสะวัน พ่อกะดวด"เกี่ยวชื่อ Smane นั้นเขียนผิดไปที่ถูกแล้วคือ Sananh Southichak หรือ สนั่น สุดทิจัก ขอไห้เข้าใจตามนี้ด้วย.เกี่ยวกับขบวรการ
21 Gang นี้ที่เข้าร่วมทำงานไห้ NLHXภายไ้ต้การวางแผนลับของVietnam เพื่อทำลายล้มล้างระบอบ"พระราชอาณาจักรลาว"มีหลายสหาย คือ:เจ้า สีหาราช
ผาสุก,สะเมอ มุทะไล,ถั้น พมสะวัน,สว่าง จันเทพา,แก้ว พูนพมเดช,สุวันนะราช จินดาวง(ท้าว พุก สุนดาลา สวนมอน),ตันอาวง วอระบุด,ทองไบ ไซยะราช,
ท้าวคำฮ้อย,พันเอก.พุททะเสน พานคำ,Dr.เต็ม เดโซ และในปัจจุบันนี้ก็ัยังมีอีกมากทำงานไห้ พัก-ลัด สปปล ในต่างประเทศ-ประเทศไกล้เคียง ในรูปผู้ลี้ภัยการเมือง,ลี้ภัยเศรษฐกิจ และ ในรูปพระสงฃ์ต่างๆอีก ปะปนร่วมกับการจัดตั้งกับลาวเื่พื่อหาข่าวการคลื่อนไหว"นักต่อสู้เื่พื่อประชาธิปไตย"ส่งไปไห้ สปป ลาว
นับตั้งแต่1975มา เพื่อขุดราคถอนโคลนไห้หมดไป ตามทิสดียึดครอง"แผ่นดินลาว"ของเวียตนาม โปรดท่านลาวนอกระวังในเรื่องนี้ไห้ดี-เข้าใจ อย่าหลงทิสดี
เกมการเมืองหลอกลวง ของเวียตนามที่หลอกไช้ พัก-ลัด สปปล เ็ป็นหุ่นเชีดออกหน้า เพาะพวกผู้นำ สปปล เหล่านี้ยังเป็นคนด้อยปัญญาอ่านเกมการเมืองของ
เวียตนามเบื้องลึกๆไม่ออก เช่นความโง่ๆของ สุวรรณภูมา,สุภาณุวงค์ ที่ถูกหลอกไช้มานั้นเอง แผนลวงลาวนอกของลาวแดงที่มีเวียตนามวางแผนอยู่ข้างหลัง
คือทิสดี เปีดกว้างต่างๆ และ การสร้าง"อนุสาวรี์เจ้าอนุ"อนุสาวรีย์แห่ง"รอยบาป-รอยแคล้น"ไห้คนลาวสองฝั่งแม่โขงที่ถูกไทยสยามปกครองนับตั้งแต่1893
กับลาวฝั่งซ้ายเวียตนามปกครอง1975มาลุกขื้น"ลาวฃ่าลาว"กันเอง คนที่ได้ชัยชนะในบั้นสุดท้ายของเกมส์นี้ก็คือ เวียตนาม และ ไทยสยามนั้นเอง กลยุทธ์
การเมือง ไครดี,ไครฉลาด,ไครเก่ง ไครได้-ไครโง่-มืดบอดทางปัญญา ก็เสีย เช่นดียวกับรัฐบาลขวาสวรรณภูมาเป็นตัวอย่างไห้พวกท่านเห็มมาแล้ว...
อยากไห้ข้อคิดแก่ท่านนำไปวิเคราะ์์ห์พิจารนาเีกี่ยวกับปัญหาลาวของท่าน ท่านจะคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเหล่านี้คือ:1.นักการมืองเวียตนามคิด
อย่างไรกับคนลาวและประเทศลาว! และ ผู้นำ สปปล คิดอย่างไรกับที่ผูกสัมพนธ์อย่างแน่นแฟ้นกับเวียตนาม! 2.ไทยสยาม กับ เวียตนาม คิดเห็นเกี่ยวกับลาว
เ็ป็นอย่างไรในทางการเมือง! 3.ไทยสยามคิดอย่างไรทางการเมืองในปัจจุบันกับ สปปล! 4.จีน-เวียตนาม เกี่ยวกับลาว!5.จีนเกี่ยวกับลาว! เอาละแค่ห้าข้อก่อน.
ทุกๆการต่อสู้มีหลายวิธีการรวมกันจึ่งจะถึงปลายทางแห่งความสำเร็จ เช่น ประเมีณสถานการณ์,ยุทธวิธี,ยุทธศาสต์,กำลังคน,ความอ่อนแอ-แข็งแรง-เข้มแข็ง
การดำเนีนกลยุทธ์,การบุกโจมตี-การต่อสู้,การมีสายลับ และ การไช้สายลับ.




http://www.siengserixonlao.com/

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ท่าน "ลาวสะวัน พ่อกะดวด"เกี่ยวชื่อ Smane นั้นเขียนผิดไปที่ถูกแล้วคือ Sananh Southichak หรือ สนั่น สุดทิจัก ขอไห้เข้าใจตามนี้ด้วย.เกี่ยวกับขบวรการ
21 Gang นี้ที่เข้าร่วมทำงานไห้ NLHXภายไ้ต้การวางแผนลับของVietnam เพื่อทำลายล้มล้างระบอบ"พระราชอาณาจักรลาว"มีหลายสหาย คือ:เจ้า สีหาราช
ผาสุก,สะเมอ มุทะไล,ถั้น พมสะวัน,สว่าง จันเทพา,แก้ว พูนพมเดช,สุวันนะราช จินดาวง(ท้าว พุก สุนดาลา สวนมอน),ตันอาวง วอระบุด,...ทองไบ ไซยะราช,
ท้าวคำฮ้อย,พันเอก.พุททะเสน พานคำ,Dr.เต็ม เดโซ และในปัจจุบันนี้ก็ัยังมีอีกมากทำงานไห้ พัก-ลัด สปปล ในต่างประเทศ-ประเทศไกล้เคียง ในรูปผู้ลี้ภัยการเมือง,ลี้ภัยเศรษฐกิจ และ ในรูปพระสงฃ์ต่างๆอีก ปะปนร่วมกับการจัดตั้งกับลาวเื่พื่อหาข่าวการคลื่อนไหว"นักต่อสู้เื่พื่อประชาธิปไตย"ส่งไปไห้ สปป ลาว
นับตั้งแต่1975มา เพื่อขุดราคถอนโคลนไห้หมดไป ตามทิสดียึดครอง"แผ่นดินลาว"ของเวียตนาม โปรดท่านลาวนอกระวังในเรื่องนี้ไห้ดี-เข้าใจ อย่าหลงทิสดี
เกมการเมืองหลอกลวง ของเวียตนามที่หลอกไช้ พัก-ลัด สปปล เ็ป็นหุ่นเชีดออกหน้า เพาะพวกผู้นำ สปปล เหล่านี้ยังเป็นคนด้อยปัญญาอ่านเกมการเมืองของ
เวียตนามเบื้องลึกๆไม่ออก เช่นความโง่ๆของ สุวรรณภูมา,สุภาณุวงค์ ที่ถูกหลอกไช้มานั้นเอง แผนลวงลาวนอกของลาวแดงที่มีเวียตนามวางแผนอยู่ข้างหลัง
คือทิสดี เปีดกว้างต่างๆ และ การสร้าง"อนุสาวรี์เจ้าอนุ"อนุสาวรีย์แห่ง"รอยบาป-รอยแคล้น"ไห้คนลาวสองฝั่งแม่โขงที่ถูกไทยสยามปกครองนับตั้งแต่1893
กับลาวฝั่งซ้ายเวียตนามปกครอง1975มาลุกขื้น"ลาวฃ่าลาว"กันเอง คนที่ได้ชัยชนะในบั้นสุดท้ายของเกมส์นี้ก็คือ เวียตนาม และ ไทยสยามนั้นเอง กลยุทธ์
การเมือง ไครดี,ไครฉลาด,ไครเก่ง ไครได้-ไครโง่-มืดบอดทางปัญญา ก็เสีย เช่นดียวกับรัฐบาลขวาสวรรณภูมาเป็นตัวอย่างไห้พวกท่านเห็มมาแล้ว...
อยากไห้ข้อคิดแก่ท่านนำไปวิเคราะ์์ห์พิจารนาเีกี่ยวกับปัญหาลาวของท่าน ท่านจะคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเหล่านี้คือ:1.นักการมืองเวียตนามคิด
อย่างไรกับคนลาวและประเทศลาว! และ ผู้นำ สปปล คิดอย่างไรกับที่ผูกสัมพนธ์อย่างแน่นแฟ้นกับเวียตนาม! 2.ไทยสยาม กับ เวียตนาม คิดเห็นเกี่ยวกับลาว
เ็ป็นอย่างไรในทางการเมือง! 3.ไทยสยามคิดอย่างไรทางการเมืองในปัจจุบันกับ สปปล! 4.จีน-เวียตนาม เกี่ยวกับลาว!5.จีนเกี่ยวกับลาว! เอาละแค่ห้าข้อก่อน.
ทุกๆการต่อสู้มีหลายวิธีการรวมกันจึ่งจะถึงปลายทางแห่งความสำเร็จ เช่น ประเมีณสถานการณ์,ยุทธวิธี,ยุทธศาสต์,กำลังคน,ความอ่อนแอ-แข็งแรง-เข้มแข็ง
การดำเนีนกลยุทธ์,การบุกโจมตี-การต่อสู้,การมีสายลับ และ การไช้สายลับ.Mehr anzeigen

Facebook: Champalao Laolao
Blacksaphire ເວົ້າເຖີງ gang21 ອົງການພາຍໄຕ້ການນຳພາຂອງບັກຜິຫ່າສເມີທູ່ນທະລາຍ ທີ່ປາຣີສດຽວນີ້ ຕົກເປັນເຄຶ່ອງມືໃຫ້ໂຈນ ລາວແດງ ມະຫາກຸສຸວັນນະເມທີ ແລະ ສນັ່ນສຸດທີຈັກ ໃນນາມສະມາຊິກພັກ ປະຕິວັດ ປຊຊ ລາວ(ຄມນ ແນວລາວ)
ຂໍໂທດຫລາຍທເນື່ອງຈາກຈະຕ້ອງເວົ້າເຖິງ ໂຈນຜ້າແດງຮັບໃຊ້ ຜດກ ຄມນ ຈື່ງເລື່ອນການອອກອາກາດ ໄສ່ມື້ອຶ໋ນວັນອາທີດ ທີ່ 9.10

http://www.siengserixonlao.com./


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ລະເບີດເວລາຂອງລາວໄກ້ຈະຕາຍແລ້ວ ຫລືຕາຍແລ້ວ ເຂື່ອນໄຟຟ້ານ້ຳຕົກໃນປທ ລາວ ຄວາມຫວັງອັນສູງສົ່ງຫລືລະເບີດເວລາ
Champalao Laolao 8..10.11 17:57

ระเบีดเวลาของลาวไก้จะตายแล้ว หริอตายแล้ว(ตามข่าวนี้)

เขื่อนไฟฟ้าน้ำตกใน ปท ลาว เป็นความหวัง อันสูงส่ง หรือ เป็นระเบีดเวลาของลาว

โดยลาวอีตปือ

......................................................................

ก่ายจากภาษาลาวเป็นอักษรสยามโดย คนไกรบ้าน

สถานี โทระทัดระดับโลกEljazerraได้รายงานวันที่ 20.10.07เกียวกับการสร้างเขื่อน ไฟฟ้าน้ำตกในลาว เป็นเวลาหลายๆทีดตีดต่อกัน. พวกเราฮีบโฮมจัดเป็น ชีดี เพื่อให้พี่น้อง ชาวลาวทั่วโลก ได้เห็น เพื่อนำไปพีจาระนาและึ้ค้นคั้วถีงข้อเสยของการสร้างเขื่อนต่างๆ ที่ สำเรัดเชัดชี้นไปแล้ว และชื้งกำลัง ดำเนีนก่อสร้างแบบบ้าคั่ง ในเวลานี้ มันเปั็บันหาอันไห่ยหลวง สำหลับ ปชช ทัง 7ล้านคน(6ล้านคน ใน ปท และ 1ล้านนอก ปท) อันมีวีถีชี

วีตตีดพันกับทรรมชาตีมาตะหลอด ดั่งนั้น ทุกๆการเปรี่ยนแปง อันสืบเนื่องมาจาก แนวทางการพัทนา การของ ปท ต้องกะทบอย่างแฮง และหลืกแลงบ่อได้ ต่อวีถีชีวีตของ ปชช ลาว

บันหา สะพาบแวดล้อม บันหาที่ดีน ส้างอยู่ทำกีน บันหาฉเพาะอากาจเปรี่ยนแปง อันเกีดมาจาก การดับสุน ทำ

รา ยอย่างขะหนานไห่ยของสัพยกรป่าไม้(ก่อนการปดป่อยของพรรคปะตีวัดลาวในปี 2518 ) ปท ลาว มีป่าไม้ ปกคุมอาณาเขตอันก้วางไห่ย ถีง87 เปีเชันของเนื้อที่ ทังหมดของ ปท แต่มาบัดนี้ มันได้กายมาเป็นบันหาตายของชาตีแล้ว

ปท ลาว ได้เปี่ยนแปง ระบอบการปกครอง แบบมี พระเจ้าชีวีต มาเป็นระบอบการปกครอง แบบ คมน ผุกขาดเพียงพรรคเดียวแต่ปี 2518 . ลาวเป็น ปท ทุกยาก ล้าหลังที่สุดตะหลอด 35 ปี ของการปกครอง ลาวแดง ปชช ลาวอยังสืบต่ออยุ่พายไต้ความอืดยาก งปมานของรัฐ บ่อมีความสมบุนจักเทื่อ รายได้ จากการขายไฟฟ้า ขายป่าไม้ บ่อแฮ่ ผนผลีดเคื่องป่าของดง บ่อสามาด ตอบสะหนอง ความต้องการของงปมานชาตี ได้ บ่อฮอด 30 เปีเชน . ส่วนที่ขาด พรรครัฐลาวต้องเอาห้นาไปขอทานนำองการจัดตั้งสากน ทนาคารโลก ลาวนอก ปท (ฝากให้แล้ว40พันล้าน ดล) และ ปท ต่างๆ

มันบ่อสมกับความอวดอ้างของพรรค คมน

ที่ได้สำแดงว่าพรรค รัฐ มีความสหลาดส่องไส นำพา ปท ชาตี ปชช ไปสุ่ความฮั่งมี อยุ่ดีกีนดี มั้งคั้งสมบุน

ท่ามกาง กะแสฟอง ปะตีวัด พวกลาวแดง ได้ออกแบบการที่ เอี้นว่า หันมาเป็นสะหากรกะเสด ใน ปี 2521 เว้ามันสั้นๆคือ

คมน ลาวได้ คีดลอกแบบการส้างเสถกีดกะสีกัม แบบลวมหุ่ม เอาพาหานะผลีด ทังหมด เข้าสุ่การคุมของรัฐ และส่วนลวม

เช่นสหาพาบโชเวียด แม่นการสหากรกะเสด โชบโค อยุ่ ปท จีน แม่น คมน ปชช อยุ่ เวียดนาม เอี้นว่า นาฮวม

การผลีด แบบสังคมนียม ทังหมด บ่อถีงจุดที่หมาย และได้ฮับปราชัยด้านกะสีกัมกะเสด ความโง่ง่าวของ ลาวแดง

พัด ช้ำไปก่ายเอาบดเฮืยน ที่ บ่อมีความสำเลัด มาปะตีบัดอยู่ลาว .สุดท้าย ปท ลาว ทีี่ บ่อเคีย ปะสบพัย อืดยาก อันฮ้ายแฮงมาก่อน ก่อต้อง ปะสบกับชาตากรรม อันข่มขื่น ปชช ลาว ต้อง พากันหนี ตาย พ่าย ความอืดยาก ถี้มบ้านปะเฮือน

เอาตัวลอด ที่ี จาก บ้านเกีด เมืองนอน ไป อาสัยอยู่ต่าง ปท . นะโยบาย ว่าด้วยการพัทนา เป็นสะหากร กะเสด

ที่เลีมดำเนีนงานใน ปี 2521 ก่อต้องถุกเตะลงกะถังขี้เหยื่อ เปัน ปะวัดสาด ใน ปี 2528 . ปท ลาว อะดีด มีชื่ิอว่า

อาณาจักล้านช้าง เป็น ปท ที่ มี อาณาเขด อันก้วางไห่ยไพสาน มีห้วยน้ำลำเช อูดมสมบูน ที่ สุด สายแม่น้ำของ

ที่ ไหลผ่านทางกาง ปท แต่พงสาลี ฮอดหลีผี สี่พันดร มีความยาวฮอด 1865 กีโลแมด นอกจาก นั้น ลาว อยังมีป่าดงพงไพไห่ยนาๆชะนีด ปกควบคูม พื้นที่ ของ ปท ฮอด 87 ของ ปท ทังหมด

กองปะชุมไห่ยคั้งที่ 6 ของพรรค คมน ลาวพายไต้กานนำพาของสะหายคำไต สีพันดร ที่เปันทัง ปธ พรรค

และ ปธ ปะเทด ได้ไขขื้น ในมื่วันที่18 เดือน 3 ปี 2539 ที่ เวียงจันทน็ กอง ปะขุมของพรรคเทื่อนี้ ถือว่า

เป็นการวางพื้นถานแนวทางนะโยบายการพัทนา ปท ใน ระยะ สั้น และ ระยะยาว ลาวแดง ได้กำหนด เอาปี

2020 หริอ ปี 2563 (อีก10ปีเท้านั้นเอง คอยได้นะ)เป็นปี สันยาลัก ของการ ที่ จะเฮัดให้ ปท ลาว หลุดพ้น จาก สะพาบด้อยพัทนา

เพื่อให้บันลุเป้าหมาย ดั่งก่าว คมน ลาว ได้กำหนด เอาการส้างเขื่อนไฟฟ้า น้ำตก อย่างจะขนานไห่ย ทั่ว ปท

เป็นพื้นถาน เพื่อจะขยาย จะขายไฟฟ้าให้ ปท เพื่อนบ้าน โดยฉเพาะ ปทท เขมร และ เวียดนาม

ลาวแดงได้อะนุยาดให้นายทืน เอกกะชน จากจีน มาเลเชัย ไทย เกาหลี ออสตราลี และ เวียดนาม เปันต้น เข้ามาลงทิน ขะแหนงดั่งก่าว

นอกจากการส้างเขื่อน ผลีดกะแสไฟฟ้า แล้ว ลาวแดง อยังอะนุยาด ให้นายทิน ต่าง ปท เข้า มา สำรวดบ่อแห่

ทาตต่างๆ ที่ อุดมสมบุน โดยฉเพาะ ออสตราลี มีการขุดค้นบ่อทองแดง ที่ เชโปน แขวงสวันนะเขด พูเบย เขด

เชียงขวาง และ พูคำ แขวงเวียงจันทน็

ปท ลาว มีเงื่อนไข ข้อสะดวกหลายแนวสำหลับที่ จะให้ ปชช ลาว มี เวียกเฮัด งานทำ ได้ และ มี กานดำรงชีวีตแบบดีๆ องการพัทนา แม่น้ำของ ได้บันทิกการสำรวด ว่า ปท ลาว มีความสามาด บ่นช้อนในการส้างเขื่อน ผลีด กะแสไฟฟ้าได้ถีง 18 000 เมกาวัด ถืว่า หลวงหายที่สุด

ลาวแดง จื่งอวดโอ้ โอหังว่า จะเฮัดให้ ปท ลาว เป็นหม้อไฟ อาชีอาคะเนได้

ปัดจุบันนี้ ปท ลาว การสำเรัดการส้างเขื่อน ขนาดน้อยขนาดกาง และขนาดไห่ย จำนวน6 เขื่อนแล้ว เช่นเขื่อนน้ำงื่ม 1 เขื่อนเชเชัด

เขื่อนเชขะหมาน 3 และ เขื่อนไห่ยก่วาหุ่ม แม่นเขื่อน้ำเทีม2 ที่ บอลีเวน นากายชายแดย เวียดนาม แขวงคำม่วน

เขื่อนแห่งนีเปันเขื่อนไห่ยที่สุดของ ปท ลาว เป้นเขื่อน มีงปมาน ก่อส้างถีง 1200ล้าน ดล สามาด ผลีด กะแสไฟฟ้าได้ฮอด 1070 มากาวัด

ลาวจะได้ฮับผนปะโหยด เมื่อเขื่อน ผลีดกะแสไฟฟ้า ปี ทำอีด 13 ล้าน ดล และ เมื่อชี้นสุดละยะสำปะทาน ใน ปี 2573

จะได้ผนปะโหยด ปีละปะมาน 150ล้าน ดล นี้และ แม่นเลื้อง ผนปะโหยด ที่ ลาวจะได้ฮับ แต่บันหามีอยุ่ว่า เขื่อน

น้ำเทีม2 นี้ จะเฮัดให้ ลัชนี ของน้ำถ้วม ถีง50 กีโลแมด มนทน หรือ เทียบกับ

Lake Leman ของ Suisse .

บันหาข้อเสยของเขื่อน น้ำเทีม หรือเขื่อนต่างๆ บ่อว่า ไห่ยและน้อย จะต้องได้ฮับ ผนอันไห่ยหลวงของการทำลายป่าไม้

โดยอัดโนมัด ลาวจะต้องสุนเสยสัพยากร ป่าไม้ เนื้อที่ ดีน พ้อม ด้วยสัดสาวาสี่ง ที่ หายาก

ไปพ้อมๆกันแบบเป่าปะโหยด การตัดไม้ ออกจากห้นาเขื่อน บ่อทันกำหนด ก่อเฮัดให้สุนเสยลายได้ ฝรี

เมื่อการส้างเขื่อน สำเลัดแล้ว น้ำก่อต้องถ้วมป่าไม้ ที่ จะเฮัดให้บุดเหน่า เปื่อย และ ส้าง

บันหามนพาวะอย่างหลีกเลียงย่อได้ นอกจากจะสุนเสยสัพยากร ป่าไม้ และ ผนกะทบต่อสะพาบสี่งแวดล้อม

ก่ออยังเพีมทะวีคุนขื้นอีก การปะมงหาปาตามล้ำน้ำ ก่อมี ผนกะทบ

สายน้ำ ที่ เคียไหล ก่อ เหลือด แห้ง การหาปาเลี้ยงชีบ ก่อหลดน้อยถอยลง การปุกฝังตามระดุ การแคมเลียบ น้ำ

ก่อต้องปะสบกับกับบันหาฝุ่นทรรมชาตี ที่ น้ำ ผัดมาตามระดุฝน ก่อขาดหายไป ปชช ที่ อาสัยตามแคมห้วยน้ำลำเช

ต้อง ปะสบบันหาหนัก วีถีชีวีต ถุกเปียนแปงไป อย่างบอกบ่อถุก เปันผนสะท้อนอันยาวนาน ต่อชีวีตการเปันอยุ่ของ ปชชโดยบ่อสามาดคำนวนได้ ปท ลาว จำเปัน ดำเนีน แนวทาง พัทนา ปท แบบ หัวชนพูเขา อย่างนี้สืบไปบ่อ??

องการTransparency International ( องการความโป่งสัยสากที่เยีระมัน)

ได้ตีราคา ปท ลาว แม่นหนื่ง ใน จำนวน 10 ปท ที่ มี การส้อราชบังหลวง(ที่ 168 ใน จำนวน 179 ปท ทังหมด) หลายที่สุดในโลก

มันบ่อแม่น เลืองแปกปะหลาด สำหลับ ปท ลาว ก่อดำเนีน การปกคองแบบ ผดก คมน พรรคเดียว

การผุกขาตอำนาด ปชช บ่อมีสีดออกเสียงแนวใด มีแต่ ปะตีบัด ตามคำสั่งของพรรครับเท้านั้น

การตำหนีวีจานพรรครัฐแม่นต้องเป็นโทสเปันกรรม ถีงขั้นถุกจับเข้าคุก เข้าตะลาง ถุกข้าตาย หรือถุกเนระเทด

หนังสือพีม ข่าวสานแม่นในการคอบคองขององการรัฐทังหมด ฮ้ายแฮงไปก่วานั้น องการ จัดตั้งอีสระ

(NGO) แม่นบ่อมีสีดเคื้อนไหวเฮัดเวียก สะหลุบแล้ว รัฐบาลลาว คมน สามาดเอัดได้ทุกสี่งทุกอย่างตามความต้องการของเขา โดยบ่อสนไจกับการดำเนีนนะโยบายต่างๆตามกดเกน จะส้างความกะทบกะเทือนและนำผนเสยมาสุ่ ปท อย่างใด

คำถามจื่งอยุ่บ่อนว่า แนวทางพัทนา ปท ของ รัฐบาลลาวแดง แม่นเฮัดให้ ลาวหลุดพ้นพาวะทุกจน

โดยการพัทนา แท้บ่อ ??

หรือว่าแนวทางดั่งก่าวหากเฮัดให้ ผุ้นำ ลุกสะหมุนของเขาได้ผนปะโหยด

การส้อราชบังหลวง ตามโคงการจ่ายไต้โตะ จากพวกนายทืน แล้วก่อหลับหุหัลบตา เชนอะนุมัดลงทืน.

ลาวแดงปกคอง ปท มาได้ 35 ปีแล้ว ป่าไม้ เมื่อก่อน พ่อแม่ เอี้นว่า ป่าช้างดงเสือ นั้นมาฮอด ปัดจุบันนี้

หลงเหลือ บ่อฮอด37 เปีเ็ช็น ของเนื้อที่ ทังหมด ของ ปท

(ตาม คำให้การสำพาดของ ท้าวคำอ้วนบุผา รมต สำนักงาน นย ที่ วีทยุ เอเชยเสรี ในวันที่ 17.111.07 เวลา 7โมงเช้า เลื้องไม้ ใน สปปล อีก 25 ปี จะหมดไป)เคียงคุ่กับการให้อะนุยาดส้างเขื่อนไฟฟ้า

แบบเค่งฮ้อนป่าไม้ แฮงถูกกุดเหยีนไปอย่างห้นาวีตก นี้แม่น สะพาบตัวจีง ของ ปท ลาว ปัดจุบัน ที่ ปะตีเสดบ่อได้

พรรค ปะตีวัดลาวแดง ต้องทบทวน และ สืกสา ถีงผนสะท้อน ต่อสะพาบแวดล้อมต่อ ปท ถีงกดถีงฮาก

เฮัดแนวใด บ่อให้ เจตนาลมที่ดี การ พัทนา กายมาเปัน โทด กรรม โดยฮู้เท้าบ่อถีงการของรัฐบาล ขาด การสืกสา

หาทางออก การผูกขาดอำนาด และ บ่อ ฟัง ความคีดเหัน ของนักปราด ปันยาชน และ ปชช

เป็นบันหาไห่ยในการนำพา ส้างสา ปท ชาตี

ปท ลาว จะตกอยุ่ใน อาถันคำว่า อุดมสมบูนเตัมไปด้วยสัพยากรทุกอย่าง แต่ ปชช ลาว ส้ำพะต้องตกทุกได้ยาก

ชาวหุนม หญีงชายต้องไปเป็นทาตขายแฮงงาน อยู่ต่าง ปท ฮูบพาบ ที่ Eljazerra ได้นำมาเผียแผ่

ที่ กำลัง ผ่านสายตามวนชน คงเป็น อุทาหอนให้ ชาวลาว โดยฉเพาะ ผุ้นำพรรคโทน ที่ วจ ฮู้ว่าพัยอันคะลายจากเอาน้ำมาถ้วมแผ่นดีนลาว แบบลาวแดงเฮัดมานี้ แม่นการทำลาย ปท ชาตี แบบขาดสะตีแท้ๆ

สะตีความฮู้สืกของคนทรรมดา สามัน แม่นว่า เฮ็ดแบบใด จะฮัก ความสมบูนละห่วาง คนและ ทรรมชาตี

กานพัทนา แบบอยั้งยืน แม่นจะบ่อทำลายความสมดูนกับ

สี่งแวดล้อม

ปท ลาว กำลัง ดำเนีนแนวทาง ส้างเสถกีด ของชาตี แบบการปกปักฮักสา สัพยากอนป่าไม้ การพัทนา พะลัง งานแบบ ทดแทน และ การฮักสา ความอุดมสมบูนของสะพาบแวดล้อม การฮักสา พื้นที่ เพื่อ การผลีด กะสีกำ กะเสด แบบอยั้งยืน

แม่นหนทางที่ถูกต้อง บดเฮียน การพัทนา ปท ในโขงเขด โดยฉเพาะ ไทย จีน ได้ ให้ความชัดเจนมาแล้ว

การส้างเขื่อน ไฟฟ้าน้ำตก เพื่อขายกะแสไฟฟ้า ให้ ปท เพื่อนบ้าน แบบบ้า คั่ง เพียงอย่างเดียว ใน ปัดจุบัน

มันบ่อต่างหยังกับการเอาน้ำมาถ้วม ปท

ปท ลาว ใน อานาคด จะหาแผ่นดีน ปูกฝัง เลี้ยงชีบก่อจะบ่อมี

ความ ฝันของลาวแดง ที่ จะเฮัดให้ ลาวเป็นหม้อไฟ ของ อาชี อาคะเน อาจ จะบ่อสมหวัง หม้อไฟ นั้น อาด จะกายเป็นหม้ิอนารกของลาวทังชาตีด้วยช้ำไป

และ10 ปี ก่อน สปปล จะกาย เป็นBattery ให้เพื่อนบ้านตามคำให้ การ ท้าวบุนยัง อดีด นย กุ่ม โจรลาวแดง สปปล

เดียว นี้ จื่ง เกีดมีน้ำของแห้งแล้ง พบกับบันหาไปเสยแล้ว (ให้อ่านข่าว ผจก ออนไลน็นี้ด้วย)ย้อน การส้างเขื่อน อย่างหลวงหลายของจีนนั้นเอง

สะ นั้น ท้าวบุนยังจื่งกายเป็นนักวีสัยทัด(Visionary)ที่ลวงโลก อย่างเห็นได้แจ้งที่สุด ก่อน ปท ที่ กู่ม เขา นำพามา เคี่งสัตวัดจะกายเป็น ปท ที่ ฮั่งมี เท้ากับ Kuweit ใน ปี 2563.

แล้วอีก10ปี ข้างห้นาน้ำของจะเป็นอย่างใด ลาวนอก ปท บอก ว่า บ่อต้องย่างข้ามขัว ไป วจ ก่อใด้

ยาม แล้ง ย่างข้ามของเข้าไปเลีย.................ไปจีกห้นา บักโจรลาวแดงบุนยัง และแก็งgangเขาที่ หลอกลวง ชาวลาว มาแล้ว แต่ ปี 2518 อย่างห้นาตาไสๆ......

__________________
Anonymous

Date:
  
 

More about 21 gang organizations in
http://www.siengserixonlao.com./

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Mr. Sameu Mouthalay was the head of the twenty one gang organization
from Dongdok School . He representted the Lao Communist and was sent
to search the Lao in Europe and the United States . Mr. Sameu
Mouthalay was actually sent to France as refugee status to coordinate
with Mr. Chansamone Voravong. They both planned to enter the royal
... family and some Lao family as the kingdom Family in France and the
Sananikone family in France . Thao Ngeun Samrith was the messenger for
Sameu and Chansamone Voravong in the Lao Communist Embassy in France .
Those who worked for the Lao Communist Government in the United States
included Thao Khamsay Saisane, Col. Souvanh Phansy, Monk Somnuk, Col.
Fong Samouth, and Souchine Phisaya-vong.

Reveal and writing this dusty plan by Thao Sounnarath Chindavong.

The writer of this article was Thao Souvannarath Chindavong. He was
also a member of the 21 Gang Organizations and the right hand of both
Samane Southichak and Mahakou ouvannamethi started to work as a right
hand man with Mahakou Souvannamethi and Samane Southichak”During
1971-1975, at the twenty one Gang oraginzation in Vientiane.” On
September 29, 1975 , Souvannarath Chinda-vong was arrested and
handcuffed then walked from Ban Phanh Manh to the Port of km 4 (about
ten miles). Then he was sent to Nong Duang and locked in a cage for
twenty five days and was guarded by the Communist Party Police. He was
accused of being against the revolution and that he cooperated with
the Lao Huam Sam Phane association. On October 23, 1975 , he was sent
to Samkhe Prison ( Near Phou-ne Kheng). On February 16, 1976 , he and
several prisoners from Samkhe were sent to Phongsaly, northern of
Laos , near the border of China . Also sent with him was Thao Keo
Phoum Phomdeth (he was also a part of the twenty one Gang
Organization) When they arrived at Phongsaly northern Laos, Thao Keo
found out that he had been betrayed and fled to China, but three days
later, Souvannarath saw three of them being sent to re- education
camps.Thao Keo and Captain SomsyNarongsak were military officer from
Chinaimo Military Camp. The two were executed shortly after came
back.

In 1979 the fighting broke out between the Chinese and the Lao
communists at the border of China and Laos . The Communists released
some prisoners. Mr. Boutsaboung Souvannavong requested Mr.Souvannarath
Chindavong to return to work in Vientiane the capital of Laos .
Souvannarath returned for the last time to work before he escaped to
Thailand on June 30, 1979 . On September 3.1979, Souvan-narath
refugeed to West Germany . He now lives in San Diego , California ,
USA . This letter is a confession that he had worked with the twenty one Gang Organization, which
was used by Mahakou, and at the end, he sent to learn the development
of using the chain of nine knots ( the chain had nine knots) at the re-
education camp in Ban Po, Province Phong Sa Ly. He recorded all this
so that people would know how bad to influence with the Lao
ຄວາມຈິງ ແມ່ນ ສເມີມູ່ນທະລາຍ ທີ່ ມື້ວັນທີ່7.10.00 ເວລາ 5ຫາ7ໂມງເຊົ້າເວລາໃນເອິຣົບ ເມັຍນ້ອຍຄູບາໂຈນລາວແດງ ພຣະອາຈານສະຫວັດ ວັດSt Leu La Forêt (ຄວາມຈີງບັກນີ້ກະມີເມັຍອິກຄົນຊື່Charrlotte )ສາວ Bamboo-29 ເອົາ ເທບສັມພາດເຂົາ ທີ່ ປາຣີສ ມາອອກອາກາດໃນເວທີ Paltalk LaoNork ປ່ອຍໃຫ້ ຈົ່ງອາງໄຟ ໂຈໂຈ ແລະ ແມ່ຕູ້ ເສີິພາບ ສູມຫັວກັນ ດ່າ ປະນາມປ້ອຍ ທັບຖົມເຂົາ ຢ່າງສາສົມອົກສົມໄຈ ຄອຍເຂົາດ່າຫຍັງເວົ້າຫຍັງ ຜູ້ຂ້າຊີລອກມາແບໃຫ້ຟັງຢ່າງແຈ້ງຂາວວທີ່ສູດ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

เห็นประชาชนเรือนล้านเดือดร้อนเพราะน้ำ ท่วมพระราชทานจากเจ้า คมน พรรค ลาวแดงแล้วก็ห่อเหี่ยวหัวใจที่จนป่านนี้ไม่มีสื่อหน้าไหนออกมาพูดว่า น้ำท่วมครั้งนี้เป็นฝีมือของกรมชลประทานที่ขึ้นอยู่กับไอ้เหี้ย คมนลาวแดง พายไต้ การนำพาของบักข้าจูมมาลี ใคร ๆ ก็เข้าใจว่าไม่มีเขื่อน14เขื่อน ไม่มีน้ำถ้วยอย่างนี้จรีงๆ
ประเทศอเมริกาต้นตำหรับสร้างเขื่อนประกาศเลิกสร้างเขื่อนและทำลายเขื่อนหลาย สิบแห่งเพราะแก้ปัญหาไม่ได้จร...ิง เรื่องนี้คนรู้กันทั้งโลกแต่คนที่ถูกยกให้เป็นอัจฉริยะด้าน เขื่อน(พวกข้าครองเมีอง)ยังดันทุรัง สร้างเขื่อนอีกเป็นร้อยเขื่อน(ค่านายห้นา20เปีเช็นสูงนะ บักห่ามืง)
ผลาญงบสร้างเขื่อนโดยที่ความเป็นอยู่ชาวบ้านไม่ได้ดีขึ้นทำนาก็ได้น้อยลงแถม น้ำท่วมหนักขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่มีเขื่อนแล้วยังคิดจะสร้างเขื่อนเพื่อหาราย ได้เข้ากระเป๋าส่วนบุคคนของพรรคโจร500แนวลาว

บ้านเรานี้ปัดความรับผิดชอบด้านSocial Securityทุกรูบแบบ(ปทเดียวในโลก คนทำงาน พรรคโจรตีดหนี้ ไม่ยอมจ่ายค่าเงีนเดือนให้นายครูนายหมอเป็นปีๆ)ยกให้ลูกหลาน และ ลาวนอก ทำอ้างด้านกตัญญูว่าท่านเลี้ยงเรามาพอท่านแก่เฒ่าชราเราต้อง เลี้ยงท่านตอบ ความกตัญญูเป็นสิ่งดีแม้ด้านศาสนาพุทธจะเน้นมาก แต่ถ้าลูกๆจนมากไม่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ได้จะไม่มีใครยื่นมือมาอุ้มชู ระบบของต่างประเทศเมื่อคนทำงานต้องเสียภาษีทุกคน เมื่อปลดเกษียรจะได้เงินบำนาญและเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ รวมได้80เปอร์เซนต์ของรายได้ครั้งสุดท้าย ฉะนั้นลูกไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ๆมีเงินเดือนกินมากกว่ารายได้ของลูก เสียอีก บ้านเราควรจะเอาแบบนี้บ้าง เห็นคนแก่บ้านเราแล้วสงสาร ยกเว้นคนพรรคชั่วๆ

ประเทศ สากล เค้ามี หน่วยงาน Social Security เอาไว้ช่วยเหลือประชาชนรักษาความมั่นคงของสังคม ..แต่ประเทศ คมน สปปล แม่งมีหน่วยงานชื่อ กลมนักสิบฆ่าลาวนอก ปท หรือกองกําลังรักษาความมั่นคงของไอ้สัด จูมมาลี เพื่อให้มันกดขี่ประชาชน แย่งสมบัติส่วนกลางของประเทศไปแบ่งกันเสวยสุข
ทำ ใมพวกเราต้องไล่ไอ้เดรัจฉานจูมมาลีกับครอบครัว พรรค ทุกตัวออกไป ....ประเทศสากลเค้ามีกฏหมายความมั่นคงของสังคม คนว่างงาน คนพิการ คนแก่ ครอบครัวที่ไปไม่ใหว มีกฏหมายจ่ายเงินเดือนทั้งนั้น..ไปดูได้ทุกประเทศ ...ประเทศ ลาวไอ้เดรัจฉาน จูมมาลั และพรรคพวกโจรมันมีแต่กฏหมายความมั่นคงของมันเท่านั้นโดย อ้างตัวเป็นชาติ ขโมยสมบัติของประชาชนไปเป็นสมบัติส่วนตัวหมด...แล้วโฆษณาประโลมโลกหลอก ประชาชนที่รู้ไม่ทันมัน
เต็มที่เลยน่ะมึง...ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอกถ้ามึงไม่ทำ...ไอ้เหี้ย นี่...เรื่องขวางหมู่บ้านเสื้อแดงก็ทีแล้ว.....ตัดหางปล่อยแม่งเลยไอ้บ้า เนี่ย
Mehr anzeigen
Politics - Manager Online - ขวัญชัุย พ้อเจ็บปวดข้อหาล้มเจ้า เตรียมล้างภาพลบจัดงานแดงรักเจ้า
www.manager.co.th
ขวัญชัย ผุดไอเดียใหม่ชวนแกนนำลาวแดงจากภาค ตวอฉหน 20 จังหวัด จัดกิจกรรมล้างภาพถูกตราหน้าล้มเจ้า เผยขอตราสัญลักษณ์ 84 พรรษาพิมพ์ประทับลงบนเสื้อแดง รับกิจกรรม“แดงรักเจ้า” เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา ยันจุดยืนยังเหมือนเดิม เรียกร้องปชต.-ประคับประคองรบ.ให้อยู่นานที่สุด

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ໂຈນລາວແດງຄອງເມືອງມາເຄີ່ງ ສັຕວັດ ເສຖກິດຝືດເຄືອງ ມີການຫົລບອອກນອກ ປທ ຂອງຊາວລາວເກືອບລ້ານໃນຍາມມສະງົບແທ້ ໆ ການພັທນາຍັງຕົກຢູ່ໃນສັງຄົມລ້າຫລັງດ້້ອຍທຸກຢ່າງຈົນກາຍເປັນສັງຄມອັມມະພາດ(ຄຶປທ ປທ ຄົນທຳອິດ)ອານາຖາຂໍທານ
ຍ້ອນ ຜູ້ນຳ ປະທານ ກະຄື ນຍ ການສຶກສາບໍ່ຜ່ານປະຖົມ
ບໍ່ເຂົ້າໄຈການປ່ຽນແປງຢ່າງວ່ອງໄວຂອງເສຖກິດໂລກໄດ້ ຍັງບໍ່ແລ້ວ
ຍັງບໍ່ເຂົ້າໄຈວ່າ ເສຖກິດໄຮ້ພົມແດນຄືຫຍັງ
ຫລຶເວົເາຕາມພາສາເສຖສາດ ໂລກາພິວັດ ນັ້ນເອງ
... ເມື່ອ ນັກລົງທຶນຫ່າງເຫິນຈາກ ຍຸກໂຈນປໍ6ຄອງເມືອງ ຢ່າງນີ້
ແນ່ນອນ ເສຖກິດອັບເສົາ ທັງໆ ຫ້ນາຊີເມນສຸດຂິດກັ້ນໄຈກັດແຂ້ວອວດໂລກຢ່າງສງ່າຜ່າເຜິຍເອົາຕັວເລກມາຫລອກ ເດັກນ້ອຍຊັ້ນປະຖົມວ່າ
ເສຖກິດ ໂຕທີ່ສອງຂອງໂລກ ຄື 8% (ໂຕມາແລ້ວກ່ວາ30ປິ ໂຕຫລາຍມັນແຕກຕາຍຫູງຕາຍຫ່າເດິ)
ຖ້າຕັວເລກດັ່ງກ່າວເປັນທີ່ຍອມຮັບຈາກສະຖາບັນເສຖສາດໂລກ
ເປັນຫຍັງລາຍໄດ້ບໍ່ເຂົ້າຣັຖເຖິງເຮັດໃຫ້ງົປມານປິ2011ຂາດດຸນຢ່າງຫລວງຫລາຍທີ່ສຸດ (ເຄິ່ງພັນລ້ານ ດລ)
ໃຜຢາກຮູ້ຄຳຕອບຕັວຈີງໃຫ້ອ່ານເບີ່ງ ເງີນກິບຕະກຸນຊາດເປັນຫຍັງເປັນທີ່ບໍ່ຍອມຮັບຈາກຝູງຊົນໃນ ປທ
ຈົນສື່ພັກ ຄມນລາວແດງໄດ້ ອອນວອນຢ່າງຫ້ນາສົມເພດທີ່ສຸດ
ໂດຍບອກວ່າ
ການປຸກລະດົມນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ແມ່ນໜ້າທີ່ຂອງທຸກຄົນ...
ຈາກນີ້ໄປບໍ່ຮອດເດືອນ ກໍຈະເຖິງລະ­ດູ­ແລ້ງ ຍາມນັ້ນບຸນສິນກິນທານ ຈະຖີ່ຂຶ້ນເກືອບວ່າສູ່ເດືອນ... ຖ້າໄລ່ພາກ­ສ່ວນທຸ­ລະກິດ ທີ່ມັກຈັດງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າແລ້ວ ກໍຈະເຫັນວ່າຫຼາຍຂຶ້ນ ສໍາ­ລັບນະ­ຄອນ­ຫຼວງວຽງຈັນ ກໍຈະເລີ່ມດ້ວຍບຸນ­ຊ່ວງ­ເຮືອທ່າວັດຈັນ ງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າທີ່ລາວຜະ­ລິດ ວາງ­ສະ­ແດງເຄື່ອງຂອງສິນ­ຄ້າຫັດ­ຖະ­ກໍາ ຂາຍສິນ­ຄ້າປະ­ຈໍາວັນເສົາ-ອາ­ທິດຂອງສູນການຄ້າໃຫຍ່ໆ... ໃນປາງບຸນ ຫຼື ກາ­ນວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້ານີ້ ທັງຜູ້ຊື້ ແລະ ຜູ້ຂາຍ ຕ້ອງເຄົາ­ລົບລະ­ບຽບກົດ­ໝາຍ ນັ້ນຄື: ການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ.
ຢາກເຮັດໃຫ້ຂະບວນນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ດໍາ­ເນີນໄປຢ່າງກ້ວາງຂວາງ ແລະ ປະ­ສົບຜົນ­ສໍາເລັດນັ້ນ ເຈົ້າຂອງປາງບຸນ ເຈົ້າຂອງງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າ ຕ້ອງໄດ້ມີມາດຕະ­ການແຕ່ຫົວ­ທີ ແນະ­ນໍາຜູ້ຊື້-ຜູ້ຂາຍທັງ­ຫຼາຍ ໃຫ້ປະ­ຕິ­ບັດຢ່າງເຂັ້ມງວດ ລະ­ບຽບການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ຜູ້ໃດຝ່າ­ຝືນຕ້ອງປັບ­ໄໝ ແລະ ປົດສິດຂາຍສິນ­ຄ້າ ນັບທັງບໍ­ລິ­ສັດຈາກຕ່າງ­ປະ­ເທດກໍເຊັ່ນກັນ ໄປພ້ອມຂະບວນການອັນນີ້ ການເປີດເພງປຸກ­ລະ­ດົມການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ກໍຄວນໄດ້ຈັດຕັ້ງຢ່າງເປັນຂະບວນແບບບັງ­ຄັບ ເພື່ອເຮັດໃຫ້ຜູ້ຄົນທີ່ເຂົ້າຮ່ວມປາງບຸນນັ້ນ ຫຼື ງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້ານັ້ນຕື່ນຕົວ ແລະ ມີສະ­ຕິຫຼາຍຂຶ້ນ ໃນການນໍາໃຊ້ເງິນກີບ ໃນຖາ­ນະທີ່ຕົນອາ­ໄສຢູ່ຜືນແຜ່ນ­ດິນລາວ.
ວຽກປຸກ­ລະ­ດົມການນໍາໃຊ້ເງິນກີບນີ້ ແມ່ນໜ້າ­ທີ່ຂອງໝົດທຸກຄົນໃນສັງ­ຄົມເນີ... ນອກ­ຈາກການ­ຈັດ­ຕັ້ງທີ່ກ່າວມາຂ້າງເທິງແລ້ວ ອໍາ­ນາດການປົກ­ຄອງບ້ານ ກອງຫຼອນ ກໍຄື ອົງການ­ຈັດ­ຕັ້ງມະ­ຫາ­ຊົນ ຢູ່ບ້ານໃດທີ່ມີປາງບຸນ ທີ່ມີງານວາງ­ສະ­ແດງ ແລະ ຂາຍສິນ­ຄ້າ ກໍຕ້ອງເປັນເຈົ້າການຕັກ­ເຕືອນ ແລະ ສອດ­ສ່ອງດູແລພຶດ­ຕິກໍາການຊື້-ຂາຍຫງາຍມືຂອງລູກ­ບ້ານ ກໍຄືຜູ້ຄົນທີ່ເຂົ້າຮ່ວມ... ເຫັນປະ­ກົດການບໍ່ດີບໍ່ງາມ ຂັດລະ­ບຽບກົດ­ໝາຍແມ່ນຕັກ­ເຕືອນໂລດ ເຮັດແບບທິດສະດີ ປາບພະ­ຍາດກູ້ເອົາຄົນທັນ­ທີ.
ເວົ້າເລື່ອງສຽງເພງປຸກ­ລະ­ດົມການໃຊ້ເງິນກີບນີ້ ມີການຜະ­ລິດເປັນແຜ່ນ­ສຽງອອກມາຫຼາຍແລ້ວໃດ໋ ? ໃຜບໍ່ທັນໄດ້ເປັນເຈົ້າຂອງ ຫຼື ວ່າບໍ່ຄ່ອຍມີເວ­ລາກໍຄວນຊອກຫາມາຟັງເບິ່ງແມ໋ ? ຟັງແລ້ວຈະເກີດຄວາມຮູ້­ສຶກຮັກບ້ານເກີດເມືອງນອນ ແລະ ພູມ­ໃຈໃນຄວາມເປັນຊາດລາວ ເພາະ­ວ່າມີບາງຊາດ ບາງປະ­ເທດ ບໍ່ມີເງິນເປັນສະ­ກຸນຂອງຕົນເອງໃດ໋.
ຮັກຊາດ ຮັກເອ­ກະ­ລາດ ເປັນເຈົ້າເສດ­ຖະ­ກິດ
ຕ້ອງຮ່ວມຈິດຮ່ວມໃຈນໍາໃຊ້ເງິນກີບລາວ.
ຈາກໜັງສືພິມວຽງຈັນໃໝ່ ວັນທີ 26 ກັນຍາ 2011

ຢາກຮູ້ທີ່ມາທີ່ໄປ ແບບນັກເສຖສາດໃຫ້ເຂົ້າໄປຟັງວີທຍຸແຫ່ງດຽວໃນໃນໂລກ ທີ່ກ້າທ້າທາຍຂ້າອັຕປື (ປທປທ ຈູມມາລີ)ປໍສາມ ຂອມຊຳເຫນຶອ (ນຍ ທອງສີງ ປໍສີ່ ໄດ້ຢ່າງສະບາຍ ຄື

www.siengserixonlao.com
siengserixonlao
www.siengserixonlao.com

http://www.rfa.org/lao/khaolao/human_trafficking/lao-women-in-thai-brothel-09192011163938.html


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເປັນຫຍັງພະເຈົ້າສາສນາຄຼິດຈຶ່ງເອົາລູກຕົວເອງມາເປັນເມຍ? ຄົນແບບນີ້ກໍ່ເອີ້ນວ່າພະເຈົ້າໄດ້ບໍ່?    



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ບັກຈົ່ງອາງໄຟ (ສູນທະຣາໄມຕຣີວົງ) ເຈົ້າພໍ່ແຫ່ງເວທີ PaltalkLaonork ວັນທີ່ 30.09.11 ສະຕີແຕກກ້າວກ່າຍເຖິງຣາຊວົງລາວ ອັນເປັນພວກເຮົາຍອມຣັບບໍ່ໄດ້



ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นอัฉริยชนมาจากใหน ผมไม่สนใจว่าคุณจะมีเนื้อที่ตรงนี้ เพื่อกระทำการอันหมิ่น เหยียบย่ำ
พระองค์ ท่าน เพื่อเชิดชูเหตุในผลใด หรือ จุดประสงค์ใดแห่งตัวตนของคุณ อย่ามาหวังว่าจะกระทำการใดโดยไม่แคร์ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนลาวอีกนับหลาย ล้านคน โดยมีข้อแม้ผูกขาดอยู่กับความคิดของคนบางพวกเยี่ยงคุณ โดยการอ้างอภิสิทธิ์ในขอบเขต คุณจะใช้อิสระที่เกินขอบเขตมากกว่าคำว่า ความเป็นแผ่นดินบนความศรัทธา และกฎแห่งการอยู่ร่วมกันไม่ได้ อิสระที่คุณมีมันมากมายจนเกินขอบเขตคำว่าสิทธิ์ ิแต่สิทธิ์นั้นๆของคุณต้องไม่ทำร้าย ทำลาย สิทธิ์ของคนอื่นๆ ที่พึงรับรู้หวงแหนบนผืนแผ่นดินเดียวกัน ความสงสัยความข้องใจ ไม่ได้อยู่ในบริบทที่จะทำลายความศรัทธาและกฎหมาย และมันก็ไม่ได้ชี้แจงถึงตัวตนของคุณว่าคุณได้กระทำสิ่งใดอันก่อประโยชน์สุข ต่อแผ่นดินเกิดของคุณเท่าไร คุณไม่มีสิทธิ์ในที่ตรงนี้แม้แต่ตารางนิ้ว หากสิทธิ์ของคุณเหยียบย่ำความรู้สึกของคนอื่น คุณอย่ามาอวดภูมิในความกราดเกรี้ยวที่เปี่ยมด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างคนไร้ สามัญสำนึก แต่ถามตัวเองบ้างว่า คุณมีความดีหรือความเอื้อเฟื้อต่อแผ่นดินเกิดของคุณแค่ใหน อย่าคิดว่าตัวเองคือผู้ให้โดยไม่เคยให้ เพราะสุดท้ายคุณมีค่าแค่คนไร้ความสำนึก ในความรู้สึกคนอื่น
ผมแค่คิดว่าโลกไม่ได้หมุนรอบ อยู่แค่สิ่งที่คุณศรัทธาเท่านั้น....จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่ ก็แค่นั้น....
ผม อาจโชคร้ายไปหน่อยที่ พ่อแม่ผม ไม่สามารถพาผมไปคลอดในที่อื่นที่ไม่ใช่เขตแดนที่คุณว่าได้ แต่แผ่นดินที่งอกขึ้นมาเป็นเกาะในโลกนี้ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของเราได้ ก็ไม่สมควรที่ใคร คนใดคนหนึ่งจะมาสมอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของ อ้างรับพาระในการต่อสู้กับโจร500ลาวแดงเพียงคนเดี่ยวได้ และตู่ว่าตัวเองมีสิทธิเหนือกว่าคนอื่นไม่ใช่หรือครับ....
ผม(เช่นเดียว กับราชวงค์ลาวและLao diasporaคนอื่นๆหลายมื่นหลายล้านคน)ไม่เคยคิดร้ายกับแผ่นดินเกิด ที่คุณคงหมายถึง อดีตราชอาณาจักรลาว อย่าเบี่ยงครับคุณอาจไม่รักพระเจ้าฯของผม แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้าย หรือทำลายอะไรพระองค์ท่าน หรือพวกคุณคิดว่าแค่พระองค์ไม่มาร่วมPaltalk Laonorkคุณไม่รักก็คือการทำลายอย่างนั้นหรือ (คนของฝ่ายพวกคุณมักจะคิดแบบนี้) และอีกอย่างสถบันฯ(หมายถึง สิ่งซึ่งคนในสังคมลาวนอก ปท มีส่วนร่วมกัน)กับราชวงค์(ตัวบุคคล) ไม่รู้ว่าพวกคุณแยกกันออกหรือเปล่าว่ามันคนละส่วนกัน คุณตีค่าบางสิ่งสูงเกินไปมากกว่า ที่จริงหากมันไม่มีอยู่ โลกเรามันก็อยู่ได้ แบบปกติและอาจดีกว่าการมีอยู่ของมัน อีกก็เป็นได้ อย่าได้ตกใจไปเลย โลกทรรศคุณอาจยังไม่กว้างพอ (ไม่ได้ดูถูกความรู้ของคุณนะ แต่การแสดงความเห็นของคุณมันบอกว่า เป็นไปเช่นนั้น) ผมไม่เคยคิดที่จะดูถูกดูแคลนใคร แต่คนที่ไม่ยอมรับความต่างคือฝ่ายพวกคุณเอง.....
อย่ามาใช้ภาษาโจรกับ พระองค์ท่าน ราชวงค์ผมไม่ใช่โจรเหมือน คมน ลาวแดงคุณ ถ้าหากคุณคิดว่าผมสอนก็แสดงว่าคุณเบาปัญญา ผมไม่ได้สอนใครแต่ผมมีสิทธิ์คิดพูดและมองเห็นความผิดแผก มนุษย์หรือควายหรือหมา มีสมองทั้งหมด แต่มีปัจจัยและสามัญสำนึกแยกให้รู้ว่า ใหนสัตว์เดียรัจฉานใหนมนุษย์ ลองแยกแยะดู ว่าคุณจัดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดียรัจฉาน
เพราะเหตุใด ใช่คนไม่คน ลองเรียกหมา ลีง ควาย สัตว์รัจฉานว่า คุณ ก็สุดคนแล้วสอนคนอื่นจัง
ลูกตัวเองนะครับทำไมไม่แบ่งเวลามาสอนบ้าง คูณรักใครผมก็ไม่ได้ว่า แต่ผมมีสมองแยกแยะไ้ด้ว่าอันไหนของแท้
รัก มากแค่ไหน ดีแค่ไหน พิสูจน์สิครับ ทุกคนจะได้เห็น ทำให้ทุกคนยอมรับด้วยเหตุผล ถ้าทำไม่ได้อ่วยห้นาไปที่อื่นเถอะ แล้วไปโฆษณาชวนเชื่อกับกลุ่มคนที่คุณคิดว่าทำแล้วได้ผล อย่ามาเสียเวลากับพวกเราและราชวงค์ลาวเลย เพราะแค่นี้พวกเราก็จะอ้วกแตกอยู่แล้ว




กูไม่ได้มาปั่นเหี้ยไรมึง กูทำตามความรู้สึกของกู เวทนาตัวเองเถอะไอ้นรกJAF

ไอ้ JAF เอ๊ย น่าเวทนา จริง มึงมึง


__________________
Anonymous

Date:
  
 

11 ປທ ທີ່ ອົພຍົບລາວ 1 ລ້ານມາອາສັຍຢູ່ ເປັນ ປທ ທີ່ຍອມຮັບກັບການເຊີດຊູ ສັງຄົມສະວັດດິການທຸກຮູບແບບ ຄົນວ່າງງານ ຄົນບໍ່ເຄີຍເຣັດວຽກມາກ່ອນ ຄົນກິນເບັ້ຍບຳນານ ຄົນມີເບັ້ຍລ້ຽງຍ້ອນລູກຫລາຍ ໃນຄອບຄັວມີຄົນພິການ ຣັດຕ້ອງເອົາພາສີຂອງຊາວບ້ານມາປິ້ນປັວເບີ່ງແຍງຢ່າງເປັນທັມທີ່ສຸດ ຈົນບອກໄດ້ວ່າເປັນຣັດສະວັດດີການເຕັມອັດຕຣາ ອັນພວກເຣົາຂໍບອກວ່າ ໃນ ສປປລ ແມ່ນຄວາມຝັນໄປເສັຍແລ້ວ ເພາະໃນບ້ານນີ້ເມືອງນີ້ຜູ້ນຳລາວແດງອ່ອນເພັຍບໍ່ມີຄວາມແຂງແຮງສ້າງສ...ີ່ງນີ້ຂື້ນມາໄດ້ ພັກຣັດບໍ່ໄດ້ເອົາຫັວຊາດູແລຫຍັງຫມົດ ແມ່ນແຕ່ຄົນເຮັດວຽກເປັນພະນັກງານພັກ ແທ້ໆ ຜູ້ປົກຄອງຍັງບໍ່ມີຄວາມສາມາດຈະເອົາເງີນເດືອນໃຫ້ກິນເປັນປະຈຳແລະສມ່ຳສເມີໄດ້
ຕັວຢ່າງສັງຄົມ ໂຈນ ຜດກ ການຕິດຫນີ້ຈ່າຍເບັ້ຍລ້ຽງປະເດືອນ ໄດ້ຖືວ່າເປັນຂອງທັມມະດາໄປເສັຍແລ້ວ
ໃນ ປທ ທີ່ກ່າວມາຂ້າງເທີງ ຜູ້ຍີງ ອອກລູກ ຣັຖຈ່າຍເງີນໃຫ້ທຸກໆສອງອາທິດ ບາງ ປທ ກໍ່່6ເດືອນຫາສອງປິ ຖ້າລູກອອກມາເປັນຄົນພິການ ບໍ່ຈຳເປັນຈະຕ້ອງຕື່ນເລີກລຸກເຊົ້າໄປຊອກວຽກເຣັດ ຣັດປ່ອຍໃຫ້ເບີ່ງແຍງລູກຕລອດຊີວິດ ຕາມສະພາວະຂອງຄອບຄັວ ຄຶ ຄົນຝູງຊົນທັ່ວໄປ
ແລ້ວ ພວກເຫິ້ຍໂຈນ ຄມນ ຈູມມາລີທອງສີງໄຊສົມພອນທັງຫລາຍ ກັບມີພະຄຸນກັບຍີງລາວ ທີ່ກາຍເປັນກະຫລີ່ສົ່ງນອກ ໄປສ້າງຄວາມອັບອາຍຂາຍຫ້ນາໃນສັງຄົມຕ່າງແດນ ໃນເມື່ອພວກເຂົາບໍ່ຕ້ອງການຫອບພາຣະໃນການລ້ຽງດູເຂົາ
ພວກເຫິ້ຍຫັວໂປໄຫ່ຍເຊັ່ນຄຳຕາຍ860ລ້ານດອນ ບັກນາຍພົນດວງໄຈ ແຈ້ງຄຳອ້ວນແລະ ບັກນາຍພົນປາກໂປສີສຫວາດແກ້ວບຸນທັນ
ລາວທັງທັງໂລກຂບອກພວກສຸແດ່ວ່າ ສີ່ງນີ້ ບໍ່ເກິດມີໄດ້ແທ້ໆໃນສັງຄົມລາວຝ່າຍຂວາ ປາງສົງຄາມເຕັມອັດຕຣາ
ຕ້ອງກຳຈັດພວກເຫີ້ຍໂຈນໃຫ້ລົງຈາກອຳນາດມືດເຖື່ອນໃຫ້ໄດ້
ເພື່ອໃຫ້ເກິດເປັນສັງຄົມສະວັດດີການໃນ ປທນີ້ ເມື່ອນັ້ນຄອບຄັວມີລູກພິການ ຄົນວ່າງງານແລະ ອື່ນໆ ຈະໄດ້ ຍ່າງເຂົ້າກັບການຊ່ວຍເຫລຶອເບີ່ງແຍງຈາກພາກຣັດຢ່າງສົມບູນແບບທີ່ສຸດ
ປທ ທີ່ ຊາວອົພຍົບລາວໄປອາສັຍຢູ່ ບໍ່ມີກະສັດ ຜດກ ຄມນ ເຫິ້ຍໆ ເຫມືອນ ສປປລ ແຕ່ຜູ້ນຳເຂົາບໍ່ໄດ້ທວງຄວາມຮູ້ບູນຄຸນຈາກ ປຊຊ
ສື່ຂອງພັກ ເຊັ່ນ ວີທຍຸ ທີວີ ຂປລ ສຽງປຊຊ ວຈໄຫ່ມ ໄທມ ບໍ່ໄດ້ຕົກເປັນເຄື່ອງມືໃຫ້ພັກ ທີ່ຊັ່ວຊ້າ ປົກຄອງ ປທ ມາຢ່າງຕໍ່ເນື່ອງລຽນຕິດລຽນຕໍ່ກັນມາເກືອບ40ປິ ນຳພາ ປທ ລົງເຫວເລີກ ກອດຄໍກັບການເປັນຄົນຂໍທານ ເຈົ້າພໍ່ອານາຖາຕັວເດັ່ນແບບສງ່າຜ່າເຜິ້ຍຫ້ນາດ້ານຈາກສັງກະສີຈົນກາຍເປັນຊີເມນໄປແລ້ວ ກັບບໍ່ຍອມຮັບພາຜິດຊອບຖີ້ມພາຣະໃຫ້ຝ່າຍຂວາ ຫອບມາໃຫ້ ເປັນພາຣະກິດຊາດ ແກ່ລາວນອກ ເປັນແພຮັບບາບບາກຫາມຢ່າງບໍ່ມີວັນຊື້ນສຸດ
ສົມຄວນພາກັນຢຽບມັນລົງໄດ້ແລ້ວ

__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

ຄົນລາວນອກ ບໍ່ມີໃຜໂງ່ ຂນາດນັ້ນດອກ ...ມີໃຜເອົາເງິນ ໂດລາໄປຄ້າເອົາເງິນກື້ບ....
ບໍ່ເຫັນມີປະເທດໃດ ໃນໂລກນີ້ ຈະມີນະໂຍບາຽ ຄືດັ່ງ ສປປລ....ເພາະມັນແມ່ນແກວ ຄິດແລະ
ເຮັດໃຫ້ເຂົາ ຫມົດ ນັບຕັ້ງແຕ່ ສັ່ງໃຫ້ ດັບສູນ ກະສັດຂອງຕົນເອງ ແລະດັບສູນ ຜູ້ມີຄວາມຮູ້
ສູງ ລວມທັງຜູ້ມີ ຫົວຄິດປັນຍາດີ ພວກແກວ ເຂົາ ຍົວະໃຫ້ຂ້າຖິ້ມ ຈົນຫມົດແລ້ວ...

ມາເຖິງ ປະຈຸບັນນີ້ ເຂົາມີແຜນ ຍຸຍົງໃຫ້ເຜົ່າລາວສູງ ຊຶ້ງມີອາຄະຕິ ຢາກ ເປັນໃຫຍ່ໃນປະເທດລາວ
ມາແຕ່ໃດແລ້ວ...ສົ່ງເສີມໃຫ້ ພວກນີ້ມີອໍານາດຫລາຍໆ ຫາກມີຄົນລາວຜູ້ໃດທີ່ຫົວແຫລມດີແດ່
ເເກວກໍ່ສັ່ງໃຫ້ ທໍາລາຍ...ສັງເກດ ດູວ່າ ດຽວນີ້ ສ່ວນມາກມີແຕ່ເຜົ່າລາວສູງ ກະດືບຂຶ້ນເປັນໃຫຽ່
ເປັນໂຕມາກມາຍ....ນະໂຍບາຍແບບນີ້ ແມ່ນລາວມົ້ງຢູ່ນອກປະເທດ ໃຫ້ທັສນະມາຫລາຍຄົນແລ້ວ.



From: Tou Sitha
To: "laosnetworkroom@googlegroups.com"
Sent: Tuesday, September 20, 2011 4:52 AM
Subject: Re: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


ບົດວິເຄາະ.


ຖ້າຄົນລາວ ນອກຜູ້ເຫັນດີໃນການປົກຄອງກັບຄືນບ້ານ 100 000 ຄົນ ຯ ລະ 500​ 000​ ໂດລາ.
ປະມານ 500 ບີນລຽນ ໂດລາ ຖືວ່າ ຫລາຍສົມຄວນ ກໍຄົງຈະຝັນຄ້າງເຊັ່ນກັນ ເພາະຈະໄດ້ສູນໂດລາ


ເປັນນະໂຍບາຍຕົວະພວກສະຫມູນ ອວດຮູ້ເທົ່ານັ້ນ. ຖ້າຫາກຍ່າງຂ້າມຂອງແລ້ວຈະກັບຄືນມາ ເອົາຄຳໄປຈ້າງ
ແນວລາວກໍບໍ່ເຊື່ອ ຍົກເວັ້ນ ແຕ່ມີເງິນຄ່ຳປະກັນ ຖ້າຢຶກຢັກ ຍຶດເງີນ.


ແຕ່ກ່ອນ ມີເຮືອນ ໃຫ້ເຂົາຍຶດ ບາດ ຫາເງິນໄດ້ແລ້ວ ໄປໃຫ້ເຂົາຍຶດອີກ ກໍຖືວ່າເປັນຄົນ ສິ້ນຄິດ.
ທ່ານຜູ້ອ່ານວ່າຈັ່ງໃດ?


ຮັກແພງ
ຕູ່

From: bounkhong Laosnetwork
To: Laos Network Room
Sent: Tuesday, 20 September 2011 9:25 PM
Subject: If Lao Nork has $ 500,000.00 , they can buy a block of Land in Laos but no exception for Lao medalist. Go back Laos is the real dream.


09-16-2011
ລາວອະນຸຍາດໃຫ້ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ທີ່ດິນ ໃນລາວໄດ້
ລັດຖະບານລາວອະນຸຍາດໃຫ້ຄົນຕ່າງປະເທດ ແລະ ຄົນລາວໃນຕ່າງປະເທດ ສາມາດຊື້ ແລະ ເປັນເຈົ້າຂອງທີ່ດິນເພື່ອຢູ່ອາໄສໃນລາວໄດ້ແລ້ວ ໂດຍມີເງື່ອນໄຂວ່າຈະຕ້ອງລົງທຶນ ໃນລາວຕັ້ງແຕ່ $5 ແສນໂດລາຂຶ້ນໄປ.


 ຈັ່ງແມ່ນໂງ່ເນາະພວກຫ່າໝາກິນສະໝອງ ຝຣັ່ງສີ້ເມຍສູເຮີຍເຂົາບໍ່ໄດ້ອອກນະໂຍບາຍເຊີນ ສະເພາະສູກັບມາສໍ່າສູມາບໍ່ມາກໍ່ບໍ່ເພີ້ມຫັຍງດອກເຂົາຂຽນເພື່ອນັກລົງທຶນທຸກໆປະເທດຈື່ໄວ້



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

ເຮຶອນສູງຢູໄຕເປມີກ່ວາ100ຊັ້ນ
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເຮຶອນສອງຝາແຝດ ທີ່ ກັວລາລັມເປິ

ພວກລາວນອກ ອອກຈາກ ປາຣີສ ລອນດຶນ ອແບກແລງ ນີວຢອກ

ເຫັນແລ້ວຂໍບອກວ່າ ຝູຍ ເພາະ 36 ປິ ເກືອບເຄີ່ງສັຕວັດ ເຣັດໄດ້ພຽງແຕ່ສ່ຳນີ້ບໍ??

ກຸງເທບ ມີການປ່ຽນແປງທຸກ12 ເດືອນ
ສິງກະໂປ ທຸກໆ6ເດືອນ
ໂຮງກົງ ທຸກທ3ເດືອນ
ເປກີງ ທຸກໆ2 ເດອືນ
ແລະຊຽງໄຮ ທຸກໆທິດ

ສ່ວນ ວຽງຈັນ ທຸກໆ40ປີ ຍັງບໍ່ເຫັນມີຫຍັງເດິໃຫ້ເຫັນມີການປ່ຽນໂສມຫ້ນາຈາກປິ 1975 ລາວນອກ ກັບໄປແລ້ວເຫັນແຕ່ສີ່ງຝ່າຍເສຣີເຂົາສ້າງໄວ້ເດິ ເຊັ່ນ ຖນົນລ້ານຊ້າງອະນຸສາວະຣິ ທາດຫລວງ ວັດພະແກ້ວແລະ ອື່ນໆ.....

ຢ່າໃຫ່ຢູແນສໂກ ທີ່ ປາຣີສ ມາສ້າງເປັນເມືອງເອກມໍຣະດົກໂລກ ຄື ເຂົາ ລາກ ຫລວງພະບາງເປັນເມືອງນີ້ມາແລ້ວ ໃນປິ 1995


 ມັນກໍ່ທຽບກັນບໍ່ໄດ້ແລ້ວແນວເງື່ອນໄຂຂອງພູມມີປະເທດມັນແຕກຕ່າງກັນອີກຢ່າງນຶ່ງປະເທດລາວ ສ້າງຂຶ້ນມາຈາກສູນ ສ້າງມາຈາກຊາກເສດເຫຼືອຂອງສົງຄາມ ຊັບສີນເງີນທອງທີ່ເປັນ ຊັບສົມບັດຂອງຊາດຖືກປຸ້ນສະດົມເອົາໄປຈົນກ້ຽງນັບເວລາມາເປັນຫຼາຍຮ້ອຍປີ ລວມທັງສົງຄາມກາງເມືອງຄັ້ງສຸດທ້າຍພວກທີ່ເປັນລັດຖະບານຝ່າຍວຽງຈັນກໍ່ຂົນເອົາເງີນຢູ່ຄັງແຫ່ງຊາດໄປຫມົດ ປະໄວ້ແຕ່ເງີນກີບບໍ່ມີຄ່າຫັຍງທັງຫົມດກັບກະສອບລູກປືນເປົ່າກະຈາຍຢູ່ເຕັມປະເທດ ການທີ່ສາມາດສ້າງສາພັດທະນາມາໄດ້ສໍ່ານີ້ກໍ່ດີແລ້ວ ແລະຄົນລາວກໍ່ພາກພູມໃຈໃນສິ່ງທີ່ຕົນມີ ກົງກັນຂ້າມກັບພວກທີ່ອ້າງຕົນວ່າເປັນລາວນອກ ລາວເສລີ ລາວສີວິໄລ ຮັ່ງມີ ພັດບໍ່ມີປັນຍາສ້າງສາຫັຍງມີປັນຍາກໍ່ພຽງແຕ່ເປັນກຳມະກອນພັດກັບໄປຊື່ນຊົມຄວາມສີວິໄລຂອງຊາດອື່ນ ຄັນຕຶກທີ່ເຈົ້າເວົ້າມາແມ່ນຄົນລາວນອກເປັນເຈົ້າຂອງກໍ່ຊີ່ງຶດເຈົ້າຢູ່ ປັນຍາຊື່ປີ້ຍົນໄປຍຽບຕຶກເຫຼົ່ານັ້ນມີບໍ່ຂໍຖາມແດ່



__________________
Anonymous

Date:
  
 

ເຮຶອນສູງຢູໄຕເປມີກ່ວາ100ຊັ້ນ
ເຊັ່ນດຽວກັບ ເຮຶອນສອງຝາແຝດ ທີ່ ກັວລາລັມເປິ

ພວກລາວນອກ ອອກຈາກ ປາຣີສ ລອນດຶນ ອແບກແລງ ນີວຢອກ

ເຫັນແລ້ວຂໍບອກວ່າ ຝູຍ ເພາະ 36 ປິ ເກືອບເຄີ່ງສັຕວັດ ເຣັດໄດ້ພຽງແຕ່ສ່ຳນີ້ບໍ??

ກຸງເທບ ມີການປ່ຽນແປງທຸກ12 ເດືອນ
ສິງກະໂປ ທຸກໆ6ເດືອນ
ໂຮງກົງ ທຸກທ3ເດືອນ
ເປກີງ ທຸກໆ2 ເດອືນ
ແລະຊຽງໄຮ ທຸກໆທິດ

ສ່ວນ ວຽງຈັນ ທຸກໆ40ປີ ຍັງບໍ່ເຫັນມີຫຍັງເດິໃຫ້ເຫັນມີການປ່ຽນໂສມຫ້ນາຈາກປິ 1975 ລາວນອກ ກັບໄປແລ້ວເຫັນແຕ່ສີ່ງຝ່າຍເສຣີເຂົາສ້າງໄວ້ເດິ ເຊັ່ນ ຖນົນລ້ານຊ້າງອະນຸສາວະຣິ ທາດຫລວງ ວັດພະແກ້ວແລະ ອື່ນໆ.....

ຢ່າໃຫ່ຢູແນສໂກ ທີ່ ປາຣີສ ມາສ້າງເປັນເມືອງເອກມໍຣະດົກໂລກ ຄື ເຂົາ ລາກ ຫລວງພະບາງເປັນເມືອງນີ້ມາແລ້ວ ໃນປິ 1995



__________________
Anonymous

Date:
  
 

Anonymous wrote:

40ປິ ບໍ່ໄດ້ກັບບ້ານເກິດ
ແຕ່ເຫັນແລ້ວ ຍາຊິມາບິບຄໍໃຫ້ ຜູ້ຂ້າ
ໄປເບີ່ງ ສະພາບ ເມືອງ ວຈ ສະພາບດຽວກັນກັບສມັຍຝັຣ່ງປົກຄອງລາວບໍ??

ຊ່ວຍເຄາະຫມາກກອກ ຂ້າ ປໍ ສາມດ້ວຍ

ວ່າຍັງບໍ່ສວຍເກິນໄປ .........

ຖ້າຍັງດຶ້ດ່ານ ຫລອກຕົນເອງວ່າເກັ່ງ
ລະວັງນະ ອົງການບູຣະນະມໍຣະດົກໂລກ ຈາກ ປາຣີສ
ຊີຍົກ ນະຄອນຫລວງ ວຈ ເປັນເມືອງຫລວງມໍຣະດົກໂລກ ເມືອງທຳອິດ ໃນຈັກກະວານນີ້ ເມື່ອໃດ

ເມື່ອນັ້ນ ລາວທັງໂລກຊີເສັຍໄຈລະ ແລະ ພວກທ່ານມີຊີ່ສ່ວນຮ່ວມຮັບຜິດຊອບດ້ວຍ

http://www.youtube.com/watch?v=dXzVKVOeM2E&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=_qImpx7HIm4&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=-F88z-fhls4&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=Hk-XaWANjrA&feature=related

copy from face book champalao


 

ຕົວຢ່າງຈໍາລອງ ໂຮງແຮມຣາສວົງ ສູງ 28 ຊັ້ນ
Reply Quote 
 


rasavonghotelmodel.jpg

ຫຍິ່ງໃຫ່ຍບໍ່ biggrin

ພາບຈໍາລອງ ຊ໋ອບປິ້ງມອລ ທີ່ໃຫ່ຍທີ່ສຸດ ໃນປະເທດລາວ
Reply Quote 
 


1.jpg

2.jpg

 

3.jpg

 ອັນນີ້ເຂົາເອີ້ນວ່າຫຼ້າຫຼັງຫືຼທັນສະໄໝຕູ້ສັງມາເວົ້າເປັນຕາໜ່າຍແທ້ແນວຕາໂຕບໍ່ເຫັນໄດ້ແຕ່ຝັນບໍ່ມີປັນຍາຊື້ປີ້ຍົນມາຢາມບ້ານຄຶດແຕ່ວ່າເຂົາບໍ່ສ້າງບໍ່ສາຫັຍງຈັ່ງແມ່ນເປັນຕາໜ້າສົມເພດເນາະ



__________________
Anonymous

Date:
  
 

เบื้องหลังพวกเสื้อเหลืองที่คัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์




กลุ่มพลังหลักที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ประกอบไปด้วย กลุ่มที่ไม่พอใจกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกองทัพ เครือข่ายองค์มนตรี หมู่ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่โกรธทักษิณ และปัญญาชนกับนักการเมืองเสรีนิยม กลุ่มพลังที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหารมีจุดร่วมในการดูถูกและเกลียดชังคนจน สำหรับเขา การมีประชาธิปไตย “มากไป” ให้อำนาจ“มากเกินไป”กับคนจน ที่ลงคะแนนเสียงและส่งเสริมให้รัฐบาลใช้เงินอย่าง “ไม่ระมัดระวัง” ในการให้สวัสดิการ สำหรับคนเหล่านี้ที่สนับสนุนรัฐประหาร ประเทศไทยแบ่งแยกระหว่าง “ชนชั้นกลางที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตย” และ “คนจนในชนบทและเมืองที่โง่และขาดความรู้” แต่ความจริงตรงกันข้าม คนจนเข้าใจและสนับสนุนประชาธิปไตย ในขณะที่คนที่ใครๆ เรียกว่าเป็นคนชั้นกลางใช้ทุกวิถีทางที่จะปกป้องอภิสิทธิ์ของตนเอง พวกที่เรียกหารัฐประหารหลงคิดว่าตัวเองคือ “ชาติ” โดยดูถูกและหันหลังให้พลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ

สิ่งที่แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ไม่พอใจคือ การขึ้นมาเป็นรัฐบาลของไทยรักไทย ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมือง โดยที่ไทยรักไทยทำสัญญาทางสังคมกับประชาชนว่าจะมีนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นรูปธรรม เช่นนโยบาย “สามสิบบาทรักษาทุกโรค” นโยบาย “กองทุนหมู่บ้าน” และนโยบายที่พักหนี้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลไทยรักไทยนำมาทำจริงๆ หลังจากที่ชนะการเลือกตั้ง เป้าหมายของไทยรักไทยคือการพัฒนาเศรษฐกิจกับสังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ โดยเฉพาะหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ และรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มองว่าคนจนควรจะเป็น “ผู้ร่วมพัฒนา” โดยไม่มองว่าคนจนเป็น “ภาระ” หรือเป็น “คนโง่” สรุปแล้ว ไทยรักไทย สามารถทำแนวร่วมประชาธิปไตยกับประชาชนส่วนใหญ่ และครองใจประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนจน อย่างไรก็ตาม พรรคไทยรักไทย ไม่ใช่พรรคสังคมนิยม เพราะเป็นพรรคของนายทุนใหญ่ และเป็นพรรคที่มองว่าทุนนิยมไทยจะได้ประโยชน์จากการดึงประชาชนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นทางเศรษฐกิจ

นี่คือสาเหตุที่ไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง และยังชนะจนถึงทุกวันนี้ภายใต้ชื่อพรรคเพื่อไทย การครองใจประชาชนด้วยนโยบายตามกระบวนการประชาธิปไตยนี้ คือสิ่งที่พวกนักวิชาการชนชั้นกลาง พวกเอ็นจีโอ พวกทหาร พวกข้าราชการชั้นสูง พวกนายทุนหัวเก่า และพรรคประชาธิปัตย์รับไม่ได้ ความไม่พอใจของแนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยม ไม่สามารถนำไปสู่การคัดค้าน ไทยรักไทย ด้วยวิธีประชาธิปไตยได้ เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นสำเร็จ พวกนี้จะต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาที่เสนอประโยชน์กับคนจนมากกว่าที่ ไทยรักไทย เคยเสนออีก คือต้องเสนอให้เพิ่มสวัสดิการและเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ ด้วยการเพิ่มงบประมาณรัฐและการเก็บภาษีจากคนรวย แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ เคยชินมานานกับการมีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผ่านเครือข่าย “ผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญ” เช่นทหาร องค์มนตรี เจ้าพ่อ และนายทุนใหญ่ หรือผ่านระบบการเลือกตั้งที่ใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว โดยไม่มีการเสนอนโยบายอะไรเป็นรูปธรรม และไม่มีการให้ความสนใจกับคนจนแต่อย่างใด

วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนชั้นปกครองไทย คือ “วัฒนธรรมคอกหมู” ที่มีการร่วมกันหรือพลัดกันกินผลประโยชน์ที่มาจากการขยันทำงานของประชาชนชั้นล่างล้านๆ คน เวลาอำมาตย์ คนชั้นกลาง หรือพันธมิตรฯ พูดถึง “การคอร์รับชั่น” “การผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์” “การมีผลประโยชน์ทับซ้อน” หรือ “การใช้อำนาจเกินหน้าที่” ของทักษิณ เขาไม่ได้พูดถึงการเอารัดเอาเปรียบประชาชนธรรมดาที่มีมานาน หรือการที่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมเท่าที่ควร หรือการโกงกินของนักการเมืองทุกพรรค หรือของทหาร เขาหมายถึงปัญหาเฉพาะหน้าของพวกอภิสิทธิ์ชนที่เริ่มถูกเขี่ยออกจากผลประโยชน์ในคอกหมูมากกว่า นี่คือสาเหตุที่เขาทำรัฐประหาร แล้วแก้รัฐธรรมนูญจากที่เคยเป็น เพื่อลดอำนาจของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมาก เขาอยากหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุค “ประชาธิปไตยคอกหมู”

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนสนับสนุนทักษิณหรือไทยรักไทย เพราะรัฐบาลทักษิณนอกจากจะไม่ยอมกระจายรายได้สู่คนส่วนใหญ่เท่าที่ควร ผ่านระบบรัฐสวัสดิการและการเก็บภาษีจากคนรวยแล้ว ยังเป็นรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน ในภาคใต้และสงครามยาเสพติด แต่การทำลายประชาธิปไตยของพวกที่สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยาและผลพวงทั้งหมดที่ตามมา ทำให้เราไม่สามารถกำจัดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการคอร์รับชั่นในสังคมไทยไปอีกนาน ทำให้ประชาชนเสื้อแดงถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็นเมื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ และเป็นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคมืดแห่งเผด็จการและอิทธิพลของโจรในกองทัพ

[บทความนี้คัดลอกและดัดแปลงจากหนังสือ “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตยไทย” โดย ใจ อึ๊งภากรณ์ ปี ๒๕๕๓ WD Books ถ้าใครสนใจอ่านจะส่งไฟล์ให้ทางอีเมล์ ติดต่อผู้เขียนได้ที่ ji.ungpakorn@gmail.com]




ตอบนักวิชาการสลิ่ม!!!

คำถามเรื่องการต่อสู้นอกระบบกฎหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐคืนจาก "สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์| ประชาไท www.prachatai.com

ใจ อึ๊งภากรณ์ขอตอบ....



ถาม: ถ้านาย ก.ทำรัฐประหารและได้อำนาจรัฐมา. เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่?

ตอบ: ต้องดูว่ากฏหมายมาจากไหนและมีความเป็นธรรมและส่งเสริมประชาธิปไตยหรือไม่ ในระบบประชาธิปไตยการต่อสู้นอกรัฐสภา เช่นการนัดหยุดงานหรือการประท้วงมีความชอบธรรมเต็มที่ และนอกจากนี้กลุ่มนิติราษฏร์กำลังสู้ในกรอบกฏหมาย

ถาม: ถ้านาย ข. ได้อำนาจรัฐมาโดยถูกต้อง แต่ต่อมานาย ข.เป็นเผด็จการ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่มีหนทางตามกฏหมายจะเอานาย ข. ออกจากตำแหน่งได้ เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่"?

ตอบ: เราจะใช้ทุกวิธีทางในกรอบอุดมการณ์ประชาธิปไตย เช่นรณรงค์ไม่เลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป การเดินขบวน และการนัดหยุดงาน โดยเป้าหมายคือประชาธิปไตย แต่การทำรัฐประหารเป็นเรื่องอื่น เพราะไม่ได้สร้างประชาธิปไตย ตรงข้ามกัน

ในกรณีทักษิณ คนที่ไม่เห็นด้วยสามารถรณรงค์ตามกรอบประชาธิปไตยได้ แต่ปรากฏว่าพวกนักวิชาการเสื้อเหลืองมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกไทยรักไทย "โง่" "เข้าไม่ถึงข้อมูล" และ "ถูกจูงเหมือนควาย" ซึ่งเป็นการป้ายร้ายประชาชนไทย และมันนำไปสู่ความคิดว่าควรลดเสียงประชาชนตามสูตรพันพธมิตรฯ หรือการแต่งตั้ง สว. ครึ่งหนึ่งโดยทหาร



สมคิด เลิศไพฑูรย์ กำลังขยันแก้ตัวสำหรับการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และคัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์


__________________
Anonymous

Date:
  
 

ນຍໄທຍເຂົາເປິດໂປ່ງຄວາມລ້ຳລວບເຂົາແລ້ວ ສ່ວນພວກສັດເດັຍຣະສານໂຈນ ຄມນ ລາວແດງ ມືງຄຶຊິເຊື່ອງຈຳນວນເງີນທີ່ພວກມືງປົ້ນໄປຫົມດນໍ
Champalao Laolao

รวยได้อีก! นายกฯ"ปู"อู้ฟู่541ล. HERMESคละสี7ใบ เครื่องประดับหรูกว่า70รายการ... เธอปล่อยกู้ใคร80ล้าน?

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 20:00:00 น.

Matichon





วัน ที่28ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 36 คน 39 ตำแหน่ง กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา



จากการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทรัพย์สิน รวม 536,758,045.86 บาท ประกอบด้วย 9 รายการ ดังนี้



เงินสด 13,961,180 บาท



เงินฝาก 38,156,160.98 บาท แบ่งเป็น



-ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี 3 บัญชี รวม 34,750,905.26 บาท

-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาราชดำริ 2 บัญชี รวม 632,412.39 บาท

-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สำนักพหลโยธิน 1 บัญชี รวม 16,179.02 บาท

-ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาวิภาวดีรังสิต 9 จำนวน 3 บัญชี รวม 1,675,216.03 บาท

-บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) 2 บัญชี รวม 1,081,448.28 บาท





เงินลงทุน 81,376,146.72 บาท แบ่งเป็น



-บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) จำนวน 5,566,000 หุ้นๆ ละ 5 บาท มูลค่า 79,037,200 บาท

-กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทคอน (TFUND) บมจ.หลักทรัพย์ธนชาต จำนวน 119,168 หุ้นๆ ละ 10 บาท มูลค่า 1,453,849.60 บาท

-กอง ทุนเปิดเค หุ้นทุนบริพัตรเพื่อเลี้ยงชีพ (KFRMF) ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชีกองทุน 089-5-17987-6/01 จำนวน 6,798.3880 หุ้น มูลค่า 345,230.30 บาท

-กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชีกองทุน 089-5-17987-6/02 จำนวน 37,148.4183 หุ้น มูลค่า 539,866.82 บาท



ปล่อยกู้พี่ชายกว่า 80 ล้านบาท

นออกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีทรัพย์สินให้กู้ยืมอีก 110,301,369.86 บาท แบ่งเป็น

-นายพายัพ ชินวัตร (22มี.ค.49) จำนวน 80,301,369.86 บาท

-บริษัท แอ๊ด อินเด๊กซ์ เมื่อวันที่6ต.ค.49 จำนวน 20,000,000 บาท, เมื่อวันที่9มี.ค. จำนวน 5,000,000 บาท, เมื่อวันที่13มี.ค.50 จำนวน 5,000,000 บาท





ที่ดิน 65,186,350 บาท แบ่งเป็น



-โฉนด ที่ดิน หมายเลข 9494 (ถือกรรมสิทธิ์ในตระกูล 3 คน) ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 8ธ.ค.2524 จำนวน 8-0-37 ไร่ มูลค่า

3,237,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 9463 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 26มิ.ย.2530 จำนวน 98 ตรว. มูลค่า 294,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 72812 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 จำนวน 35.4 ตรว. มูลค่า 1,770,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 81454 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 จำนวน 17.7 ตรว. มูลค่า 885,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 57310 แสมดำ (บางบอน) บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 จำนวน 18 ตรว. มูลค่า 720,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 57430 แสมดำ (บางบอน) บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 จำนวน 57.6 ตรว. มูลค่า 2,304,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 45721 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มาเมื่อวันที่ 24ก.ค.2544 จำนวน 20.5 ตรว. มูลค่า 600,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 10005 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้มาเมื่อวันที่ 18ธ.ค.2545 จำนวน 2-2-39 ไร่ มูลค่า 11,948,500 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 7480 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้มาเมื่อวันที่ 20ก.ค.2546 จำนวน 1-2-0 ไร่ มูลค่า 18,090,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 70389 บึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 26พ.ย.2546 จำนวน 2-1-95 ไร่ มูลค่า 13,438,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 16505 บึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ได้มาเมื่อวันที่ 26พ.ย.2546 จำนวน 1-3-82 ไร่ มูลค่า 10,562,000 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 51825 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาเมื่อวันที่ 15ต.ค.2552 จำนวน 11-0-84 ไร่ มูลค่า 672,600 บาท

-โฉนดที่ดิน หมายเลข 67055 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้มาเมื่อวันที่ 15ต.ค.2552 จำนวน 11-0-35 ไร่ มูลค่า 665,250 บาท



บ้านและคอนโดหรูใจกลางเมืองกทม.-เชียงใหม่

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 162,368,182.40 บาท แบ่งเป็น

-ตึก แถว 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 80/16-17 ถ.ลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โฉนดเลขที่ 81454, 72812 ได้มาเมื่อวันที่ 1พ.ย.2536 มูลค่า 17,000,000 บาท

-บ้านพักอาศัย 2 ชั้น เลขที่ 45/532 หมู่ที่ 6 บ้านสุดจินต์นิเวศน์ แสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โฉนดเลขที่ 57310, 57430 ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.พ.2541 มูลค่า 1,387,000 บาท

-ตึกแถว 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 1 ซ.ข้างโรงเรียนกาวิละ ถ.ต้นขาม 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โฉนดเลขที่ 45721 ได้มาเมื่อวันที่ 24ก.ค.2544 มูลค่า 7000,000 บาท

-บ้านพักอาศัย 2 ชั้น เลขที่ 38/9 ซ.นวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โฉนดเลขที่ 70389, 16505 ได้มาเมื่อวันที่ 29ธ.ค..2547 มูลค่า 110,000,000 บาท

-ห้องชุด เลขที่ 22/59 ชั้น 7 อาคารเลขที่ 22 ชื่อชุดอาคาร เซ็นทริค ซีน อารีย์ 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 59.005 ตรม. โฉนดเลขที่ 1726 ได้มาเมื่อวันที่ 27ส.ค.2551 มูลค่า 3,403,520 บาท

-ห้องชุดเลข ที่ 202/5-9, 11-12, 21-22, 24-25, 28-30, 33, 35-37, 39, 4748, 50, 53, 58,60, 63, 69-70 เลขที่ 202 ชื่ออาคารชุด ยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โฉนดเลขที่ 7516 ได้มาเมื่อวันที่ 25พ.ย.2551 มูลค่ารวม 36,920,000 บาท

-ห้องชุดเลขที่ 2544/190-191 ชั้น 19 เลขที่ 1 ชื่ออาคารชุด เซ็นทริค ซีน สุขุมวอท 64 แขวงบางนา เขตบางนา(พระโขนง) โฉนดเลขที่ 1394, 131210-131213 ได้มาเมื่อวันที่ 2ก.พ.2553 มูลค่ารวม 8,257,662.4 บาท





ยานพาหนะหรู จำนวน 8 คัน รวมมูลค่า 18,690,000 บาท แบ่งเป็น



-รถยนต์ เบนซ์ S 280 หมายเลขทะเบียน วฐ 111 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 28มิ.ย.2545 มูลค่าประมาณ 2,100,000 บาท

-รถยนต์ Land Rover หมายเลขทะเบียน ฌศ 7145 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 18ก.พ.2547 มูลค่าประมาณ 650,000 บาท

-รถยนต์ เบนซ์ SLK 200 หมายเลขทะเบียน กพ 999 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 12ม.ค.2549 มูลค่าประมาณ 1,900,000 บาท

-รถยนต์ เบนซ์ E 240 หมายเลขทะเบียน วก 555 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 28มี.ค.2549 มูลค่าประมาณ 1,300,000 บาท

-รถยนต์โตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียน วฉ 777 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 27มิ.ย.2551 มูลค่าประมาณ 440,000 บาท

-รถยนต์ PORSCHE CAYMAN หมายเลขทะเบียน วขข 55 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 2ก.ค.2552 มูลค่าประมาณ 5,200,000 บาท

-รถยนต์ Volkswagen Caravelle หมายเลขทะเบียน ฮน 333 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 27พ.ค.2554 มูลค่าประมาณ 3,000,000 บาท

-รถยนต์ BMW 730 Lise หมายเลขทะเบียน ศษ 222 กทม. ได้มาเมื่อวันที่ 4ก.ค.2554 มูลค่าประมาณ 4,100,000 บาท





สิทธิและสัมปทาน 1,028,655.90 บาท แบ่งเป็น



-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T006401195 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2532-23ส.ค.2556 มูลค่า 9,796.88 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ประกัน ภัย เลขที่ T061529083 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 6ธ.ค.2534-6ธ.ค.2555 มูลค่า118,173.65 บาท

-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T067979527 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2537-ครบอายุ 60 ปี มูลค่า 256,234.58 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ ประกันภัย เลขที่ T067979530 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27ม.ค.2537-7ม.ค.2557 มูลค่า 491,335.27 บาท

-สิทธิในกรมธรรม์ประกัน ภัย เลขที่ T086260291 ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด ระหว่างวันที่ 1เม.ย..2542-อายุครบ 60 ปี มูลค่า 153,115.52 บาท

-บัตรสมาชิกกอร์ฟอัลไพน์แอนสปอร์ตคลับ โดยสโมสรออกให้โดยไม่มีมูลค่าและไม่สามารถโอนขายได้



กระเป๋าและนาฬิกายี่ห้อหรูกว่า 70 รายการ

อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมี ทรัพย์สินอื่นๆ ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไปอีก 73 รายการ 45,690,000 บาท แบ่งเป็น



-แหวน, สร้อยคอ+ข้อมูล, ต่างหู, กำไล, จี้, เข็มกลัด รวม 57 รายการ มูลค่ารวม 41,780,000 บาท

-นาฬิกาหลากยี่ห้อหรู จำนวน 9 เรือน มูลค่ารวม 1,810,000 บาท

กระเป๋ายี่ห้อ HERMES หลากสี จำนวน 7 ใบ มูลค่ารวม 2,100,000 บาท



ทรัพย์สินของด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) รวม 4,373,955.45 บาท แบ่งเป็น



-เงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาประดิษฐ์มนูธรรม จำนวน 60,547.37 บาท

-สิทธิ ในกรมธรรม์ประกันภัย เลขที่ T097635365 ระหว่างวันที่ 16พ.ค.2545-16พ.ค.2556 มูลค่า 937,323.38 บาท และเลขที่ T778125246 ระหว่างวันที่ 16ก.ค.2550-16ก.ค.2555 มูลค่า 3,376,084.70 บาท ของบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันซ์ จำกัด

รวมทรัพย์สินของผู้ยื่นคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และบุตรไม่บรรลุนิติภาวะ รวม 541,132,001.31 บาท



ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษ์และบุตรไม่มีหนี้สิน



เท่ากับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีพรัพย์ รวมทั้งสิ้น 541,132,001.31 บาท





.......................



รายได้ (จากตำแหน่ง)



-เงินประจำตำแหน่ง บวกเงินเพิ่มของตำแหน่งส.ส. และของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ธ.ค.54 จำนวน 620,793 บาท

-เงินเดือนและโบนัส ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.54 จำนวน 18,421,464.67 บาท

-เงินรายได้จาก บมจ.เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์เอเรชั่น ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.54 (คู่สมรส) จำนวน 900,000 บาท



รายได้ (จากทรัพย์สิน)



-จากค่าเช่า+ดอกเบี้ย+เงินปันผล รวม 27,230,257.67 บาท

-จากค่าดอกเบี้ย (บุตร) รวม 500 บาท

รายจ่าย ประกอบด้วย



-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน รวม 3,975,000 บาท

-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน+ค่าเช่า (คู่สมรส) รวม 820,000 บาท

-ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค+ค่าเบี้ยประกัน (บุตร) รวม 594,000 บาท

รวมรายจ่าย 5,389,000 บาท





.....................



นายอนุสรณ์ อมรฉัตร (สามีนอกสมรส) มีรายได้จากค่าเช่า+ดอกเบี้ย+เงินปันผล รวม 1,441,666.67 บาท

ทรัพย์สิน รวม 76,779,386.56 ประกอบด้วย



-เงินสด 5,000,000 บาท

-เงินฝาก 5,458,969.29 บาท

-เงินลงทุน 45,098,000 บาท

-โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งส่วนมากเป็นคอนโดมิเนียม 16,127,000 บาท

-สิทธิและสัมปทาน1,241,417.27 บาท

-ทรัพย์สินอื่นๆ ประกอบด้วย สร้อยคอ, แหวน, พระ, นาฬิกาข้อมือ รวม 3,854,000 บาท

หนี้สิน (เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงิน) รวม 369,658,334.40 บาท

สรุปแล้ว นายอนุสรณ์ มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 292,878,947.84 บาท

__________________
Anonymous

Date:
  
 

ມຶ້ວານນີ້ ວິທຍຸສຽງເສຣີຊົນລາວ
ລາວງານເຖີງ ກາຊີໂນ ບ້ານຕົ້ນເຜີ້ງ ເປັນຫລ່ງຜລິດຢາບ້າ
ມີເພື່ອນຮ່ວມງານເຣົາຈາກພື້ນທີ່ ສົ່ໝຂໍ່ມູນມາເຖິງສຳນັກງານເຮົາ ລອກວ່າ

*

ຢາເສບຕິດ20ກະສອບບໍ່ແມ່ນ 4 ກະສອບ
*

ກໍອາຈານນີ້ລະເປັນຄົນສົ່ງຂ່າວ
*

ນັກຂ່າວຟ້າວຣາຍງາຍ ຍີ່ສິບ ເລຍເປັນ 4


*

ເຣື້ອງນີ ມັນ ກ່ຽວຂ້ອງກັບນັກຄ້າຢາເສບຕິດ ປະມານ 300ຄົນ ໃນ ທາງລັບ ມີ ເລົາຕະ ຣາຊາພໍ່ຄ້າຢາເສບຕິດໄທ ທີ່ ອໍາເພີ ຟາງ ທັງໄທ ລາວ ຈີນ ຮ່ວມຫົວກັນ ທັງຜູ້ມີອໍານາດໃນລາວ ເພາະເລາຕະ ເປັັນ ເຜົ່າ ອີ ກໍ ແລະ ເປັນເຄືອຍາດ ກັບ ອີກໍເຖົ້າເຜົ່າ ອີກໍ ເມືອງລາວ ທີ່ ມີອໍານາດ ໃນ ນະຄະນໍາພາສູງສຸດ ຂອງພັກ ..ຄິດເອົາເອງທ່າ ຈໍາປາລາວ..ເຮືອງນີ້ ເປັນ ລະຄອນ ທີ່ ຫນ້າຕິດຕາມ


*

ແລະພວກ jumpa revolution ເຂົາໄດ້ ສົ່ງຮາຍງານໃຫ້ທາງ ດຣ ບູນທອນ ເມືອ 2 ເດືອນ ທີ່ ຜ່ານມາ ແຕ່ ຄົງ ບໍ່ເຊື່ອເຕັມ100 ຈື່ງບໍ່ມີການອອກຂ່າວ ເພາະເຂົາໃຫ້ຂ່າວໂດຍບໍ່ມີຫລັກຖານ ແຕ່ ເຂົາຢືນຢັນ ວ່າ Casino King Roman ທີ່ບ້ານຕົ້ນເຜິ້ງ20 ກິໂລຈາກ ເມືອງຫວ້ຍຊາຍແຂວງບໍ່ແກ້ວ ຄືໂຮງງານຢາເສບຕິດ

__________________
Page 1  >   Last »  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.



Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard